หลังอาหารเช้ามื้อแรกหลังจากข้ามมิติมา เฟิ่งเทียนจึงสำรวจบ้านหลังน้อย เริ่มจากห้องครัวที่เครื่องปรุงแทบจะไม่มี มีเกลือเพียงเล็กน้อย เพราะถือเป็สินค้าควบคุมของราชสำนักจึงมีราคาแพง เฟิ่งเทียนคนเก่าจึงแทบไม่ได้ใช้เกลือที่เหลือหลังจากที่บิดาได้จากไป ฟืนในห้องครัวเริ่มน้อยลง จึงจำเป็ต้องไปหากิ่งไม้มาทำฟืน ด้วยความที่ร่างเล็ก เฟิ่งเทียนจึงได้ฟืนมาวันละน้อย จากชายขอบป่าหลังบ้าน โชคดีที่ชาวบ้านไม่เดินผ่านทางบ้านของพวกเขา เนื่องจากยังกลัวเื่เล่าที่บ้านหลังนี้มีคนฆ่าตัวตาย จึงทำให้เฟิ่งเทียนไม่มีคู่แข่งในการเก็บฟืน แต่กิ่งไม้แห้งก็หายาก และอยู่ในที่สูง ลำพังเด็กอายุ12หนาวคนเดียว ก็ลำบากในการหาอยู่เหมือนกัน
เมื่อเดินออกมาหน้าบ้าน ก็พบกับน้องชายทั้งสองกำลังช่วยกันดึงต้นหญ้าที่ขึ้นแซมแปลงผักเล็กๆที่ แคระแกร็น ใบเหลือง แทบจะยืนต้นตาย ซึ่งหน้าที่ดูแลแปลงผักนี้เป็ของสองแฝดที่หัวหน้าหมู่บ้านใจดี แบ่งปันเมล็ดพันธุ์ให้พวกเขานำมาปลูก อุปกรณ์การเกษตรมีจอบเสียมอันเล็กไว้สำหรับใช้งาน
เมื่อเฟิ่งเทียนเดินสำรวจด้านหลังบ้าน ก็พบกับลำธารสายน้อย ไหลผ่านที่บ้านหลังนี้มีใช้งาน ถือว่าเป็ข้อดีที่เด็กๆมีน้ำใช้ ไม่ลำบากต้องเดินไปหาบไกลๆ เมื่อเฟิ่งเทียนเดินสำรวจริมลำธารไปเรื่อยๆก็พบกับความอุดมสมบูรณ์ แม่น้ำใสแจ๋ว มีผักบุ้งลอยแพอยู่ริมฝั่ง ซึ่งชาวบ้านและเฟิ่งเทียนคนเก่าไม่รู้ว่ากินได้ ดังนั้นผักบุ้งยอดอวบจึงชูช่อ ล่อใจให้เฟิ่งเทียนคนใหม่เดินเข้าไปหา
“นี่มันผักบุ้งนี่นา…ต้มกับบะหมี่อร่อยเหาะ อย่างนี้ต้องรีบเก็บ” เฟิ่งเทียนเดินกลับบ้านนำตระกร้าสานใบเก่าออกมา เด็กแฝดเห็นพี่ชายเหมือนกับจะไปเก็บอะไร ก็รีบเดินตามทันที
“พี่ใหญ่ จะไปเก็บอะไรหรือขอรับ” เฟิ่งจินถามด้วยความอยากรู้
“พี่ใหญ่จะเก็บผักบุ้งยอดอวบไปทำอาหารตอนเที่ยง เด็กๆมาช่วยพี่ใหญ่เก็บดีกว่า” เมื่อเด็กๆเห็นพี่ใหญ่เก็บหญ้าน้ำก็เกิดความสงสัย เพราะทุกทีก็ไม่มีใครนำมากินกัน
“พี่ใหญ่เก็บหญ้าน้ำมาทำไมหรือขอรับ มันกินไม่ได้นี่ขอรับ” เฟิ่งหลงถามด้วยความสงสัย
“ใครว่ากินไม่ได้ คงซินช่ายหรือผักบุ้ง อร่อยและมีประโยชน์ต่อร่างกายเรานะ”
“แต่ว่า พี่ใหญ่ก็ไม่เคยเก็บมาทำอาหารนี่ขอรับ พี่ใหญ่เคยบอกว่ายางมันมีพิษนิขอรับ” เฟิ่งจินยังคงสงสัย
“เอ่อ…คือว่า เมื่อคืนพี่ฝันว่าท่านเทพมาบอกว่าอะไรกินได้บ้าน ในป่าแห่งนี้ พี่คิดว่าท่านเทพคงสงสารเราพี่น้อง จึงเข้ามาบอกในฝันรวมทั้งบอกวิธีกิน ท่านเทพยังบอกว่า หากน้องๆเป็เด็กดีเชื่อฟังพี่ใหญ่จะมีอาหารแสนอร่อยให้ทานมากมาย พี่ใหญ่ก็เลยลองดูว่าจะเป็จริงเหมือนในฝันหรือเปล่านะ" เฟิ่งเทียน จากศตวรรษที่ 21 ปาดเหงื่อทิพย์หลอกน้องทั้งสองให้เชื่อคำตน
“ท่านเทพหรือขอรับ” ทั้งเฟิ่งหลง และเฟิ่งจิน ได้ยินต่างตื่นเต้นยินดี เชื่อคำที่พี่ใหญ่ได้บอกไว้
“ใช่สิ งั้นเรามาช่วยกันเก็บคงซินช่ายแสนอร่อยกันดีกว่า เด็กๆระวังตกน้ำหล่ะ” ถึงจะเป็น้ำตื้นระดับหัวเข่า แต่ด้วยสภาพอากาศเริ่มเย็น หากตกน้ำอาจป่วยหนักได้ ยิ่งที่บ้านมีเงินเหลือเพียง 30 อีแปะ แต่เฟิ่งเทียนต้องเก็บไว้ไม่อยากนำมาใช้ เผื่อมีเหตุฉุกเฉิน โชคดีที่ได้รางวัลเป็อาหารจากระบบ ยังพอหายห่วงได้ชั่วคราว ไม่รู้ว่าครั้งต่อไปจะได้อีกหรือไม่ ดังนั้นคงต้องหาอาหารเพิ่ม ก่อนฤดูหนาวในเดือนหน้า สามคนพี่น้องเก็บยอดผักบุ้งอย่างสนุกสนานได้เต็มตะกร้าใบน้อย เฟิ่งเทียนจึงพาน้องๆเดินเข้าบ้าน และนำผักบุ้งแช่น้ำไว้ในโอ่งเล็กเพื่อรอทำอาหาร
“เฟิ่งหลง เฟิ่งจิน เดี๋ยวพี่ใหญ่จะไปเก็บฟืน พวกน้องๆอยากไปกับพี่ใหญ่หรือไม่”
“ไปด้วยได้หรือขอรับ เย้ๆๆ ข้าไปขอรับ ข้าไปขอรับ” สองแฝดดีใจที่พี่ใหญ่ชวนไปเก็บฟืน เพราะทุกครั้งพี่ใหญ่จะห้ามไม่ให้ทั้งสองออกนอกบริเวณบ้าน เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับน้องๆ
“ครั้งแรกที่พี่ใหญ่จะพาพวกเ้าไป ดังนั้นพวกเ้าต้องเชื่อฟังพี่ใหญ่ ห้ามวิ่งไปไหนไกลๆ ถ้าไม่เชื่อฟังพี่ใหญ่จะไม่พาไปอีก และไม่ทำของอร่อยให้กินตอนเที่ยงนี้ด้วย” เฟิ่งเทียนกำชับสองแฝด
“ขอรับพี่ใหญ่ พวกข้าจะเชื่อฟังพี่ใหญ่ แล้วช่วยเก็บฟืนมาเยอะๆขอรับ”
จากนั้นสามพี่น้องก็ช่วยกันเตรียมตะกร้าสะพายหลัง และถุงผ้าใบเล็กไว้สำหรับใส่ของเพื่อไปเก็บฟืน…