(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 52 คนทรยศของมนุษย์ชาติ

            เหตุการณ์ที่ได้ขึ้นภายในป้อมปราการหมายเลข 16 ได้เริ่มกระจายออกไปเป็นวงกว้าง


            ข่าวสารมากมายได้ถูกส่งออกไปจากเมืองที่เป็นดั่งป้อมปราการแห่งนี้ โดยเฉพาะกับตัวอักษรโบราณที่ถูกสลักเอาไว้บนกำแพงโลหะสีดำ มันเด่นชัดจนสามารถมองเห็นได้ไกลออกไป


            ที่ด้านล่างบริเวณกำแพงโลหะสีดำ กลุ่มคนนับพันต่างยืนออกันอย่างแออัด โดยที่ทุกคนก็กำลังแหงนหน้าขึ้นมองไปยังตัวอักษรด้านบน


            “ไม่อยากจะเชื่อ! ตัวอักษรพวกนี้ข้าอ่านไม่ออก ว่าแต่มอนเตอร์ชนชั้นจักรพรรดิตัวนี้พยายามอยากติดต่อสื่อสารกับพวกเราอยู่หรือไงกัน?”


            “นั่นซินะ นายคิดว่ามันมีสติปัญญาเหมือนกับมนุษย์เช่นพวกเรา?”


            เมื่อได้ยินคำพูดดังกล่าวของคนทั้งสอง ชายหนุ่มคนนึงก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างดูแคลน


            “ไม่หรอก มอนเตอร์ก็ยังเป็นมอนเตอร์อยู่วันยังค่ำ พวกมันเป็นเพียงแค่สัตว์เดรัจฉานที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งเท่านั้นแหละ!”


            คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เหมือนไม่อยากจะยอมรับว่ามอนเตอร์พวกนี้มันมีสติปัญญา ทว่าตอนนั้นก็ได้มีคนโต้แย้งออกมา


            “หึ? เด็กน้อยแบบแกนี่มันไม่รู้อะไรเลยซักนิด ตอนนี้คิดว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์ของพวกเรายังเป็นผู้ที่ปกครองโลกแห่งนี้อยู่อีกหรือไง?”


            “ว่าแต่แกเคยเห็นมอนเตอร์ระดับชนชั้นราชาขึ้นไปด้วยตาของตนเองไหม แต่ข้านี่แหละเคยพบเห็นมันตัวเป็นๆ”


            “ไม่ต้องไปพูดถึงไอ้มอนเตอร์สีดำตนนี้เลย ทั้งสองให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง!”


            “เมื่อไปอยู่ต่อหน้ามัน เด็กห้าวๆแบบแกคงก้าวขาไม่ออกเป็นแน่ เผลอๆอาจฉี่ราดล้นกางเกง ไม่ใช่ซิ อาจขี้แตกคาตูดเลยละมั้ง?”


            เสียงพูดคุยโต้เถียงได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การกระทำของมอนเตอร์ตนนี้ได้ทำให้มนุษย์มีความเข้าใจที่แตกออกจากกันเป็นสองฝ่าย


            หนึ่งคือพวกมนุษย์ที่ยังคิดว่ามอนเตอร์เหล่านี้เป็นเพียงแค่สัตว์เดรัจฉานที่ไม่มีสติปัญญา สามารถที่จะกวาดล้างพวกมันเมื่อไหร่ก็ได้


            ส่วนอีกฝั่งนึงก็คือมนุษย์ที่ยอมรับว่ามอนเตอร์นั้นแข็งแกร่งและมีสติปัญญา มนุษย์ไม่สามารถกวาดล้างพวกมันได้ทั้งหมด ถ้าสามารถจัดการพวกมันได้จริงๆ มนุษย์คงสามารถที่จะกำจัดพวกมันให้หมดสิ้นไปจากโลกแห่งนี้ได้แล้ว สถานการณ์มันคงไม่ได้บานปลายมาเนิ่นนานนับปี


            “เหอะๆ นี่พวกเจ้าได้ศึกษาเล่าเรียนมากันหรือเปล่าเนี่ย?”


            ในตอนนั้นเสียงของชายชราคนนึงก็ได้ดังขึ้น ทุกคนพอได้ยินคำดูแคลนก็หันขวับมามองด้วยอารมณ์ที่เดือดพล่านขึ้นอยู่เล็กน้อย


            แต่เมื่อได้เห็นกลุ่มคนในชุดสีดำที่มีสัญลักษณ์ของดวงดาว พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมา เพราะคนกลุ่มนี้สวมใส่ชุดของฟอร์มสมาพันธ์โลก นำมาโดยชายชราเส้นผมสีขาวโพลน รูปลักษณ์ของเขาให้ความรู้สึกที่แปลกประหลาด


            “อะไรน่ะชายชราผู้นี้!”


            หลายคนก็ขมวดคิ้วว่าตาแก่นี่เป็นใคร


            “ข้าบอกอะไรให้.. มอนเตอร์น่ะไม่ได้โง่”


            “จงอย่าคิดว่าพวกมันเป็นเพียงแค่สัตว์ร้ายทั่วๆไป อย่ามองพวกมันแบบนั้นเป็นอันขาด!”


            “พวกมันมีสติปัญญาที่ชาญฉลาดและมีกระบวนการทางความคิดซึ่งเทียบเท่าได้กับมนุษย์ ยีนกลายพันธุ์ของพวกมันได้ปรับตัวและวิวัฒนาการให้แข็งแกร่ง สามารถอยู่อาศัยได้ทุกสภาพแวดล้อม แม้แต่กัมมันตภาพรังสีนิวเคลียร์ก็ไม่อาจทำอะไรพวกมันได้เลยซักนิด”


            “มอนเตอร์สีดำตนนี้ก็เช่นเดียวกัน มันมีสติปัญญาอย่างแท้จริง พวกเจ้าก็เห็นถึงตัวอักษรที่ถูกเขียนเอาไว้บนกำแพงใช่ไหมละ?”


            ชายชราพูดจบก็ไม่ได้สนใจผู้คนอีกต่อไป


            เขาได้แหงนหน้าขึ้นมองไปยังตัวอักษรลึกลับที่ถูกสลักเอาไว้อยู่ด้านบน


            “เบฮีมอท.. หรือว่าเจ้านี่กำลังเปิดเผยการดำรงอยู่ของมันให้กับพวกเราเผ่ามนุษย์ทราบ”


            ดวงตาของชายชราสว่างวาบขึ้นเล็กน้อย


            ในสายตาของชายชรา ตัวอักษรพวกนี้ถือเป็นสิ่งที่ล้ำค่าของมนุษย์ ประหนึ่งเป็นองค์ความรู้อันยิ่งใหญ่ที่มนุษย์เองก็ไม่เคยพบเจอมาก่อน


            ไม่กี่นาทีต่อมา หลังจากที่ตัวของชายชราได้จ้องมองตัวอักษรพวกนี้จนพึงพอใจแล้ว เขาก็ได้หันไปพูดกับกลุ่มคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง


            “อย่าลืมเก็บบันทึกภาพตัวอักษรพวกนี้เอาไว้ด้วยละ!”


            “ข้าต้องเตรียมตัวประชุมในอีกครึ่งชั่วโมงหลังจากนี้!”


            เมื่อออกคำสั่งเสร็จ ชายชราก็ได้หันหลังแล้วเดินจากไปในทันที


            “รับทราบครับท่านไอน์สไตน์!”


            คนของสมาพันธ์โค้งให้กับเขาด้วยความเคารพ ทิ้งให้ฝูงชนจ้องมองกันด้วยความมึนงง


            “ท่านนักสู้ ไม่ทราบว่าชายชราคนนี้เป็นใครหรือครับ? พอจะบอกให้ข้าฟังหน่อยได้ไหม!”


            ตอนนั้นมีบางคนที่อดสงสัยไม่ได้ เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่และเอ่ยถามไปยังคนของสมาพันธ์โลก แต่มันก็ทำให้หลายคนเกิดความฉุนเฉียว


            “ไอ้หนู! แกนี่มันยุ่งไม่เข้าเรื่องเลย ตัวตนของท่านไม่ใช่อะไรที่พวกแกควรรับรู้!”


            “อยากรู้เหรอ? ถ้าอยากรู้แกต้องติดคุกหัวโตเลยนะ ถ้าไม่อยากก็หุบปากของตนเองซะ!”


            น้ำเสียงที่ดุร้ายและเฉยชาได้ทำให้ทุกคนต่างต้องหวาดกลัวกันยกใหญ่ พวกเขากลัวว่าคนของสมาพันธ์โลกจะนำตนเองไปลงโทษ


            สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงสถานะอันยิ่งใหญ่ของชายชรา ถึงพวกมันจะไม่รู้ว่าคนที่ชื่อไอน์สไตน์ผู้นี้เป็นใคร แต่ดูจากท่าทางพฤติกรรมของนักสู้พันธุกรรมเหล่านี้แล้ว แน่นอนว่าชายชราคนนี้จะต้องมีสถานะที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน เผลอๆอาจเป็นคนใหญ่คนโตเลยก็ว่าได้


            ━


            ขณะที่อีกด้านนึง ภายนอกกำแพงเมืองและตั้งอยู่ในอาณาเขตของทวีปมืด บริเวณซากเมืองรกร้างที่เต็มไปด้วยเหล่ามอนเตอร์กลายพันธุ์มากมาย ภายในสถานที่ลึกลับซึ่งเป็นเหมือนดั่งอาคารขนาดใหญ่ มีฐานบัญชาการใต้ดินที่ใหญ่โตและถูกขุดเอาไว้ลึกเหมือนกับป้อมปราการ


            ภายในห้องโถงประชุมที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ร่างของมนุษย์นับสิบถูกฉายด้วยภาพโฮโลแกรมที่กำลังสะท้อนออกมา


            “พวกเจ้าคิดยังไงกับมอนเตอร์ชนชั้นจักรพรรดิตนใหม่?”


            เสียงทุ้มใหญ่ดังออกมาจากด้านหน้าสุดของโต๊ะ ชายในชุดคลุมได้เอ่ยถามกับผู้คนที่สวมใส่ชุดคลุมคนอื่นๆ พวกเขาแทบไม่ต่างกันเลยซักนิด

    ทั้งหมดพอได้ยินคำพูดของท่านผู้นำก็เต็มไปด้วยความครุ่นคิด จากนั้นก็มีคนในชุดคลุมผู้นึงได้ยกมือและตอบกลับออกมา


            “ราชันมั้ง? ฉันไม่เคยเห็นมอนเตอร์ตนใดที่ให้ความรู้สึกอันน่าหวาดหวั่นเช่นนี้มาก่อนเลย!”


            คำพูดของเธอได้ทำให้หลายคนต่างสูดหายใจเข้าอย่างลึกๆ ใบหน้าภายใต้ชุดคลุมเต็มไปด้วยหลากหลายอารมณ์ มีทั้งกำลังตื่นเต้น มีทั้งกำลังหวาดกลัว หรือมีบ้างที่กำลังแสดงความเคารพเถิดทูน เหมือนพวกมันกำลังมองเหล่ามอนเตอร์ไม่ใช่ศัตรูเลยก็ว่าได้


            “ถูกต้อง! มอนเตอร์ตนนี้คือราชันที่แท้จริง ทั้งยังเป็นราชันในหมู่มอนเตอร์ระดับชนชั้นจักรพรรดิทั้งหมดอีกด้วย!”


            “ต้นหลิวทองคำศักดิ์สิทธิ์ มังกรสายฟ้า ยักษ์น้ำแข็ง วาฬเพชฌฆาตโลหิต หรือแม้แต่เต่ามังกรหลังหนาม พวกมันทั้งห้าถึงจะแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกที่เหนือยิ่งไปกว่าเบฮีมอทตนนี้”


            “ตอนข้าได้เห็นภาพบันทึกและร่างของเขาเป็นครั้งแรก เลือดลมของข้าก็สูบฉีดไปด้วยความตื่นเต้น รู้สึกว่าตนเองได้พบเจอกับพระเจ้าที่แท้จริง เป็นดั่งศูนย์กลางของพวกเรา องค์กรมอนเตอร์”


            “ข้าสัมผัสได้เลยว่าถ้าพวกเราได้ติดตามท่านเบฮีมอทตนนี้ ความปรารถนาขององค์กรมืดเราจะต้องประสบผลสำเร็จ”


            “โลกที่พวกเรามนุษย์สายพันธุ์ใหม่จะได้อาศัยอยู่ร่วมกันกับเหล่ามอนเตอร์ ทั้งหมดอาจเป็นจริงในอีกไม่นาน ส่วนพวกมนุษย์ยุคเก่าก็ไม่สมควรที่จะมีชีวิตอยู่ เราจะกวาดล้างพวกมันทั้งหมด แล้วก้าวไปสู่ยุคสมัยแห่งใหม่!”


            พอได้ยินคำพูดของคนที่เป็นผู้นำ แต่ละคนก็แสยะยิ้มออกมาในทันที ทุกคนในห้องโถงแห่งนี้ต่างก็รอคอยวันเวลาที่จะเดินทางมาถึง


            “รับทราบท่านผู้นำองค์กร เดี๋ยวพวกข้าจะส่งคนไปติดต่อท่านเบฮีมอทให้ได้โดยเร็วมากที่สุด”


            “ด้วยเครือข่ายที่ยิ่งใหญ่ของพวกเรา การจะหาตัวท่านเบฮีมอทในทวีปมืดย่อมใช้เวลาไม่นาน”


            “ว่าแต่ตอนนี้ซวนหยวนเรียกประชุมนักสู้พันธุกรรมระดับสูงทั้งหมด พวกเราจะเข้าร่วมด้วยไหม?”


    คล้ายกับเรื่อง(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์ ที่คุณอ่าน