ทุกครั้งที่ทำการรักษาเสร็จต้องรีบชำระล้างร่างกายเพื่อกำจัดเชื้อโรคมือเรียวหยิบผลองุ่นใส่ปากเคี้ยวพอหายหิวสี่ห้าลูกแล้วปลดเปลืองเสื้อผ้าสีกระสอบของตนออกกองกับพื้นเหลือเพียงร่างเปลือยเปล่าที่ค่อยๆ ก้าวลงในอ่างน้ำ
หญิงสาวหยิบผ้าผืนเล็กขึ้นชุบน้ำแล้วถูเอาขมิ้นสีเหลืองที่ทาเนื้อตัวออกจนเกลี้ยงเปิดเผยผิวขาวเนียนละเอียดที่แตกต่างจากหญิงอียิปต์ทั่วไป เธอเองก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องเองถึงมีผิวขาวดุจลิงเผือดแบบนี้ดวงตาของตนเองก็กลมโตผมเส้นเล็กและละเอียดดุจเส้นไหมในรางกายของตนเองเธอชอบผมนุ่มลื่นนี้มากที่สุดจนไม่ยอมให้ดังชีตัดผมให้เธอปล่อยมันยาวจนถึงเอว ผมยาวนี่อาจเป็สิ่งเดียวที่ทำให้เธอยังจดจำแม่ของตนเองได้
เวลาผ่านมาเนิ่นนานจนแทบลืมเลือนใบหน้าของผู้ให้กำเนิดเธอจำได้ ได้เพียงััที่นุ่มลื่นยามที่มือแตะต้องเส้นผมของแม่นั่นเป็เหตุของเหตุผลที่ทำให้ดังชียอมอนุญาตให้เธอไว้ผมยาวแต่ปกปิดผิวกายด้วยการทาขมิ้นจนตัวเหลืองและนุ่มห่มเสื้อผ้าของผู้ชาย
เนเฟอร์คาเรก้าวถอยหลังอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่ทำได้พระองค์เดินตามอังค์เนสมาอย่างช้าๆแต่เห็นเธอพึมพำงึมงำคนเดียวราวกับกำลังคบคิดเื่สำคัญจึงไม่เอ่ยปากออกเรียกแต่เมื่อก้าวตามเข้ามากลับได้พบภาพที่งดงามราวกับจิตกรบรรจงสร้าง พระองค์จำเป็ต้องสงบสติอารมณ์ของตนไม่ให้พลุ่งพล่านมิเช่นนั้นจะเสียการใหญ่ชายหนุ่มรูปงามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ พลางแหงนหน้ามองท้องฟ้าแล้วเหยี่ยวตัวใหญ่สีน้ำตาลก็บินโฉบเข้ามาใกล้อย่างรู้หน้าที
“เฆปรี”
เขาเรียกเหยี่ยวผู้ซื่อสัตย์ของตนเมื่อมันมาเกาะกิ่งไม้ใกล้พระองค์แล้วพระหัตถ์จึงเอื้อมมาแกะสาสน์ที่ข้อเท้าของมันออกดู
“เรามีเวลาไม่มากแล้ว”
ข่าวที่มีผู้ป่วยจากซัคคาราเดินทางมาที่หมู่บ้านแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วท่านหมอเลจูจึงต้องเตรียมตัวเดินทางทั้งที่ตะวันกลางศีรษะการเดินทางไปซัคคารามีทั้งความโล่งใจของคนในหมู่บ้านที่เชื่อว่าท่านหมอเลจูจะสามารถยับยั้งมิให้โรคประหลาดนี้มาถึงหมู่บ้านแต่อีกส่วนหนึ่งก็เป็กังวลว่าจะไม่มีใครดูแลหมู่บ้าน เพราะท่านหมอเลจูมิใช่เป็เพียงหมอรักษาโรคแต่ยังเป็ที่เคารพของคนอื่นๆอีกด้วย
“ลูกศิษย์ของข้าสามารถดูแลที่นี่แทนข้าได้”ผู้เฒ่าเลจูประกาศกับทุกคน “ดังชีจะอยู่ดูแลที่นี่แทนข้า”
หนุ่มฉกรรจ์หลายคนทำท่าไม่พอใจที่ผู้เฒ่าเลจูให้ดังชีดูแลแทนแม้ดังชีกับอังค์เนสจะอยู่ที่หมู่บ้านนี้มาหลายปีแต่สำหรับพวกเขาแล้วทั้งสองก็เป็ ‘คนอื่น’ของหมู่บ้านคนในหมู่บ้านบางส่วนจึงไม่ชอบดังชีนัก
“ท่านหมอเลจูควรให้ดังชีเดินทางไปด้วยนะ”โคซี-ผู้ปกครองหมู่บ้านเอ่ยขึ้นเสียงดังอย่างพยายามบอกถึงตำแหน่งของตนเอง
“ทำไมละท่านโคซี”หลายคนส่งเสียงถามอย่างแปลกใจ
“หนทางไปซัคคารามิใช่สบายนักทว่าข้าเองก็ได้ยินข่าวว่ามีกลุ่มโจรเคลื่อนไหวมากมายข้าจึงเกรงว่าท่านหมอเลจูจะเป็อันตรายหากเดินทางเพียงลำพัง”
“ข้าไปพร้อมกับบิดาที่นำบุตรมารักษาเมื่อเช้า”เลจูเอ่ยเหมือนจะเตือนความจำอีกฝ่าย
“แต่ขากลับท่านก็เดินทางกลับเพียงลำพังนี่”
โคซียังมีเหตุผลอีกล้านแปดที่จะยกมาใช้ เขาเองก็ไม่ค่อยพอใจที่คนในหมู่บ้านให้ความเคารพเลจูกับดังชีมากกว่าตัวเขาเอง
“ที่ข้าพูดไปเพราะเป็ห่วงความปลอดภัยของท่าน”
ชาวบ้านที่ได้ยินต่างคล้อยตามโคซีหลายคนส่งเสียงสนับสนุนให้ดังชีเดินทางร่วมกับผู้เฒ่าเลจูด้วยแต่อังค์เนสรู้ดีว่าดังชีไม่ยอมไปไหนห่างจากเธอแน่ๆ
“ท่านปู่วางใจเถิดข้าจะดูแลที่นี่เอง” อังค์เนสรับคำเป็มั่นเหมาะแววตาจริงจังของเธอทำให้ผู้เฒ่าเลจูยิ้มออกมาได้
“เ้าก็อย่าดื้อนักละอังค์เนส”
“ท่านปู่ชอบพูดเหมือนข้าเป็ลิงน้อย”
อังค์เนสที่กลับมาซ่อนตัวเองในเสื้อผ้าของหนุ่มน้อยเอ่ยเบาๆซ่อนความน้อยใจที่ไม่ได้ออกเดินทางด้วยดังชีไม่อาจปฏิเสธการเดินทางครั้งนี้เขาจึงไดแต่ถอนหายใจหนักจนท่านเลจูสังเกตได้
“หากทุกสิ่งเป็ชะตากรรมที่ถูกกำหนดแล้วคงไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้”
ขบวนการของท่านหมอเลจูออกเดินทางไปแล้วทุกคนในหมู่บ้านจึงแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเองตามปรกติเลจูและดังชีเดินทางไปซัคคาราพร้อมกับบิดาของเด็กหนุ่มผู้ที่นำบุตรชายมารักษาการเดินทางกับผู้ที่คุ้นเคยเส้นทางจะทำให้รวดเร็วและปลอดภัยกว่าอังค์เนสฉวยตะกร้าคิดจะออกหาสมุนไพรอีกแต่กลับถูกขวางด้วยร่างสูงใหญ่ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างใริมฝีปากเผยอขึ้นพูดอะไรไม่ออก
“เ้า! เ้าฟื้นั้แ่เมื่อใด”
“อ้อ! เป็เ้าเองรึที่ช่วยชีวิตข้า”เนเฟอร์คาเรทำไม่รู้ไม่ชี้ “ข้าจำได้ว่าเจอหญิงนางหนึ่งที่ริมตลิ่งแล้วก็”
มือเรียวเล็กยื่นไปตะครุบปากอีกฝ่ายแน่น
“เ้าจะพูดอะไร”
“เ้าปิดปากข้า...ข้าจะพูดได้หรือ”น้ำเสียงปนหัวเราะไม่ร้อนร้นของเขาให้อีกฝ่ายแก้มแดงระเรื่อปล่อยมือจากปากของเขาทันที
“เ้าจะพูดอะไรข้า...ข้าบังเอิญเจอเ้าสลบอยู่ริมน้ำ”
“ถ้าเช่นนั้นเ้าคงเป็ผู้มีพระคุณของข้า”เขาหัวเราะแต่เธอไม่เห็นเป็เื่ขบขัน“ข้าจำได้เพียงแค่ว่าเจอสตรีนางหนึ่งแล้วข้าก็หมดสติไป”
อังค์เนสถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอกที่เขาจะไม่ได้ว่าเป็เธอ
“อาการเ้าเป็อย่างไรบ้าง”
“สบายเนื้อสบายตัวแล้ว” ‘แต่จิตใจของข้ารุ่มร้อนยิ่งนัก’
“นั่นเป็เพราะพิษในตัวเ้าสลายแล้ว”เธอรู้สึกเบาใจขึ้น แต่ก็ไม่อาจออกไปเก็บสมุนไพรได้เพราะถูกยืนขวางอยู่
“เ้าไม่มีอะไรทำหรืออย่างไรจึงมาขวางข้าเช่นนี้”
“มิได้” เขาหัวเราะอารมณ์ดี“ข้าอยากรู้อาการของเด็กหนุ่มเมื่อครู่”
“เด็กหนุ่มผู้นั้นอาการทุเลาแล้วแต่ยังต้องพักฟื้นอีกหลายวันกว่ากำลังวังชาจะกลับคืนเหมือนเดิม”อังค์เนสเท้าสะเอวสองข้างอย่างหงุดหงิด“ท่านมีคนในครอบครัวที่เจ็บป่วยเหมือนเด็กหนุ่มนั้นหรือ”
“จะกล่าวเช่นนั้นก็ย่อมไม่ผิดนัก” เนเฟอร์คาเรคิดว่าการเจรจาอาจจะพอใช้ได้ผล“เ้ามียารักษาโรคนี้หรือไม่”
“ไม่มีหรอก”เธอตอบเร็วเหมือนไม่ต้องคิดและมั่นใจในตัวเอง “ที่ข้าทำก็แค่รักษาตามอาการของโรคเพราะข้ากับท่านปู่เลจูก็ยังไม่รู้ว่าโรคนี้คือโรคอะไร”
“แล้ว...ถ้ามีตัวยาทุกขนานที่เ้า้าเ้าจะทำการรักษาได้หรือไม่”
“ข้าไม่อาจรับปากว่าจะรักษาใครได้หากไม่เคยตรวจดูอาการของคนผู้นั้น”อังค์เนสถอนหายใจหนักๆ “แล้วข้าก็คงไปจากที่นี่ไม่ได้”
“ที่นี่ไม่มีคนไข้หนักมิใช่หรือ”เขาลอบถามกับติตี้มาแล้ว
“ข้าจักต้องดูแลที่นี่ตามคำสั่งของท่านปู่เลจู”‘ไม่เช่นนั้นท่านปู่จะมองว่าข้าเป็ลิงน้อยชอบซุกซนอีก’
เนเฟอร์คาเรยิ้มกริ่มเขาคาดเดาไว้แล้วว่าต้องเป็เช่นนี้ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบให้อังค์เนสเดินได้อย่างสะดวกทว่าเมื่อเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ได้ยินเสียงหวีดร้องดังขึ้นจากในหมู่บ้านหญิงสาวที่ซ่อนกายในชุดเด็กหนุ่มรีบวิ่งไปตามเสียงที่ได้ยินแล้วก็ต้องตื่นตะลึงกับเหล่าบุรุษในชุดดำราวสามสิบคนที่กำลังทำลายข้าวของในหมู่บ้าน
“โจร มะ..มีโจรบุก”
อังค์เนสปราดเข้าไปอุ้มเด็กน้อยที่ผลัดหลงกับแม่ยืนร้องไห้ตัวสั่นน่าแปลกที่คนเหล่านี้มุ่งทำลายข้าวของและข่มขวัญชาวบ้านแต่ไม่ทำร้ายผู้ใด
“หมอวิเศษอยู่ที่ไหน!มอบตัวหมอผู้นั้นมาให้เรา”เสียงดังดุจฟ้าผ่าทำให้หลายคนตัวสั่นงันงก
“ท่านหมอเลจูเดินทางไปซัคคาราแล้ว”ชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยอย่างหวาดๆ
“โกหกส่งตัวหมอวิเศษมาไม่อย่างนั้นข้าจะเผาทั้งหมู่ บ้าน”
กลุ่มโจรบนหลังม้าล้วนเก่งกาจ สามารถหลบหลีกชายฉกรรจ์ที่พยายามปกป้องหมู่บ้านได้อย่างรวดเร็วแต่โต้กลับจนคนเ่าั้สลบเหมือด
“ส่งหมอวิเศษมาไม่อย่างนั้นข้าจะทำลายหมู่บ้านนี้ให้สิ้นซาก”
“หยุดนะ หยุดเดี๋ยวนี้”อังค์เนสปราดออกไปขวางกลุ่มบุรุษในชุดดำบนหลังม้า
“ข้าเอง!ข้าคือหมอเลจู”
“เป็เ้าเองรึ”คนตัวใหญ่บนหลังม้าบังคับให้ม้าเดินวนรอบๆ อังค์เนส
“เ้าหนุ่มน้อยที่บอบบางนี่หรือคือหมอเลจู”