"ูเายอดหยกไม่ได้ใหญ่มากนัก พวกเราจะฝึกฝนให้พวกเ้าเพียงแค่เจ็ดวันเท่านั้น หลังจากผ่านเจ็ดวันไป หากพวกเ้าเข้าไปข้างในูเายอดหยกแล้ว พวกเราจะไม่ตามพวกเ้าไป ต่อจากนั้นสามวันพวกเ้าต้องฝึกฝนด้วยตนเอง และตัดส่วนของสัตว์อสูรมาเป็ผลลัพธ์การฝึกของพวกเ้า"
"สัตว์อสูรระดับหนึ่งได้หนึ่งคะแนน สัตว์อสูรระดับสองได้สิบคะแนน"
"หลังจากพวกเ้าออกมาแล้ว พวกเ้าจะได้รับการจัดอันดับตามคะแนน สามอันดับแรกจะได้รับยาวิเศษระดับสอง เจ็ดอันดับท้ายจะได้รับยาวิเศษระดับหนึ่ง"
"เจ็ดวันนี้ พวกเ้าจะต้องติดตามเรียนรู้วิธีแยกแยะเขตรอบในและเขตรอบนอกของเขายอดหยกจากพวกเราให้ดี"
"อย่าได้คิดทึกทักเอาว่าส่วนที่ลึกที่สุดของูเายอดหยกคือเขตรอบใน ถึงแม้จะเป็ความจริง แต่บนเขายอดหยกเป็ป่ารกชัฏ บางแห่งถึงขั้นว่าไม่มีแม้แต่แสงอาทิตย์ลอดผ่าน"
"เชื่อข้า อยู่ที่นั่นพวกเ้าจะไม่สามารถบอกได้ว่าทิศใดเป็ทิศใด หากไม่ระวังแม้เพียงนิด พวกเ้าอาจหลงทางเข้าไปในเขตรอบใน"
"ด้วยกำลังของพวกเ้า เมื่อเข้าไปในเขตรอบในแล้ว สิ่งที่รอคอยพวกเ้า ก็มีเพียงความตายเท่านั้น!"
"อีกประการหนึ่ง พวกเ้ายังต้องเรียนรู้ว่าจะหาทางออกได้อย่างไร และเรียนรู้วิธีการจดจำสถานที่ที่พวกเ้าเคยเดินผ่านมา ไม่เช่นนั้นพวกเ้าคงได้แต่เดินวนรอบูเา หลงทางจนไม่สามารถออกมาได้"
ครูฝึกหลินเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง เหล่าเด็กหนุ่มจึงพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย แม้กระทั่งหานหลินกับหานเฟิงยังกังวลขึ้นมาเล็กน้อย
หานเฟิงเหลียวมองต้นไม้สูงใหญ่บนเขายอดหยก ไม่รู้ด้วยเหตุใด ในฤดูร้อนเช่นนี้ ต้นไม้เหล่านี้กลับให้ความรู้สึกน่าขนลุกขนพอง ราวกับเป็อสูรกลืนคน
หานเฟิงไม่รู้ว่าบนเขายอดหยกแห่งนี้ แท้จริงแล้วมีผู้ฝึกยุทธ์ไม่น้อยถูกกลบฝังอยู่ที่นี่
หานหย่งซิ่งและครูฝึกทั้งสามเฝ้ามองทั้งหมดนี้ด้วยความสนใจ แย้มยิ้มออกมาบาง ๆ "ทุก ๆ ปีล้วนเป็เช่นนี้ คิดถึงตอนนั้น พวกเราก็ยังไม่โตเช่นนี้ บัดนี้...."
หลินต๋าและเฝินหลีล้วนยิ้มออกมาน้อย ๆ ประสบการณ์ของพวกเขาและพวกหานเฟิงอาจแตกต่างกัน แต่เริ่มแรกพวกเขาก็ล้วนไร้เดียงสาเช่นนี้ เมื่อประสบพบเจอสถานการณ์นองเืและสนามต่อสู้มานับไม่ถ้วน พวกเขาถึงได้กลายมาเป็อย่างทุกวันนี้
ครูฝึกหลินกระแอมเบา ๆ แล้วกล่าวต่อไป "ตอนนี้ พวกเ้ามีคำถามอะไรหรือไม่? "
หานเลี่ยรีบกล่าว "ครูฝึก หากเราฆ่าสัตว์อสูรระดับสามได้ จะได้รับกี่คะแนนหรือขอรับ? "
สีหน้าของครูฝึกหลินแปลกประหลาดเป็อย่างมาก จากนั้นเขาก็ด่าออกมา "ด้วยกำลังของพวกเ้า ทำได้เพียงจัดการกับสัตว์อสูรระดับสองเท่านั้น คาดว่ามีเพียงหานหลินจึงจะสามารถต่อกรสัตว์อสูรระดับสูงกว่านั้นได้"
"ด้วยระดับของพวกเ้าในตอนนี้ ยังคิดว่าจะล่าสัตว์อสูรระดับสามได้หรือ?รอให้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกก่อนเถอะ!"
หานเลี่ยถูกครูฝึกหลินดุด่าก็กลายเป็หดหู่ใจขึ้นมา ใบหน้าเขาพลันปรากฏแววเย้ยหยัน
สัตว์อสูรระดับหนึ่งเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสามัญระดับต้น สัตว์อสูรระดับสองเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสามัญระดับกลางที่เปิดเส้นลมปราณที่สี่ขั้นต้น สัตว์อสูรระดับสามเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสามัญระดับกลางที่เปิดเส้นลมปราณที่สี่ขั้นปลาย
อย่างน้อยผู้ฝึกยุทธ์ที่เปิดเส้นลมปราณที่ห้าจึงจะมีความสามารถต่อกรได้
บริเวณรอบนอกเขายอดหยก เสือดาวใหญ่ั์ตัวหนึ่งซุ่มซ่อนอยู่ในความมืด เมื่อเห็นคนกลุ่มหนึ่งค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ มันก็เปิดปากด้วยความหิวโหย น้ำลายไหลย้อยเป็ทาง
หลังจากคนกลุ่มนั้นเข้ามาใกล้ เสือดาวก็กระโจนออกไป กัดลงที่คนแรก
ทว่าในตอนนั้นเอง เสือดาวก็แสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมา จากการรับรู้ของเสือดาว จู่ ๆ จ่าฝูงของกลุ่มก็แผ่รัศมีที่ทำให้ใจสั่นสะท้านออกมา
ลมหายใจประเภทนี้ จะััได้ก็เพียงเขตรอบในของเขายอดหยกเท่านั้น
ตามมาด้วยเสียงคำรามดังลั่น ร่างกายของเสือดาวพลันรู้สึกเ็ป จากนั้นมันก็ไม่หลงเหลือสติรับรู้ใด ๆ อีกต่อไป
ครูฝึกหลินหัวเราะเบา ๆ "พวกเ้าเห็นหรือยัง ในูเา ไม่ว่าสัตว์อสูรใดล้วนปกปิดร่องรอยของพวกมันเพื่อซุ่มโจมตี ไม่เหมือนกับสัตว์อสูรในตระกูลที่พวกเ้าได้ฝึกฝน"
"หากพวกเ้าไม่ระวัง ก็จะกลายเป็อุจจาระของสัตว์อสูรแล้ว"
เหล่าเด็กหนุ่มเมื่อครู่ยังกลัวอยู่เล็กน้อย แต่ยามนี้พวกเขากลับกระอักกระอ่วนขึ้นมา เพราะการกลายเป็อุจจาระของสัตว์อสูรช่างน่ารังเกียจเกินไปแล้ว
อีกทั้ง....
หานหลินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ "ครูฝึก เสือดาวตัวนี้ระดับใดหรือ? "
ถึงแม้จะไม่อยากยอมรับ แต่เมื่อครู่ตอนที่เสือดาวพุ่งออกมา พวกเขาก็รู้สึกตกตะลึงกับกลิ่นอายความโหดร้ายของเสือดาวแล้วจริง ๆ
สีหน้าของหานเฟิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย "เมื่อเทียบกับการโจมตีของสัตว์อสูรตัวนั้น การแข่งขันระหว่างข้ากับกู่ปาก่อนหน้านี้ราวกับเป็เพียงเด็กเล่นหยอกกัน"
ครูฝึกหลินหัวเราะหึ ๆ "เสือดาวตัวนี้ระดับต่ำสุดในหมู่สัตว์อสูรด้วยกัน มันเป็เพียงสัตว์อสูรระดับหนึ่งเท่านั้น กระทั่งในหมู่สัตว์อสูรระดับหนึ่งด้วยกัน ก็ยังไม่ใช่ตัวที่แข็งแกร่งที่สุด"
"เพียงแต่เสือดาวเติบโตมาถึงขั้นนี้ได้ ปกติมันจะต้องเคยเข่นฆ่ามาไม่น้อยเป็แน่ กลิ่นอายคาวเืของมันทำให้พวกเ้าใก็เป็เื่ธรรมดา"
"อย่างไรเสียพวกเ้าก็ไม่เคยเห็นเื สัตว์อสูรที่ตระกูลให้พวกเ้าใช้ฝึกฝนขาดจิติญญาในการต่อสู้ไปแล้ว หากสัตว์อสูรในตระกูลมาที่เขายอดหยก ภายในไม่ถึงหนึ่งเดือน พวกมันก็จะกลายเป็อาหารหรืออุจจาระของสัตว์อสูรบนเขายอดหยก"
"เพียงแค่ระดับหนึ่งหรือ!!" หานหลินและคนอื่น ๆ อุทานออกมา สัตว์อสูรที่พวกเขาพึ่งล้มมัน ที่แท้ก็เป็เพียงสัตว์อสูรระดับหนึ่ง!
สีหน้าหานหลินและคนอื่น ๆ ไม่น่าดูชมขึ้นมาทันตา ความมั่นใจก่อนหน้าของพวกเขาแตกออกเป็เสี่ยง ๆ
หานเฟิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเอ่ยกับตนเอง "ก่อนหน้านี้ข้าก็ไม่ได้แข็งแกร่ง ชาติก่อนของข้าเปล่าประโยชน์แล้วจริง ๆ "
จากนั้นหานเฟิงจึงฝืนยิ้มออกมา "ในชาติก่อนของข้า ข้าเป็เพียงคนธรรมดาผู้หนึ่ง ไม่เคยเข่นฆ่าใคร ในแง่นี้ ไม่ได้แตกต่างอันใดกับพวกหานหลินจริง ๆ "
"การฝึกฝนสิบวันนี้ พวกเ้าจะต้องผ่านมันไปให้ได้!"
ครูฝึกหลินเอ่ยในตอนนี้เอง "ตอนนี้พวกเ้าคงเข้าใจว่า เหตุใดพวกเราจึงต้องฝึกพวกเ้าก่อนเข้าร่วมการประลองแล้วกระมัง"
"การประลองก็จัดขึ้นที่เขายอดหยกเช่นกัน หากพวกเ้าเข้าร่วมการประลองโดยไม่ผ่านการฝึกฝน เช่นนั้นผลลัพธ์ย่อม...."
สีหน้าทุกคนยิ่งย่ำแย่ลงกว่าเดิมแล้ว ถึงตอนนั้นคาดเดาได้เลยว่าในสิบคน เกรงจะมีผู้ที่รอดชีวิตออกมาไม่ถึงครึ่ง
ครูฝึกหลินเอ่ยยิ้ม ๆ "พวกเราพึ่งเข้าสูู่เายอดหยก ไม่มีสัตว์อสูรมากนัก เมื่อเข้าไปลึกกว่านี้แล้วจะพบเจอสัตว์อสูรได้ง่ายขึ้น ถึงยามนั้นพวกเ้าจะต้องต่อสู้กับสัตว์อสูร"
สีหน้าของทุกคนตกตะลึง
ก่อนที่ทุกคนจะไป ครูฝึกหลินเดินไปยังต้นไม้ต้นหนึ่ง ควักกริชเล่มหนึ่งออกมาปาดเส้นแนวนอนลงไปบนนั้น จากนั้นจึงชี้ไปยังสัญลักษณ์ ครูฝึกหลินกล่าว "พวกเ้ารู้หรือไม่ว่าข้าทำอะไร? "
พวกเขาขมวดคิ้วขบคิดอย่างหนัก แต่หานเฟิงชาติที่แล้วใช้ชีวิตมาหลายปีเพียงนั้น เขาจะไม่รู้ได้อย่างไร ดังนั้นเขาจึงโพล่งออกไป "สัญลักษณ์นี้จะทำให้เรารู้ว่าเราเดินวนกลับมาที่เดิมหรือไม่ขอรับ"
หานเฟิงเอ่ยเช่นนี้แล้ว เด็กหนุ่มทุกคนล้วนเข้าใจแล้วเช่นกัน
ครูฝึกหลินแสดงความประหลาดใจออกมา "หานเฟิง เ้ารู้จริง ๆ? "
หานเฟิงยิ้มแห้งก่อนจะกล่าว "ก่อนหน้านี้ข้ามักจะเกาะแกะให้ท่านพ่อเล่าเื่ให้ฟังขอรับ"
ครูฝึกหลินถึงได้พยักหน้า "ที่แท้เป็เช่นนี้"