ทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 38 พี่ขา ชิมเต้าหู้ของฉันหน่อยสิ

            เปลือกตาของหมิงจูสั่นไหวหัวใจของเธอเต้นระรัว!

            นี่...เธอกำลังถูกเจียงตั่วดันติดกำแพง?

            แต่เจียงตั่วเป็นคนหัวโบราณไม่ใช่หรือ?ทำไมถึงได้ทำอะไรแบบนี้เก่งนัก!

            นี่เขาตั้งใจจะ...จัดการเธอแล้ว!

            เจียงตั่วได้กลิ่นหอมหวานที่อบอวลไปทั่วจมูกสติของเขาชัดเจนขึ้นเล็กน้อย เมื่อรู้ตัวว่าควบคุมตัวเองไม่ได้อีกครั้งเขาก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าวทันที และพูดอย่างจริงจังว่า“ออกไปข้างนอกห้ามเรียกมั่วซั่ว ไม่เหมาะสม”

            หมิงจูที่เพิ่งกลั้นหายใจไว้ตอนนี้ก็กลับมาหายใจเป็นปกติแล้ว

            เธอเอียงคอแล้วยิ้มอย่างช่วยไม่ได้“ได้ค่ะได้ ออกไปข้างนอกจะไม่เรียกมั่วซั่ว ฉันก็แค่...จะเรียกเป็นครั้งคราวที่บ้านเท่านั้นแหละ”

            เจียงตั่วเงียบไปจะเรียกที่บ้านก็ไม่ดี เขากลัวว่าจะทนความอ่อนหวานนี้ไม่ไหว เหมือนเมื่อครู่ที่จู่ๆ ก็เกิดอารมณ์ที่ไม่เหมาะสมขึ้น

            เขาไม่พูดต่อในหัวข้อนี้แต่บอกหมิงจูว่าตอนเย็นจะพาเฉียวปินมาช่วยทำอิฐดินดิบ แล้วเขาก็ออกไปทำงานต่อ

            พอเจียงตั่วไปหมิงจูก็ถอนหายใจโล่งอก แล้วยกมือตบหน้าอกตัวเองเบาๆ

            เมื่อครู่เธอยืนหันหลังให้แสงและเมื่อสบตากับเจียงตั่วในชั่วพริบตานั้นเธอก็มีความรู้สึกอยากจะกระโดดเข้าหาเขาอย่างไม่รู้สาเหตุ

            คงเป็นเพราะช่วงชีวิตสามสิบปีของเธออดกลั้นมานานเกินไปเมื่อเจอหนุ่มหล่อที่กระตือรือร้น เธอก็เลยอดใจไม่ไหว อยากจะตะครุบเขากินเสียแล้ว

            ไม่ได้นะ!แค่ตัวอย่างคนเป็นที่โดดเด่นเล็กน้อยเท่านั้นเองนี่ หมอหมิงต้องใจเย็นเข้าไว้!

            ตอนเย็นหมิงจูตั้งใจจะช่วยทำอิฐดินดิบ แต่เจียงตั่วบอกว่านี่เป็นงานที่ต้องใช้แรงเขาไม่ยอมให้เธอช่วย ดังนั้นเธอก็เลยรับผิดชอบงานเบื้องหลังให้ดีที่สุด

            พวกเขาเลือกที่ว่างกว้างๆทางทิศตะวันตกของบ้าน หาวัสดุจากท้องถิ่น ขุดดิน สับฟางข้าวแล้วผสมดินกับฟางข้าวใส่น้ำให้เข้ากัน ปล่อยให้ฟางข้าวนิ่มแล้วกวนต่อไปจนกลายเป็นโคลนที่เหนียวหนึบหนับ

            เจียงตั่วเอาแม่พิมพ์อิฐดินดิบที่ยืมจากชาวบ้านมาจุ่มน้ำวางลงบนพื้น ใส่โคลนที่ผสมแล้วลงไป กดให้แน่น ใช้ไม้เรียบๆ ปาดหน้าให้เรียบเนียนแล้วก็ยกแม่พิมพ์ออก ทำแบบนี้ซ้ำๆ จนได้อิฐดินดิบมากกว่าหนึ่งร้อยก้อน

            จนกระทั่งบริเวณรอบๆไม่มีที่ว่างสำหรับตากอีกแล้ว เขาและเฉียวปินถึงได้หยุด

            เจียงตั่วประมาณคร่าวๆว่าการสร้างห้องครัวขนาดพอเหมาะ หักส่วนที่เป็นประตูและหน้าต่างออกจะต้องใช้อิฐดินดิบประมาณห้าร้อยถึงหกร้อยก้อน ดังนั้นตลอดสี่วันถัดมาเขาและเฉียวปินจึงกลับมาหาที่ว่างทำอิฐดินดิบหลังจากเลิกงาน

            ส่วนหมิงจูก็ไม่ได้อยู่เฉยๆนอกจากทำอาหารให้พวกเขาและป้าแล้ว เธอยังต้องคอยไปดู‘แปลงผัก’ ของเธออยู่เสมอบางครั้งก็พลิกอิฐดินดิบและนำอิฐดินดิบที่ตากแห้งแล้วเก็บกลับเข้าลานบ้านเพื่อจัดเรียงให้เป็นระเบียบ

            ตกเย็นวันนั้นหลังทานข้าวเสร็จ หมิงจูก็ปูที่นอนเรียบร้อยแต่เช้าแล้วนั่งรอเจียงตั่วกลับมาจากไปอาบน้ำที่แม่น้ำ

            ทันทีที่เจียงตั่วเข้ามาในห้องเขาก็เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอ และดวงตาที่มองมาทางเขาและเดาได้ทันทีว่าเธอมีเรื่องจะพูด

            “มีอะไรเหรอ?”

            “พรุ่งนี้ฉันจะไปในตัวเมืองหน่อย”

            เจียงตั่วคิดถึงถั่วที่แช่อยู่บนเตาในครัวแล้วถามเธอว่า “ไปขายเต้าหู้เหรอ?”

            หมิงจูประสานมือเข้าหากันแล้วเริ่มประจบประแจงทันที “ผู้กองเจียงเก่งจริงๆฉันแค่ขยับก้น คุณก็รู้แล้วว่าฉันจะทำอะไร”

            เจียงตั่ว“พูดดีๆ!”

            เดี๋ยวก็สุภาพเดี๋ยวก็หยาบคาย

            หมิงจูหัวเราะคิกคัก“ตอนแรกฉันตั้งใจจะทำเต้าหู้ให้เสร็จตอนเช้าตอนเที่ยงจะปั่นจักรยานเข้าไปในเขตตลาด แล้วค่อยนั่งรถไปตัวเมืองเพื่อขายแต่ฉันก็กลัวว่าจักรยานจะถูกขโมยไปจากเขตตลาด ดังนั้น...พรุ่งนี้ตอนเที่ยงคุณช่วยปั่นจักรยานไปส่งฉันหน่อยสิคะ”

            “เต้าหู้ก็ขายได้ที่เขตตลาดหรือในหมู่บ้านนะ”

            หมิงจูส่ายหน้า“หมิงต้าโหย่วกลั่นแกล้งฉัน จัดสรรงานที่ทำไม่ได้ให้ก็แค่ต้องการให้ฉันอยู่ว่างๆ ไม่มีคะแนนแรงงาน แล้วหัวเราะเยาะฉันไม่ใช่เหรอ?ฉันจะไม่ยอมให้พวกเขาได้หัวเราะเยาะหรอก!ถ้าอยากทำธุรกิจเต้าหู้ให้ยั่งยืน ก็ต้องไปหาช่องทางการขายที่มั่นคงในตัวเมืองเพราะว่าตัวเมืองมีคนเยอะ แถมยังมีเงินเหลือใช้เยอะกว่าในหมู่บ้านหรือเขตตลาดมาก”

            หมิงจูพูดมีเหตุผลเจียงตั่วไม่ได้โต้แย้ง เพียงแต่ถามเธอเสียงทุ้ม “เธอไปขายคนเดียวแน่ใจนะว่าไม่มีปัญหา?”

            “อะไรกันคุณกลัวว่าภรรยาตัวน้อยแสนสวยเหมือนดอกไม้ของคุณจะถูกล่อลวงไปเหรอคะ? ไม่ต้องห่วง! ภรรยาของคุณฉลาดจะตาย ไม่มีใครหลอกไปได้หรอกฉันไปเองคนเดียวก็พอ ไม่ต้องรบกวนงานของคุณมากด้วย”

            เจียงตั่วลังเลอยู่ครู่หนึ่งสุดท้ายก็ตอบตกลง “งั้นเธอลองไปดูครั้งหนึ่งถ้าไม่ไหวก็กลับมา ครั้งหน้าฉันจะไปเป็นเพื่อน”

            หมิงจูดีใจมากเอื้อมมือออกไปกอดแขนของเจียงตั่วอย่างอ่อนหวาน “ผู้กองเจียงของฉันนี่แหละเป็นคนเข้าใจคนอื่นที่สุดฉันนี่โชคดีจริงๆ ที่ได้แต่งงานกับผู้ชายดีๆ แบบนี้!”

            ตอนกลางคืนทั้งสองคนอยู่กันตามลำพังในห้องเดียวกัน เธอยังกอดแขนเขาอยู่ความนุ่มนิ่มตรงหน้าอกของเธอสัมผัสกับแขนของเขา...

            เจียงตั่วหันหน้าไปอีกทางลำคอขยับเล็กน้อย เขากลั้นหายใจพยายามขจัดกลิ่นหอมหวานที่ยั่วยวนให้เขาคิดฟุ้งซ่านออกไป เสียงของเขาแหบพร่า“ได้เวลานอนแล้ว!”

            หมิงจูได้ยินเสียงนั้นเธอก็รู้ว่าตัวเองทำเกินไปแล้ว และอาจจะจุดไฟที่ไม่อาจดับลงให้เขาเสียแล้ว

            เธอรีบปล่อยเขาพลิกตัวไปนอนบนหมอน ในใจยังคงมีความตื่นเต้นเล็กน้อย

            แน่นอนว่าความตื่นเต้นนี้เป็นเพราะเธอกำลังจะได้เริ่มทำธุรกิจเลยตื่นเต้นมากจนนอนไม่หลับกระทั่งดึกดื่น สุดท้ายก็เผลอกลับไปนอนข้างเจียงตั่วคลอเคลียไปกับเสียงหายใจที่สม่ำเสมอของเขา แล้วค่อยๆ หลับไป

            เสียงไก่ขันในวันถัดมาไม่ได้ปลุกหมิงจูให้ตื่นเจียงตั่วต้องเขย่าหลายครั้งกว่าจะปลุกหญิงสาวร่างเล็กที่กำลังนอนทับอยู่บนตัวเขาให้ตื่นได้...

            หมิงจูลืมตาขึ้นมองไปที่ชายหนุ่มอย่างงัวเงีย

            เธอพลิกตัวอย่างเงียบๆกลิ้งกลับไปที่หมอนของตัวเอง หลับตาลงแล้วบ่นพึมพำ “โอ๊ยทำไมฟ้าถึงสว่างเร็วขนาดนี้นะ... ฉันยังนอนไม่พอเลย”

            “งั้นก็นอนต่อเถอะ เต้าหู้ค่อยทำพรุ่งนี้”

            พอได้ยินคำพูดนั้นหมิงจูก็ลุกพรวดขึ้นมานั่งทันที แล้วเบะปากพูดว่า “ไม่ได้หรอกค่ะมันจะเสีย นี่มันถั่วตั้งห้ากิโลกรัมเลยนะ ปล่อยให้เสียเปล่าไม่ได้หรอก!”

            เห็นท่าทางเอาแต่ใจของเธอเจียงตั่วก็ยิ้มมุมปาก

            เขาไม่ได้พูดอะไรมากออกไปอุ่นอาหารเช้า ทิ้งไว้ให้หมิงจูและป้าส่วนหนึ่งแล้วตัวเองทานเสร็จก็ออกไปทำงานก่อน

            หมิงจูทานอาหารเช้าเสร็จก็มาที่เครื่องโม่หินนอกบ้านเพื่อโม่ถั่วเหลืองกับน้ำในอัตราส่วนหนึ่งต่อหก

            เธอออกแรงหมุนโรงโม่หินพร้อมกับบ่นอย่างหงุดหงิดว่าถ้ามีเครื่องปั่นก็คงจะดี

            โม่ถั่วเสร็จก็เอาน้ำถั่วเหลืองมาต้มเสร็จแล้วก็ทำน้ำเกลือโดยการผสมเกลือกับน้ำส้มสายชูในอัตราส่วนหนึ่งต่อสองแล้วนำมาใส่ในน้ำถั่วก่อนที่จะกดให้เป็นก้อน ทำทุกอย่างเสร็จก็เกือบจะสิบโมงแล้ว

            เธอมองก้อนเต้าหู้สีขาวนวลที่อยู่ในห่อผ้าแล้วก็ตัดชิ้นหนึ่งมาชิม...

            โอ้โห…เต้าหู้ที่ทำจากน้ำพุวิเศษนี่มันสุดยอดไปเลย!

            เมื่อถึงเที่ยงวันเจียงตั่วรีบกลับมาเพื่อไปส่งเธอ

            ทันทีที่เขาเข้าประตูมาหมิงจูก็รีบยกจานมาหาเขาเหมือนกำลังอวดสมบัติล่ำค่า พร้อมรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์“พี่ขา มาสิ ชิมเต้าหู้ของฉันหน่อยสิคะ ขาวนุ่มนิ่ม เด้งดึ๋ง...”

            เจียงตั่วถึงกับสะอึกเรียกกันแบบนี้ไม่ได้สิ!

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติเป็นเศรษฐีนีรวยทรัพย์ พร้อมมิติลับในยุค 70 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663