ตอนที่ 17 พบกันอีกครั้ง
"พวกเรากินข้าวกันแล้วค่ะ"
ยี่ยี่ยังไม่ทันกล่าวตอบ ก็มีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมากระทันหัน… “ฉันกลัวว่ายี่ยี่จะหิว เลยพากันกินข้าวก่อนน่ะ”
หลงซือหยิงในชุดนอนสีไข่ เธอกำลังเป่าผมให้แห้ง… ท่วงท่าเผยออกถึงเสน่ห์ของหญิงสาวที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม
แต่ว่าสีหน้าของเธอไม่ค่อยสู้ดีนัก ดวงตาแดงก่ำราวกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มาหมาด ๆ ดูเหมือนเื่ของเฉียนเจียงยังคงส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของเธออยู่บ้าง…
“ยี่ยี่ คืนนี้แม่ทูนหัวของหนูท่าทางจะเหนื่อยมาก งั้นให้ป่าป๊าอยู่เป็เพื่อนหนูดีไหม?” หลินเยี่ยรู้ดีว่าหลงซือหยิงอารมณ์ไม่ค่อยดีนักจึงไม่้ารบกวนอีกฝ่าย
“ได้ค่ะ” ยี่ยี่ใช้มือน้อยโอบรัดศีรษะของหลินเยี่ยไว้แน่นก่อนจะทำปากจู๋อย่างน่ารักน่าชัง เช่นนี้เขาจึงอดไม่ได้ที่จะจุ๊บหน้าผากของสาวน้อยสักหนึ่งที
ปกติแล้วป่าป๊ามักจะยุ่งและไม่มีเวลาให้เธอเลย แต่ตอนนี้เขากลับเสนอตัวอยู่ด้วยในคืนนี้ แน่นอนว่ามันคือสิ่งที่เธอ้ามาตลอด!
“ป่ะ ป่าป๊ามีเกมมาเล่นกับหนูด้วยน๊า…” หลินเยี่ยวางยี่ยี่ลงพร้อมกับจูงมือลูกสาวเดินเข้าห้อง
เสียงหัวเราะของพ่อลูกที่เต็มไปด้วยความสุขดังก้องออกมาจากห้อง
เมื่อหลงซือหยิงได้ยินเสียงหัวเราะสนุกสนานของทั้งสองคน มุมปากของเธอค่อย ๆ ขยับเผยรอยยิ้มจางออกมา
แต่เมื่อเื่ราวของเฉียนเจียงผุดขึ้นมาอีกครั้ง รอยยิ้มที่มีพลันหายไปและถูกแทนที่ด้วยความเศร้าโศกแทน
ในที่สุดหลินเยี่ยก็สามารถพาลูกสาวเข้านอนได้
ขณะที่เขากำลังจะคล้อยหลับ เสียงเคาะประตูพลันดังขึ้น
เขารีบสวมเสื้อผ้าและเดินเปิดประตู หลงซือหยิงยืนอยู่หน้าประตูพร้อมกับดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยคราบน้ำตา
ชายหนุ่มไม่ทันเอ่ยคำใด หลงซือหยิงก็กระโจนเข้าใส่อ้อมแขนใหญ่พร้อมโอบกอดเขาไว้แแ่
เธอแนบแก้มลงกับหน้าอกของชายหนุ่มพร้อมกับหลั่งน้ำตาที่กักเก็บไว้ออกมาจนเสื้อผ้าของเขาเปียกชุ่ม
หลงเยี่ยเห็นอย่างนี้ก็ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร เขาจึงปล่อยให้เื่ราวเป็ไปเช่นนี้…
"เอ๊ะ!”
หลังจากร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนของหลินเยี่ยอยู่สักพักหนึ่ง หลงซือหยิงก็รู้สึกตัวได้… แก้มสองข้างร้อนผ่าวราวกับไฟแผดเผา
หญิงสาวตื่นตระหนกจนร่างกายแข็งทื่อ ปากสั่นเทาพร้อมพูดออกอย่างตะกุกตะกัก “เอ่อ… คุณ… คุณอย่าเข้าใจผิดนะ ฉัน… ฉันแค่…”
ตอนนี้เธอสับสนจนไม่รู้ว่าจะอธิบายเื่ทั้งหมดนี้อย่างไรดี… เธอจะอธิบายอย่างไรกับการสวมชุดนอนบาง ๆ และวิ่งมากอดเขาในกลางดึก?!
ถ้าพี่เยว่เหยาเห็นเข้า ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายจะคิดยังไง!
“ผมรู้ว่าคุณกำลังเสียใจ” หลินเยี่ยตอบออกไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “เป็เพราะเฉียนเจียงใช่ไหม…”
"ค่ะ" หลงซือหยิงพยักหน้ารับ
คาดไม่ถึงเลยว่าหลินเยี่ยจะเข้าอกเข้าใจเธอมากขนาดนี้ เพียงแค่ไม่นานก็สามารถอ่านใจเธอได้
ใช่แล้ว เพราะเฉียนเจียงเล่นกับความรู้สึกของเธอ ทําให้เธอรู้สึกอึดอัดใจมากและ้าระบายความคับข้องใจกับใครสักคน
เมื่อก่อนมีเื่อะไร เธอจะระบายกับพี่เยว่เหยาทุกอย่าง แต่ตอนนี้พี่เยว่เหยาไม่อยู่ แม้แต่ใครสักคนที่จะพูดด้วยก็ไม่มี...
เมื่อครู่เธอเห็นหลินเยี่ยเป็พี่เยว่เหยา จึงกระโจนเข้าอ้อมกอดของเขาแล้วร้องไห้ฟูมฟายอย่างไร้สติ
"เช็ดน้ำตาเถอะ..." หลินเยี่ยยื่นห่อกระดาษทิชชู่ให้แล้วกล่าวปลอบใจ "ผู้ชายสารเลวอย่างเฉียนเจียงไม่คู่ควรให้คุณเสียน้ำตา”
หลงซือหยิงรับกระดาษทิชชู่มาเช็ดน้ำตา "พอคิดว่าเฉียนเจียงเป็ผู้ชายหน้าเนื้อใจเสือ ฉันก็อดไม่ได้ที่จะเสียใจ…”
"คุณควรจะดีใจที่รู้ว่าเฉียนเจียงเป็คนสารเลว ในตอนนี้สำหรับคุณไม่ถือว่าเสียหายอะไร"
"ก็จริง"
"นั่งสิ เดี๋ยวผมไปรินน้ำให้" หลินเยี่ยเดินเข้าไปรินน้ำใส่แก้วแล้วยื่นให้หลงซือหยิง
หลังจากรับแก้วมาจิบน้ำ หลงซือหยิงรู้สึกง่วงนอนมากจึงล้มลงหลับไปบนโซฟา
ใช่แล้ว เมื่อครู่หลินเยี่ยเพิ่งใส่อะไรบ้างอย่างลงไปในน้ำ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้หลงซือหยิงนอนหลับสบาย
ชาติก่อน หลินเยี่ยไม่มีเวลามาดูแลหลงซือหยิง สุดท้ายเธอถูกผู้ชายสารเลวทําร้ายจนเสียสติและต้องเข้าไปอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวช
ด้วยเหตุนี้ หลินเยี่ยจึงรู้สึกผิดและโทษตัวเองอยู่นาน
ในชาตินี้ เขาจะไม่ยอมปล่อยให้เกิดความสูญเสียนั้นขึ้นอีก
ไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องปกป้องหลงซือหยิงให้ได้ ยังไงเธอก็เป็เพื่อนรักของเย่วเหยา เป็แม่ทูนหัวของยี่ยี่และเป็ผู้หญิงที่ดูแลยี่ยี่อย่างดีด้วยใจจริง
เขาเอื้อมมือไปอุ้มหลงซือหยิงที่กําลังหลับไปวางลงบนเตียงในห้องนอนอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงกลับเข้าห้องนอนไป
กลางดึกหลินเยี่ยได้ยินเสียงฝีเท้าจึงรีบลุกขึ้นจากเตียงทันที
เขาลืมตาขึ้นและพบว่ายี่ยี่เดินเข้ามาในห้องของเขาด้วยเท้าเปล่า
"ยี่ยี่ ทําไมลูกถึงตื่นล่ะ?" เมื่อเห็นว่าลูกสาวของตัวเองเดินเท้าเปล่าเข้ามาในห้อง หลินเยี่ยก็รีบใส่เสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว
"ป่ะป๊า หนูกลัว หนูอยากนอนกับป่ะป๊า" ยี่ยี่ปีนขึ้นเตียงแล้วยื่นมือไปกอดศีรษะของหลินเยี่ย
ใบหน้าเล็ก ๆ น่ารักเต็มไปด้วยความกลัวและกังวล
"เด็กดี ไม่ต้องกลัวนะ งั้นคืนนี้ป่าป๊าจะอยู่เป็เพื่อนหนูเอง" หลินเยี่ยกอดร่างเล็กอวบอ้วนของยี่ยี่ไว้แล้วพูดด้วยความเป็ห่วงว่า "ยี่ยี่ เมื่อกี้ฝันร้ายใช่ไหมคะ?”
"ใช่ค่ะ" ยี่ยี่พยักหน้ารับ
ดูเหมือนการซ่อนตัวอยู่ในอ้อมแขนของพ่อ ทําให้เธอรู้สึกสบายใจมากขึ้น
หลินเยี่ยลูบหัวลูกสาวเบา ๆ "ถ้าอย่างนั้นหนูลองเล่าให้พ่อฟังหน่อยสิว่าฝันถึงอะไร?”
"หนูฝันเห็นแม่ค่ะ แม่มีเืเต็มตัวเลย น่ากลัว…" ยี่ยี่หดคอลง แล้วหลบเข้าไปในอ้อมกอดของหลินเยี่ยโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตเต็มเผยความกังวลออก
"ไม่ต้องกลัวนะ แม่ไม่เป็ไรหรอก"
"แม่ไปไหนค่ะ?"
"แม่ไปทำงานต่างเมือง ออกไปหาเงินมาซื้อของเล่นให้ยี่ยี่ไง" หลินเยี่ยกอดลูกสาวแน่นอย่างปลอบประโลม
ขณะเดียวกันเขาแอบสาบานในใจว่าต้องหาวิธีช่วยภรรยาให้เร็วที่สุด เพื่อให้ครอบครัวได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันโดยเร็ว
หลังจากนั้นหลินเยี่ยก็เปลี่ยนเื่หันเหความสนใจจากยี่ยี่และเล่านิทานให้ยี่ยี่ฟัง เพื่อกล่อมให้เธอนอนหลับ
ยี่ยี่ตั้งใจฟังและหลับไปอย่างรวดเร็ว
วันรุ่งขึ้นหลงซือหยิงตื่นแต่เช้า เมื่อคืนเธอนอนหลับสบาย เช้านี้หน้าตาของเธอจึงค่อนข้างสดใสพอสมควร
"เมื่อคืนฉันหลับได้ยังไงนะ..." เมื่อคิดถึงเื่เมื่อคืน หลงซือหยิงอดไม่ได้ที่จะเขินอาย
เพราะเสียใจกับเื่เฉียนเจียงมากเกินไป จึงกระโจนเข้าอ้อมกอดของหลินเยี่ยอย่างไร้สติ แล้วหลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าทําไมถึงหลับไป...
"อาจจะเป็เพราะ่นี้คุณเหนื่อยเกินไปเลยนอนไปบนโซฟา" หลินเยี่ยตอบ
"งั้น... คุณเป็คนอุ้มฉันกลับไปที่ห้องนอนเหรอ? ”
"อืม"
"ขอบคุณนะ" ใบหน้างดงามของหลงซือหยิงแดงก่ำ เธอรู้สึกอายจึงพูดเปลี่ยนเื่ว่า "ฉันจะไปช่วยยี่ยี่หวีผมก่อน จะได้ไปส่งเธอที่โรงเรียน"
หลังพูดจบก็รีบหมุนตัวเข้าห้องทันที
ส่วนหลินเยี่ยก็จัดทรงผมของตัวเองง่าย ๆ พร้อมกับเอาวงแหวนหยก์มุ่งหน้าสูู่เาเทียนหู
ต้องรีบบำเพ็ญตนให้เร็วที่สุด มีแต่วิธีนี้จึงทำให้เขาแข็งแกร่งพอทลายค่ายอาคมพิทักษ์สำนักเพื่อช่วยเหลือเย่ว์เหยาจากสำนักเร้นโลกาได้
เขาเดินขึ้นเขาผ่านป่าไผ่แล้วบังเอิญเจอหลินชิ่งจู๋หญิงสาวที่ฝึกหมัดพยัคฆ์กระเรียนเมื่อวานนี้
วันนี้เธอไม่ได้ฝึกชกต่อย แต่กำลังนั่งหักกิ่งไม้เล่นอยู่บนหินก้อนใหญ่ ดูเหมือนว่าจะมีเื่ในใจ
เดิมทีหลินเยี่ยคิดจะเดินอ้อมไปเพื่อขึ้นเขา แต่สุดท้ายหลินชิ่งจู๋ก็ขวางทางไว้
"อาจารย์ ไม่คิดว่าคุณจะมาจริง ๆ ฉันรอคุณอยู่ที่นี่นานแล้ว" หลินชิ่งจู๋โยนกิ่งไม้ในมือทิ้ง แล้วพุ่งปรี่เข้ามาด้วยสีหน้ายินดี
"รอฉันทําไม?" หลินเยี่ยตอบกลับอย่างเ็า