ตอนที่ 5: ัในเงา
ค่ำวันนั้น จวนเหยียนคึกคักกว่าทุกคืนที่ผ่านมา
โคมแดงถูกแขวนเรียงรายั้แ่ประตูใหญ่ถึงศาลากลางสวน กลิ่นอาหารหอมอบอวลไปทั่ว
ผู้คนในเมืองซือหลินต่างซุบซิบกันไม่ขาดสายว่า “คุณหนูเหยียนเชิญแขกคนสำคัญมาร่วมโต๊ะในค่ำคืนนี้”
แม้ไม่มีคำประกาศอย่างเป็ทางการ แต่ชื่อของแขกผู้นั้นกลับแพร่กระจายไปทั่วเมืองในเวลาไม่นาน
“เสิ่นเสี่ยวหาน”—ชายหนุ่มปริศนาที่ถูกช่วยจากทหารวัง กลับได้รับเกียรตินั่งโต๊ะหัวหน้าจากคุณหนูตระกูลเหยียน!
…
“การเชิญเสี่ยวหานคืนนี้ เ้าแน่ใจหรือ?” เขาถามอย่างลังเล ขณะช่วยนางจัดพู่กันบนโต๊ะอาหาร
เหยียนซือหรงไม่แม้แต่จะเงยหน้า เธอเพียงยิ้มบาง
“แน่ใจสิ”
“เ้าไม่เคยเป็ ‘แค่คนธรรมดา’ อยู่แล้ว”
“แต่ข้าไม่ใช่คนในวงศ์ขุนนาง ไม่แม้แต่จะมีแซ่ตระกูลแท้ ๆ” เขาเอ่ยเสียงแ่
“ยิ่งดี” นางหันมา สายตาคมชัด
“คนไร้ราก…ยิ่งปลูกได้ตามใจเ้าของ”
เสิ่นเสี่ยวหานชะงักไปชั่วขณะ
…
กลางสวนในยามค่ำ แสงจากโคมสะท้อนน้ำในสระดูงดงามราวภาพฝัน
เหยียนซือหรงเดินเคียงข้างเสิ่นเสี่ยวหาน ผ่านสายตาของแเื่จากตระกูลต่าง ๆ ที่จ้องพวกเขาด้วยทั้งความสงสัยและอิจฉา
แม้ไม่ได้เอ่ยคำใด แต่แค่ภาพของทั้งสองเดินเคียงกันเช่นนี้…
ข่าวลือก็พร้อมลุกเป็ไฟในวังหลวงได้ภายในไม่กี่วัน
…
ณ ตำหนักเหมันต์ องค์ชายเฉิงกระแทกจอกสุราลงโต๊ะเสียงดัง
องครักษ์ส่วนพระองค์ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้า
ท่ามกลางความเงียบ เสียงลือเื่งานเลี้ยงของเหยียนซือหรงยิ่งดังก้องในใจเขา
“หญิงผู้นั้น…กล้าลบชื่อข้าออกจากหัวใจแล้วจริง ๆ หรือ?”
เขาลุกขึ้นยืน ดวงตาเต็มไปด้วยแรงโทสะ
“จัดรถม้า—ข้าจะไปเยือนจวนเหยียนเดี๋ยวนี้!”
…
แต่เมื่อรถม้ามาถึงหน้าเรือนกลาง
ยามเฝ้าประตูกลับก้มหน้ารับคำอย่างสุภาพ ก่อนกล่าวเสียงราบเรียบ
“คุณหนูบอกว่า…คืนนี้เป็งานส่วนตัว ไม่รับแขกผู้มิได้เชิญทุกท่าน”
…
องค์ชายเฉิงยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าประตู
คำพูดเพียงประโยคเดียว กลับบาดลึกกว่าใด ๆ ที่เขาเคยได้ยิน
ในจวนที่เคยต้อนรับเขาด้วยดวงตาเปี่ยมรัก
วันนี้…กลับกลายเป็ประตูปิดแน่นสนิท
เขาถูกปฏิเสธอีกครั้ง
และครั้งนี้…ไม่ใช่แค่ในคำพูด แต่ในหัวใจของนาง
…
ภายในจวน
เหยียนซือหรงยืนมองเงาผ่านม่านไม้ไผ่ ดวงตาเรียบนิ่ง
“เ้ามาเร็วกว่าที่ข้าคิด…แต่มาช้าเกินกว่าจะได้เข้ามา”
เธอยิ้ม
“เกมเริ่มแล้ว องค์ชายเฉิง”