การที่เ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษร่วมมือกับตำรวจมีหลายครั้งไม่ได้จำกัดแค่เฉพาะครั้งนี้ในกรณีทั่วไปมักจะทำหน้าที่เป็หน่วยเสริมหรือจะเรียกอีกอย่างว่าหน่วยรับประกันนั่นแหละหากไม่มีเื่ร้ายแรงเกิดขึ้นจริง ๆ ก็จะไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่มย่ามหักหน้าตำรวจหรอก
แต่ว่าในตอนนั้นเื่ร้ายแรงดันเกิดขึ้นน่ะสิผู้ก่อการร้ายคนหนึ่งหลบหนีออกมาจากพื้นที่ควบคุมของตำรวจได้ แถมยังพกปืนขนาดเล็กและะเิไปด้วยอีกต่างหาก จูโร่ที่นอนกลางวันอยู่ด้านหลังก็ออกตัวช้าไปมากโนเสะที่กำลังสะกดรอยตามอยู่จึงตัดสินใจใช้เวทมนตร์ทำการสังหารผู้ก่อการร้ายเสียแถมยังท่ามกลางสายตาผู้คนเสียด้วย
ถึงแม้ว่าจะจบเื่ได้ดีกว่าการปล่อยให้หนีไปได้ก็จริงแต่ว่าก็ถือเป็ความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง
หัวหน้าหน่วยฟูจิกามิลงโทษด้วยการพักงานทั้งสองและสั่งย้ายที่ประจำการของทั้งสองหลังจากการพักงานจบลง
“เอ ก็คงจะคล้าย ๆ กับถูกสั่งให้ห่าง ๆจากงานที่ทำอยู่ประจำ แล้วมาสำนึกผิดสักหน่อยน่ะครับ คุณก็แค่ดวงไม่ดีเท่านั้นยังไงก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ อาจารย์ใหญ่ทาคาโด”
“มะ มะ ไม่หรอกครับ เื่ดวงไม่ดีอะไรนั่นน่ะ.......”
“แน่นอนว่าพวกเราก็จะตั้งใจทำงานนี้ให้ดีที่สุดครับอาจจะต้องรบกวนในหลาย ๆ เื่เนื่องจากว่าเรายังไม่คุ้นชินกับงานนี้สักเท่าไหร่นัก ยังไงก็ต้องขอคำชี้แนะและกำลังสนับสนุนด้วยนะครับ”
โนเสะกล่าวออกมาอย่างถ่อมตัวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแต่จูโร่รู้ดีกว่าชายหนุ่มไม่ได้เป็ตามรูปลักษณ์ที่เห็นภายนอกหรอก
โนเสะน่ะเป็เ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษชั้นเยี่ยมแถมยังมุ่งมั่นในการทำงาน แต่ว่าก็มุ่งมั่นมากไปเสียจนทำให้เกิดปัญหาการใช้อำนาจเวทมนตร์มากเกินไป
------ไม่สิ เกรงว่าที่มุ่งมั่นน่ะจะไม่ใช่งานแต่เป็แรงกระตุ้นในการทำลายล้างมากกว่า
เื่ผู้ก่อการร้ายเมื่อวันก่อนเองก็ด้วย ระดับพลังของโนเสะหากคิดจะจับโดยไม่ฆ่าก็ย่อมจะทำได้อยู่แล้ว แต่ว่าเขาก็เลือกที่จะฆ่าแถมยังใช้วิธีโหดร้ายกระทั่งรูปร่างศพก็ไม่หลงเหลือสภาพเดิม
ไม่ใช่ว่าเกิดความรู้สึกอยากฆ่าเสียจนไม่มีเหตุผลในการแยกแยะชั่วดีหรอกแต่ว่าหากมีโอกาสก็คงฆ่าโดยไม่ลังเลอย่างแน่นอน ช่างเป็อะไรที่ตรงกันข้ามกับจูโร่ที่ไม่กระฉับกระเฉงเลยแม้แต่น้อย
“ทั้งผมและชิอิบะจะทำหน้าที่ให้สุดความสามารถครับขอฝากตัวด้วยนะครับ”
“อะ อืม”
ทาคาโดพยักหน้า2-3ครั้งเพื่อเป็การยืนยันว่าตนเองเข้าใจแล้วจากนั้นจึงยกโทรศัพท์สายในขึ้นเพื่อออกคำสั่งสั้น ๆแล้วจึงหันหน้ามาทางทั้งสองอีกครั้ง
“ทางเราได้จัดเตรียมห้องรับรองพิเศษสำหรับอาจารย์ผู้ฝึกสอนด้านเวทมนตร์เอาไว้แล้วตอนนี้ฉันเรียกให้คนมารับแล้ว ให้เขาพาเดินไปรอบ ๆ ด้วยก็ได้”
“--------ส่วนการเรียนด้านคณิตศาสตร์และภาษานั้นเราให้อาจารย์จากภายนอกเข้ามาสอนน่ะ ส่วนงานของพวกเราหลัก ๆก็จะเป็การแนะนำเกี่ยวกับด้านการใช้ชีวิตและการใช้เวทมนตร์”
เด็กหนุ่มที่ชื่อว่าคากามิ ยูเฮกำลังเดินอยู่ด้านหน้าของพวกจูโร่ส่วนสูงตามมาตรฐานทั่ว ๆ ไป ใบหน้าดูเป็คนอัธยาศัยดียิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลาเขาแนะนำตัวเองว่าเป็เ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษระดับ 3 อายุ 17 ปีการที่ได้รับมอบหมายให้มาเป็อาจารย์ผู้ฝึกสอนั้แ่อายุเท่านี้ก็ถือว่ายอดเยี่ยมอยู่ไม่น้อย
“ในตอนนี้ผมรับผิดชอบเด็กเล็กที่มีอายุั้แ่ 6ขวบถึง 9 ขวบและอาจารย์อีกท่านรับผิดชอบห้องของเด็กโตที่มีอายุั้แ่ 10 ขวบถึง 12 ขวบ -----อ้ะที่นี่แหละครับ ห้องพักอาจารย์”
ห้องที่ถูกแนะนำนั้นเป็ห้องที่มีลักษณะชวนให้คิดถึงออฟฟิศของบริษัทเล็กๆ สักแห่ง ที่กำแพงด้านในสุดมีหน้าต่าง ส่วนข้าง ๆ กันนั้นคือชั้นเก็บเอกสารภายในห้องมีโต๊ะทำงานอยู่ 4 ตัว 2 ตัวเป็โต๊ะใหม่เอี่ยมส่วนอีก 2 ตัวที่เหลือ ตัวหนึ่งอยู่ในสภาพเละเทะส่วนอีกตัวถูกสะสางเป็ระเบียบไร้ที่ติ
“โต๊ะที่ว่างอยู่ใช้ได้ตามสบายเลยนะครับไม่ได้มีข้อจำกัดห้ามไม่ให้นำของของตัวเองเข้ามาเป็พิเศษก็จริงแต่ว่าถ้าเป็ไปได้ก็เก็บไว้หน่อยดีกว่านะครับ เผอิญว่ามีคนที่เข้มงวดอยู่น่ะ”
จากนั้นยูเฮก็ยกยิ้มไร้กังวลออกมา
“แต่ว่าได้คนมาเพิ่มก็ช่วยเหลือได้มากเลยล่ะครับมีกันแค่ 2 คนเหงามาก ๆ เลย เ้าตัวเล็ก ๆเองก็แข็งแรงซะเหลือเกิน แค่ดูแลทั้งวันก็เล่นเอาเหนื่อยแล้วครับ”
“ที่บอกว่าทั้งวันเนี่ยหรือว่าคากามิคุงดูแลที่หอด้วยหรือครับ?”
“ครับ ในด้านการใช้ชีวิต ทั้งเด็กโตรวมกับเด็กเล็กเกือบทั้งหมดมีผมเป็คนดูแลคนเดียวครับ”
ถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะมีห้องพักอยู่ในหอพักพนักงานก็ตามแต่ว่าตามปกติแล้วเขามักจะนอนที่ห้องออฟฟิศของผู้ดูแลหอพักนักเรียนมากกว่า สีหน้าของชายหนุ่มดูมีความสุขมากกว่าจะมานั่งบ่นทำให้เขารับรู้ได้ถึงความรักที่ชายหนุ่มมีต่องานนี้และพวกเด็ก ๆ ไร้เดียงสาเกินไปจูโร่ได้แต่พูดประชดอยู่ในใจ
“แล้วอาจารย์อีกท่านหนึ่งอยู่ที่ไหนเหรอครับ?อยากจะไปทักทายสักหน่อยน่ะ”
โนเสะถามขึ้น
“กำลังสอนอยู่ครับ แต่คิดว่าเดี๋ยวก็คงกลับมาแล้วล่ะถึงจะดูน่ากลัวไปหน่อย แต่ว่าก็เป็คนสวยครับ”
ยูเฮพูดยังไม่ทันจบ เสียงเปิดประตูก็ดังซ้อนขึ้นมาหญิงสาววัยรุ่นเดินเข้ามาภายในห้อง
“อ้ะ อาจารย์ชิโนะ กลับมาแล้วอาจารย์ใหม่มาแล้วอ่ะคร้าบ”
“ใช้รูปสุภาพให้ถูกก่อนสิ อีกอย่างนะเลิกเรียกว่าอาจารย์ชิโนะด้วย เวลาจะเรียกให้เรียกนามสกุลแทน”
หญิงสาวผมสั้นอยู่ในชุดสูทเรียบ ๆ ที่ไม่มีอะไรแต่งเติมหญิงสาวมีใบหน้าอ่อนเยาว์และรูปร่างเล็กกว่ามาตรฐานนิดหน่อยสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าไม่เหมือนมนุษย์ก็คือสีหน้าที่แทบไม่ขยับและความเ็าทีแผ่ออกมาล่ะมั้ง แม้ว่าหน้าตาจะจัดว่าน่ารักและเหมาะกับรอยยิ้มก็ตาม
หญิงสาวหันมาทางพวกเขา
“ฉันได้ยินเื่มาแล้วค่ะ ฉันชื่ออิซึโมอิ ชิโนะค่ะเป็หัวหน้าของผู้ฝึกสอน รับผิดชอบเด็กชั้นโต ส่วนวิชาเอกคือแพทยศาสตร์ค่ะ”
เขาเคยได้ยินชื่อมาบ้างเ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษที่เป็ผู้ผู้เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์รักษาที่มีอายุ 20ปีต้น ๆ
ในการร่ายเวทมนตร์นั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการรับรู้ของผู้ร่ายหากจะให้พูดง่าย ๆก็คือจะต้องนึกภาพให้ชัดเจนว่าอยากเปลี่ยนแปลงของแบบไหนให้เป็อะไรอยากทำให้เกิดปรากฎการณ์แบบไหนขึ้นในสถานการณ์แบบไหน
การใช้เวทเพื่อการรักษาเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ผู้ร่ายจำเป็จะต้องเข้าใจทั้งหมดเช่น จะปิดแผลแบบไหน จะหยุดเส้นเืเส้นไหนไม่ให้เืไหลหรือว่าจะเชื่อมต่อกระดูกหรือเส้นประสาทอย่างไร เป็ต้นไม่ได้เหมือนกับเกมที่แค่ร่ายมนตร์ก็รักษาให้เสร็จเรียบร้อย
ชิโนะนั้นเป็จอมเวท และในขณะเดียวกันก็เป็แพทย์ที่เยี่ยมยอดอีกด้วยหญิงสาวได้รับใบรับรองการเป็แพทย์ั้แ่สมัยอายุ 20 ปีหลังจากที่ได้รับปริญญาเอกในสาขาการแพทย์ ก็ยังคงมีส่วนร่วมในการรักษาอยู่เรื่อย ๆ
เนื่องจาก้าให้เข้าสังคมให้ได้ไวที่สุดดังนั้นผู้ที่มุ่งเป้าสู่การเป็เ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษนั้นส่วนมากจึงใช้ระบบการเรียนข้ามชั้นดังนั้นจึงไม่ใช่เื่แปลกเลยที่จะเห็นวัยรุ่นออกมาทำงานแต่ว่าผลลัพธ์ของหญิงสาวนั้นโดดเด่นออกมาท่ามกลางผู้คนเ่าั้
“เพื่อการวิจัย และการวินิฉัยโรค ฉันจึงเข้าร่วมเป็็นสมาชิกของโรงพยาบาลเพื่อการเรียนการสอนด้วยค่ะดังนั้นเวลาที่อยู่ที่นี่ก็เลยมีไม่มากนัก แต่ยังไงก็ขอฝากตัวด้วยนะคะ”
“ถึงจะบอกว่าเป็หัวหน้าผู้ฝึกสอนก็เถอะแต่ว่าจนถึงเมื่อตะกี้ก็มีคนอยู่แค่สองคนนี่ล่ะคร้าบ แต่หลังจากนี้จะกลายเป็ 4คนแล้วสิ คงคึกคักน่า-----อ่า ขอโทษครับ”
หญิงสาวใช้สายตาชำเลืองมองให้ยูเฮเงียบลง ก่อนจะพูดต่อไป
“ฉันจะแนะนำให้กับนักเรียนตอนพักเที่ยงค่ะวันพรุ่งนี้ค่อยทำหน้าที่สอนนะคะ นี่เป็หน้าที่ที่สำคัญเกี่ยวกับวิถีทางในอนาคตของพวกเด็กๆ ดังนั้นขออย่าให้มีความรู้สึกครึ่ง ๆ กลาง ๆ นะคะ ไหวไหมคะ?”
หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงเชิงกดดันโดยไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ ออกมาจูโร่ได้แต่คิดอยู่ในใจว่า ไม่ชอบเอาซะเลย
ส่วนโนเสะตอบรับอย่างยิ้มแย้ม
“ครับ แน่นอนเลยครับ -------อ้ะขอโทษที่แนะนำตัวช้า ผมชื่อโนเสะ คาซึกิ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อย และหันสายตามาทางจูโร่ที่อยู่ข้างกำแพงจากนั้นจึงมองไปที่แฮมสเตอร์ 2 ตัวที่วิ่งวนรอบแขนเสื้อของจูโร่ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย
“......อะไรคะ เ้านั่นน่ะ”
“เอ่-อเพื่อนร่วมงานชื่อชิอิบะ กับหนูแฮมสเตอร์ครับ”
“เขาพูดไม่ได้รึไง?”
“เปล่า ไม่ใช่อะไรแบบนั้นหรอกครับแค่ไม่ยอมให้ความร่วมมือด้วยนิดหน่อยน่ะ”
“อาจารย์ชิอิบะคะถ้าเป็ไปได้กรุณาอย่านำสิ่งมีชีวิตที่ไม่จำเป็กับโรงเรียนเข้ามาด้วยนะคะแล้วก็แนะนำตัวเองด้วยคำพูดของตัวเองด้วย มันถือเป็มารยาทน่ะค่ะ”
จูโร่เกิดความรู้สึกต่อต้านั้แ่ได้ยินคำว่า ไม่จำเป็ แล้วล่ะเขาเดาะลิ้นเล็กน้อย ก่อนจะพูดชื่อตัวเองออกมาสั้น ๆ
“ชิอิบะ จูโร่”
“.....แค่นี้เหรอคะ? คุณมีจิตใจจะทำงานบ้างรึเปล่าคะเนี่ย?”
“ถ้ารู้มากไปกว่านี้แล้วจะทำอะไรล่ะ? รู้แค่ชื่อก็ไม่ถือว่าผิดอะไรเสียหน่อย”
“อะ-----“
จูโร่เมินชิโนะที่ทำหน้าขมวดคิ้วใส่ ก่อนจะหันหลังและเดินออกจากห้องไป
โนเสะเองก็รีบเดินตามไปทันที
“.......คุณจูโร่อารมณ์ไม่ดีสินะ ทั้ง 2 คนเขาลำบากใจนะครับ”
“ก็ฉันหงุดหงิด ทั้งแม่นั่น ทั้งเด็กที่ช่างจ้อนั่นก็ด้วยเป็มนุษย์ประเภทที่ไม่ถูกกับฉัน”
ทั้งมนุษย์ประเภทที่เข้มงวดเหมือนชิโนะและประเภทที่สนิทกับคนอื่นไปทั่วเหมือนยูเฮสำหรับจูโร่ที่ไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับคนอื่นแล้ว ถือว่าเป็สิ่งที่น่ารำคาญ
“คนที่จะเข้ากับคนดื้อรั้นแบบคุณน่ะผมคิดว่าคงจะไม่มีหรอกนะครับ”
“ถ้างั้นแล้วยังไงล่ะ? งานของฉันไม่ได้ให้สนิทกับคนอื่นซักหน่อยเื่การสอนน่ะฉันจะรับผิดชอบอย่างดี ถ้ากลับไปแล้วก็ช่วยบอกให้ด้วยละกัน”
จูโร่เร่งฝีเท้าขึ้น และเดินผ่านโนเสะที่ห่อไหล่อย่างหมดหวังอยู่
ให้ตายสิ เป็ที่ทำงานที่ไม่เหมาะกับเขาเสียจริง ที่นี่น่ะ
