เซียวหยวนหมิงกอดซูเจียวเจียวไว้รอยยิ้มบนใบหน้าเบ่งบานราวกับดอกไม้ “ไม่โง่หรอกทุกสิ่งที่ทำเพื่อคุณ ล้วนคุ้มค่าทั้งนั้น”
แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตเขาก็ยอมมอบให้ เธอคือชีวิตของเขา!
ซูเจียวเจียวมองใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มซื่อๆของชายหนุ่ม ก็รู้สึกทั้งซาบซึ้งและสงสารจับใจ
“มานี่สิ เดี๋ยวผมทายาให้ ไม่เกินสองวัน รอยแผลเป็นก็น่าจะหายแล้ว” เซียวหยวนหมิงดึงซูเจียวเจียวให้กลับมานั่งบนเก้าอี้
เขาป้ายยาเล็กน้อยด้วยปลายนิ้วแล้วทาลงบนรอยแผลเป็นที่ข้อมือของซูเจียวเจียวอย่างสม่ำเสมอ
“พรุ่งนี้ที่ตัวอำเภอมีตลาดนัด ไปเดินเล่นกันไหม?” เซียวหยวนหมิงเสนอขณะทายาให้เธออย่างอ่อนโยน
“คุณไม่พักผ่อนที่บ้านสักวันหรือ?”
“แค่ไม่ได้ทำงานก็คือพักผ่อนแล้ว อีกอย่างไปเดินตลาดก็เป็นการผ่อนคลายด้วยจะได้ดูว่ามีอะไรที่จำเป็นต้องซื้อไหม”
ซูเจียวเจียวครุ่นคิดแล้วพยักหน้า“ก็ได้ค่ะ พอดีเลย พวกเราไม่ได้ไปเดินตลาดนัดนานแล้ว”
หลังจากทายาเสร็จไม่นานยาก็แห้ง
เซียวหยวนหมิงปิดฝาแล้วเก็บขวดยา“ทาวันละสองถึงสามครั้งก็พอแล้ว”
“ค่ะ”
จากนั้นทั้งสองก็นั่งอ่านหนังสือด้วยกัน
ครั้งนี้เซียวหยวนหมิงไม่ได้อ่านตำราแพทย์แล้วแต่หยิบตำราคณิตศาสตร์ขึ้นมาอ่านแทน
ครู่หนึ่งซูเจียวเจียวก็สังเกตเห็นว่าเซียวหยวนหมิงนวดไหล่และคอของตัวเองอย่างเผลอไผลขณะอ่านหนังสือเธอจึงลุกขึ้นเดินย่องไปข้างหลังเขา แล้ววางมือทั้งสองข้างลงบนบ่าของเขา
เซียวหยวนหมิงรู้สึกได้ถึงมือเล็กๆที่อ่อนนุ่มยื่นมาวางบนบ่า แล้วเริ่มนวดคลึง
เมื่อเซียวหยวนหมิงหันกลับไปมองก็เห็นรอยยิ้มที่สดใสเปล่งประกายของซูเจียวเจียว
“คุณนั่งนิ่งๆ นะคะ เดี๋ยวฉันจะช่วยนวดให้ รับรองว่าคุณจะสบายตัวสุดๆเลยล่ะ”
ในชาติที่แล้วตอนที่เธอเร่งทำงานออกแบบ เธอมักจะนั่งติดโต๊ะทั้งวัน พอเลิกงานไหล่กับแขนก็จะปวดเมื่อยมากจนต้องไปทำสปาเพื่อผ่อนคลายไหล่และคอ
พอทำบ่อยๆก็เลยรู้ว่าควรนวดอย่างไร
เซียวหยวนหมิงรู้สึกถึงแรงที่ส่งมาจากไหล่ก็ประหลาดใจเล็กน้อยไม่คิดว่าเรียวนิ้วของเจียวเจียวที่อ่อนนุ่มราวไร้กระดูกจะลงแรงนวดได้สบายเหลือเชื่อ แถมยังควบคุมแรงได้พอดี ไม่เบาและไม่หนักจนเกินไป!
หลังจากนวดไปได้สักพักเซียวหยวนหมิงก็จับมือเธอไว้ “พอแล้ว พอแล้วผมสบายขึ้นเยอะแล้ว”
เขาจะทนเห็นเจียวเจียวต้องเหนื่อยได้อย่างไรกัน
แต่ซูเจียวเจียวกลับดึงมือเขาแล้วพาเขาไปที่เตียง“ฉันยังมีวิธีอื่นอีกนะ คุณอยากลองไหม?”
สุดท้ายเซียวหยวนหมิงก็ขัดซูเจียวเจียวไม่ได้จึงต้องนอนคว่ำลงบนเตียงตามที่เธอบอก แล้วซูเจียวเจียวก็เริ่มนวดกดจุดให้เขาต่อ
ไม่นานนักเสียงกรนเบาๆ ก็ดังขึ้นบนเตียง ซูเจียวเจียวมองดูแล้ว ก็เห็นว่าเขาหลับไปแล้ว
ซูเจียวเจียวรู้สึกทั้งหงุดหงิดและขบขันพ่อคนซื่อคนนี้ เหนื่อยแทบตายอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์อดทนไม่พักผ่อน
คิดเช่นนั้นซูเจียวเจียวก็ผ่อนแรงนวดลง เพื่อไม่ให้เขาตื่น
เช้าวันรุ่งขึ้นเซียวหยวนหมิงตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นสบายตัวไปทั้งร่าง
เขานึกถึงเรื่องที่เจียวเจียวช่วยนวดให้เมื่อคืนก็รู้สึกเสียดายอย่างสุดซึ้งที่เผลอหลับไปตอนเธอนวด!
เซียวหยวนหมิงมองซูเจียวเจียวที่อยู่ในอ้อมกอดเธอยังคงหลับใหล ขนตาที่งอนงามทอดตัวลงบนเปลือกตาคล้ายปีกแมลงปอริมฝีปากสีชมพูระเรื่อชวนฝันราวลูกพีชชุ่มฉ่ำ ผมสีดำขลับสยายอยู่บนแขนของเขา
เซียวหยวนหมิงไม่กล้าขยับตัวกลัวว่าจะปลุกคนในอ้อมกอด ไม่รู้ว่าเมื่อคืนเจียวเจียวช่วยนวดให้เขานานแค่ไหนเธอคงเหนื่อยมากแน่ๆ
ซูเจียวเจียวตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงียก็เห็นเซียวหยวนหมิงจ้องมองเธอด้วยแววตาเปี่ยมรัก เธอจึงยิ้มบางๆ“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณสามี”
คุณสามี?
เซียวหยวนหมิงได้ยินคำนี้เป็นครั้งแรกรู้สึกว่าแปลกใหม่และไพเราะน่าฟัง
ทำให้หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความสุข
“อรุณสวัสดิ์ครับ…”
เซียวหยวนหมิงพยายามระงับความตื่นเต้นในใจแล้วตอบกลับด้วยรอยยิ้ม จากนั้นเขาก็ชะงักไป จะเรียกเจียวเจียวว่าอะไรดีนะเรียกว่า‘เจียวเจียว’ ก็ดูเหมือนจะไม่สนิทสนมพอเรียกว่า ‘ภรรยา’ ก็ดูธรรมดาเกินไป
ซูเจียวเจียวเห็นท่าทางที่ดูสับสนของเขาจึงหัวเราะ “คุณจะเรียกฉันว่าภรรยาหรือที่รักก็ได้นะ หรือจะเรียกฉันว่าภรรยาที่รักของคุณก็ได้”
เซียวหยวนหมิงโน้มตัวลงไปใกล้หูเธอแล้วกระซิบเบาๆ “ภรรยา... ภรรยาที่รักของผม”
เขาจงใจลดเสียงลงเสียงทุ้มต่ำของเขามีเสน่ห์น่าหลงใหล ทำให้หัวใจของซูเจียวเจียวเต้นระรัว
ช่างยั่วยวนเสียจริง!
เพราะวันนี้ไม่ต้องไปทำงานทั้งสองคนจึงนอนเล่นบนเตียงพักใหญ่ยังไม่ยอมลุก
จนกระทั่งหลิวหยวนหยวนมาเคาะประตู
“น้าชาย น้าสะใภ้ ช่างขี้เกียจอะไรอย่างนี้แดดจะส่องก้นแล้วยังไม่ยอมลุกจากที่นอนกันอีก”
เซียวหยวนหมิงกับซูเจียวเจียวมองหน้ากันแล้วยิ้มจากนั้นก็ลุกขึ้นแต่งตัว
เพราะวันนี้ต้องไปเดินตลาดซูเจียวเจียวจึงหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ออกมาสองชุด ให้ตัวเองกับอาหมิงคนละชุด
ของเซียวหยวนหมิงเป็นชุดลำลองเสื้อแขนสั้นสีขาวปักลวดลายตัวอักษรเรียบง่ายดูสะอาดตาส่วนกางเกงเป็นกางเกงลำลองสีดำ ซึ่งซูเจียวเจียวตัดให้เขาเอง
ชุดลำลองชุดนี้ทำให้เซียวหยวนหมิงดูหล่อเหลามีชีวิตชีวาและทันสมัยราวกับนายแบบ
ส่วนซูเจียวเจียวเองก็สวมเสื้อแขนสั้นสีขาวเช่นกันซึ่งเป็นแบบเดียวกันกับของเซียวหยวนหมิง ส่วนกระโปรงเป็นกระโปรงยาวครึ่งน่องสีดำเนื้อผ้าก็เป็นแบบเดียวกันกับกางเกงของเซียวหยวนหมิง
นี่คือชุดคู่รักที่เธอออกแบบเอง
ทำเสร็จตั้งแต่เดือนที่แล้วแต่ทั้งสองคนยังไม่มีโอกาสได้ใส่เลย
วันนี้ถือว่าเป็นโอกาสดีเลยทีเดียว
ทั้งสองคนเดินออกมาจากห้องหลังจากแต่งตัวเสร็จหลิวหยวนหยวนตาเป็นประกายทันที แล้วปรบมือเล็กๆ ของเธอ“ว้าว! น้าชายหล่อจังเลย! ดูกล้าหาญและสง่างามสุดๆ!น้าสะใภ้ก็สวยเหมือนนางฟ้าบนสวรรค์เลยค่ะ!”
ซูเจียวเจียวชมเชย“เยี่ยมเลย! หยวนหยวนของน้าสะใภ้ใช้สำนวนเป็นแล้วนะ”
“ก็เพราะน้าสะใภ้สอนมาดีไงคะ”
เด็กน้อยช่างประจบประแจงเก่งขึ้นทุกวันแล้ว
เซียวหยวนหมิงยิ้มแล้วบีบแก้มเล็กๆของหลิวหยวนหยวนเบาๆ “หนูน้อยช่างประจบ”
หลิวหยวนหยวนตาโตทำแก้มป่องอย่างไม่พอใจ “หนูไม่ใช่คนช่างประจบนะคะ!หนูพูดความจริง! น้าชายจะบอกว่าน้าสะใภ้ไม่สวยหรือไงคะ?”
เซียวหยวนหมิงถูกโยนเผือกร้อนใส่กะทันหันฮึ่ม! เด็กคนนี้รู้จักโยนเผือกร้อนแล้วนะ!
เซียวหยวนหมิงหัวเราะ“ใช่ๆ หยวนหยวนพูดถูก หยวนหยวนไม่ใช่คนช่างประจบแต่น้าชายต่างหากที่เป็นอย่างนั้น”
หลิวหยวนหยวนยิ้มอย่างมีความสุข
ซูเจียวเจียวชวน“พี่หยวนซินคะ ฉันกับอาหมิงจะไปเดินตลาดที่ตัวอำเภอพวกเราไปด้วยกันไหมคะ?”
เซียวหยวนซินตอบ“ฉันกับหยวนหยวนคงไม่ไปหรอกฉันตั้งใจว่าจะพาหยวนหยวนกลับไปที่กองผลิตตระกูลหลิวสักหน่อยจะกลับไปหาเฉิงเหว่ยน่ะ”
อีกเหตุผลหนึ่งคือเธอไม่อยากเป็นก้างขวางคอระหว่างอาหมิงกับเจียวเจียว
นานๆทีอาหมิงถึงจะได้หยุดพักสักวัน ปล่อยให้ทั้งสองคนไปเที่ยวกันตามลำพังจะดีกว่า
ถ้าเธอไปกับหยวนหยวนด้วยก็เหมือนเป็นก้างขวางคอชิ้นใหญ่นั่นเอง
หลิวหยวนหยวนเป็นเด็กดีมากพอได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ร้องไห้ ไม่โวยวาย ไม่งอแงอยากจะไปด้วย
เด็กน้อยพูดพร้อมรอยยิ้ม“หนูจะกลับไปหาคุณพ่อ น้าสะใภ้กับน้าชายไปเที่ยวกันให้สนุกนะคะ!แล้วค่อยมาเล่าให้หยวนหยวนฟังด้วยว่าตลาดนัดสนุกแค่ไหน”