"ข้าจะไม่เดือดร้อนเลยถ้าห้องที่เราอยู่ด้วยกันนี่จะไม่ใช่ห้องเบอร์ 9 ของตึกนักศึกษาชายปีสอง เขาว่ากันว่าห้องนี้มีอาถรรพณ์ เกือบทุกปีจะมีนักศึกษาชายตายที่ห้องนี้ และทุกคนที่ตายดันเป็ผู้ชายที่ไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิงมาก่อนนี่สิ แต่ทางมหาวิทยาลัยปิดข่าวไว้ ข้ารู้มาแค่นี้แหละ" อานนท์ เพื่อนจอมสอดรู้สอดเห็นประจำกลุ่มเดินอ้อมเพื่อนอีกสองคนเป็วงกลมอยู่หลายรอบ ทำเอาต่างขนลุกซู่กันถ้วนหน้า
"แล้วไอ้ตำนานที่เล่ามามันรู้ได้ไงวะ ว่าคนที่ตายมันเคยหรือไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิงมาก่อนหรือเปล่า ข้าว่าตำนานหอกหักของแกนั่นมันงมงายไร้สาระเสียมากกว่า" วฤทธิ์เอ่ยพลางผลักหน้าผากของคนเล่าให้ออกห่างจากใบหน้าของเขา หลังจากที่มันเอาหน้าเข้ามาประชิดจนแทบจะจูบปากเขาอยู่แล้ว
"ข้าไม่รู้โว้ย ก็ได้ยินมาแค่นี้ แต่ถ้าอยากรู้มากกว่านี้ เดี๋ยวคืนนี้เราไปหาข้อมูลกันป่าว" อานนท์เชื้อเชิญ “เพราะอย่างน้อยเราก็อยู่ห้องเบอร์ 9 กันแล้ว หาทางหนีทีไล่ไว้ก็ไม่เสียหาย ไม่แน่นะ...ตำนานลึกลับนั่นอาจเป็เื่จริงก็ได้ใครจะรู้"
คามินเลิกคิ้วสงสัย ก่อนจะเอื้อมมือทั้งสองข้างไปกดไหล่ของวฤทธิ์และอานนท์ให้นั่งลงล้อมวงกับโต๊ะญี่ปุ่นอีกครั้ง เพราะยืนนานๆ เขาซักจะเมื่อยขา
"แล้วแกจะไปสนใจทำไมวะเพื่อน ก็ไหนว่าตำนานนั่นบอกว่าคนที่ตายคือผู้ชายบริสุทธิ์เท่านั้นไง ในเมื่อเราสามคนก็เคยๆ เื่อย่างว่ากันหมดแล้ว ถ้าเป็เื่จริงนะ ข้าว่าปีนี้มันก็คงเป็ตำนานต่อไปนั่นแหละวะ" คามินถามอานนท์
"เออ...นั่นแหละ ไหนๆ เราก็มาอยู่กันที่ห้องนี้แล้ว รู้ๆ ไว้ก็ถือว่าโอเคระดับหนึ่งนะข้าว่า เพราะอย่างน้อยๆ เราก็จะได้มีเื่ไปเล่าให้ไอ้เด็กปีหนึ่งที่มันจะมาอยู่ห้องเบอร์ 9 ต่อจากเราปีหน้า ไอ้คนไหนที่มันยังไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิงก็จะได้รีบๆ ทำซะ" ว่าพลางหัวเราะชอบใจ
"ข้าลืมไปว่าฉายาแกคือนายอานนท์ผู้รอบรู้ แต่รู้ในเื่ลามกๆ นะ เื่อื่นไม่ต้องถามถึง" วฤทธิ์แดกดัน
"แต่ว่าคืนนี้เราจะไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านน้องเจนนะโว้ย ไว้ไปหาข้อมูลวันอื่นได้มั้ยวะ" วฤทธิ์เอ่ย
"มันที่เดียวกันไอ้ไง่ รีบๆ ทำรายงานอาจารย์ให้เสร็จเลย เสร็จแล้วจะได้รีบไปกัน" อานนท์เอื้อมมือไปตบกะโหลกวฤทธิ์ฉาดใหญ่ จนคนถูกตบเซตามแรงมือ
วฤทธิ์ได้แต่เกาศีรษะแกรกๆ อย่างงๆ นี่เขาไม่รู้มันเป็ความผิดด้วยเหรอ นั่งอยู่ดีๆ ก็โดนตบกะโหลกซะได้ ส่วนคามินก็ได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ ในความชอบแกล้งกันของเพื่อนร่วมห้องทั้งสองคน
คืนนั้นก๊วนชายหนุ่มห้องเบอร์ 9 ของหอพักนักศึกษาชายปีสองก็ได้พากันออกไปข้างนอก แต่ละคนหาชุดที่คิดว่าใส่แล้วหล่อที่สุดในบรรดาเพื่อนๆ เพื่อไม่ให้กลบรัศมีของกันและกัน โดยเฉพาะวฤทธิ์ จัดเต็มจนเพื่อนอดแซวไม่ได้
"โห...ท่านเ้าประคุณวฤทธิ์ครับ ไปกินก๋วยเตี๋ยวหน้ามอ (มหาวิทยาลัย) แค่เนี้ย ดูพ่อแต่งตัวยังกับจะไปเที่ยวผับหาสาว แล้วน้ำหอมขวดที่ซื้อมาเมื่อวานน่ะหมดขวดไปละมั้งพ่อคุณ" อานนท์เ้าเดิมยังแขวะไม่เลิก
วฤทธิ์ไม่ตอบ แต่รีบดึงแขนเพื่อนทั้งสองคนออกจากห้องพักโดยเร็ว เพราะนี่ก็ห้าทุ่มกว่าแล้ว ขืนไปดึกกว่านี้เดี๋ยวจะตื่นไม่ทันเข้าเรียนคาบเช้าพรุ่งนี้
สามหนุ่มเดินข้ามสะพานลอยจากหน้ามหาวิทยาลัยไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวฝั่งตรงข้าม เ้าของร้านเป็ผู้ชายอายุราวๆ 50 ปี กำลังสาละวนกับการลวกก๋วยเตี๋ยวใส่ชามให้กับลูกค้ามือเป็ระวิง โดยมีเด็กสาวในชุดนักเรียนเป็ผู้ช่วย เธอจะมาช่วยผู้เป็พ่อที่ร้านทุกวันพฤหัส วันศุกร์และวันเสาร์
"เฮ้ย...นั่งรอก่อนนะไอ้หนุ่ม เดี๋ยวลุงทำให้ลูกค้าคนอื่นก่อนแป๊บเดียว" เ้าของร้านะโบอก ก่อนจะหันไปยื่นชามก๋วยเตี๋ยวให้ลูกสาวเพื่อนำไปให้ลูกค้าที่นั่งรออยู่หลายโต๊ะ
"ไม่เป็ไรครับลุง ทำให้คนอื่นไปก่อนเถอะ พวกผมรอได้" วฤทธิ์เอ่ยตอบแต่สายตากลับจ้องมองไปที่เด็กสาวหน้าตาสะสวย ที่กำลังเดินถือชามก๋วยเตี๋ยวพลางอมยิ้มเดินตรงมาที่โต๊ะของพวกเขา
"อ้าว...เจน ไม่ใช่โต๊ะนั้น โต๊ะริมฟุตบาทด้านโน้น เป็อะไรไปลูกคนนี้ เมื่อกี้ก็ยังดีๆ อยู่ เผลอแป๊บเดียวสติกระเจิงไปไหนแล้วเนี่ย" ผู้เป็พ่อท้าวสะเอวะโว่าพลางสายหัวไปมา ก่อนที่เด็กสาวจะเลี้ยวตัวกลับแทบไม่ทัน
(เชิญอ่านตอนที่ 3)
(***รบกวนฝากคอมเมนต์ด้วยนะครับ จะได้นำไปปรับปรุงแก้ไขในโอกาสต่อไป ท่านไหนอยากให้กำลังใจนักเขียนหรือให้ของขวัญงานเขียนชุดนี้จะเป็พระคุณอย่างสูงครับ***)