นับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว]

    ม้วนที่ 4 ปกติกับผิดปกติ เล่มที่ 3 บทที่ 85 ป่าไร้นาม

            ในค่ำคืนจันทร์กระจ่างดวงดาวอ่อนแสง โม่จ้านกับเจียนั่วถูกเสียงเคาะประตูปลุกให้ตื่นพร้อมกัน

           “...ผู้ใดกัน? ดึกดื่นค่อนคืน”

           โม่จ้านขยี้ตาลงจากเตียงอย่างซวนเซ ไม่รอให้เดินไปถึงหน้าประตู หนึ่งเสียง 'ปัง' ดังขึ้น ประตูถูกผู้ที่อยู่ด้านนอกพังจนล้มลง หากมิใช่เพราะโม่จ้านหลบได้ทันคงจะถูกประตูทับเสียแล้ว

           ครั้นโม่จ้านตั้งใจมอง พลันโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ --- หลู่เต๋อที่เมามายมิได้สตินอนอยู่บนบานประตู ปากยังพึมพำฟังมิได้ศัพท์ โม่จ้านไม่มัวเอ่ยสิ่งใดพลันส่งหนึ่งหมัดหนักกระแทกหน้าอีกฝ่าย ตามด้วยลากหลังคอเสื้อของหลู่เต๋อไปเคาะประตูห้องฝั่งตรงข้าม

           ผู้เปิดประตูคือเคอเอิน เสี้ยววินาทีที่เห็นโม่จ้านพลันชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเหลือบไปเห็นหลู่เต๋อที่โม่จ้านหิ้วไว้ในมือ

           “ท่านหัวหน้า หลู่เต๋อเมาอีกแล้วขอรับ” เคอเอินขมวดคิ้วพลางหันกลับไปร้องปลุกผู้ที่อยู่ด้านใน

           “เหตุใดเจ้าโง่นั่นถึง—หือ?” เมื่อท่านลุงใหญ่ไว้หนวดเคราตาสะลึมสะลือมองเห็นโม่จ้าน พลันนึกถึงยามพบหน้าที่เมืองเยวียหนาขึ้นมาได้

           “จำต้องดูแลเด็กเล็กให้ดี ค่าซ่อมประตูเชิญผู้ปกครองเป็นผู้จ่าย ยังมีอีกเรื่อง ปิดประตูด้วย กลิ่นสุราเหม็นหึ่งของพวกเจ้ารมทั้งโรงเตี๊ยมจนเน่าไปเสียหมด”

           ท่านลุงไว้หนวดเครายังมิทันปริปากเอ่ย โม่จ้านพลันยกมือ ร่างกายสูงใหญ่ของหลู่เต๋อพลันล้มลงเบื้องหน้าคนทั้งสองทันที เคอเอินถูกกระแทกเสียจนล้ม ท่านลุงไว้หนวดเคราต้องใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีจึงสามารถแบกร่างของหลู่เต๋อเอาไว้และพยายามวางบนแผ่นไม้

           “โม่เจ๋อเอ่อร์ เกิดเรื่องอันใดขึ้น?” น้ำเสียงงัวเงียของเจียนั่วดังขึ้นทางด้านหลังโม่จ้าน

           “มิมีอันใด เพียงมีคนโง่เง่าเมาแล้วเคาะผิดห้อง” โม่จ้านเหลือบมองหลู่เต๋อที่กรนเสียงดังปราดหนึ่ง จากนั้นเดินกลับห้องด้วยสีหน้าไม่พอใจ

           เจียนั่วลุกขึ้นนั่งแล้ว มือข้างซ้ายกุมหน้าผาก ดวงตางัวเงียปิดปรือครึ่งดวง “...มิเป็นอันใดใช่หรือไม่?”

           “อือ มิเป็นอันใด นอนต่อเถิด” โม่จ้านชะงักครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหน้าหนีและห่มผ้าอย่างรวดเร็ว

           เจียนั่วกลับสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว ทว่าโม่จ้านกลับเริ่มจิตใจฟุ้งซ่านเสียแล้ว

           ตนยังเคยนึกว่าพลังเวทที่จอมเวททุกคนเชี่ยวชาญจะเผยออกมาทางรูปลักษณ์ภายนอก ยกตัวอย่างผมสีแดงของเก๋อจือที่เชี่ยวชาญธาตุไฟ ผิวขาวของเจียนั่วก็ต้องเกี่ยวกับธาตุน้ำแข็งอย่างแน่นอน ยามตนเอ่ยความคิดนี้กับเก๋อจือ เก๋อจือหัวเราะกว่าหนึ่งจิบชาเต็มและเอ่ยว่านี่เป็นเรื่องน่าขันที่สุดที่เคยได้ยินตั้งแต่เรียนเวทมนตร์

           ยามอยู่ที่เคอเอ่อร์ปัวนั่ว ตนได้นอนร่วมห้องกับเจียนั่วแล้ว กระนั้นเมื่อลองนึกดู คล้ายตนจะมิเคยสังเกตรูปร่างของเจียนั่วมาก่อนจริงๆ คนทั้งสองยังมิทันมองหน้ากันดีๆ กลับทะเลาะกันเสียแล้ว อย่าว่าแต่สำรวจอีกฝ่าย กระทั่งเหลือบมองหนึ่งปราดยังมิลงรอยกัน ทว่าภายในเวลาไม่กี่วินาทีเมื่อครู่ ภาพเจียนั่วที่ลุกขึ้นนั่งทั้งที่เปลือยท่อนบนได้ปรากฏต่อหน้าโม่จ้านอย่างไม่ถูกปกปิดอำพรางแม้แต่น้อย

           เมื่อเทียบกับร่างกายแลดูกำยำอย่างเห็นได้ชัดของโม่จ้าน รูปร่างของเจียนั่วจัดอยู่ในประเภทแข็งแรง ค่อนข้างผอมทว่าได้สัดส่วน หากกล่าวว่ารูปร่างของโม่จ้านคล้ายเสือป่ามีอำนาจเกรียงไกร เช่นนั้นเจียนั่วก็คล้ายเสือดาวหิมะที่ปราดเปรียวเสียมากกว่า อาศัยแสงจันทร์สุกสกาว โม่จ้านถึงขั้นเห็นลายเส้นสัดส่วนเอวและสะโพกของเจียนั่ว

           บุรุษรูปงามไหล่กว้างเอวแคบผิวขาวหมดจด ร่างกายท่อนล่างถูกบดบังไว้ใต้ผ้าห่ม ท่อนแขนกล้ามเนื้อแน่นยกขึ้นเผยให้เห็นกล้ามท้องที่นูนขึ้น ยามเอ่ยถามตนว่า “มีเรื่องอันใด?” ด้วยสีหน้าเหน็ดเหนื่อย การทำเช่นนี้กับชายหนุ่มบริสุทธิ์ผุดผ่องวัยสามสิบอย่างโม่จ้านช่างกระตุ้นจิตใจเกินไปแล้ว

           หนึ่งลูกเกาทัณฑ์ปักเข้ากลางใจ ท่อนล่างของโม่จ้านเกิดการตอบสนองอย่างมิอาจควบคุม ทำได้เพียงดึงผ้าห่มมาปิดเอาไว้อย่างน่าอับอาย เจียนั่วนอนหลับสนิท ทว่าโม่จ้านกลับร้อนรุ่มใจเหลือเกิน --- กระโจมที่นูนขึ้นอย่างไม่ยอมศิโรราบเอ่ยกับผู้เป็นนายว่าตลอดสามสิบปีมานี้ตนโดดเดี่ยวมากเพียงใด

           เทวดาและปีศาจน้อยที่ผุดขึ้นในหัวรบราฆ่าฟันกันอยู่ครึ่งค่อนวัน สติของโม่จ้านฝืนข่มความปรารถนาเอาไว้ เตรียมจะไปอาบน้ำเย็น

           ทว่ายามจะลงจากเตียง โม่จ้านเหลือบมอง 'เพื่อนบ้าน' โดยมิตั้งใจ พลันพบว่ายามเจียนั่วพลิกตัวได้นอนทับผ้าห่มและเผยต้นขาเปลือยเปล่าออกมาด้านนอก กางเกงขาสั้นตามมาตรฐานของกองอัศวินรักษาการณ์มิได้ครอบคลุมบั้นท้ายของเจียนั่วแม้แต่น้อยและเผยเจ้าก้อนเล็กนั่นออกมา

           จิตวิญญาณของโม่จ้านถูกโจมตีอย่างรุนแรงอีกครั้งจนเลือดกำเดาหยดแหมะๆ ลงมา ภายในหัวเต็มไปด้วยภาพยามตนเคล้นคลึงบั้นท้ายของอีกฝ่ายเมื่อไม่กี่วันก่อน

           กระทั่งท้ายที่สุด โม่จ้านมิรู้ด้วยซ้ำว่าตนเองสะลึมสะลือหลับไปได้อย่างไร รับรู้เพียงแค่ว่าสิ่งที่ปลุกให้ตนรู้สึกตัวในเช้าวันต่อมาคือเสียงร้องด้วยความตกใจของเจียนั่ว ตามที่ลาถีเท่อสาธยายมา สภาพบนหมอนของโม่จ้านน่าเวทนาอย่างยิ่ง ถึงขั้นมีเสี้ยวหนึ่งที่เจียนั่วยังนึกว่าโม่จ้านถูกลอบทำร้าย

           บนโต๊ะอาหารมื้อเช้า โม่จ้านคล้ายจะค่อนข้างเวียนศีรษะเพราะเสียเลือดมากเกินไป เจียนั่วยังสติมิอยู่กับเนื้อกับตัว ส่วนลาถีเท่อกลับอมยิ้มเปี่ยมความอ่อนโยนเสียแต่ต้นจนจบ ท่าทางคล้ายกับมองทุกสิ่งอย่างได้กระจ่างแจ้ง มีเพียงเก๋อจือเท่านั้นที่จ้องมองด้วยดวงตากลมโตไร้เดียงสา คิดอยากจะหาคำตอบที่ถูกต้องจากสีหน้าคนทั้งสาม

           ......

           “ทางเข้าป่าไร้นามคงเป็นที่นี่” ลาถีเท่อถือแผนที่ เงยหน้าขึ้นพร้อมสีหน้าฉายแววสงสัย

           “...เจ้ามั่นใจ? เหตุใดจึงมีถนนกับรั้ว?!” เก๋อจือแย่งแผนที่มาจ้องอยู่ครึ่งค่อนวัน เขามองไปทางโม่จ้านอย่างเหลือเชื่อ

           โม่จ้านมองโดยรอบ เหล่านักผจญภัยค่อยๆ ก้าวเท้าเดินไปข้างหน้า หนึ่งในนั้นยังมีจอมเวทสวมชุดคลุมปักด้ายสีเงินปะปนอยู่ด้วย

           ...สถานที่ซึ่งเหล่านักผจญภัยออกล่าสัตว์ร่วมกันควรจะอยู่ในที่รกร้างกันดารและมีสัตว์ดุร้ายเพ่นพ่านมิใช่หรือ?

           เหตุใดจึงทำราวกับเป็นสวนสัตว์ในธรรมชาติ อีกทั้งยังสร้างถนนปูหินทอดยาวหนึ่งสาย?

           เห็นได้ชัดว่าเจียนั่วก็สงสัยเรื่องนี้เช่นกัน ป่าไร้นามไม่นับว่ากว้างใหญ่ เพียงแต่ถนนสายนี้เมื่อมองออกไปมิเห็นปลายทาง หรือว่าทะลุผ่านใจกลาง?

           “แขกไม่กี่ท่านแลดูมิคุ้นหน้า เพิ่งจะเคยมาที่แห่งนี้เป็นครั้งแรกกระมัง?”

           น้ำเสียงนุ่มละมุนดังมาจากด้านหลัง เมื่อโม่จ้านหันหลังกลับไปจึงพบกับกระต่ายครึ่งมนุษย์ในชุดเครื่องแบบกำลังทักทายตนอย่างกระตือรือร้น

           “ใช่แล้ว ขอถามว่าที่นี่…?”

           “อืม นี่ก็คือถนนสายใหม่ที่ท่านซีนั่วเพิ่งจะสร้างขึ้นในป่าไร้นาม” สัตว์กลายร่างเผ่ากระต่ายชี้ไปยังป้ายที่แขวนไว้บนต้นไม้ใหญ่ “หากต้องการเข้าไปจำต้องจ่ายสิบเหรียญเงินเพื่อซื้อบัตรผ่านประตู”

           “ห๋า?” เก๋อจือทนมิไหวเสียแล้ว “ซีนั่วผู้นั้นมิใช่หัวหน้ากิลด์สาขาย่อยหรือ นึกมิถึงว่าเขาจะมีอำนาจเข้ามายุ่งกระทั่งในป่าที่ห่างไกลเพียงนี้?”

           “มิใช่ๆๆ ท่านฟังข้าพูดก่อน” สัตว์กลายร่างเผ่ากระต่ายรีบโบกมือ “ก่อนท่านซีนั่วจะเข้ารับตำแหน่งหัวหน้ากิลด์สาขาย่อยได้มีความสัมพันธ์อันดีกับท่านดยุคอาเอ่อร์ปั๋วเท่อผู้เป็นเจ้าของที่ดินผืนนี้อย่างมาก สัตว์ป่าในป่าไร้นามมักโจมตีชาวบ้านละแวกใกล้เคียง อีกทั้งเหล่านักผจญภัยยังมักขับไล่สัตว์ร้ายออกมาโดยมิตั้งใจ เรื่องนี้ทำให้ท่านดยุคปวดหัวอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ท่านซีนั่วจึงคิดวิธีขึ้นมา ล้อมป่าเอาไว้และสร้างทางสายนี้ขึ้น”

           “…จากนั้นจึงนั่งโก่งราคาค่าผ่านทาง?” เก๋อจือแกว่งไม้คทาอย่างมิพอใจ

           “ท่านอย่าเพิ่งใจร้อน สัตว์กลายร่างเผ่ากระต่ายคลี่ยิ้มไปทางเก๋อจือ “เจตนาเดิมของท่านเจียนั่วมิใช่การกีดกันนักผจญภัย ดังนั้นจึงตั้งกฎขึ้นว่า ขอเพียงเป็นนักผจญภัยที่รับภารกิจจากกิลด์และได้รับสิ่งของในป่าตามภารกิจกำหนดก็จะคืนเงินสิบเหรียญเงินให้ นอกจากนั้นทางสายนี้ยังเชื่อมไปยังชายแดนเมืองทะเล ขอเพียงพ่อค้าและคนทั่วไปเดินทางผ่านก็จะได้พบกับนักผจญภัยที่จับกลุ่มกันเป็นจำนวนมิน้อย มิเพียงแต่ไม่ต้องอ้อม ทว่ายังแทบมิต้องกังวลว่าจะถูกสัตว์ป่าโจมตี”

           โม่จ้านปรบมืออยู่ในใจ ซีนั่วใช้กลยุทธ์กำหนดวิธีการให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม มิเพียงแต่ทำให้สิ่งของในป่าถูกใช้อย่างเป็นประโยชน์สูงสุด ทว่ายังสามารถหาเงินจากนักเดินทาง ทั้งยังฉวยโอกาสสร้างชื่อเสียงให้กิลด์ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสามตัว หากกลยุทธ์เช่นเดียวกันนี้ถูกใช้กับป่าที่ตนหนีออกมา เกรงว่าคงจะต้องย่อยยับเป็นแน่

           เจียนั่วกับลาถีเท่อพยักหน้าสื่อว่าเห็นด้วยเช่นกัน หัวหน้ากิลด์สาขาย่อยผู้เป็นมังกรครึ่งมนุษย์ช่างมีหัวคิดยิ่งนัก



    คล้ายกับเรื่องนับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน