เมื่อเสร็จสิ้นจากการลองชุดแต่งงานกันเรีบร้อยแล้ว ตฤณภาสพาภรรตรีมาที่ร้านเจลเวอรี่
“เรามาที่นี่ทำไมหรือคะ?” ภรรตรียืนมองดูป้ายหน้าร้าน ก่อนจะหันมาถามคนตัวโต ที่จับจูงมือเรียวเล็กพาเดินเข้าไปในร้าน
“พี่สั่งทำแหวนของเราไว้น่ะ” ตฤณภาสหันมองคนตัวเล็ก คลี่ยิ้มที่มุมปากนิดหนึ่ง ก่อนจะเฉลยสิ่งที่สาวเจ้าอยากรู้ให้รับทราบ
“แหวนของเรา!” ภรรตรีหัวใจพองโตแน่นคับอก กล่าวพึมพำอมยิ้มกับคำพูดนั้น ขณะที่เดินตามการจับจูงของคนตัวโต เข้าไปในร้าน
“สวัสดีค่ะ” พนักงานของร้านยกมือไหว้ทักทายลูกค้าที่เข้ามาในร้าน ด้วยรอยยิ้มแย้มแจ่มใส
“สวัสดีครับผมมารับแหวนแต่งงานที่สั่งทำไว้น่ะครับ” ตฤณภาสแจ้งแก่พนักงานพร้อมกับยื่นเอกสารส่งให้
“เดี๋ยวรอสักครู่นะคะ”
พนักงานร้านยื่นมือไปรับเอกสารมาดู เงยหน้าขึ้นแจ้งตฤณภาสยิ้มๆ แล้วกดกริ๊งเรียกพนักงานที่อยู่ในร้านให้ไปเอาแหวนที่ตฤณภาส สั่งทำนั้นออกมา ซึ่งพนักงานในร้านรับเอกสารนั้นไป แล้วกลับมาพร้อมกับกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินสองกล่อง เปิดทั้งสองกล่องนั้นให้ทั้งสองหนุ่มสาวได้พิจารณาดู
แหวนที่อยู่ในกล่องอันหนึ่งเป็นแหวนทองคำขาววงใหญ่มีเพชรฝังอยู่ตรงกลางแหวนเม็ดหนึ่ง ส่วนอีกกล่องเป็นแหวนทองคำขาวเหมือนกัน แต่วงเล็กกว่าอีกวงที่อยู่อีกกล่อง หัวแหวนจะเป็นเพชรน้ำงามเม็ดไม่ใหญ่และไม่เล็กกำลังดี และมีเพชรน้ำงามเม็ดเล็กๆ เรียงรายอยู่บนตัวเรือนแหวนขนาบทั้งข้างหัวแหวน ข้างละหกเม็ดสวยระยิบระยับจับตา
“ภรรตชอบไหม?” ตฤณภาสถามคนตัวเล็กอย่างใคร่รู้ เพราะตอนที่มาสั่งทำ ชายหนุ่มไม่ได้บอกกล่าวและถามความคิดเห็นหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย คิดอยากจะมาสั่งทำ ก็มาสั่งเองเลยและก็เลือกลวดลายเองเลย
“ชอบคะ สวยมากเลยค่ะ” ภรรตรีมองดูแหวน ด้วยสายตาเปล่งประกายอย่างชื่นชอบจริงๆ
“ข้างในมีตัวอักษรสลักไว้ด้วยนะ”
ตฤณภาสยื่นมือใหญ่ไปหยิบแหวนเพชรวงเล็กนั้นออกมา ยื่นส่งให้ภรรตรี แล้วยื่นมือใหญ่หยิบแหวนเพชรวงใหญ่ขึ้นมาถือไว้เช่นกัน ซึ่ง ภรรตรี มองดูข้างในตัวเรือนของแหวนก็เห็นตัวอักษรสลักเป็นตัวย่อ ต และ ภ ตรงกลางระหว่างตัวอักษรย่อนั้นมีรูปหัวใจสลักอยู่ และต่อด้วยคำว่า ‘ตลอดไป’
ภรรตรี รู้สึกตื้นตันปลาบปลื้ม หัวใจพองโตมากขึ้นกว่าเดิม จนมันคับแน่นอยู่ในอก พูดอะไรไม่ออกกันเลยที่เดียว ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะมีมุมนี้กับเขาด้วย แต่ที่ชายหนุ่มให้เขียนสลักไว้บนแหวนอย่างนี้ ใช่เขารักเธออย่างที่เขียนสลักไว้ในแหวนหรือเปล่า เขาไม่เคยพูดคำว่ารักออกมาให้เธอได้ยินเลยสักครั้งเดียว เมื่อคิดได้อย่างนั้น ความตื้นตันปลาบปลื้มก็หดหาย และหัวใจก็กลับแฟบลงไปในทันที
“ภรรตลองใส่ดูสิว่าพอดีไหม?”
ตฤณภาสบอกกล่าวให้คนตัวเล็กลองสวมใส่แหวนอย่างกระตือรือร้น ซึ่งภรรตรีก็ทำตามนั้นอย่างเงียบๆ โดยไม่พูดอะไรออกมา ในใจเฝ้าครุ่นคิด แต่กับคำที่ได้สลักเขียนไว้ในตัวเรือนของแหวนนั้น แต่ก็ไม่มีคำตอบให้ตัวเองได้คลายความข้องใจนั้นแต่อย่างใด จะเอ่ยถามคนตัวโตออกไปเลย ก็กลัวว่าคำตอบที่ได้จะไม่ใช่อย่างที่ตนเองคาดหวังไว้
“ใส่ได้พอดีค่ะ” ภรรตรีเงยหน้าขึ้นบอกตฤณภาสยิ้มๆ พยายามสลัดความคิดขุ่นข้องใจนั้นออกไปจากสมอง
“โอเค ตามนี้เลยครับ” ตฤณภาสหันไปบอกพนักงานในร้าน พร้อมกับยื่นเปิดกระเป๋าสตางค์ดึงเงินออกมาจ่ายในส่วนที่ยังค้างอยู่ให้กับทางร้าน และเมื่อเสร็จเรื่องแหวนแล้วก็พากันกลับฟาร์มเกษมเกรียงไกร
๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑