ตกลงกันเรียบร้อยพี่หนิงอันก็เดินไปทำงานต่อ ปิงปิงก็รออยู่ที่จักรยาน ไม่นานพี่หนิงอันก็เลิกงาน
ปิงปิงให้พี่หนิงอันปันปั่นจักรยานพาไปดูบ้าน หลังแรก ไม่ต่างจากห้องแถวเท่าไหร่ แคบมากแต่ราคาถูกดี 10 หยวน แต่พอรู้ว่าห้องน้ำรวมปิงปิง ก็ส่ายหัวทันที
หลังที่สอง 15 หยวน ไม่ต่างจากห้องแรกเท่าไหร่แต่มีห้องน้ำส่วนตัว
ปิงปิงก็ยังไม่ถูกใจอยู่ดี เพราะ ตั้งใจว่าจะให้น้องสาวมาเรียนด้วยเทอมหน้าและพักอยู่ด้วยกัน
ปิงปิงกลัวจะมืดชะก่อนเลยบอกพี่หนิงอันว่า อยากได้บ้านที่มีสองห้องนอน และมีพื้นที่ข้างบ้านนิดหน่อย ถ้าได้ใกล้โรงเรียนยิ่งดี เพราะยังเรียนอยู่
พอหนิงอันได้ยินว่ายังเป็นักเรียนก็คิดหนักนิดหน่อย เพราะคิดว่าปิงปิงจะสู้ราคาบ้านไม่ไหว บ้านแถวโรงเรียนราคาค่อนข้างแพง
” บ้านแบบนั้นก็มีอยู่แต่ว่าราคาค่อนข้างสูงนะจะไหวไหม “
” ประมาณเท่าไหร่หรอคะ “
” อย่างต่ำก็ 20 หยวนแล้วเท่ากับเงินเดือนบางคนเลยนะ “
” พี่พาหนูไปดูก่อนได้ไหมคะ หนูคิดว่าน่าจะไหวอยู่ “
พอได้ยินแบบนั้นหนิงอันเลยพาไปดู ประมาณ2-3 หลัง สุดท้าย ปิงปิงก็ได้บ้านสามห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ ห้องรับแขกและห้องครัวก็กว้าง และมีพื้นที่ข้างบ้านและหลังบ้านเหลือๆ ล้อมรั้วอย่างดี บ้านละแวกนี้ดูดีทั้งนั้น
และสิ้นปีนี้เ้าของบ้านบอกไฟฟ้าจะมาถึงอำเภอนี้แล้ว และได้ลงทะเบียนรับคิวติดตั้งหม้อแปลงไว้แล้ว ห้างในเมืองก็เริ่มมีเครื่องใช้ไฟฟ้ามาให้จับจองแล้ว
ปิงปิงได้บ้านนี้มา ในราคา 25 หยวน จากปกติ 30 หยวน เพราะเป็คนรู้จักพี่หนิงอันและทำสัญญาเช่า 2 ปี แต่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า 6 เดือน ปิงปิงก็เอาเงินออกมาจ่าย 150 หยวนทันที
หนิงอันก็ค่อนข้างใ ไม่คิดว่าปิงปิงจะพกเงินมากขนาดนี้ วันนี้ก็เลยได้เซ็นสัญญาเช่าเลย คิดว่าวันหยุดจะชวนเดอะแก๊งมาช่วยทำความสะอาดและกินเลี้ยง
พอเ้าของบ้านกลับไป ปิงปิงก็ขอบคุณพี่หนิงอันและบอกว่าพรุ่งนี้จะเอาของไปให้แทนคำขอบคุณที่พาตะลอนดูบ้านตั้งหลายหลัง เพราะถ้าอยู่ดีๆ จะเอาของออกมาให้ตอนนี้ก็ยังไงๆ อยู่ แต่หนิงอันก็ปฏิเสธท่าเดียวสุดท้ายปิงปิงต้องใช้ท่าไม้ตาย
“หนูเพิ่งย้ายมาบ้านหลังนี้ ต่อไปต้องรบกวนพี่อีกเยอะ ถ้าพี่ไม่เอาหนูก็ไม่มีหน้าไปขอความช่วยเหลืออีกแล้ว”
สุดท้ายหนิงอันก็ต้องยอม เพราะไม่อยากให้ปิงปิงเสียน้ำใจ และคิดว่าเด็กนักเรียนคงไม่ได้ให้ของแพงอะไรมากมาย
กว่าปิงๆ จะถึงห้องก็เริ่มมืดแล้ว ถึงห้องสิ่งแรกที่ทำคือรีบเอาน้ำมาต้มอาบเพราะมืดกว่านี้จะมองอะไรไม่เห็น
ในระหว่างอาบน้ำก็เอาชุดใหม่ไปซักด้วย เพราะต้องใส่พรุ่งนี้ พออาบน้ำเสร็จปิงปิงก็นั่งเขียนบทความต่อ
ปิงปิงตั้งใจว่าจะเขียนสัก10 เื่ ทั้งบทความสั้นและบทความยาว ถึงเธอจะมั่นใจในตัวเองแค่ไหนแต่ก็ต้องเผื่อไม่ผ่านด้วย
เพราะว่ายุคสมัยต่างกัน เธอตั้งใจว่าวันนี้ฉันต้องเขียนให้เสร็จไม่ว่าดึกแค่ไหนก็ตาม เพราะตั้งใจว่าพรุ่งนี้ก่อนไปเรียนจะแวะเอาไปส่ง
เพราะต้องรอนานประมาณ 15 - 20 วันถึงจะได้หนังสือตอบรับว่าผ่านไม่ผ่านและได้ค่าลิขสิทธิ์ ปิงปิงนั่งเขียนจนถึงเวลาตี 1 วันนี้เธอเอานาฬิกาปลุกออกมาตั้งเพราะกลัวไม่ตื่น
วันนี้ปิงปิงตื่น 7 โมงเหมือนเดิมเพราะต้องเผื่อเวลาไปไปรษณีย์ วันนี้เธอแค่ล้างหน้าและแต่งหน้าอ่อนๆ ไม่อาบน้ำก็คงไม่เป็ไรเพราะวันนี้เธอเพลียสุดๆ เมื่อคืนนอนดึกเกินไป
วันนี้เธอใส่ชุดใหม่ที่ซื้อมา เอากระเป๋าผ้าสพายข้างใบใหญ่ในมิติออกมาใส่หนังสือ เวลาหยิบอะไรจากมิติจะได้สดวก
ปิงปิงล็อคห้องและรีบปั่นจักรยานไปไปรษณีย์ทันที ไปถึงก็ซื้อซองและสแตมป์ ซองจดหมายซองละ 1 เฟิน ส่วนสแตมป์อันละ 5 เหมา ถ้าส่งไปสำนักพิมพ์ต้องเสียเพิ่มซองละ 5 เหมา
เธอส่ง 10 ซองก็หมดไป 10หยวน 1 เหมาเลยทีเดียว ถึงว่าไม่ค่อยมีใครเขียนบทความหาเงิน เพราะถ้าไม่ผ่านก็เสียเงินทิ้งไม่ได้อะไรกลับมาเลย
ปิงปิงใส่ที่อยู่รับจดหมายเป็บ้านที่หมู่บ้านไม่ได้ใส่ที่อยู่บ้านเช่า เพราะอยากให้ทุกคนรู้ที่มาของเงิน ก่อนกลับเธอซื้อสแตมป์และซองจดหมายไปเก็บไว้หลายซอง
เสร็จแล้วก็ปั่นจักยานไปโรงเรียน พอมาถึงที่นั่งประจำทุกคนก็มาครบแล้ว พอเห็นเธอเชาปิ่งก็รายงาน เื่ในหมู่บ้านทันที เธอนั่งลงและส่งกระเป๋าให้เย่หวานทำการบ้านให้เหมือนทุกวันก่อนหันมาฟังเชาปิ่ง
“มาแล้วหรอปิงปิง เธอรู้ไหมว่ายัยเมิ่งชูกับแม่หล่อนเอาเธอไปพูดทั่วหมู่บ้านว่าไปทำอะไรไม่ดีแลกกับจักรยานและหาว่าเธอโกหกว่าเขียนบทความหาเงิน”
“พูดไปทั่วเลยว่าการเรียนเธอไม่ดี ที่ไม่ซ้ำชั้นเพราะเพื่อนทำการบ้านให้ วันๆโรงเรียนก็ไม่ไปหาว่าเธอเอาเวลาไปทำแต่เื่ไม่ดี”
เชาปิ่งรีบฟ้องเธอ แต่สุดท้ายก็จบด้วยแม่เธอกับแม่เชาปิ่งไปหยุมหัวเมียหัวหน้ากองผลิตที่ฟังจากลูกสาวแล้วเอามานินทาใส่สีตีไข่
แต่ก็ไม่มีใครว่าอะไรแม่เธอได้เพราะพูดให้คนอื่นเสียหายแต่ไม่มีหลักฐานก็มีความผิดเหมือนกัน
อีกอย่างทุกคนรู้ดีว่าลูกชายสองบ้านนี้ไปเป็ทหารถึงจะไม่มียศ แต่ชาวบ้านในยุคนี้ล้วนกลัวทหารกันอยู่แล้ว รอบนี้แม่เธอก็เลย K.O ชนะ ไปเหมือนเคย
วันนี้ก็เรียนปกติเหมือนทุกวัน ส่วนหลิงเมิ่งชูก็แขวะเธอปกติ ป่าวประกาศไปทั่วว่าแม่เธอเป็อันธพาล แต่เธอก็ไม่ได้สนใจ ดีซะอีกจะได้ไม่มีใครกล้ามายุ่งกับเธอ
แต่คนที่สนใจกลับเป็ หวงอี้เฟย พ่อพระเอกของเื่ที่ไม่พอใจ ถึงเขาจะไม่พอใจปิงปิงที่ทำให้นางเอกไม่ได้เรียน แต่แม่ของปิงปิงก็คือแม่ของหลี่ชิงเยี่ยนคนที่เขาชอบเหมือนกัน
“เธอไม่ควรเอาแม่คนอื่นมาพูดแบบนี้ที่โรงเรียนนะ”
พูดเสร็จหวงอี้เฟยมองหน้าปิงปิงกับหลิงเมิ่งชูอย่างไม่พอใจ ก่อนจะเดินหนีไป หลิงเมิ่งชูได้แต่เม้มปากเน้นไม่กล้าเถียงพระเอก
พักเที่ยงปิงปิงเอาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาแจกเพื่อนๆ พวกเธอไปขอน้ำร้อนที่ห้องครัว ทุกคนชอบมาก ปิงปิงก็รับปากว่าจะเอามาให้กินบ่อยๆ ถึงทุกคนจะแปลกใจกับความใจดีของเพื่อนแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรเพราะกลัวจะไม่ได้กิน
วันนี้ตอนเลิกเรียนปิงปิงบอกกับเพื่อนว่าเธอย้ายห้องเช่าอยากให้ช่วยไปทำความสะอาดในวันพรุ่งนี้ เธอจะเลี้ยงข้าว
และกำชับเชาปิ่งว่าอย่าบอกที่บ้านเธอจะบอกเอง ให้โกหกที่บ้านว่ามาทำรายงาน
ส่วนเย่หว่าน ปิงปิงก็แนะนำว่าให้โกหกที่บ้านเหมือนกันว่าครูให้มาทำงานที่โรงเรียนไม่งั้นคงไม่ได้มาแน่ๆ ส่วนเจี้ยนกั๋วที่บ้านไม่มีปัญหา