จบคำเปลวไฟตรงปลายโต๊ะก็ปรากฏขึ้น แสงสว่างจากเปลวไฟเผยให้เห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ผมสีดำั์ตาสีแดงเพลิงใบหน้าที่งดงามราวกับเด็กผู้หญิง ในมือของเด็กชายถือไฟแช็ก เด็กชายจ่อไฟแช็กกับเชิงเทียนแล้วใช้เชิงเทียนจ่อเข้ากับเชิงเทียนที่กลางโต๊ะเพิ่มพูนความสว่างให้กับห้อง
ท่านเคานต์สังเกตเห็นด้วยว่าบนโต๊ะข้างหน้าเด็กชายมีจานวางอยู่หนึ่งใบ บนจานมีสเต๊กที่ทานเหลือครึ่งหนึ่งอยู่
เออร์วินดับไฟบนไฟแช็กก่อนวางมันลงบนโต๊ะข้างจานแล้วหยิบส้อมกับมีดขึ้นมาทานสเต๊กต่อ ขณะที่กำลังลงมือหั่นเนื้ออยู่นั้นเออร์วินก็พูดว่า
“เนื้อนี่อร่อยจังเลยนะครับ ทั้งนุ่มและชุ่มฉ่ำ คิดถูกจริง ๆ ที่นำเนื้อนี่มาทำสเต๊กท่านเคานต์ก็คิดเหมือนกันใช่ไหมครับ”
ได้ยินเช่นนั้นเคานต์เรห์นวาร์ดกลับทำหน้าเหมือนท้องผูกความคิดบางอย่างปรากฏขึ้นในหัว แต่เขาไม่อยากมองโลกในแง่ร้ายจึงเลียบเคียงถามว่า
“คือว่าเ้าชายเออร์วินขอรับเนื้อนั่น...”
เออร์วินกลับตัดบทไปอย่างไม่ใส่ใจว่า
“เอาจากห้องครัวในคฤหาสน์นี้น่ะครับ เห็นมันเก็บแยกกับเนื้อชิ้นอื่นเลยคิดว่าน่าจะเป็ของดีแน่ ๆ ก็เลยเอามาทำสเต๊กเสียเลยแล้วก็ไม่ผิดหวัง” ตอบเสร็จยังไม่วายหันมายิ้มให้เขาอีก
เคานต์เรห์นวาร์ดรู้สึกอยากจะร่ำไห้ออกมาในทันใด เขามั่นใจแล้วว่าเนื้อที่อีกฝ่ายทานอยู่นั้นคือเนื้อหมูป่าวารีที่จะมีเฉพาะในป่าแห่งหนึ่งทางทิศใต้ของทวีปอาร์เคนัส ตามข้อมูลที่เคานต์เรห์นวาร์ดได้มาในป่าแห่งนี้จะมีทะเลสาบอยู่แห่งหนึ่งโดยที่น้ำในทะเลสาบในป่าแห่งนี้จะมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มพูนความเข้ากันได้กับเวทธาตุน้ำให้กับผู้ที่ได้ดื่มมัน แต่ทว่ามันกลับน่าประหลาดที่คุณสมบัตินี้มันจะมีผลกับทุกชีวิตแต่จะยกเว้นมนุษย์เท่านั้น เพราะหากมนุษย์คนไหนได้เผลอดื่มน้ำในทะเลสาบเข้าไปของเหลวในร่างกายจะระเหยอย่างรวดเร็วและเสียชีวิตในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง
แม้จะเป็เช่นนั้นก็ยังมีวิธีที่มนุษย์จะได้รับผลประโยชน์จากน้ำในทะเลสาบโดยที่ไม่ต้องกังวลเื่ของเหลวในร่างกายจะระเหยเป็ไออยู่ก็คือ ทานเนื้อของสัตว์ที่ได้ดื่มน้ำจากทะเลสาบแห่งนั้น แม้จะรู้วิธีแล้วก็ตามแต่การจะได้มาซึ่งเนื้อพวกนั้นก็ไม่ใช่เื่ง่าย ในบรรดาสิ่งมีชีวิตที่ได้ดื่มน้ำจากทะเลสาบมีทั้งสัตว์ทั่วไปและสัตว์อสูร ในบรรดาสัตว์ทั้งหมดหมูป่าวารีจัดเป็สัตว์ที่ล่าง่ายที่สุด แม้จะบอกว่าล่าง่ายแต่ในทุกฤดูการล่ากลับมีคนจำนวนไม่น้อยต้องจบชีวิตลงเพราะมัน ทำให้มีบางปีที่ล่ามันไม่ได้เลยก็มี
เมื่อสองปีก่อนเขาได้มีโอกาสรู้จากช่องทางของดอน โกเบอร์ว่ามีเนื้อของหมูป่าวารีหลุดมาขายในตลาดมืดอยู่หนึ่งชิ้น ด้วยความที่เป็คนใช้เวทธาตุน้ำและมีความเข้ากันได้กับธาตุน้ำในระดับหนึ่ง ย่อมเป็ธรรมดาที่จะปรารถนาอยากได้เนื้อหมูป่าวารีชิ้นนี้ ตอนนั้นเคานต์เรห์นวาร์ดทุ่มเททรัพย์สินและทรัพยากรไปไม่น้อยกว่าจะได้เนื้อชิ้นนั้นมา ทว่าเมื่อได้เนื้อชิ้นนั้นมากลับตัดใจกินมันไม่ลงไปเสียอย่างนั้น หลายครั้งที่เขาเตรียมจะสั่งให้พ่อครัวในคฤหาสน์นำเนื้อชิ้นนี้ไปปรุงแต่พอนึกถึงสินทรัพย์มากมายที่เขาจ่ายไปเพื่อให้ได้เนื้อชิ้นนี้มากลับทำให้ต้องยกเลิกกลางคัน
เคานต์เรห์นวาร์ดทำหน้าเหมือนคนอมบอระเพ็ดก่อนจะปั้นรอยยิ้มออกมาอย่างเต็มฝืนพูดออกมาอย่างลำบากว่า
“เ้าชายขอรับนั่นคงจะเป็เนื้อหมูป่าวารีน่ะขอรับ”
เออร์วินที่กำลังหั่นสเต๊กหยุดมือ
“หมูป่าวารี?”
เคานต์เรห์นวาร์ดพยักหน้า เออร์วินนึกข้อมูลที่เขาเคยได้รู้จากในหนังสือ
“หมูป่าวารีที่ดื่มน้ำจากทะเลสาบแปลก ๆ แล้วถ้าใครได้ทานเนื้อจากหมูพวกนี้จะสามารถเพิ่มความเข้ากันได้กับพวกเวทธาตุน้ำน่ะเหรอ”
“ใช่ขอรับ เดิมทีกระหม่อมตั้งใจจะนำเนื้อชิ้นนี้ไปถวายเ้าชายอยู่พอดี แต่ในเมื่อเ้าชายได้ทานไปแล้วก็ไม่ต่างกันจากนี้ไปเ้าชายก็จะกลายเป็อัจฉริยะในเวทธาตุน้ำไม่ด้อยไปกว่าเ้าหญิงลิลิธ”
เคานต์เรห์นวาร์ดกล่าวเยินยอเออร์วินยกใหญ่แม้ในใจจะยังเ็ปที่สูญเสียเนื้อราคาแพงก็ตาม แต่ในเมื่ออีกฝ่ายกลืนลงท้องไปแล้วจะให้คายออกมาก็คงไม่ได้ ที่ทำได้ก็คือยิ้มประจบอีกฝ่ายไปก่อนแล้วค่อยหาหนทางรีดผลประโยชน์คืนภายหลัง และถ้าสามารถหลอกให้อีกฝ่ายแก้มัดให้แล้วหลอกถามคนที่อยู่เื้ัจากเด็กคนนี้ได้ก็จะดีเข้าไปใหญ่ ทว่าสิ่งที่ได้กลับมากลับเป็สายตาที่มองตนเหมือนมองคนปัญญาอ่อนของเด็กสิบขวบพร้อมกับพูดว่า
“พูดอะไรออกมาน่ะครับ ด้วยปริมาณมานาของผมต่อให้กินหมูป่าวารีหมดป่าก็ไม่มีความหมายอะไรหรอกนะครับ หรือเื่แค่นี้ท่านเคานต์ก็ไม่รู้”
พูดจบเออร์วินก็ใช้ส้อมส่งเนื้อชิ้นหนึ่งเข้าปากแล้วเคี้ยวอย่างหน้าตาเฉย คำพูดของเออร์วินทำให้ท่านเคานต์พูดไม่ออกได้แต่ลอบด่าอีกฝ่ายในใจ
ความเงียบเริ่มเข้าปกคลุมทั้งห้องเออร์วินยังคงทานสเต๊กเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นความอึดอัดก็เข้าปกคลุมในใจของเคานต์เรห์นวาร์ด เพราะจนบัดนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้มาตกอยู่ในสภาพนี้ สายตาเหลือบมองลูกและภรรยาที่ยังคงหลับใหลไม่มีวี่แววว่าจะตื่น ขณะที่รอดูท่าทีว่าอีกฝ่ายจะทำยังไงต่อไปเออร์วินก็ทานสเต๊กจนเสร็จก่อนจะทำการเช็ดปากแล้วถอดผ้ากันเปื้อนออก เคานต์เรห์นวาร์ดที่คิดว่าถึงเวลาแล้วแต่พอคิดว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรกลับต้องชะงักอีกครั้งเพราะเ้าชายเออร์วินเพียงแค่นั่งหลังตรงแล้วหลับตาลงเสียอย่างนั้น
“เอ่อคือว่า...เ้าชายขอรับ...”
เคานต์เรห์นวาร์ดพยายามชวนอีกฝ่ายคุยแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือคำตอบที่ว่า
“ใจเย็น ๆ ครับท่านเคานต์รอของขวัญที่ผมเตรียมจะมอบให้ท่านเคานต์มาถึงก่อนค่อยคุยก็ยังไม่สายนะครับ”
“ของขวัญ?”
“ใช่ครับ ของขวัญ ดังนั้นรบกวนท่านเคานต์ช่วยกรุณารอสักครู่นะครับ”
ั้แ่ต้นจนจบเออร์วินพูดโดยไม่ลืมตาแม้แต่ครั้งเดียวและเมื่อพูดจบเด็กชายก็ยังคงนั่งหลับตานั่งอยู่อย่างนั้น
ความเงียบเข้ามาปกคลุมอีกครั้งคราวนี้กลับเป็เคานต์เรห์นวาร์ดคนเดียวที่ลืมตาอยู่ ความรู้สึกโดดเดี่ยวตัวคนเดียวเข้ามาเกาะกุมจิตใจเขาทีละนิด เวลาแต่ละวินาทีเคลื่อนผ่านไปอย่างช้า ๆ ในตอนนี้หากได้ยินเสียงหนูสักตัววิ่งขวักไขว่ไปมาในห้องคงจะคลายความตึงเครียดให้เขาได้ไม่น้อย
เออร์วินที่นั่งหลับตาบนเก้าอี้กลับรอคอยทุกวินาทีอย่างใจเย็น ท่ามกลางความเงียบและแสงไฟที่สลัวเรือนลางเวลาก็ได้ผ่านเลยไปอย่างช้า ๆ คนห้าคนล้อมบนโต๊ะอาหารสามคนยังคงหลับสนิทสองคนที่ยังคงรู้สึกตัว ทว่าคนหนึ่งดูลุกลี้ลุกลนมองไปมองมาตลอดบางครั้งลองฝืนขยับตัวเมื่อเห็นว่าไร้ผลก็ลองมองไปมาก่อนจะกลับมาลองขยับตัวบนเก้าอี้เมื่อเห็นว่าไร้ผลก็จะมองไปมาอีกครั้งทำแบบนี้วนไป บางครั้งเขาลองะโปลุกภรรยากับลูกทั้งสองผลคือไร้การตอบสนอง ส่วนอีกคนเอาแต่นั่งหลังตรงหลับตานิ่งไม่ขยับ
ท่ามกลางเวลาที่ล่วงเลยไปก่อนที่เคานต์เรห์นวาร์ดจะเสียสติไปมากกว่านี้ ในที่สุดเออร์วินก็ลืมตาขึ้นพูดว่า
“มาแล้วเหรอ? ใช้เวลาเยอะกว่าที่คิดนะครับ”
เสียงสตรีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากในเงามืด
“พอดีมีปัญหานิดหน่อย”
“ปัญหา?”
เสียงนั้นเงียบไปสักพักขณะที่ในใจเคานต์เรห์นวาร์ดกำลังเต็มไปด้วยความสงสัยและความข้องใจ ร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาจากเงามืดตรงมุมห้อง ร่างนั้นสวมเสื้อคลุมมิดชิดทั้งตัวสวมฮู้ดที่ศีรษะในมือทั้งสองกำลังถือกล่องที่มีขนาดใหญ่กว่าศีรษะคนเล็กน้อย คนในชุดดำเดินหยุดข้างเออร์วิน
“เอ่อ...” เคานต์เรห์นวาร์ดจ้องมองคนชุดดำด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงก่อนจะถามต่อว่า “เ้าชายขอรับคนผู้นี้คือ”
เออร์วินไม่ตอบเขาแต่กลับพูดว่า
“ท่านเคานต์ครับไม่ทราบว่าท่านเคานต์ยังจำตำแหน่งหน้าที่ของตัวเองได้หรือเปล่าครับ”
เคานต์เรห์นวาร์ดชะงักก่อนจะรีบพูดว่า
“จำได้สิพะย่ะค่ะตำแหน่งของกระหม่อมคือเสนาบดีกฎหมายควบตำแหน่งผู้พิพากษาสูงสุด ซึ่งที่ผ่านมากระหม่อมก็ได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างสุดความสามารถพะย่ะค่ะ”
เออร์วินพยักหน้าแต่กลับไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ความเงียบเริ่มเข้ามาปกคลุมทั้งห้องอีกครั้ง เคานต์เรห์นวาร์ดเริ่มกลับมารู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูก แม้ว่าเ้าชายคนนี้จะยังเป็เ้าชายขยะในสายตาเขาแต่อยู่ ๆ กลับให้บรรยากาศเย็นะเืขึ้นมาเสียอย่างนั้น เขาจึงลองพูดกับอีกฝ่ายเพื่อทำลายความเงียบ
“เอ่อเ้าชายเออร์วิน...”
ทว่ากลับถูกอีกฝ่ายตัดบทดื้อ ๆ
“พอดีวันนี้ผมไปเดินเล่นในเมืองมาครับ” เออร์วินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะหัวเราะสั้น ๆ “ฮ่า ฮ่า ฮ่า แปลกใช่ไหมครับท่านเคานต์ที่เ้าชายขยะที่มักขลุกตัวอยู่ในห้องสมุดอยู่ตลอดเวลา กลับออกมาเดินเล่นได้เนี่ยจะไปเดินเล่นในเมือง” เออร์วินหยุดไปพักหนึ่งก่อนพูดต่อ “แต่ว่าระหว่างที่ผมเดินเล่นอยู่นั้นดันไปเจอเื่น่าสนใจอยู่เื่หนึ่งน่ะสิครับ ท่านเคานต์พอจะเดาได้ไหมครับ”
“คือว่ากระหม่อมไม่...”
“วันนี้ผมไปเจอเด็กผู้หญิงคนหนึ่งมาเป็เด็กผู้หญิงจน ๆ ที่อยู่กันสองคนพ่อลูก แม้จะเป็อย่างนั้นแต่พวกเขาก็ดูมีความสุขดีนะครับ แต่ว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนพ่อของเธอกลับดันมาล้มป่วยเสียได้ ก็ด้วยความจนน่ะครับเป็ธรรมดาที่ไม่มีเงินจะซื้อโพชั่นมารักษาอาการป่วยของพ่อเธอ ทางเดียวที่เหลือก็คือกู้เงินไงครับส่วนไปกู้ใครนั้นท่านเคานต์พอจะเดาได้ใช่ไหมครับ”
เออร์วินหยุดพูดพร้อมกับใช้ั์ตาสีแดงจ้องหน้าเคานต์เรห์นวาร์ด ก่อนจะพูดต่อ
“ใช่ครับเธอไปกู้เงินจากเศรษฐีที่ชอบปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหดคนหนึ่ง เธอใช้เงินก้อนนั้นไปซื้อโพชั่นระดับต่ำจากร้านขายโพชั่นในเมืองด้วยความหวังว่าพ่อของเธอจะหายป่วยแล้วมีชีวิตอยู่กับเธอต่อไป แต่อนิจจาโพชั่นที่ซื้อมาดันเป็ของปลอมเห็นดังนั้นเธอจึงไปทวงความเป็ธรรมที่ร้านขายโพชั่น แต่เ้าของร้านกลับไม่รับผิดชอบอะไรแถมอ้างว่าเธอเป็คนชั้นต่ำที่้ามาข่มขู่รีดไถแล้วยังใช้คนในร้านมาทำร้ายเธออีก เมื่อเป็แบบนั้นเธอจึงเหลือทางเลือกเดียวก็คือขอความเป็ธรรมจากกฎหมาย”
ตอนนี้เคานต์เรห์นวาร์ดเริ่มจะพอเดาถึงจุดประสงค์ของอีกฝ่ายได้แล้วจึงรีบเสนอตัว
“เ้าชายโปรดวางใจกระหม่อมจะ...”
“เธอไปร้องเรียนที่ศาลของท่านแต่รู้มั้ยครับว่าเกิดอะไรขึ้น เธอโดนคนที่นั่นด่าทอแล้วโยนเธอออกมา ชีวิตของเธอตอนนี้จะเรียกว่าบัดซบสุดขีดก็ว่าได้ ทีนี้ท่านเคานต์ครับผมขอถามท่านหน่อยได้ไหมครับว่าตำแหน่งของท่านคือตำแหน่งอะไรและมีหน้าที่อะไร”
เคานต์เรห์นวาร์ดลอบด่าในใจว่า ‘ไอ้เด็กเปรต’ก่อนจะแสร้งทำเป็หัวเราะเหมือนไม่ใช่เื่สำคัญ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เป็เื่ปกติที่จะมีเื่ทำนองนี้เกิดขึ้นขอรับเ้าชาย ที่สำคัญเื่ทำนองนี้ต้องฟังความหลาย ๆ ด้าน เพราะพวกคนจนหรือพวกคนชนชั้นต่ำที่มักทำเื่ไร้ยางอายทำนองนี้เพื่อรีดไถคนอื่นก็เป็ที่เห็นได้บ่อย ๆ พะย่ะค่ะ กระหม่อมขอแนะนำว่าเื่พวกนี้ไม่มีค่าพอให้เ้าชายต้องมาใส่ใจเลยสักนิด”
พูดจบเคานต์เรห์นวาร์ดก็หัวเราะเหมือนกับว่าสิ่งที่เออร์วินพูดเป็เพียงแค่เื่ตลกไร้สาระเท่านั้น ก่อนจะสังเกตพบเห็นั์ตาสีแดงสดมองมาที่ตนด้วยความเฉยชา จึงพบว่าความคิดที่จะกลบเกลื่อนแล้วปล่อยผ่านของตนเห็นทีจะไม่ได้ผล ขณะกำลังใช้ความคิด เ้าชายน้อยก็พูดย้ำด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบว่า
“ท่านเคานต์ยังไม่ได้ตอบผมเลยนะครับว่าท่านเคานต์ดำรงตำแหน่งอะไรและทำหน้าที่อะไร”
เคานต์เรห์นวาร์ดได้แต่ลอบเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันก่อนจะยิ้มประจบตอบว่า
“เ้าชายย่อมทราบดีอยู่แล้วนี่พะย่ะค่ะว่ากระหม่อมดำรงตำแหน่งเสนาบดีกฎหมายควบตำแหน่งผู้พิพากษาสูงสุด”
“ถ้าอย่างนั้นในเมื่อเรามีคนที่ทำหน้าที่รักษากฎหมายอยู่แล้วทั้งที ทำไมถึงยังเกิดเื่ที่ผมเล่าไปได้ล่ะครับ ท่าน เคานต์”
เออร์วินเน้นคำว่าท่านเคานต์ทีละคำช้า ๆ เคานต์เรห์นวาร์ดกลอกสายตาไปมาอย่างเร่งร้อนเพื่อคิดหาคำพูด ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเ้าชายขยะคนนี้คงคิดที่จะเล่นเป็ฮีโร่อยู่แน่ ๆ ดังนั้นสิ่งที่ตนต้องทำก็คือตีหน้าสำนึกผิดแล้วพูดว่า
“เื่นี้ต้องขอประทานอภัยจริง ๆ พะย่ะค่ะกระหม่อมรับรองว่าจะไปตักเตือนและลงโทษคนพวกนั้นที่ทำร้ายเด็กผู้หญิงคนนั้นโดยด่วนพะย่ะค่ะ”
เคานต์เรห์นวาร์ดพูดจบก่อนจะพบว่าทั้งแววตาและสีหน้าของเ้าชายนั้นยังคงไม่มีความเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรเ้าชายน้อยก็พูดเพียงว่า
“ดูเหมือนว่าผมคงต้องจ่ายยาแรงสินะครับท่านเคานต์”
ก่อนที่เคานต์เรห์นวาร์ดจะได้พูดอะไรเออร์วินก็หันไปมองคนชุดดำข้างกายแล้วรับกล่องไม้มาวางบนโต๊ะ เขาเปิดกล่องดูถามว่า
“ไม่ผิดคนแน่นะ”
ไม่มีการตอบสนองจากเรเวนเออร์วินก็ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหยิบห่อผ้าขนาดใหญ่ออกมา เคานต์เรห์นวาร์ดใช้สายตาจ้องมองห่อผ้าด้วยความหวาดระแวง เขาสังเกตเห็นว่าตรงก้นห่อผ้าเหมือนจะมีของเหลวหยดลงมา
เออร์วินหิ้วห่อผ้าแล้วก้าวขึ้นไปยืนบนโต๊ะอาหารก่อนจะเดินมาหาเคานต์เรห์นวาร์ด จนเขาเดินมายืนบนโต๊ะตรงหน้าแล้วจึงนั่งลงบนโต๊ะแล้ววางห่อผ้าลงตรงหน้าเขา
ตอนนี้เคานต์เรห์นวาร์ดรู้สึกได้ถึงกลิ่นคาวที่ฟุ้งออกมาจากห่อผ้า เขาขมวดคิ้วทันทีที่ได้กลิ่น ในใจของเขาพอจะเดาได้ว่าของในห่อผ้านี้คืออะไรแต่ยังไม่ปักใจเชื่อจึงถามว่า
“นี่คือ?”
“ของขวัญไงครับท่านเคานต์”
“ของขวัญ?”
“ใช่ครับของขวัญ”
พูดจบเออร์วินก็ทำการแก้ห่อผ้าออกมาเผยให้เห็นศีรษะล้านเลี่ยนดวงตายังเบิกโพลง คล้ายว่าตายตาไม่หลับ ทันทีที่เคานต์เรห์นวาร์ดเห็นใบหน้ากลับต้องหน้าซีดทันทีร้องว่า
“ดอน โกเบอร์?”
“ใช่ครับนี่คือ ดอน โกเบอร์ หนึ่งในมหาเศรษฐีของเมืองไพร์ล็อกนั่นเองดังนั้นผมจะถามท่านเคานต์อีกครั้งนะครับ” เออร์วินเว้นไปพักหนึ่งก่อนจะถามว่า “ท่านเคานต์ดำรงตำแหน่งอะไรและทำหน้าที่อะไร”
คำถามคำถามเดิมทั้งยังถูกถามเป็ครั้งที่สามแต่ครั้งนี้กลับทำให้เคานต์เรห์นวาร์ดรู้สึกหวาดกลัวไปถึงขั้วหัวใจ ดอน โกเบอร์ หนึ่งมหาเศรษฐีของเมืองไพร์ล็อกทำความชั่วทุกรูปแบบทั้งฆ่าคนลักพาตัว แต่กลับไม่มีใครทำอะไรได้เพราะมีเส้นสายอย่างเคานต์เรห์นวาร์ดคอยหนุนหลัง บวกค่านิยมของทวีปอาร์เคนัสที่มักไม่ให้ความสำคัญทั้งยังปล่อยปละละเลยกับคนที่เกิดมาพร้อมกับพลังเวทที่อ่อนด้อย ทำให้เหยื่อเ่าั้ไม่เคยจะได้รับความเป็ธรรม และเหนือสิ่งอื่นใดด้วยนิสัยขี้ระแวงของดอนทำให้เขาทำการว่าจ้างคนคุ้มกันไว้มากมายจนเคานต์เรห์นวาร์ดที่สนิทสนมกับอีกฝ่ายยอมรับเลยว่าการจะลอบเข้าไปฆ่าดอนได้นั้นแทบจะเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้
แต่ทั้งที่เป็อย่างนั้นดอนคนนั้นกลับถูกสังหารลงแล้ว และหัวของดอนก็ถูกนำมาวางไว้ตรงหน้าเขา สายตาของเคานต์เรห์นวาร์ดเหลือบไปมองคนใส่ชุดสีดำได้แต่นึกสงสัยในใจว่า
‘ใครกัน? เมืองไพร์ล็อกมีมือสังหารระดับนี้ั้แ่เมื่อไหร่’