ตอนที่8 คำขอบคุณ
“ข้าไม่เข้าใจจริงๆข้าทำอะไรผิดทำไมแม่ทัพหวนฉีต้องไม่พอใจข้าด้วย” อ้ายซินกำหมัดแน่นขณะที่กำลังเล่าเื่ราวอย่างเผ็ดร้อนให้กับหม่าเฉียวซึ่งนั่งฟังอย่างสงบรอยยิ้มเอ็นดูระคนขบขันระบายอยู่บนใบหน้าเขาทำเอาคนมองรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที “มันไม่ใช่เื่ตลกนะข้าผิดอะไรเหรอ” หันไปขอความเห็นจากชายหนุ่มซึ่งน่าจะเข้าใจเ้านายของตนได้ดีที่สุด
“หัวหน้าก็แค่หวงของเท่านั้นน่ะ”
“ของ?ของอะไร ใครไปแย่งอะไรเขากันล่ะ” คิ้วเรียวมุ่นจนแทบจะผูกติดกันเธอนึกไม่ออกว่าไปหยิบจับอะไรโดยที่เขาไม่อนุญาตหรือเปล่ายิ่งเห็นท่าทีครุ่นคิดหนักของเ้าหล่อนก็ยิ่งทำให้หม่าเฉาพยายามกลั้นเสียงหัวเราะที่เกือบจะหลุดรอดออกมา
“เ้าไง”
“หา—ข้าไปเอาอะไรของเขามาตอนไหนข้ายังไม่รู้เลยนะ”เด็กสาวรีบปฏิเสธพัลวัน นี่เธอโดนหมายหัวโดยข้อหาที่ไม่รู้ตัวแล้วหรือนี่
“ข้าหมายถึงเ้าคือของๆเขาไง” คำอธิบายของหม่าเฉาทำอ้ายซินชะงักเธอยังคงไม่เข้าใจแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ชอบใจกับสิ่งที่เขาบอกเอาเสียเลย
“ข้าไม่ใช่สิ่งของนะข้าเป็คน และก็ไม่ใช่ของเขา” เธอกอดอกทำหน้ามุ่ย รอฟังคำแก้ตัวจากอีกฝ่าย
“ภรรยาก็คือสมบัติของสามีแม้จะเป็ของที่หัวหน้าไม่สนใจหรือหมดความสนใจไปแล้ว ใครก็ไม่สามารถมาแย่งได้นอกจากเขาจะทำลายมันทิ้งเสีย”ประโยคชวนขนลุกพร้อมใบหน้ายิ้มราวกับเป็เื่ปกติของหม่าเฉาทำเอาอ้ายสะดุ้งเฮือกนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนแล้วก็อยากจะสำรวจร่างกายตนเองว่ายังคงครบทุกส่วนหรือไม่“หัวหน้าก็แค่ไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับของๆ ตน”
“แล้วใครมันมายุ่งกับข้ากันล่ะ”อ้ายใช้ความคิดอย่างหนักก่อนจะสะดุดกึกเมื่อมองคนตรงหน้าที่ยิ้มรับ “เดี๋ยวนะแค่คุยก็ไม่ได้เหรอ อย่าบอกนะว่าเขาหึงข้า”
“ไม่มีทางหรอก”หม่าเฉาสวนกลับทันควันซึ่งอ้ายก็เห็นด้วยเป็ที่สุดปฏิสัมพันธ์กับแม่ทัพหนุ่มแทบจะนับได้จะเอาอะไรมาให้เขารู้สึกหึงหวงเธอกันล่ะ
“ทำตัวเป็เด็กๆไปได้” อ้ายบ่นอุบอิบ แอบสาปส่งอีกฝ่ายลึกๆ ในใจ
แม่ทัพโรคจิตวิปลาส!รู้งี้อ่านให้จบภาคแรกดีกว่าเผื่อจะมีว่าหมอนี่ตายยังไง ออกรบบ่อยๆต้องโดนสังหารมั่งแหละน่ะ
“ดูเหมือนว่าเ้าจะเกลียดหัวหน้ามากเลยนะ”
“ข้าดูเหมือนชอบเค้ารึเปล่าล่ะ”เด็กสาวย้อนถามกลับทำเอาคนสูงวัยกว่าหลุดหัวเราะออกมาด้วยไม่อาจกลั้นความรู้สึกไว้ได้อีกแล้ว
“แล้วทำไมถึงตอบรับคำขอแต่งงานของหัวหน้า”
“แล้วเค้ามาขอข้าแต่งงานทำไมล่ะคะ”
อ้ายซินต่อปากต่อคำอย่างหงุดหงิดเธอไม่รู้ว่าอีกฝ่าย้าอะไรจากตนกันแน่ ถึงอย่างไรเขาคือเ้านายกับลูกน้องส่วนเธอคือคนอื่น เขาต้องอยู่ข้างเ้านายของตนมากกว่าเธออยู่แล้ว
หือ...นั่นอะไรน่ะ
สายตาของเด็กสาวไปสะดุดกับบางสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ในพุ่มไม้ห่างออกไปไม่ไกลหม่าเฉามองตามเธอก่อนจะเป็ฝ่ายเดินตรงเข้าไปหาสิ่งนั้น เพียงไม่นานชายหนุ่มก็คว้าเ้าอะไรก็ตามที่เรียกความสนใจของทั้งคู่ชูเด่นหราในอากาศ
ลำตัวและปีกสีน้ำตาลอ่อนหางเป็แฉกๆ ปากเป็ตะขอแหลมคม...นี่มันลูกเหยี่ยวนี่นา!!
อ้ายซินแววตาวาวโรจน์อย่างตื่นเต้นเป็ครั้งแรกที่เธอได้เห็นเหยี่ยวตามธรรมชาติใกล้ๆ แบบนี้(ปกติเห็นในสวนสัตว์นี่นา)
“ชอบนกย่างมั้ย”
“เดี๋ยว! ท่านจะกินมันเหรอ” เธอคำรามเสียงดังอย่างใ เขาจะกินมันหรือนี่
“เ้านี่ยังเด็กแถมดูเหมือนจะาเ็ด้วยปล่อยไว้ก็คงอดตายไม่ก็โดนสัตว์อื่นกิน”
...สัตว์อื่นที่ว่าก็ท่านไม่ใช่รึไงที่พึ่งบอกว่าจะกินมันแต่ก็อย่างที่เขาบอก ถ้าปล่อยไว้ยังไงก็ไม่รอดไม่เห็นวี่แววพ่อแม่ของเ้าหนูนี่ซะด้วยสิ...
พลันความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นในหัวของคนอ่อนวัยเธอมองอีกฝ่ายด้วยแววตาเป็ประกาย
“ข้าขอเลี้ยงมันได้มั้ย”ข้อเสนอนี้ทำเอาหม่าเฉามีสีหน้าปั้นยาก รู้สึกเป็คำขอที่แปลกประหลาดอย่างไม่เคยเจอมาก่อน
“ข้าไม่ใช่คนที่จะบอกว่าได้หรือไม่”
คำตอบของหม่าเฉาทำให้อ้ายซินชะงักฉุกคิดบางอย่างตามจริงเธอเป็ภรรยาของแม่ทัพหวนฉีก็เท่ากับว่าเธอมีอำนาจในระดับหนึ่งไม่จำเป็ที่จะต้องขออนุญาตใครแต่อำนาจที่ว่านั่นเธอสามารถใช้มันได้ด้วยหรือในเมื่อเหล่าทหารก็แทบจะไม่มีใครยุ่งเกี่ยวกับเธอเลย แม้พวกเขาจะรับคำสั่งง่ายๆในบางครั้งก็ตาม
งั้นก็เลี้ยงได้แหละน่ะ...
“ข้าว่าเ้าควรจะบอกหัวหน้านะเพราะไหนจะเื่กรงของกิน และคนดูแลอีก” เป็อย่างที่หม่าเฉาว่า เธอไม่เคยดูแลเหยี่ยวมาก่อนเรียกได้ว่าความรู้และความเข้าใจติดลบซึ่งการจะจัดการเื่พวกนี้อาจจะต้องขอให้แม่ทัพหวนฉีช่วยแต่เขาจะมายุ่งอะไรกับเื่ราวไร้สาระของเธอกันล่ะ เผลอๆอาจจะเอาเ้าหนูนี่ถอนขนและจับย่างกินก็ได้คิดแล้วก็ขนพองสยองเกล้าเสียเหลือเกิน...เหมือนหม่าเฉาจะรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่เขาจึงพูดต่อเพื่อให้เธอตื่นจากภวังค์
“ถ้าหัวหน้าอนุญาตที่เหลือปล่อยข้าจัดการเอง” เขายื่นส่งเหยี่ยวตัวน้อยให้กับเด็กสาวเธอรับมาอย่างระแวดระวัง เพราะมันส่งเสียงร้องระงมอาจจะด้วยความเ็ปหรือหวาดกลัวหากจับไว้ไม่ดีปากแหลมๆ นั่นคงได้หยั่งลึกลงกับท่อนแขนของเธอแน่นอนทว่าความเจ็บที่ว่าคงจะไม่น่ากลัวเท่ากับการก้าวเท้าเข้าไปยังถ้ำของสัตว์ร้ายที่หากเป็ไปได้ก็อยากจะเลี่ยงให้ได้มากที่สุด
อ้ายซินยืนมองประตูห้องทำงานอย่างลังเลเด็กสาวสูดลมหายใจลึกๆแล้วเคาะประตูสามครั้ง
“ใคร”
“ข้าเองค่ะอ้ายซิน” เธอทำใจดีสู้เสือตอบกลับด้วยเสียงที่ดูเป็ปกติที่สุดเกิดความเงียบขึ้นชั่วครู่หนึ่งก่อนที่จะมีเสียงตอบกลับหลังประตู
“เข้ามา”
เธอเปิดประตูเข้าไปช้าๆแล้วก็ต้องชะงักกับภาพตรงหน้าเพราะคิดว่าจะมีเพียงแค่หวนฉีอยู่ในห้องทำงานเพียงคนเดียวแต่กลับไม่เป็แบบนั้น
กุนซือ...นายกองและคนสนิทของเขา...กับกระดานวางแผนรบ นี่พวกเขากำลังจะออกรบกันอย่างนั้นหรือเนี่ย
“มีธุระอะไร”หวนฉียันคางมองอาคันตุกะ ดวงตาคมกริบกำลังควานหาอะไรบางอย่าง
“ข้า...มีเื่จะขออนุญาตท่านค่ะ”เธอก้าวเข้าไปยืนอยู่ในครรลองสายตาของเขา พยายามที่จะไม่สนใจสายตาใคร่รู้ของหลายๆคนซึ่งเริ่มกระซิบกระซาบเมื่อเธอปรากฏตัวขัดจังหวะการสนทนาภายในห้อง
หวนฉีไม่พูดอะไรเขากำลังรอให้เธอเป็ฝ่ายเริ่ม
“ข้าขออนุญาตเลี้ยงสัตว์ได้มั้ยคะ”
“หา?เลี้ยงสัตว์” กุนซือที่นั่งอยู่ด้านขวาหลุดอุทานออกมา หลายคนก็งงงันไม่ต่างกัน
“คือข้าไปเก็บลูกเหยี่ยวดำมาได้ทีนี้มันาเ็และข้าก็ไม่รู้ว่าพ่อแม่ของมันอยู่ไหน แต่ข้าอยากเลี้ยงมันค่ะข้าคิดว่าหากจะทำแบบนั้นต้องมาขอกับท่านก่อน”
“ไร้สาระน่ะกับเื่แค่นี้ถึงกับต้องมารบกวนการประชุมของ--”หญิงสาวซึ่งเป็นายกองทัพโพล่งขึ้นอย่างหัวเสียแต่เธอก็ต้องนิ่งเงียบลงเมื่อหวนฉียกมือห้าม
“เ้าอยากจะทำอะไรก็ทำไปเลยไม่จำเป็ต้องมาบอกข้าทุกเื่”
“หมายความว่าท่านอนุญาตหรือคะ”เธอเอียงคอมองเขาราวกับเด็กน้อย หวนฉีไม่ตอบอะไรความเงียบของเขาคือคำตอบได้เป็อย่างดี
เธอรู้สึกโล่งอกที่เ้านกน้อยไม่ต้องกลายเป็มื้อเย็นของใครเ้าหล่อนโค้งให้แม่ทัพหนุ่มอย่างสุภาพก่อนจะพูดขึ้น
“ขอบคุณนะคะท่านแม่ทัพหวนฉี”เธอส่งยิ้มจริงใจไร้การเสแสร้งให้กับอีกฝ่ายความดีใจที่ฉายชัดอาบดวงหน้ามนนั้นช่างใสซื่อต่างกับเวลาปกติที่เ้าหล่อนมักจะตั้งกำแพงที่มองไม่เห็นใส่“ขอโทษที่มารบกวนนะคะ และขอบคุณอีกครั้งนะคะ” จบคำพูดหญิงสาวก็หอบพาร่างของตนเองอันตธารหายออกจากห้องไปในทันทีหวนฉียังคงนิ่งเงียบไม่พูดอะไรราวกับว่าเขาตกอยู่ภายใต้การสะกดนิ่งกระทั่งเป็เวลาหลายนาทีที่ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาพวกเขากำลังรอผู้เป็นายทำลายความเงียบงันนี้
“หึ”ชายหนุ่มเผยอยิ้มมุมปากทำเอาคนรอบกายเขาสะดุ้งไปตามๆ กันแววตาพราวระยับของเขาบ่งบอกว่าเ้าตัวกำลังถูกใจอะไรบางอย่าง และอะไรบางอย่างที่ว่าก็เพิ่งจะก้าวออกจากห้องไป
หวนฉีเคยคิดว่าอ้ายซินน่าสนใจแต่ก็แค่เพียงชั่วครู่เดียวก่อนจะรู้สึกว่าเธอทำตัวน่าเบื่อหน่ายทว่าตอนนี้เธอกลับเป็ฝ่ายมากระตุ้นความกระหายของเขาให้เกิดขึ้นอีกครั้ง...
...แววตาที่มองเข้ามาตรงๆโดยไม่หลบเลี่ยง รอยยิ้มใสบริสุทธิ์ราวกับเด็กน้อยทั้งที่อยู่ต่อหน้าวายร้ายเช่นเขาช่างดูเย้ายวนให้อยากจะทำลายมันเสียเหลือเกิน...
หลี่อ้ายซิน...เ้าน่าสนใจอย่างที่พ่อของเ้าบอกจริงๆ นั่นแหละ