ตอนที่ 5 เช้าอันสดใส
เมื่อแสงแรกของยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามา ปิ่น ก็ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกไม่เต็มอิ่มนัก เนื่องจากกว่าเธอจะข่มตาให้หลับได้เมื่อคืนนี้ก็ใช้เวลานานโข เพราะความตื่นเต้นจากการััของลุงชาญ
เธอมองดูที่ว่างข้าง ๆ ก็ไม่เห็นลุงชาญอยู่บนเตียงแล้ว
“เขาตื่นเร็วจัง”
เธอคิดในใจ เมื่อเหลือบมองนาฬิกา ก็พบว่าเป็เวลาที่เธอควรออกไปทำงานได้แล้ว เธอจึงรีบลุกไปอาบน้ำและแต่งตัวอย่างรวดเร็ว
ที่ห้องครัวชั้นล่าง กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารเช้าลอยอบอวล ลุงชาญกำลังยืนอยู่หน้าเตาอย่างสบายใจในชุดเสื้อยืดและกางเกงวอร์มที่เผยให้เห็นรูปร่างที่แข็งแกร่ง เขาผิวปากอย่างอารมณ์ดี ดูสดใสราวกับว่าคืนที่ผ่านมาเป็การพักผ่อนที่ยอดเยี่ยม
ไม่นานนัก ก็มีเสียงฝีเท้าเบา ๆ เดินลงมาจากชั้นสอง ดรีม น้องสาวคนเล็กปรากฏตัวขึ้นในชุดนักเรียนมัธยมปลาย กระโปรงพลีทสีกรมที่สั้นกำลังดี และเสื้อนักเรียนไซส์เล็กสีขาวสะอาดตา ทำให้เธอดูเป็เด็กนักเรียนตัวเล็กและน่ารักอย่างยิ่ง
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณลุง”
ดรีมทักทายด้วยน้ำเสียงสดใส
ลุงชาญยิ้มตอบอย่างอบอุ่น
“ตื่นแล้วหรอหนูดรีม มา ๆ อาหารเช้าใกล้เสร็จแล้ว มานั่งที่โต๊ะเลย”
ดรีมเดินไปนั่งลงที่โต๊ะกินข้าวอย่างว่าง่าย ลุงชาญนั่งลงตรงข้ามกับเธอ มองดูใบหน้าใสซื่อที่ยิ้มแย้มของดรีม
“เมื่อคืนหลับสบายไหมหนูดรีม”
“สบายมากเลยค่ะคุณลุง เตียงนุ่มมากเลย”
ดรีมตอบอย่างสดใส
เขายิ้มให้
“ดีแล้ว…กินเยอะ ๆ เลยนะ จะได้มีแรงไปโรงเรียน”
ลุงชาญมองดูร่างที่ผอมบางของดรีมในชุดนักเรียนอย่างหื่นกระหาย ในใจก็คิดว่า
“หนูดรีมในชุดนักเรียนนี่มันน่ารักจริง ๆ...น่ารักจนอยากจะกินลงไปทั้งตัวเลย”
ความน่ารักและไร้เดียงสาของเธอในเครื่องแบบนักเรียนกระตุ้นความ้าที่มืดมิดของเขาอย่างรุนแรง
เขามองเธอแล้วตักอาหารกินไปด้วย มันทำให้การกินอาหารเช้าในวันนี้อร่อยกว่าที่เคยหลายเท่า
ขณะที่ดรีมกำลังตั้งใจกินอาหารเช้า ลุงชาญก็แกล้งทำช้อนสเตนเลสหลุดจากมือ แล้วปล่อยให้มันหล่นลงไปใต้โต๊ะ เสียง 'แกร๊ง' ดังขึ้นเบา ๆ
“โอ๊ะ! ลุงทำช้อนตก”
ลุงชาญกล่าวขึ้น แล้วรีบก้มตัวลงไปใต้โต๊ะ ร่างสูงใหญ่ของเขาก้มต่ำลงไปในพื้นที่แคบใต้โต๊ะอาหาร
แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาไม่ใช่การเก็บช้อน สายตาที่เต็มไปด้วยไฟราคะของเขากวาดมองขึ้นไปทันที
เขาเห็นเรียวขาขาวผ่องของดรีมที่ดูเล็กบอบบางอย่างชัดเจน เมื่อมองสูงขึ้นไปตามแนวขาของเธอก็จะเห็นกระโปรงพลีทสีกรมที่เปิดกว้างออกเล็กน้อย เผยให้เห็นต้นขาอ่อนที่ยังไม่เคยมีร่องรอยการััจากใคร
ลุงชาญแอบกลืนน้ำลาย เขามองลึกเข้าไปภายใต้กระโปรงนั้นอย่างหื่นกระหาย พยายามมองหากางเกงในที่ดรีมสวมใส่ หัวใจของเขาสูบฉีดแรงกว่าตอนออกกำลังกายหลายเท่า ภาพกางเกงในของนักเรียนสาวผู้ไร้เดียงสาในชุดเครื่องแบบ กำลังถูกเปิดเผยต่อสายตาของชายวัย 50 ปี
ลุงชาญยังคงอยู่ในท่าก้มตัวใต้โต๊ะ เขามองจนเกือบจะได้เห็นสีของกางเกงในที่ดรีมสวมใส่อยู่แล้ว หากมองนานกว่านี้อีกเพียงเสี้ยววินาที
แต่มีเสียงฝีเท้าที่ลงมาจากบันไดดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ทำให้ลุงชาญต้องสะดุ้งเฮือก เขาไม่ทันได้เห็นสิ่งที่้า แต่สัญชาตญาณของการเป็ผู้ล่าที่ระมัดระวังก็ทำให้เขาต้องรีบดึงร่างของตัวเองขึ้นมาจากใต้โต๊ะทันที พร้อมกับช้อนสเตนเลสที่กำไว้ในมือ
ลุงชาญเผยรอยยิ้มที่เป็มิตรอย่างรวดเร็วราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คนที่ลงมาคือ ปิ่น เธออยู่ในชุดทำงานที่ดูสุภาพแต่ยังคงเผยให้เห็นรูปร่างที่น่ามอง
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณลุงชาญ อรุณสวัสดิ์จ้ะดรีม”
“อรุณสวัสดิ์หนูปิ่น”
ลุงชาญตอบอย่างนุ่มนวล
“มา ๆ มากินข้าวเช้าด้วยกันสิ”
“ไม่ทันแล้วค่ะคุณลุง”
ปิ่นตอบอย่างร้อนรน
“หนูสายมากแล้ว ที่ทำงานหนูอยู่ไกล ใช้เวลาเดินทางนาน หนูต้องรีบไปแล้วค่ะ”
เธอรู้ดีว่าการมาขอความช่วยเหลือในขณะที่กำลังรีบร้อนเป็สิ่งที่ไม่ควรทำ แต่ความจำเป็ก็ทำให้เธอต้องทำ
“คุณลุงคะ…”
ปิ่นลังเลเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ
“ปกติคุณพ่อหนูจะเป็คนไปส่งดรีมที่โรงเรียน…รบกวนคุณลุงไปส่งดรีมที่โรงเรียนให้หน่อยได้ไหมคะ”
ลุงชาญยิ้มอย่างอ่อนโยน ในใจเขารู้สึกเหมือนได้รับชัยชนะอีกก้าวหนึ่ง เพราะนี่คือการเปิดโอกาสให้เขาสร้างความสนิทสนมกับดรีมอีกคน
เขารับปากทันที
“ได้เลยหนูปิ่น เดี๋ยวลุงจะไปส่งหนูดรีมเองไม่ต้องเป็ห่วงนะ”
ดรีมยิ้มกว้างด้วยความโล่งใจ
“ขอบคุณนะคะคุณลุง”
ส่วนปิ่นก็ซาบซึ้งใจกับความมีน้ำใจนี้เช่นกัน เธอโค้งคำนับเล็กน้อยเพื่อแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจ แล้วรีบขอตัวออกไปทำงานทันที
เมื่อปิ่นไปแล้ว ลุงชาญก็นั่งลงที่โต๊ะกินข้าวต่อ เขาหันไปมองดรีมที่กำลังกินอาหารเช้าอย่างเอร็ดอร่อย
“ว่าแต่หนูปิ่นทำงานอะไรนะ”
ลุงชาญถามด้วยน้ำเสียงสนใจ
“พี่ปิ่นทำงานฝ่ายขายของบริษัทเสื้อผ้าค่ะคุณลุง”
ดรีมตอบ
“อืม...แล้วหนูมายล่ะ ไม่ไปเรียนเหรอถึงตื่นสายขนาดนี้”
ลุงชาญถามต่อ
“วันนี้พี่มายน่าจะไม่มีเรียนคาบเช้าค่ะคุณลุง ก็เลยตื่นสายได้”
ลุงชาญยิ้ม เขาเข้าใจในสถานการณ์แล้ว
เมื่อดรีมกินเสร็จแล้ว พวกเขาก็ช่วยกันเก็บจาน จากนั้นลุงชาญก็เดินนำดรีมออกไปที่รถยนต์คันหรูของเขา เพื่อทำหน้าที่เป็ผู้ปกครองใจดีและนำพาเธอไปยังโรงเรียน พร้อมกับความตื่นเต้นที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกับสาวน้อยในชุดนักเรียนบนรถที่ปิดมิดชิด