ผมรีบเข้ามาในห้องทำงานอย่างสบายใจ แต่เมื่อผมเปิดประตูของห้องทำงานออกมา ผมก็พบกับกองเอกสาร วางกองอยู่เพียงแต่ไม่เหมือนกับทุกๆวันกองเอกสารกองใหญ่ ถูกแยกเอาใว้ถึง 7 กอง 7 สีแล้วแบ่งออกเป็คณะต่างๆ อย่างเรียบร้อย ผมรีบตรวจดูกองเอกสารทุกกองทันที ผมใช้เวลาั้แ่เช้ายันเย็นเลยละครับ เพื่อตรวจดูเอกสารทุกกองอย่างถี่ถ้วน
ผมถึงขนาดขอเลือนการพูดคุยเกี่ยวกับการวิจัยของ คานะ เลยละแต่หลังจากตรวจดูกองเอกสารทั้งหมด ผมบอกใด้คำเดียวเลยละครับ สมบูรณ์แบบมาก ไม่สินี้มันยิ่งกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลย
ผมไม่อยากจะเชื่อ มันจะเป็ไปใด้ยังไงกัน เวลาแค่ 1 อาทิตย์เนี่ยนะ แต่หลังจากการตรวจดูเอกสารที่ผมต้องลงตราประทับ ของเ้าเมืองอย่างละเอียดทั้งหมดแล้ว มันก็ไม่อาจปฎิเสธใด้เลยละครับ ว่าเ้าเซบาสเตียนมันทำทั้งหมดใด้ อย่างที่มันพูดเอาไว้ใด้จริงๆ แล้วก็อีกอย่างนึงเ้า เซอร์ แกริงสัน เมอรแมน มันเป็ใครกันฟระ รวมถึงขุนนางอีกหลายๆคน
ที่เป็ผู้บริหารสูงสุด ของแต่ละคณะบริหารด้วย ยังไม่นับรวมตัว ตัวบุคคน หรือขุนนางที่เป็ผู้บริหารระดับสูงในคณะบริหารด้วยนะ บอกตรงๆเลยครับ ผมไม่รู้จักมันเลยสักกะคนเดียว จะว่าไม่รู้จักก็ไม่ถูกละนะ จากความทรงจำของเ้า โอเดะ ยูจิ คนก่อนน่ะ พวกนี้เป็คนที่เ้าเซบาสเตียนเซิญมาที่ปราสาท เพื่อรับมอบยศขุนนาง
เพื่อใช้ในการบริหารเมืองเซอริน รู้สึกตอนนั้นผมก็ทำหน้าที่แค่วางดาบ แล้วแต่งตั้งไปตามยศส่งๆไป ตามที่เ้าเซบาสเตียนบอกแค่นั้นเอง หน้าของพวกนั้นแต่ละคนน่ะ ผมจำไม่ใด้เลยสะด้วยซ้ำไป ไม่สิทั้งซีวิตน่ะผมเห็นพวกนั้นแค่ครั้งเดียว ตอนที่มอบยศให้แค่นั้นเองนิหว่า แต่ตอนนี้พวกนั้นแต่ละคน กับใด้ทำหน้าที่เป็ผู้บริหารสูงสุด ของคณะบริหารต่างๆของเมืองเซอริน
ผมบอกใด้เลยครับ ว่าแต่ละคณะทำงานใด้อย่างดีเยี่ยม พอๆกับเ้าหน้าที่สายงานต่างๆ ของผมในประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว ศูนย์รวมหัวกะทิ น่ะ ถ้าไม่เอาใว้ใช้เรียกสิ่งนี้ ผมก็ไม่รู้จะเอาไปใช้เรียกกับอะไรแล้วละครับ แต่ที่ผมติดใจน่ะ มีเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้นละ พวกเอ็งเป็ใครกันฟร้าา
บ่นไปก็ไม่ใด้อะไรขึ้นมา เอาเป็ว่าเดียวผมจะหาเวลา ไปพบกับพวกเค้าแต่ละคนไว้บางก็แล้วกัน พร้อมกับขอบคุณที่เหน็จเหนื่อยกันด้วยละนะ จากเหตุการณ์ทั้งหมด ทำให้ผมต้องมองเ้า เซบาสเตียนใหม่ซะแล้วละครับ แล้วยังทำให้ผมใด้ข้อสรุปอันแน่นอนแล้วด้วยว่าการที่เ้า โอเดะ ยูจิ เ้าเมืองคนก่อนที่มีปัญญาพอๆ กับเด็ก 10 ขวบ
อยู่รอดมาใด้จนถึงปัจจุบันนี้น่ะ เพราะมีเ้าเซบาสเตียน คอยช่วยงานอยู่เื้ัแน่นอนเลยละ มันทำให้ผมอดตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเ้าเซบาสเตียน ไม่ใด้เลยละครับ
เอ๋งเป็ใครกันแน่ เซบาสเตียน คงไม่ใช่พ่อบ้านผู้ทำใด้ทุกอย่างกับเด็กหนุ่มโซตะ เหมือนกันเื่ๆนึงที่ผมเคยอ่านนะ ผมคงไม่มีตราประทับของปีศาจ อยู่ตามตัวหรอกนะใช่ไหม นี้ผมกลัวจริงๆนะเฟ้ยย
ก็อกๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้น คงเป็เ้าเซบาสเตียนสินะ ถ้ามีเื่อะไรสำคัญเซบาสจะเป็คนขอเข้าพบกับผมเองละครับ
[ยูจิ] เข้ามาใด้ มีเื่อะไรงั้นรึ เซบาส
[เซบาสเตียน] ขออนุญาติครับท่าน ยูจิ เกี่ยวกับเื่นักวิจัย ที่ท่านให้กระผมจัดหาใว้เพื่อทำวิจัยในศูนย์วิจัยน่ะครับ ในตอนนี้เราไม่สามารถจัดหานักวิจัยที่เป็มนุษย์ ทีตรงตามเงื่อนไขและความ้าของท่าน ยูจิ ใด้ที่มีอยู่ก็มีเพียงแค่กึ่งมนุษย์เท่านั้น ที่ตรงตามเงื่อนไขทุกอย่าง ขอครับ
[ยูจิ] ก็แล้วทำไมไม่ใช้นักวิจัย ที่เป็กึ่งมนุษย์ละ
[เซบาสเตียน] ท่าน ยูจิ ท่านลืมแล้วหรือขอรับ ท่านเป็คนสั่งห้ามกึ่งมนุษย์ทุกคน ไม่ให้เข้ามาในเมืองเซอริน เนื่องจากว่า มีสาวน้อยกึ่งมนุษย์คนนึง ที่เดินถือไอติมอยู่แล้วก็เดินมาชนท่าน ทำให้เสื้อท่านเลอะไปหมด
หลังจากนั้นท่านจึงสั่งให้ทหารจับเด็กคนนั้นมาทรมาน โดยการเฆี่ยนด้วยแส้หนาม จับยืดแขนขา จนเส้นเอ็นกับกระดูกของเธอขาดไปทั่วทั้งตัว จากนั้นก็ตัดคอเธอ แล้วโยนศพเธอทิ้งไป ในป่าด้านหลังของเมืองเซอริน แล้วหลังจากนั้นท่านก็ออกกฎหมายขับไล่กึ่งมนุษย์ทั้งหมด ที่อยู่ในเมืองเซอรินไปน่ะครับ
โอ มาย ก็อด หลังจากที่ฟังผมบอกใด้เลยเ้า โอเดะ ยูจิ เ้าเมืองคนก่อนนี้มัน เฮี... ใด้บัดซบดีจริงๆเลยละครับ ผมไม่แปลกใจแล้วละ ว่าทำไม คานะ ในตอนที่เธอเจอกับผมครั้งแรกในปราสาทน่ะ เธอถึงใด้ร้องให้หนักขนาดนั้นเธอคงพอ จะใด้ยินวีรกรรมสุดบรรลัยของเ้า โอเดะ ยูจิ คนก่อนมาอยู่บ้างละ
แล้วมันก็ทำให้ผมแก้ปริศนาใด้ด้วยว่าทำไม มิยูกิ มายูริ รุกะ ถึงทำหน้าใมากขนาดนั้น ตอนที่พวกเธอเจอผมกันครั้งแรกด้วย เพราะพวกเธอก็เป็กึ่งมนุษย์ ก็ไม่แปลกที่พวกเธอจะกลัวถูกผมลงโทษอะนะ แล้วเื่ที่มันบัดซบจริงๆน่ะมันไม่จบเพียงแค่นี้สิครับ
ผมที่ใช้ความทรงจำเดียวกันกับเ้า โอเดะ ยูจิ เ้าเมืองคนก่อนน่ะทำไมผมถึงไม่รู้เื่ ในสิ่งที่ตัวเองทำลงไปเลยละ หลังจากที่พยายามคิดทบทวน ลึงลงไปในความทรงจำของเ้า โอเดะ ยูจิ อยู่นาน ผมก็พบกับความจริงที่โครดบัดซบเลยละ มันลืมไปแล้วยังไงละครับ ไอเื่ที่มันทำกับเด็กน้อยผู้หน้าสงสารคนนึง ไปสะขนาดนั้นน่ะ
จนบัดนี้หน้าของเด็กคนนั้น ยังแทบไม่มีหลงเหลือในความทรงจำของเ้า โอเดะ ยูจิ เลยละครับผมไม่รู้จะสันหาคำไหน มาต่อว่ามันแล้วละ สิ่งที่ต้องทำก็มีเพียงเดินหน้ามันต่อไป โดยที่น้ำตาแทบจะไหลแค่นั้นเอง
ผมใช้เวลาที่เหลือทั้งหมดในการเขียนแก้กฎหมาย เกี่ยวกับกึ่งมนุษย์ทั้งหมดในเมืองเซอริน ยกเลิกการเนรเทศเหล่ากึ่งมนุษย์ สืทธิ์ของพวกเค้าในเมืองเซอริน รวมถึงให้เหล่ากึ่งมนุษย์เข้ามาอาศัยในเมืองเซอรินใด้ รายละเอียดต่างๆที่ควรจะมี แล้วส่งให้กับเซบาสเตียน นำไปส่งให้คณะบริหาร กฎหมายอีกที
[ยูจิ] ตอนนั้นผมคงจะเมามากเลยละ เลยสั่งเื่บ้าๆแบบนั้นลงไป เอาเอกสารแก้กฎหมายนี้ไปให้ คณะกฎหมายของเมืองเซอรินพิจารณา แล้วแก้กฎหมายตามความเหมาะสมก็แล้วกัน
ช่างเป็คำแก้ตัวที่น้ำขุ่นๆ ดีจริงๆเลยละครับ แต่ผมก็ไม่ใด้โกหกนี้หว่า ก็ไอเ้า โอเดะ ยูจิ น่ะมันลืมจริงๆอะ
[เซบาสเตียน] รับทราบครับท่าน ยูจิ ถ้าอย่างนั้นโปรดอนุญาติให้เหล่าพ่อค้าทาส ใด้นำเหล่ากึ่งมนุษย์ที่เป็ทาส มาขายในเมืองเซอริน ใด้ไหมครับท่าน ถ้าให้พวกพ่อค้าทาสจัดหานักวิจัยที่เป็กึ่งมนุษย์มาให้ ใช้เวลาเพียง2ถึง3วันเราก็อาจจะหานักวิจัย ที่ตรงตามเงื่อนใขที่ท่านยูจิ้าใด้ ขอครับ
[ยูจิ] ถ้ามันจะทำให้งานวิจัย ก้าวหน้าเร็วขึ้น งั้นผมอนุญาติให้ดำเนินการใด้
[เซบาสเตียน] รับทราบครับเพียงแต่ กระผมมีบางอย่างอยากจะถามท่าน ยูจิ เกี่ยวกับเงินทุนในการวิจัย แล้วก็สาวน้อยที่ท่านยูจิเชิญมาจากเมืองเซอริน น่ะครับ
ผมคิดเอาไว้อยู่แล้วละ ว่าคำถามนี้จะต้องออกมาจากเซบาสเตียน ถ้าไม่มีปัญหาจริงๆ เซบาสเตียนคงไม่พูดออกมาแน่นอนเลยละ เงินทุนในการสร้างศูนย์วิจัย อุปกรณ์ต่างๆ วัตถุดิบราคาแพง รวมถึงจำนวนของนักวิจัยที่จะเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งหมดทั้งมวลนั้นผลาญเหรียญทองในปราสาท ไปเป็จำนวนมากเลยละครับ
ถึงจะยังไม่ติดตัวแดงก็เถอะ แต่มันก็ร่อยหรอลงไปเต็มทีแล้วละ แต่ผมก็พอจะเข้าใจในสิ่งที่เซบาสเตียน อยากจะบอกอยู่นะ เพียงแต่ ไม่มีใครบนโลกใบนี้เข้าใจถึงความสำคัญอันยิ่งใหญ่ และทรงคุณค่า ของคานะเลยแม้แต่คนเดียว คำกล่าวที่ว่า นักวิจัยเท่านั้นถึงจะเข้าใจถึงตัวตนอันล้ำค่า ของนักวิจัยด้วยกันน่ะ
มันไม่ใด้ผิดเพี้ยนไปเลยละ อนาคตอันเดียวดายใร้ซึ่งผู้คนที่จะเห็นถึงคุณค่า ของเธอน่ะ ถ้าผมไม่ใด้เป็ถึงเ้าเมืองแล้วละก็ ผมก็อาจจะต้องเผชิญกับโชคชะตาแบบเดียวกันกับคานะก็เป็ใด้
[ยูจิ] เกี่ยวกับเื่ของคานะงั้นสินะ เซบาสเตียนถึงนายจะเป็พ่อบ้านที่สมบูรณ์แบบก็เถอะ แต่นายมองไม่เห็นถึงคุณค่าอันยิ่งใหญ่ ในอนาคตของเด็กคนนั้นเลยรึ
[เซบาสเตียน] คือว่า นายท่านเื่แบบนั้นมัน
[ยูจิ] เอาแบบนี้ก็แล้วกันถ้าภายใน 3 เดือนคานะ พิสูตรคุณค่าของตัวเองในฐานะผู้ติดตามของผมไม่ใด้ ผมจะยกเลิกพันธสัญญา แล้วขับใล่เธอออกไปจากปราสาทแห่งนี้ แต่ถ้าเธอพิสูตรคุณค่าของตัวเธอใด้แล้วละก็ พวกเธอทั้ง 7 คน รวมถึงนายด้วยนะเซบาสเตียน ต้องทำตามที่ผม้า 1 อย่าง ไม่ว่าเื่นั้นจะเป็เื่อะไรก็ตามตกลงไหม
ที่ผมกล้าพูดแบบนี้ออกไป ก็เพราะผมเอาตัวเป็ประกันใด้เลย ว่าถ้าการวิจัยเป็รูปเป็ร่างเมื่อไหร่ เ้าพวกนี้ต้องใสุดตัวกันแน่ๆเลยละครับ แล้วเหมือนจะนัดกันมาเลยนะ มิยูกิ รุกะ มายูริ กับเมดอีก 4 คนที่เหลือน่ะ วันนี้ดันอยู่พร้อมหน้ากัน 7 คนเลยนะ ถ้าไม่มีสกิลวิเคราะห์ผมคงไม่รู้ถึงตัวตนพวกเธอหรอกครับ
พวกเธอก็เหมือนกับเซบาสเตียนสินะ ที่ไม่รู้คุณค่าของคานะกันเลยสักกะคนเดียว ใหนๆก็อยากจะรู้คำตอบพร้อมๆ กันกับเ้าเซบาสแล้ว ก็รับเงื่อนใขพร้อมๆกับเ้าเซบาส มันด้วยเลยก็แล้วกัน
[เซบาสเตียน] ถ้าท่าน ยูจิ พูดถึงขั้นนั้นกระผมก็พร้อมยอมรับ ข้อตกลงครับท่าน ส่วนเหล่าเมดนั้นผมจะกำชับเกี่ยวกับเงื่อนใขนี้เองครับท่าน ยูจิ
[ยูจิ] งั้นก็ถือว่าตกลงหยังงั้นสินะ ผมจะเฝ้ารอก็แล้วกันเซบาส จะว่าไปแล้วพ่อค้าทาสอย่างงั้นรึ ผมอยากจะไปดูพวกนักวิจัยที่จะถูกนำมาขาย ในเมืองเซอรินด้วยตนเองจะมีปัญหาอะไรไหม เซบาส
[เซบาสเตียน] ไม่มีปัญหาอยู่แล้วครับนายท่าน ถ้าท่าน้าผมจะรีบจัดเตรียมทุกอย่าง ให้เรียบร้อยครับ
[ยูจิ] ถ้าพวกพ่อค้าทาสจัดเตรียมสินค้าที่จะขายเรียบร้อยแล้ว รายงานผมด้วยละ ผมจะไปดูด้วยตนเอง
หลังจากนั้นเซบาสก็ออกจากห้องไป พอผมมาคิดดูดีๆแล้ว ทาส สินะทาสบนโลกแฟนตาซีของจริง ถึงมันอาจจะต่างจากที่คิดเอาใว้ก็เถอะ แต่สักครั้งนึงผมก็อยากจะไปดูพวกนั้นด้วยตาของตัวเองละ หรือผมอาจจะหาเอาใว้ใช้ทำกิจกรรมยามว่าง สักคนนึงดีไหมนะ เพราะเธอเป็ทาส คุณจะทำแบบนี้แบบนั้นก็ได้ หรือคุณอยากจะให้เธอเป็ฝ่ายเริ่มทำให้ก็ใด้
แค่เริ่มคิดหัวใจมันก็พองโตแล้วละ ถึงมันจะใด้แค่คิดก็เถอะ ส่วนเหตุผลน่ะ ก็ลองคุณมีเมดสาวแสนสาว 3 คนยืนเฝ้ารอบๆตัวคุณ 24 ชั่วโมงแบบผมสิครับ แค่คิดว่าอะไรๆที่เกิดขึ้นพวกเธอจะใด้ยินมันหมดน่ะ ผมก็ขึ้นไม่ลงแล้วละ
นี้มันหน้าอายยิ่งกว่าการที่พ่อแม่มาเจอหนังสือที่ซ่อนไว้หลาย 10 เท่าเลยนะ แล้วผมจะมอง หน้าอกของมิยูกิ หูแมวของมายูริ สะโพกอันสมบูรณ์แบบของรุกะ ได้อย่างมีความสุขใด้ยังไงกันละครับ
แต่ถ้าทาสสาวที่ผมอาจจะเจอนั้น สวยระดับเดียวกันกับพวก มิยูกิ ผมก็อาจจะหวั่นไหวอยู่บ้างเหมือนกันละ เอาเป็นว่าผมจะเฝ้ารอ การเที่ยวชมเหล่าทาสในเมืองเซอรินกับพวก มิยูกิ ก็แล้วกัน