“ท่านพ่อ หลานทั้งสองรอดมาได้แล้ว เราขอร้ององค์ชายจ้าวเหยียนให้ปล่อยพวกเขาไปเถอะขอรับท่านพ่อ” ท่านชายสามโต้วซาน เอ่ยออกมาอย่างอึดอัดใจ
“ น้องสาม ในเมื่อตัดสินใจแล้ว ก็ควรทำให้ถึงที่สุด จะทำแบบครึ่งๆ กลางๆ แบบนี้ได้อย่างไรกันเล่า” พี่คนรอง โต้วยี่ กล่าวเตือน
“ เรื่องนี้ เป็นเพราะเฉินเสี่ยวเทียนเข้ามายุ่ง มิเช่นนั้น เรื่องนี้ ก็ไม่ยุ่งยาก ถึงเพียงนี้แน่ๆ” พี่คนโต โต้วอี้ เอ่ยขึ้น
“ ท่านปู่ ให้ข้าจัดคนไปฆ่ามันคืนนี้เลยไหม?” โต้วเต๋อคุน ยังรู้สึกไม่ยินยอมเรื่องเมื่อสักครู่นี้
“ อย่าเพิ่งเคลื่อนไหว ข้าตรวจสอบพลังของมัน มีแค่เพียงขั้นปรานเซียนฟ้าเท่านั้น
แต่ว่า ทำไม ข้าผู้มีพลังขั้นเซียนสวรรค์แท้ กลับรู้ว่าว่า มันยังมีพลังแฝงในร่างของมันที่น่ากลัวอยู่อีก เจ้าสาม ข้ารู้ว่าเจ้าคิดอย่างไร แต่ว่า เจ้าอย่าลืมซิ ! ความอยู่รอดของตระกูลโต้ว ของเรา แลกกับ ตระกูลกงเพียงไม่กี่คน มันคุ้มกันหรือไม่”
“ กำลังทหารของเราก็มี หากมีใครบุกมา สามสำนักใหญ่ ก็พร้อมที่จะคุ้มกันพวกเราอยู่แล้ว เหตุใด พวกเราต้องกลัวองค์ชายจ้าวเหยียนด้วย หรือเพียงแค่เหมืองทองแค่เหมืองเดียว พวกท่านก็ยอมตัดขาดหลานแท้ๆ ของเราได่รึ?”
โต้วซานระบายออกมาเหมือนไม่พอใจเรื่องนี้มานานแล้ว
“ องค์ชายจ้าวเหยียนมีคุรุเทพสือฟงเต้า เป็นอาจารย์เขาฝึกตนได้ถึงระดับเทียนจุนแล้ว ในแผ่นดินนี้ นอกจากจักรพรรดิจ้าวซื่อชงแล้ว ใครบ้างจะต้านทานพลังเขาได้ สำนักดาบดาวเหนือเป็นตัวอย่าง คุรุเทพสือฟงเต้า ใช้เพียงฝ่ามือเดียว สำนักดาวเหนือก็ถูกลบไปจากแผ่นดินชั้นที่หกเลย เจ้าอยากให้ตระกูลเราเป็นเช่นนั้นรึ?” เจ้าเมืองเอ่ยจบ โต้วซานได้แต่เงียบไม่พูดอะไรออกมา
“ เอาล่ะ เรื่องนี้ข้าจะลองพูดกับ เขาเอง ดูซิว่า องค์ชายจ้าวเหยียนจะพูดว่าอย่างไร”
โต้วซานพอได้ยินก็รู้สึกดีใจทันที
“ ของคุณท่านพ่อ” จากนั้นก็เดินออกไปในทันที
“ ท่านพ่อ ท่านไปพูดให้ความหวังกับน้องสามทำไม ท่านก็รู้ องค์ชายจ้าวเหยียนออกคำสั่งมาแล้ว คำไหนคำนั้น” โต้วอี้เอ่ยเตือน พ่อของตน
“ เฮ้อ อีกสามวัน องค์รัชทายาท ทัวปาอี้ จากอาณาจักรต้าตู จะมาเมืองของเรา ข้าจะแนะนำให้ อาเหมี่ยน พบกับองค์รัชทายาท แล้วหากองค์ชาย ทัวปาอี้ ถูกชะตา รับอาเหมียนเป็น นางบำเรอ ก็ถือว่านางกับ เส้าอิงโชคดี พวกเราจะได้ส่งออกนอกด่านไป หากว่าไม่ ก็แล้วแต่องค์ชายจ้าวเหยียนเถอะ”
“ เรื่องนี้องค์ชายจ้าวเหยียนไม่ทรงพอพระทัยแน่” โต้วเอ้อกล่าวเตือน
“ เรื่องนี้ เป็นหน้าที่ของพวกเขา ตอนที่ตกลงกัน เราเพียงให้แต่ข้อมูล ไม่ได้บอกว่า พวกเราต้องลงมือเอง ซะที่ไหนเล่า”
ที่แท้ พวกลุงๆ กับ ท่านตาวางแผนสังหารครอบครัวของ กงเหมี่ยนกับ กงเส้าอิง
หากทั้งสองคนรู้ จะรู้สึกแย่แค่ไหนนะ?
เสี่ยวเทียนถูกจัดที่พักให้อยู่ไกลจาก สองคนพี่น้อง หรือเรียกว่า มาอยู่ในที่เปลี่ยวเลยก็ว่าได้ ซึ่งก็รู้สึกแปลกตั้งแต่เห็นคนทั้งหมดนี้แล้ว
ลูกสาวลูกเขยตาย ไม่เห็นมีใครเสียใจกันสักคน แล้วยิ่งมองเด็กทั้งสองคน เหมือนกับว่า ไม่อยากให้รอดอย่างไรอย่างนั้น ไม่เห็นมีความผูกพันใดๆ กันเลย โอบกอดสักนิดก็ไม่มี มันญาติกันประสาอะไรก็ไม่รู้ เด็กน้อยแค่นี้ ผ่านเรื่องร้ายๆมาขนาดนี้ กลับทำเหมือนเป็นคนมาขอพักอาศัย
“ พวกมันมีส่วนรู้เห็นกับ แผนทำลายเจ้าเมืองกงในครั้งนี้” อาจารย์ลู่เอินกล่าว
“ ฮ้า ! จริงดิ พวกมันเป็นพ่อ เป็นพี่น้องกันไม่ใชหรือ แล้วคิดฆ่าลูกสาว ลูกเขยกับน้องสาวและหลานตัวเองเนี่ยนะ?”
“ ข้าได้ยินพวกมันพูดกันว่า หากองค์ชายต้าตู ไม่พากงหมิ่ยน ไปเป็นนางบำเรอ
พวกมันจะปล่อยให้ องค์ชายจ้าวเหยียนมาจัดการกับเด็กสองคนนี่เอง ครั้งนี้เจ้าคง
ต้องช่วย สองคนนี้แล้ว” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยออกมา
“ ทำไมข้าต้องมาเจอะเจอ คนชั่วช้าเช่นนี้ทุกทีเลยนะ?”
เสี่ยวเทียนกำลังจะไปคุยกับ สองคนพี่น้อง กงเส้าอิงก็วิ่งนำหน้า กงเหมี่ยนเอ๋อเข้ามายืนเบื้องหน้าเสียก่อน
“ อาจารย์ ท่านพี่มีเรื่องคุยกับท่านสองต่อสอง” กงเส้าอิงเข้ามาใกล้ ก็เอ่ยเสร็จ ก็รีบออกไปดูต้นทางด้านนอก
“ ไม่ทราบว่า คุณหนูใหญ่มีเรื่องใด”
“ ก่อนอื่นข้าต้องขออภัยพี่เต๋อคุนด้วยที่เสียมารยาทกับท่าน ข้ามีเรื่องขอร้องขอให้ท่านรับปากด้วย” กงเหมี่ยนเอ๋อคุกเข่าไปที่พื้นต่อหน้าเสี่ยวเทียน
“ ลุกขึ้นเถอะ นี่มันเรื่องอะไรกัน?”
“ ข้าอยากให้ท่านพา เส้าอิงไปจากที่นี่ แล้วไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก” กงเหมี่ยนเอ๋อไม่ยอมลุกขึ้น
“ เขายังเด็กนัก จะตะลอนตามข้าไปตะลุยพิภพทุกชั้นได้อย่างไร ลุกขึ้นมาก่อน เหตุใดถึงได้คิดส่งเขาออกไปจากที่นี่” เสี่ยวเทียนดึงร่างที่บอบบาง ขึ้นมาอย่างง่ายดาย
“ ข้าสังหรณ์ใจประหลาด สายตาของท่านตาและท่านลุงทุกคน ล้วนแปลกประหลาด สักครู่ข้าไปหา ท่านลุงสาม ท่านพูดคำพูด บอกข้าเพียงประโยคเดียว
ว่า ให้ข้า ไปจากที่นี่ซะ”
“ อืม ลุงสามของพวกเจ้านี่ ดูท่าเขาจะห่วงพวกเจ้าเหมือนกัน” เสี่ยวเทียนก็สัมผัสถึงได้เช่นกัน
“ ปกติ ลุงสามจะสนิทกับท่านแม่มากที่สุด แล้วก็เอ็นดูข้า กับ เส้าอิงมาก แต่วันนี้เขาพยายามหลีกเลี่ยงพวกเรา”
“ อย่าได้ห่วงไป หากว่าที่นี่ไม่ต้อนรับ ข้าจะพาพวกเจ้าไปจากที่นี่พร้อมกัน ส่วนพวกคนรับใช้ ก็ให้เงินทองพวกเขาไปแล้ว แล้วแยกย้ายกันไปจากที่นี่เสีย หรือไม่เช่นนั้น ให้พวกเขาไปรอพวกเราที่เมืองกง พุ่งนี้ข้าจะไปแก้แค้นกลับพวกมันที่ทำร้ายพ่อกับแม่เจ้า เอง ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับตาของเจ้าอีก”
“ แต่ว่าเรื่องนี้..”
“ ไม่ต้องแต่ ต่อไปนี้ข้าจะดูแลพวกเจ้าสองคนพี่น้อง ไม่ให้มีใครมารังแกได้”
หลังจากเสี่ยวเทียนพูดจบ เส้าอิง ก็วิ่งแน่บเข้ามาหน้าตาตื่น บอกว่า
“ พี่ใหญ่ ท่านตาส่งคนมาเรียกไปทานข้าว ท่านบอกให้พี่ใหญ่แต่งตัวให้สวยๆ ด้วย”
กงเหมื่ยนเอ๋อหันหน้ามาปรึกษาเสี่ยวเทียนทันที
“ ไม่ต้องไปเปลี่ยนหรอก เท่านี้ เจ้าก็สวยงามปานเทพธิดาแล้ว ไปกันเถอะ ข้าจะไปกับพวกเจ้าด้วย”
กงเหมื่ยนเอ๋อได้ฟัง ก็หน้าแดงก้มหน้า ไม่พูดจา จนเส้าอิงต้องจับมือ แล้วพาพี่สาวเดินนำหน้าไป พอมาถึงที่หน้าห้องโถง มีคนมารอกันอยู่หลายสิบคน มีคนหนึ่งศรีษะโล้น มีหนวดเคราเต็มหน้า แต่งกายด้วยหนังสัตว์ คาดว่าเป็นพวกนอกด่านอย่างแน่นอน เพราะเวลานี้ นอกด่านนั้น เริ่มอากาศหนาวเย็นมีหิมะตกหนัก
“ มาเหมี่ยนเอ๋อ มาคารวะ องค์รัชทายาททัวปาอี้ จากอาณาจักรต้าตู”
เจ้าเมือโต้วงเจี้ยนเสนอตัวหลานสาวตนเองจนออกนกอกหน้า เสี่ยวเทียนยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“กงเหมื่ยนเอ๋อ คารวะ องค์รัชทายาท”
รัชทายาทมองเหมี่ยนเอ๋อ ด้วยสายตาหื่นกระหาย
“ แม่นางเหมี่ยนเอ๋อ ช่างนักรักสมวัยจริงๆ ท่านเจ้าเมืองโต้ว ข้าตกลงรับนางเป็นสนมของข้า วันนี้ข้าจะพานางกลับ อาณาจักรต้าตูทันทีเลย”
“ ดีดี ถ้าเช่นนั้น ข้าขอฝากน้องชายของนาง กงเส้าอิงไปอยู่เป็นเพื่อนเหมี่ยนเอ๋อด้วยเลย
“ ไม่มีปัญหา สุนัขป่านับร้อย ข้ายังเลี้ยงด้วย แค่เด็กตัวเล็กๆ เพียงคนเดียว ทำไมข้าจะเลี้ยงไม่ได้
กงเหมี่ยนเอ๋อ มองหน้าท่านตา กับ รัชทายาททัวปาอี้ อย่างไม่พอใจ
“ เรื่องนี้ เหมี่ยนเอ๋อคงต้องปฏิเสธ หากท่านตาจะให้เหมี่ยนเอ๋อ ไปนอกด่าน ไปเป็นสนม องค์รัชทายาท เหมี่ยนเอ๋อกับน้อง คงต้องขอลา”
“ บังอาจกล้าเสียมารยาท ต่อหน้า องค์รัชทายาทเช่นนี้ได้อย่างไร ท่านตาของเจ้าหวังดีต่อเจ้านะ !” ลุงใหญ่กระแทกเสียงออกมาด้วยความไม่พอใจ
เสี่ยวเทียนลุกขึ้นยืน แล้วเอ่ยกับทุกคนว่า
“ ในเมื่อเหมี่ยนเอ๋อ ไม่ยินดี ทุกท่านก็อย่างบีบบังคับนางเลย” เสี่ยวเทียนออกมายืนด้านข้างของเหมี่ยนเอ๋อ
“ บังอาจ ไอ้หมอนี่เป็นใครกัน องค์รัชทายาทอยู่นี่ ยังกล้าเอ่ยเช่นนี้อีกหรือ?”
องครักษ์ของรัชทายาทสิบคนลุกขึ้นยืน ชักดาบโค้งออกมา รอคำสั่งเท่านั้น
“ การแต่งงานนับแต่โบราณมา พ่อแม่ไม่อยู่แล้ว ตาผู้เป็นปกครองของเจ้า ก็มีสิทธิที่จะตัดสินใจแทนพ่อแม่ ของเจ้า แล้วอีกอย่าง อยู่ที่นี่ หากพวกศัตรูของพ่อกับแม่เจ้ามา ข้าเองก็อาจไม่สามารถช่วยเจ้าได้ เรื่องนี้เป็นทางออกที่ดีที่สุด สำหรับเจ้ากับน้องแล้วนะ” เจ้าเมืองเอ่ยอย่างใจเย็น
“ พ่อกะแม่ของข้ายังไม่รู้ชะตากรรม เลย แล้วจะให้ข้าไปมีความสุขได้อย่างไรกัน”
“ เรื่องนี้ คุณหนูกงเหมี่ยนเอ๋อ ไม่ต้องกังวล ข้าจะส่งคนไปตามหาพ่อกับแม่ของท่านให้ ไม่ว่าจะอยู่หรือตาย ข้าต้องพาพวกเขามาหาเจ้าให้ได้”
“ ขอบคุณในความเมตตาของ รัชทายาท แต่ว่า เรื่องนี้ ข้าไม่ขอรบกวนท่านจะดีกว่า”
“ ท่านเจ้าเมืองหากท่านบังคับหลานสาวของท่านไม่ได้ ต่อไปข้าก็จะไม่มาเหยียบที่นี่อีกต่อไป”
องค์รัชทายาทเอ่ยจบ ก็กำลังจะจากไป แต่ลุงใหญ่รีบเข้ามาขวางเอาไว้
“ รอเดี๋ยว ท่านพ่อบอกว่ายกให้ท่านแล้ว บัดนี้ เหมี่ยนเอ๋อเป็นของท่าน แล้วท่านจะทิ้งนางไปเช่นนี้น่ะหรือ?”
รัชทายาททัวปาอี้ฟังจบ ก็มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ลูบศรีษะที่เตียนโล่งของตนแล้วมองหน้า เหมี่ยนเอ๋ออย่างหื่นกระหายหนักขึ้นไปอีก
“ พานางไป” ทัวปาอี้ สั่งการ องครักษ์ทั้งสิบคนตรงปรี่เข้ามา จะจับ เหมี่ยนเอ๋อ แต่แค่มาถึงตรงหน้า ก็ถูกพลังเทพเซียนกดดันให้คุกเข่าลงไปกับพื้น
ทรุดตัวลงไปทันทีทั้งสิบคน เสี่ยวเทียนใช้มือสะบัด ร่างขององครักษ์ทั้งสิบคนร่างลอยละลิ่ว ปลิวออกจากตัวจวนเจ้าเมืองไป
เสี่ยวเทียนเดินเข้าหาแล้วยกมือ ปล่อยพลังเทพเซียน เข้ากระแทกร่างขององค์ชายรัชทายาท ทัวปาอี้ แต่ว่าไม่ทันที่จะโดน ก็มี พลังเซียนสวรรค์มายับยั้งเอาไว้
เป็นเจ้าเมืองโต้วเจี้ยนนี่เอง แล้วด้านหน้าขององค์ชาย ก็ปรากฏชายชราใส่ชุดสีขาว สองคน มายืนขวางเอาไว้เช่นกัน
เสี่ยวเทียนสัมผัสได้เลย ว่า สามคนนี้ มีพลัง เซียนสวรรค์ทั้งสามคน
“ คุณชายเฉิน นี่คือเรื่องภายในครอบครัวของเรา ท่านอย่ามายุ่งเกี่ยวจะดีกว่า”
เจ้าเมืองพูดจบก็ปล่อยฝ่ามือระดับเซียนสวรรค์ออกมา
เสี่ยวเทียนปล่อยฝ่ามือยูไลออกมาต้านเอาไว้ โครม !! ทั้งสองถอยหลังไปคนละสิบก้าว
“ ฮึ่ม แน่ใจกันใช่ไหมที่จะงัดกับข้า” เสี่ยวเทียนเรียก เทพอินทรีทองคำ กับ ปราสาทเทพเซียนออกมา แล้ว งูน้อยตงตง ก็ออกมาอีกตัวหนึ่ง
“ เฮอะ ของเล่นเด็กแค่นี้น่ะหรือ จะมาหยุดข้าได้ สองเฒ่ากระบี่โลกันต์ ฆ่ามันซะ”
ชายชราทั้งสองคน โยนกล่องสี่เหลี่ยมออกไปคนละกล่อง มีสัตว์วิญญาณออกมาสองตัว เป็นหมาป่าสีขาวทั้งสองตัว พุ่งเข้าใส่เทพอินทรี เป็นการสองรุมหนึ่ง แล้วโยน ลูกกลมสีทองเข้าใส่ปราสาทสีทอง อย่างรวดเร็ว ตูม ! ตูม !
แล้วทั้งสองก็ชักกระบี่สีดำ พุ่งหายวับ มาข้างซ้ายและขวาเสี่ยวเทียนทั้งสองคน
“ กระบี่เพลิงโลกันต์มรณะ”
กระบี่สีดำของทั้งสองคนพุ่งเข้าใส่ร่างของเสี่ยวเที่ยนอย่างรวดเร็วทั้งสองฝั่ง โดยมีมีเงาเพลิงสีดำล้อมรอบ ตัวกระบี่ทั้งสองเอาไว้
“ กระบี่คลื่นอัสนีพิโรธล้างสวรรค์”
สำนึกกระบี่ชุดนี้กำเนิดจากพลังเทพเจ้ากับพลังเซียนบรรพกาล ดังนั้นพลังกระบี่จึงไม่เหมือนกระบี่คลื่นอัสนีที่ผ่านมา ทำให้มีพลานุภาพที่สามารถทำลายล้างได้ทุกขั้นเซียน !
กระบี่คลื่นอัสนีได้พุ่งออกไปทั่วทุกทิศทุกทาง แต่เป้าหมายหลักคือ กระบี่เพลิงสีดำ ที่พุ่งเข้ามา คลื่นกระบี่เป็นจำนวนมากแยกออกเป็นสองสาย พุ่งเข้าปะทะ ทั้งสองทิศทาง ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ !!!!! กระบี่เพลิงสีดำเกิด ระเบิดเป็นชิ้นๆ แล้ว ตัวกระเงากระบี่คลื่นอัสนีพิโรธล้างสวรรค์ ก็พุ่งเข้าหา เฒ่าโลกันต์ทั้งสองคน จนร่างพรุน เลือดไหลพุ่งกระฉูด กระจายไปทั่วบริเวณ
ทั้งสองระเบิดร่างตนเองทิ้งทันที แล้วหายไปในมิติลับส่วนตัว หัวใจอมตะของทั้งสองคนที่ถูกซ่อนเอาไว้ ก็ลอยขึ้นมา เพื่อเข้าร่างที่ได้เตรียมเอาไว้ หากร่างที่ใช้ดับสูญลง
“ แกไม่มีทางสังหารข้าได้หรอกเว้ย พวกข้ามีหัวใจอมตะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ” ทั้งสองคนหัวเราะออกมา พร้อมกัน
แต่ไม่ทันจะได้เข้าร่าง ก็มีกรงเล็บปีศาจมาจากไหนไม่รู้ มาคว้า หัวใจอมตะของทั้งสองเอาไว้ แล้วก็บีบทำลายจนแตก ทำให้ทั้งสองคนไม่อาจฟื้นคืนชีพได้อีก
อ๊ากกกกกกก !!!!!!!
กรงเล็บปีศาจนั้น เป็นของอาจารย์ลู่เอิน ที่ส่งมือมารอสูร เข้าไปจัดการกับพวกมัน
เสี่ยวเทียนมองไปที่ปราสาทเทพเซียนกับ เทพอินทรี ที่จัดการหมาป่าเวทย์จนร่างสลายหายไปสิ้น จึงเดินเข้ามาหา องค์รัชทายาทกับ กับ เจ้าเมืองโต้วเจี้ยนอย่างช้า ๆ
“ เป็นไง.. หากข้าจะพาสองพี่น้องไป ใครมีปัญหาสิ่งใดอีก !”
เจ้าเมืองโต้วเจี้ยน กับลูกชายอีกสามคน รวมทั้ง โต้วเต๋อคุน มองเสี่ยวเทียนเหมือนเห็นตัวประหลาด
“ รัชทายาททัวปาอี้ เจ้าคิดว่าชีวิตของเจ้ามีค่าเท่าไร?”
คงต้องให้บทเรียนราคาแพง กับรัชทายาททัวปาอี้ เสียหน่อยแล้ว ....