ตอนที่ 6
“ก็อยู่ที่นี่แล้วอิงมีความสุขแล้วก็สบายดีด้วย แต่ถ้าเกิดอิงรู้สึกว่าอยู่ที่นี่แล้วลำบากเมื่อไหร่ อิงก็ออกค่ะ” อ้าว!!!!...ตอบแบบนี้ก็สวยสิครับ ผมนี่ลืมคำถาม ที่จะถามคำถามต่อจากนี้เลยไปไม่เป็เลยครับ ทำไมเธอตอบตรงได้ขนาดนี้หรือเธอจะโกรธที่ผมไม่พอใจพนักงานพวกนั้น แต่มันคนละเื่กันหรือเปล่า
“เดี๋ยวนะคุณกำลังโกรธอะไรผมอยู่หรือเปล่า” ตอนแรกผมนั่งอยู่ที่เก้าอี้แต่พอได้ยินคำตอบเมื่อสักครู่นี้ของเธอผมนี่ลุกขึ้นยืนเลยครับแล้วเอามือท้าวโต๊ะไว้ทั้งสองข้าง
“อิงแค่คิดในใจค่ะแต่มันดังไปหน่อย ขอโทษทีนะคะ ขอตอบใหม่ได้ไหม” คิดดังอย่างนั้นเหรอยัย...ผมนี่ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาให้เธอเลย ตอนเด็กๆ ดูใสๆ น่ารักไม่คิดเลยว่าโตมาจะกล้าต่อปากต่อคำขนาดนี้ ฝากไว้ก่อนแล้วกัน
“ไม่ต้อง! ผมหิวข้าวแล้ว คุณต้องไปทานอาหารกลางวันกับผม เชิญครับ” ผมรู้สึกสนุกกับยัยเลขาคนนี้ของผมแล้วน่ะสิดูเธอไม่กลัวผมเลย เื่กุหลาบก็อีกเื่ ผมจะแกล้งให้เธอหัวปั่นเลยคอยดู...
“อิงมีเพื่อนทานด้วยแล้วค่ะเชิญคุณภัทรตามสบายเลยนะคะ” เธอแยกประโยคคำสั่งกับประโยคบอกเล่าไม่ออกหรือไงนะแต่ผมว่าเธอจงใจ แล้วเหมือนเธอกำลังด่าผมอยู่ในใจด้วย
“ผมไม่มีเพื่อนทานจากเมืองไทยไปเรียนต่อเมืองนอกตั้งหกปีเต็มยังไม่รู้เลยว่าที่นี่ตรงไหนมีร้านข้าวบ้างเนี่ย ใครๆ ก็บอกว่าผู้หญิงไทยใจดีแต่ผมว่า...” ที่จริงผมจะทานที่ไหนก็ได้ แค่ให้คนขับรถพาไปแต่ผมอยากจะแกล้งยัยนี่ โทษฐานทำหน้าทำตาใส่ผม คิดว่าผมไม่เห็นเหรอ ผมมีตานะครับตาไม่ได้บอดเสียหน่อย
“ไปก็ไปค่ะ เชิญ” โถ่! นึกว่าจะแน่ ผมก็เลยเดินนำหน้าเธอไป ส่วนเธอก็เดินตามหลังผมมาติดๆผมไม่รู้หรอกนะว่าตอนนี้เธอมีสีหน้าเป็ยังไง เพราะผมไม่ได้มอง ก็ช่างเธอสิ
คนขับรถของผมขับรถมาจอด ผมเป็สุภาพบุรุษพอจึงให้เธอขึ้นไปนั่งก่อนแล้วผมก็เดินตามเธอขึ้นไปนั่ง พร้อมกับประตูรถตู้คันหรูของผมได้ปิดลงเองอย่างอัตโนมัติ
“ร้านไหน” ผมถามเธอ ก็ผมไม่รู้จักร้านอาหารของที่นี่เลยจริงๆผมจำได้ว่าตลอดหกปีที่ผมไปเรียนต่อที่ต่างประเทศผมกลับมาเมืองไทยแค่สองครั้งเองแล้วตอนนี้ที่นี่ก็เจริญจนผมจำอะไรแทบไม่ได้เลย ไม่น่าเชื่อภายในหกปีที่ผ่านมาอะไรๆมันเปลี่ยนไปมากขนาดนี้
“แถวนี้มีอาหารรสชาติดีอยู่ร้านนึงไปร้านนั้นก็แล้วกันนะคะ”เธอเสนอ
“ไปร้านที่เธอบอก” ผมสั่งคนขับรถให้ไปร้านอาหารที่เธอว่าแล้วคนขับรถของผมก็พามาถึงร้านอาหาร เมื่อรถจอดสนิทผมกับเลขาของผมก็เดินเข้าไปด้านในร้าน ภายในร้านก็เรียบๆ ไม่ได้พิเศษอะไร แต่มองๆแล้วดูสะอาดตาดี อาจจะเป็เพราะผนังสีขาวกับความโปร่งของสถานที่ ที่ร้านนี้จัดมั้งดูสบายๆ ไม่แออัดดี
“มากี่ท่านคะ” เออบริการดีเหมือนกันแฮะ...ผมคิดในใจนึกว่าจะให้ยืนอยู่อย่างนี้ซะแล้ว เพราะตอนนี้โต๊ะค่อนข้างเต็ม คนเยอะพอสมควร สงสัยร้านนี้จะอร่อยจริงๆอย่างที่เธอบอก
“สองคนค่ะ” เธอตอบ
“เชิญด้านนี้เลยค่ะ” เมื่อพนักงานของร้านเดินนำผมกับเลขาของผมไปที่โต๊ะมุมหนึ่งของร้าน
“คุณเลือกอาหารให้ผมด้วยสิอะไรอร่อย” ผมก็แค่ี้เีเลือกเองมีเลขาก็ควรใช้เลขาสิจริงไหมผมยื่นเมนูอาหารส่งให้เธอ
“อร่อยทุกอย่างเลยค่ะคุณเลือกเองเถอะนะคะ เดี๋ยวจะไม่ถูกใจ” เลือกให้หน่อยก็ไม่ได้ เธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนุ่มฟังดูแล้วลื่นหูแต่ทำไมผมกำลังรู้สึกว่าสายตาของเธอที่กำลังคุยกับผมอยู่นั้น เหมือนกำลังด่าผมอยู่ในใจ หรือผมจะคิดมากไปเอง...
“ถ้างั้นผมเอาจานนี้จานนี้ แล้วก็จานนี้ครับ ผมก็จิ้มๆ ไปในเมนูที่มีรูปภาพประกอบนั่นแหละก็เธอบอกว่าอร่อยทุกอย่างผมเชื่อเธอก็ได้
“ของฉันเอาสเต็กหมูนุ่มพริกไทยดำค่ะ” เธอหันไปสั่งเมนูกับเด็กเสิร์ฟแล้วจากนั้นเราก็รออาหารมาเสิร์ฟ รอเพียงไม่นาน อาหารที่สั่งก็มาเสิร์ฟพร้อมกับน้ำผลไม้ปั่นที่เธอเป็คนสั่งและน้ำเปล่าด้วยเธอสั่งจานเดียวที่เหลือของผมสามจาน นี่ผมจะสั่งมาทำไมเยอะวะเนี่ยผมก็เลยเลื่อนจากผัดอะไรสักอย่างให้เธอไป เพราะผมไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไรเพราะตอนที่สั่งผมไม่ได้มอง
“เลื่อนมาให้อิงทำไมคะ”
“ช่วยทานหน่อยหน้าตาดีเชียวนะ” ผมหมายถึงอาหารเธอก็ไม่ได้พูดอะไรผมก็คิดว่าเธอจะทาน ในขณะที่ผมทานหมดไปสองจานแล้วอิ่มเป็บ้าเลยท้องจะแตก
“น้องคะช่วยเอาอาหารจานนี้ใส่กล่องให้พี่หน่อยค่ะ” อ้าว! ผมนึกว่าเธอจะทาน แต่ถ้าจะให้ผมทานอีกจานก็คงทานไม่เข้าแล้วพนักงานเสิร์ฟจัดการกับอาหารจานนั้นตามที่เธอบอกพร้อมกับคิดเงินค่าอาหารแล้วเราก็พากันเดินออกจากร้านแล้วขึ้นรถกลับบริษัท แต่…
“พี่คะคุณภัทรซื้อมาฝากพี่คะ” เธอยื่นกล่องอาหารกล่องนั้นให้คนขับรถของผม แถมเอ่ยชื่อผมอีกต่างหากทีแรกผมคิดว่าเธอจะเอากลับไปทานเองซะอีก
“ขอบคุณมากครับ” แล้วคนขับรถของผมก็รับไปแล้วรถก็เคลื่อนตัวออกจากหน้าร้านอาหาร ไปจอดสนิทที่หน้าบริษัท
ระหว่างทางที่กำลังเดินเข้าบริษัทผมเดินคู่กับเธอมา ผมก็แค่อยากชวนเธอคุยบ้างอะไรบ้างชอบน้ำเสียงของเธอที่คุยกับผม สีหน้าเรียบเฉย มียิ้มบ้าง แต่สายตาของเธอนี่สิ เหมือนมันจะขัดแย้งกับน้ำเสียงและสีหน้าของเธอแปลกๆ
“ทำไมถึงเอาอาหารจานนั้นให้คนขับรถของผมล่ะ” ผมก็แค่ถามคำถามโง่ๆแค่อยากชวนเธอคุยอย่างที่บอก
“หรือคุณภัทรจะเก็บไว้ทานเองล่ะคะ” เสียงไพเราะเสนาะหูมากแต่สายตาของเธอ...ผมว่าครั้งนี้ผมไม่ได้คิดไปเองแล้ว
“ไม่เอาผมอิ่ม ใครจะกินเข้าไปอีกได้คุณก็เห็นว่าผมกินไปแล้วตั้งสองจาน”
“จานนั้นสองพัน” เธอพูดเสียงเรียบแววตาสะใจอย่างเห็นได้ชัด
“ห๊ะ! สองพัน” ผมนี่รีบหยิบใบเสร็จของที่ร้านขึ้นมาดูเลย เพราะผมใช้บัตรเคดิตจ่ายแล้วอาหารที่ผมสั่งผมก็ไม่ได้ดูด้วย ก็อย่างที่เห็นจิ้มๆ เอา สองพันจริงๆ ด้วยในรายการมีสองพัน พันแปด พันห้า ส่วนค่าน้ำก็ร้อยต้นๆร่วมอาหารมื้อนี้หนักพอสมควร
“…...” ผมมองหน้าเธอแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเธอก็เลยเดินนำผมไป ประจำที่ของตัวเองใน่บ่าย ผมก็เดินเข้าห้องของผมไปโดนยัยเลขาหัวเราะเยาะจนได้ ผมจะต้องเอาคืนเธอให้ได้...