ตอนที่ 13 เสียงฝีเท้าสองสาย
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น…” เฒ่าัยังมิอาจทำใจเชื่อต่อเหตุการณ์เบื้องหน้าได้ลง ห้วงความคิดพลันกลับกลายเป็ขาวโพลน ทันใดนั้น ผู้ชราัก็กลับคืนสู่อาการสงบ “ช่างสาเหตุมัน” ัเฒ่าไม่พิรี้พิไรอีก เขาคุกเข่าเคารพต่อหน้าผู้นั่งบนบัลลังก์ดำพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเปี่ยมเคารพอย่างถึงที่สุด “นายเหนือหัว…”
บรรยากาศที่แผ่ซ่านออกมาจากเอเลี่ยนไวท์ให้ความรู้สึกสูงส่งไร้ต้าน นี่ไม่ใช่เพราะมันแข็งแกร่ง ไม่ใช่เพราะจิตใจนึกคิดที่เป็มนุษย์ด้วย แต่ทว่า มันคือบรรยากาศที่มีมาโดยสายเืกำเนิด …ลูกเพียงคนเดียวของเ้าผู้ปกครองจักรวาล สายเืของมันยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาล!!
เสียงระบบดังขึ้นในหัวพร้อมกับสกิลต่างๆที่เด้งขึ้นมา
<วิหารปฐมอสูรยอมรับเป็นาย>
<ท่านได้รับฉายา:จ้าววิหารปฐมอสูร>
<ท่านได้รับสกิล:อาณาเขตเคลื่อนย้าย>
<ท่านได้รับสกิล:เนตรทิพย์>
(อาณาเขตเคลื่อนย้าย):
ไม่ว่าจะอยู่ที่แห่งหนใด ท่านสามารถเดินทางกลับมายังวิหารปฐมอสูรได้เพียงแค่คิด ใช้ได้แค่หนึ่งวันหนึ่งครั้ง (คูลดาวน์ 24.00.00ชั่วโมง)
ท่านสามารถเคลื่อนย้ายไปที่ใดก็ได้ในรัศมีสิบกิโลเมตรรอบวิหารปฐมอสูร (รวมถึงการเคลื่อนย้ายภายในวิหารปฐมอสูร)
(เนตรทิพย์):
มองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างรอบวิหารปฐมอสูรในรัศมีสิบกิโลเมตร (รวมถึงภายในวิหารปฐมอสูร)
เหมือนว่าไวท์จะได้รับรางวัลชิ้นโต แต่เขายังคงรักษาอาการสุขุมได้อย่างน่าประหลาด ด้วยอากัปกิริยาที่ไวท์แสดงนั้นมันทำให้มุมมองของผู้เฒาดรากอสที่มีต่อไวท์ได้เปลี่ยนแปลงไป “บรรยากาศที่สูงส่งและความคิดความอ่านที่เยือกเย็น มันทำให้ข้าคิดถึงท่านขึ้นมาเลย …องค์ปฐมอสูร” ดรากอสคิดในใจ
“นายเหนือหัว ในเมื่อตอนนี้ท่านขึ้นเป็จ้าววิหารปฐมอสูร โปรดให้ข้ารับใช้ผู้นี้ได้แนะนำสถานที่ต่างๆในวิหารปฐมอสูรเถิด” ัเฒ่ากล่าว ลึกลงไปข้างในใจ ผู้ชราเฒ่าล้วนรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงไม่น้อย ขนาดท่านอสูรที่ปัจจุบันถูกยกย่องเป็เทพอสูรไปแล้ว มันยังไม่มีคุณสมบัติมากพอจะขึ้นเป็จ้าววิหารปฐมอสูรเลย… ในภายภาคหน้า นายเหนือหัวคนที่สองจะต้องกลายเป็ตัวตนที่ยิ่งใหญ่มากๆเป็แน่
เอเลี่ยนไวท์โบกมือราวกับการปฏิเสธ “ไว้ก่อน” หลังจากเขาได้รับสกิลต่างๆนานาตอนที่ขึ้นเป็จ้าววิหารปฐมอสูร เขาพึงตระหนักได้ว่ารอบวิหารปฐมอสูรตอนนี้กลับเต็มไปด้วยกองทัพขนาดใหญ่ของเผ่าปีศาจที่กำลังต่อสู้อยู่กับเผ่าเอลฟ์ระดับสูง
ไวท์รับรู้ดี ตอนนี้เขาขึ้นเป็จ้าววิหารปฐมอสูรแล้ว นับว่าเข้าใกล้เป้าหมายขึ้นมาบ้าง สิ่งที่เขาต้องทำลำดับถัดไปคือทำให้โลกใบนี้เป็ประจักษ์ต่อพลังของตนเอง จะยึดครองโลกก็ต้องมีราชอาณาจักรของตัวเองก่อน สิ่งที่ทำได้ทันทีคือการปล่าวประกาศตัวตนของเขา าที่ใหญ่ขนาดมีกองทัพนับแสนได้ นี่นับเป็ก้าวแรกที่ดีที่จะสร้างชื่อเสียงให้ลือชา
“ออกไปข้างนอกกันเถอะ”
“รับบัญชา”
เฒ่าัดรากอสไม่เคยออกจากวิหารปฐมอสูรมาช้านานหลายแสนปี เพราะัเฒ่าตั้งสัยต์แก่ตนเองว่าจะปกป้องวิหารปฐมอสูรต่อไปเพื่อโอกาสในภายภาคหน้าที่ลูกหลานขององค์ปฐมอสูรจะกลับมา เวลาหลายแสนปีที่รอคอยนับว่าไม่เปล่าประโยชน์เสียทีเดียว
…………………………………………………………………………….
ในขณะนี้เองบนฟากฟ้า เอลฟ์ระดับสูงนับร้อยโบยบินขึ้นมาประจำตำแหน่ง พวกเขาตั้งท่าพร้อมโจมตี ชี้ปลายนิ้วชี้ลงไปยังผืนดินเบื้องล่าง “ห่าพิรุณ-หอกลมกรด!” เสียงประสานนับร้อยดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง ทันใดนั้น ก่อเกิดสายลมที่หมุนวนราวกับหอก เอลฟ์ระดับสูงหนึ่งตนสามารถสร้างหอกลมกรดนี้ได้มากกว่าร้อยเล่ม หนึ่งร้อยตน… หมื่นกว่าเล่ม…
“พฤกษาคุ้มกัน” ต้นไม้ปีศาจระดับสูงมากมายใช้สกิลคุ้มกันระดับสูง กิ่งไม้แตกขยายแผ่ซ่านปกคลุมบนฟ้าในเวลาอันรวดเร็ว จำนวนของต้นไม้ปีศาจในกองทัพนับแสนมีจำนวนมากถึงหนึ่งพันตน ทุกอาณาเขตล้วนอยู่ภายใต้การคุ้มกันของกิ่งไม้ปีศาจ
“ลงมือ!!” ผู้นำเอลฟ์ระดับสูงแผดเสียงลั่น
แทบจะในทันทีที่หอกลมกรดสาดลงมาจากฟากฟ้าราวกับฝนดาวตก มันทั้งรวดเร็วทั้งรุนแรง เสียงแหวกอากาศที่แหลมบาดแก้วหูเป็สัญญาณบ่งบอกที่ดีว่ามันพุ่งลงมาด้วยความเร็วสูงขนาดไหน ด้วยกิ่งไม้ปีศาจที่ปกคลุม หอกลมกรดต่างร่วงหล่นปะทะเข้าใส่อย่างจัง
บึ้ม บึ้ม บึ้ม บึ้ม ๆๆๆๆๆๆๆ----------
เสียงดังประหนึ่งะเิดังขึ้นอย่างถี่ระรัว หนึ่งหอกลมกรดที่สูญสลายไปพลันถูกสร้างทดแทนขึ้นมาใหม่ในทันที มันกลายเป็การจู่โจมฝ่ายเดียวเสียอย่างนั้น…
ดูดซับ 102
ดูดซับ 210
ดูดซับ 150
จำนวนการดูดซับคือโล่ป้องกันที่ดูดซับดาเมจได้ ถ้าโล่ป้องกันแตก นั่นหมายความว่า เหล่าปีศาจจะปราศจากการป้องกันใดๆ หอกลมกรดที่กระหน่ำโจมตีลงมาจะสร้างความเสียหายต่อหลอดเืทันที ค่าดูดซับที่เด้งขึ้นในสายตาของบรรดาต้นไม้ระดับสูงมากมาย พวกมันเริ่มรายงานหน่วยรบอื่นๆ
“รีบทำอะไรสักอย่างก่อนโล่จะแตก!!”
ขุนพลปีศาจที่สามประจำการณ์อยู่ในหน่วยรบทิศใต้ เขาปล่าวประกาศด้วยสกิลนำกองทัพเช่นกัน “ต้นไม้ปีศาจมายาเริ่มเสริมธาตุอาหาร” เมื่อคำสั่งนี้ปล่าวประกาศออกไป หน่วยของต้นไม้ปีศาจมายาต่างวิ่งเข้าหาต้นไม้ปีศาจระดับสูงอย่างรวดเร็ว ความสามารถของต้นไม้ปีศาจมายาคือการรักษาระดับสูง ไม่ใช่แค่การรักษาหลอดเื มันรวมถึงการรักษาสภาพโล่คุ้มกันอีกด้วย
ป้องกัน +330
ป้องกัน +450
ป้องกัน +560
ดูเหมือนการรักษาโล่ป้องกันของฝ่ายต้นไม้ปีศาจมายาจะรุนแรงกว่าดาเมจของหอกลมกรดของพวกเอลฟ์ระดับสูง แน่นอน ไม่ใช่ว่าพวกเอลฟ์ระดับสูงอ่อนแอกว่าปีศาจพวกนี้ แต่มันคือความต่างในเื่ของจำนวน…
“มันอาจจะกลายเป็ศึกวัดกันว่ามานาของใครจะหมดก่อน” ขุนพลปีศาจที่สองประจำการณ์อยู่ในแนวรบส่วนกลาง มันเป็ขุนพลปีศาจที่ฉลาดที่สุดในตอนนี้ ขุนพลปีศาจที่หนึ่งและขุนพลปีศาจที่สามจึงมอบหมายให้มันมาคุ้มกันรถม้า “แต่ทุกอย่างล้วนอยู่ในแผนการของท่านจอมมาร”
“ปีศาจกลืนมานาประจำตำแหน่ง” ขุนพลปีศาจที่สองเปิดใช้สกิลนำกองทัพ เสียงคำสั่งดังก้องไปทั่วกองทัพปีศาจนับแสนตน ปีศาจกลืนมานาเข้าประจำตำแหน่ง มันเป็ปีศาจที่มีค่ามานาสูงกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นๆ โดยสามารถสูบกลืนมานาสิ่งมีชีวิตตัวอื่นหรือมอบมานาให้สิ่งมีชีวิตตัวอื่นได้ ซึ่งจำนวนและค่ามานาที่พวกมันมี… มันมากพอจะทำให้ต้นไม้ปีศาจระดับสูงรับการโจมตีของหอกลมกรดได้อีกนานหลายเดือน!!
“ทำไมหอกลมกรดของพวกเราเจาะการป้องกันของต้นไม้ปีศาจระดับสูงไม่ได้” เอลฟ์ระดับสูงหลายตนปรากฏความหวาดหวั่นในจิตใจ พวกเขาจู่โจมจนค่ามานาจะแห้งเหือดอยู่แล้ว
ผู้นำเอลฟ์ระดับสูงล้วนรู้สึกตกตะลึงในการจัดกระบวนการรบของกองทัพปีศาจในตอนนี้ “นี่ไม่ใช่กองทัพปีศาจที่ข้ารู้จัก…” กองทัพปีศาจที่เขารู้จักไม่ได้ฉลาดขนาดนี้!! หากต้องต่อกรกับกองทัพที่มีผู้นำฉลาดปราดเปรื่องเพียงนี้ จำนวนเอลฟ์ระดับสูงหนึ่งพันตนยังนับว่าน้อยเกินไป!!!
“เราเอาจำนวนมาน้อยเกินไป… ไม่คิดเลยว่ามันจะฉลาดกันขนาดนี้” แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากหนัก แต่ผู้นำเอลฟ์ระดับสูงตนนี้ยังคงสงบเยือกเย็นได้ นี่บ่งบอกถึงประสบการณ์รบเลยว่าเขาผ่านสมรภูมิมามากมายเพียงใด
“ถอยทัพ!!” ผู้นำเอลฟ์ระดับสูงประกาศสั่งถอยทัพ
ขุนพลปีศาจที่หนึ่งพลันะโลั่น “ตอนนี้ล่ะ ได้เวลาแล้ว!! ต้นไม้ปีศาจระดับสูงเปลี่ยนรูปแบบเป็จับกุมขั้นสูงสุด!!!” มันใช้สกิลผู้นำกองทัพทอดคำสั่งลงไป ทุกอย่างเป็ไปตามแผนของท่านจอมมารทั้งหมด ตอนนี้การฆ่ากองทัพเอลฟ์ระดับสูงหนึ่งพันตนนับว่าง่ายดายราวกับหยิบส้มใส่ลัง!
“ท่านจอมมารช่างปราดเปรื่องจนน่ากลัว…” ขุนพลปีศาจที่หนึ่งที่พบว่าสามารถเอาชัยในสนามรบได้ง่ายดายขนาดนี้ เขาเพิ่งจะเคยประสบเป็ครั้งแรก นี่น่ะหรือความแตกต่างของผู้นำที่เก่งกาจและผู้นำที่โง่เขลา…
ขุนพลปีศาจที่หนึ่ง สองและสาม หรือกระทั่งบรรดาปีศาจตนอื่นๆต่างฉงน ต้นไม้ปีศาจระดับสูงกลับไม่ทำตามแผนการที่วางไว้ ทั้งที่ขุนพลปีศาจที่หนึ่งก็ทอดคำสั่งมาแล้ว… จู่ๆ พวกต้นไม้ปีศาจระดับสูงกลับหดกิ่งก้านสาขาอย่างรวดเร็วโดยไร้เหตุผล
กิ่งไม้ที่แผ่ปกคลุมทั่วท้องฟ้าพลันหดหายในเวลาที่รวดเร็ว ปีศาจตนอื่นต่างหันมองมาทางต้นไม้ปีศาจระดับสูงพร้อมกับร่ายคำด่าทอต่างๆนานา บนใบหน้าของต้นไม้ปีศาจระดับสูงล้วนเต็มไปด้วยความหวาดสะพรึงกลัว ปีศาจส่วนใหญ่ยังไม่ทราบถึงความผิดปกติ แต่ทว่า ขุนพลปีศาจทั้งสามในตอนนี้ต่างรู้แจ้งแล้ว เผ่าเอลฟ์ระดับสูงนับพันชีวิตที่ได้รับคำสั่งถอยทัพต่างนิ่งงันโดยพร้อมเพรียงทั้งหมด
ไม่ทราบว่าด้วยเหตุอันใด ในรัศมีหลายกิโลเมตรกลับไม่มีสิ่งมีชีวิตใดสามารถขยับเขยื้อนกายได้เลยแม้กระทั่งปลายนิ้ว ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าสองสายก็ดังขึ้น…