"มาหาหลานชายพี่มีอะไรหรือเปล่า" น้ำเสียงเรียบเฉยเหมือนยิ่งสร้างความวิตกให้กับเธอเพิ่มขึ้นปรางยืนตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกแววตาคู่หมั้นของเธอที่มองมามันช่างดุดันและแฝงด้วยรัศมีแห่งความตายอยู่ภายในนั้นก่อนที่เธอจะกลับมาได้สติแล้วรีบใส่หัวด้วยท่าทางเป็กังวลโดยไม่ตอบอะไรอีกฝ่ายจากนั้นเพียงเสี้ยววินาทีหญิงสาวก็วิ่งกลับเข้าห้องนอนของเธออีกครั้ง ปล่อยให้ชายคู่หมั้นยืนมองในความรู้สึกเป็ห่วงอยู่ลึกๆที่เขาต้องแสดงออกด้วยท่าทางลักษณะแบบนี้
ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อจะเป็การส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายได้พอรู้และเข้าใจว่าสิ่งที่หญิงสาวทำไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้เพียงแค่จะพิสูจน์ให้แน่ใจด้วยตัวเองเสียก่อนเท่านั้นเองถึงแม้ตอนนี้เขาแทบจะไม่รู้อะไรเลยก็ตาม เพียงแค่เกิดความสงสัยเล็กน้อยแต่หลังจากที่เห็นพฤติกรรมดังกล่าวมันพอทำให้เขาเริ่มจับต้นชนปลายได้บ้าง
จากเหตุการณ์วันนั้นนี่ก็เข้าสู่วันที่ 7 ที่ปรางต้องอยู่ภายในห้องนอนเพียงอย่างเดียวไม่ยอมออกไปไหนแม้แต่เวลาทานข้าว ก็มีแม่บ้านคอยจัดสำรับอาหารขึ้นมาให้ทุกมื้อไม่ใช่ว่าเธอถูกคำสั่งกักบริเวณ เนื่องจากเมื่อเธอออกไปด้านนอกห้องนอนแล้วไม่สามารถทำอะไรทุกอย่างได้ตามอำเภอใจเหมือนแต่ก่อนการตัดสินใจอยู่เพียงแต่ในห้องจึงเป็วิธีเดียวที่จะทำให้เธอมีชีวิตต่อไปอย่างมีความสุขกับคู่ขาจำเป็่นี้เธอจะใช้งานพวกมันทุกวัน วันละหลายชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็ทั้งแบบออโต้หรือแมนนวล คู่ขาจำเป็ของเธอก็ทำให้เธอได้พอมีความสุขที่โหยหาจากไนท์ไม่มากก็น้อยโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่าชายคู่หมั้นติดกล้องวงจรปิดบริเวณห้องนอนั้แ่วันที่อีกฝ่ายเริ่มสงสัยถึงความสัมพันธ์ของหนุ่มสาวที่ขึ้นชื่อว่าว่าที่เมียและหลานชาย
ส่งผลให้อีกฝ่ายได้เห็นพฤติกรรมทุกอิริยาบถผ่านโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่อเข้ากับกล้องวงจรปิดภายในห้องนอนตลอดเวลาโดยที่เข้มเองไม่ลืมติดกล้องวงจรปิดบริเวณด้านหน้าห้องของหลานชายเพิ่มอีก 1 ตัว เพื่อให้ได้เห็นถึงพฤติกรรมของคนทั้งคู่
สำหรับกล้องวงจรปิดภายในห้องนอนของเขาเองมันทำให้เขารู้สึกใกับสิ่งที่เกิดขึ้นที่เขากำลังดูคู่หมั้นของเขากำลังมีความสุขกับอุปกรณ์อะไรสักอย่างที่อีกฝ่ายสอดใส่เข้ารู์ของตัวเองแล้วมีสีหน้าสุขสมเปล่งเสียงครวญครางดังระงมขึ้นเป็ระยะจากพฤติกรรมที่เห็นเข้มไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด เขาพยายามคิดหาวิธีช่วยคนรักของเขาให้หลุดพ้นจากความรู้สึกดังกล่าวจึงทำให้่เย็นของทุกวันหลังจากที่เขากลับถึงบ้านเข้มจะไปช่วยให้คนรักมีความสุขอย่างที่อีกฝ่าย้าก่อนที่เขาจะสุขสมแล้วเดินเข้าห้องน้ำชำระล้างร่างกายหน้าที่สำคัญของเขาจะเกิดขึ้นเช่นนี้ในทุกๆวัน เพื่อหวังว่าจะไม่ให้สิ่งที่เขาคาดคิดเกิดขึ้นเพราะเขาไม่รู้อะไรเลยจริงๆว่าคนรักของเขากับหลานชายเป็ไปอย่างที่เขาสงสัยหรือไม่
บางครั้งบริบทของคนทั้งสองก็ช่วยคลายความสงสัยให้เขาบ้างเป็บางครั้งแต่มันก็ไม่ทำให้เขาได้รู้ความจริงทั้งหมดว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างที่เขาว่ากลัวหรือไม่อย่างไร
เหลืออีกไม่ถึง 24 ชั่วโมงก็จะเป็วันสำคัญในชีวิตของเข้มกับคนรักของเขาที่ชื่อปรางที่พวกเขาทั้งสองจะเข้าประตูวิวาห์เป็ฝั่งเป็ฝาตามความ้าของเขาและแม่ของคู่หมั้น
"เดี๋ยวพี่ไปทำงานก่อนนะครับ ่บ่ายๆเดี๋ยวพี่เข้าไปตรวจงานที่ให้ทางโรงแรมเตรียมจัดงานแต่งของเรา"เข้มพูดขึ้นในขณะที่ฝ่ามือเรียวของหญิงสาวถูกเขายกขึ้นมาแนบที่แก้มอย่างอ่อนโยน
"มีอะไรที่ปรางพอช่วยได้ก็บอกได้นะคะพี่เข้ม"
"ปรางช่วยเป็เ้าสาวที่สวยที่สุดให้พี่ก็พอแล้วครับ… พี่ไปทำงานละเดี๋ยวตอนเย็นเจอกันนะครับ" ชายหนุ่มตอบเธอด้วยน้ำเสียงปกติก่อนจะยื่นปลายจมูกโด่งไปััที่แก้มนวลของหญิงคู่หมั้นด้วยความรัก
"ขับรถดีๆนะคะ" ส่วนปรางเองเธอก็ยื่นริมฝีปากเล็กไปััที่ริมฝีปากหนาของคนรัก 1 ทีก่อนที่คนทั้งสองจะแยกไปทำหน้าที่ของตนเองต่อไป
บรรยากาศหวานชื่นกลับมาอีกครั้งหลังจากเวลาล่วงเลยเหตุการณ์วันนั้นมาไม่กี่วันชายหญิงว่าที่คู่สามีภรรยาก็ได้แสดงความรักที่ดีต่อกันเหมือนครั้งแรกที่เจอทุกอย่างดูกลับมาสู่สภาวะปกติไม่มีอะไรผิดแปลกไปจากเดิมทุกคนต่างทำหน้าที่ของตนเองเพื่อเตรียมพร้อมสู่วันวิวาห์ อยู่ใน่ 3-4 วันนี้แม่ของปรางได้มาอยู่เป็เพื่อนลูกสาวที่กำลังจะมีวันสำคัญของชีวิตเกิดขึ้นคู่แม่ลูกต่างพูดคุยกันอย่างสนุกสนานตามประสาคนที่อยู่ห่างกันแม้การได้พูดคุยผ่านโทรศัพท์มันก็ไม่เทียบเท่ากับการได้สนทนาแบบเห็นหน้าเหมือน่เวลานี้
"แม่ดีใจด้วยนะลูก ที่ลูกของแม่จะได้เป็ฝั่งเป็ฝาสักที" ผู้เป็แม่พูดด้วยความปลาบปลื้มใจ ที่ลูกสาวของหล่อนจะมีชีวิตใหม่กับคนรวยทั้งที่ในใจก็แอบคิดที่อยากจะได้ทรัพย์สินเป็สินสอดทองหมั้นเกินที่อีกฝ่ายตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้
"ขอบคุณจ้าแม่ ถ้าชีวิตของเราสองคนไม่ได้พี่เข้มยื่นมือมาช่วยป่านนี้ไม่รู้จะเป็ยังไงบ้างเนาะ… หนูคงจะต้องขายตัวเพื่อหาเงินช่วยแม่แล้วล่ะ"เธอเอ่ยขึ้นในน้ำเสียงตื่นตันใจความรู้สึกที่แท้จริงกลับไม่เป็เช่นนั้นเพราะคนที่เธออยากจะใช้ชีวิตด้วยคือหลานชายของคู่หมั้นปรางจำเป็ต้องฝืนยิ้มให้กับผู้เป็แม่ด้วยความจำใจฝ่ามือกร้านยกขึ้นลูบศีรษะของเธออย่างเอ็นดู