เอิ่ม โสมอายุแค่ร้อยปียังกล้าเรียกว่าเป็โสมที่มีค่ามาก? ปีศาจโสมที่มีอายุหลายพันปีอย่างเ้าหกต่างหากจึงจะเรียกว่าโสมที่มีค่ามากโสมอายุร้อยปีก็มิได้ต่างอันใดกับหัวไชเท้า! สู้หัวไชเท้ามิได้ด้วยซ้ำหัวไชเท้ามีขนาดใหญ่กว่าเสียอีก!
ก่อนหน้านี้เ้าหกกำลังเล่นอยู่กับเด็กๆ ในหมู่บ้านครั้นเห็นหมอตรงไปที่บ้านสกุลกู้ นางเลยแอบตามไปแอบฟัง จนทราบว่าหมอแนะนำให้ท่านพ่อท่านแม่กู้หาซื้อโสมร้อยปีมากินเพื่อบำรุงร่างกายทั้งยังได้ยินอีกว่าโสมร้อยปีมีราคาแพงอย่างมาก! ใช่แน่หรือ?
นางมิได้เข้าไปข้างในบ้าน แต่กลับเดินไปตรงหน้าต่างแล้วะโผ่านเข้าไปในบ้าน“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าออกไปข้างนอก ไม่กลับมากินข้าวที่บ้านนะเ้าคะ” กล่าวจบเด็กหญิงก็วิ่งออกจากบ้านไปอย่างเร็วรี่
“เ้าหก นั่นเ้าจะไปที่ใด” กู่ซื่อรีบออกจากบ้านมาถามไถ่
“บ้านสกุลหยวนเ้าค่ะ” เ้าหกกล่าวตอบเสียงดังโดยมิได้หันหน้ามองนางต้องกลับไปเอาตะกร้าสะพายหลังที่นั่น ความจริงแล้วบ้านสกุลกู้ก็มีตะกร้าสะพายหลังแต่มันมีขนาดใหญ่เกินไป เวลานางสะพายตะกร้าจึงแทบจะลากพื้นเลยทีเดียว
ครั้นร่างกายกลับมาแข็งแรงกู่ซื่อเกรงอกเกรงใจที่จะให้จ้าวซื่อมาช่วยทำงานบ้านทำอาหารจ้าวซื่อกลับกล่าวว่าไม่เป็ไรนางยินดีช่วยหากกู่ซื่อไหนเลยจะยอมให้จ้าวซื่อมาคอยรับใช้คนสกุลกู้ทั้งสกุลด้วยเหตุนี้หลังจากกู่ซื่อยืนยันอยู่หลายครั้ง จ้าวซื่อถึงยอมกลับบ้านไป ส่วนเ้าหกก็ยังเด็กคงจะคิดถึงบิดามารดาเลยอยากกลับไปหากู่ซื่อคิดเช่นนี้จึงมิได้ว่าอันใด
ครั้นเ้าหกวิ่งกลับมาถึงบ้านสกุลหยวนก็เดินตามหาตะกร้าสะพายใบเล็กตามที่ต่างๆภายในบ้าน
“เ้าหก เพิ่งรู้ตัวหรือว่าที่นี่คือบ้านของเ้าถึงได้เพิ่งกลับมาเอาป่านนี้ไฉนถึงไม่ไปอยู่ประจบคนสกุลกู้ต่อเล่า”หวางซื่อที่อยู่ในบ้านกล่าวถากถางด้วยสีหน้าไม่ใคร่พอใจนัก
เ้าใหญ่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจึงเดินออกจากห้องมาดูทำให้ได้ยินประโยคนี้เข้าพอดีจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ท่านย่าอย่าว่าเ้าหกเลยเ้าค่ะ นางยังเด็กยังมิรู้เื่ราวเป็ท่านรองกับอาสะใภ้รองต่างหากที่ยินยอมให้นางไปอยู่ที่นั่น”
พูดจบเ้าใหญ่ก็เดินเข้าไปหาเ้าหกพร้อมกับยื่นมือไปกุมมือผู้เป็น้องสาวอย่างเป็ห่วงเป็ใย“เ้าหก อยู่ที่นั่นสบายดีหรือไม่ หากคนสกุลกู้รังแกเ้า ต้องรีบกลับมาบอกข้าข้าจะขอให้ท่านปู่ท่านย่าไปช่วยเ้าเอง”
“ขอบคุณท่านพี่มากเ้าค่ะ ขอบคุณที่ยกพี่ชายให้แก่ข้า” เ้าหกยิ้มกว้าง
เ้าใหญ่ยิ้มขณะที่ในใจคิดว่ายังคงเป็เ้าหกที่หลอกง่ายไม่เหมือนท่านอารองกับอาสะใภ้รองที่เ้าเล่ห์กลับกลอกหลอกมิได้โดยง่าย ด้วย้าให้คนในหมู่บ้านเห็นว่านางและเ้าหกสนิทสนมรักใคร่กันดีชาวบ้านจะได้ไม่เอาไปพูดลับหลัง ประการสำคัญอีกอย่างคือสินเดิมที่ท่านอารองและอาสะใภ้รองเอาไปจากนางก็อยู่ในมือเ้าหกสักวันจะต้องกล่อมให้เ้าหกเอามาคืนนางให้จงได้
สิ่งใดที่เป็ของของนางเ้าหกอย่าคิดฝันเลยว่าจะเอาไปได้!
เ้าใหญ่นึกถึงคำพูดของหลิ่วเหวินไฉก่อนที่นางจะเสียชีวิตเมื่อชาติก่อนเพียงแค่คิดในใจทั้งรู้สึกเ็ปและแค้นใจไปพร้อมกันหากชาตินี้เปลี่ยนเป็นางที่จะได้แต่งงานกับเขาภายภาคหน้าตำแหน่งฮูหยินราชเลขาธิการก็จะตกเป็ของนาง! ส่วนเ้าหกก็ให้อยู่ที่นี่เป็ภรรยาของชายพิการต่อไปเถิดไม่แน่ว่าในภายภาคหน้าก็อาจต้องกลายเป็ม่าย!
“นี่เ้ากำลังจะขึ้นเขาไปเก็บหญ้ามาให้หมูหรือ ท่านอารองขึ้นเขาไปแล้วเ้าอย่าไปเลย อยู่ที่นี่พูดคุยเป็เพื่อนข้าเถิดพวกเราไม่ได้เจอหน้ากันมาหลายวันแล้ว” เ้าใหญ่แย้มยิ้มหลอกล่อ
หากแต่เ้าหกกลับนำตะกร้าใบเล็กที่เพิ่งหาเจอขึ้นสะพายไหล่ กล่าวว่า“ข้าคงอยู่พูดคุยกับท่านมิได้ ต้องไปเก็บหัวไชเท้า” จากนั้นก็รีบวิ่งออกจากบ้านไป
ครั้นเห็นเ้าหกวิ่งจากไปอย่างรวดเร็วประดุจลมพายุ หวางซื่อจึงต่อว่าตามหลังไปด้วยสีหน้าไม่พอใจ“ไม่มีกฎระเบียบเอาเสียเลย เห็นผู้หลักผู้ใหญ่ไม่รู้จักทักทายจะไปจะมาก็ไม่บอกไม่กล่าว!”
“ท่านย่า อย่าดุนางเลยเ้าค่ะ นางยังเด็กมิรู้ความ ท่านอารองกับอาสะใภ้รองก็สอนนางไม่เป็ท่านอย่าโมโหไปเลยเ้าค่ะ” เ้าใหญ่ยิ้มพร้อมกับพูดปลอบ ก่อนจะประคองหญิงชราเข้าไปในห้อง
“นางเป็เช่นนี้ไม่ดีหรือเ้าคะ ตอนกินดื่มไปที่บ้านโน้นตอนทำงานมาทำที่บ้านนี้ ท่านทำดีกับนางสักหน่อยเถิดเ้าค่ะต่อไปนางจะได้ดีกับพวกเรา ยามนี้นางกลายเป็บุตรสาวบุญธรรมของสกุลกู้ซึ่งไม่ได้แตกต่างอันใดกับการเป็สะใภ้สกุลนั้น ต่อไปนางก็ต้องแต่งให้ต้าหลางสกุลกู้ที่พิการผู้นั้นเช่นนั้นก็อย่าได้ไปฟังคำพูดของคนสกุลกู้ พวกเขาพูดเช่นนี้ก็เพื่อรักษาหน้าตาหากขาพิการของกู้ต้าหลางสามารถรักษาให้หายขาดได้ตำแหน่งสะใภ้สกุลกู้นี้มีหรือจะตกมาอยู่ที่เ้าหก
“เ้าหกเข้าไปอยู่ในสกุลกู้แล้ว ต่อไปหากคิดจะแต่งงานคงเป็ไปได้ยากภายภาคหน้านางมีแต่ต้องมาพึ่งพาพวกเราอย่างแน่นอน แม้แต่ท่านอารองกับอาสะใภ้รองก็มิอาจช่วยเหลือนางได้เช่นนั้นจึงมีแต่จะต้องมาพึ่งพวกเรา ถึงยามนั้นหากพวกเขามีอะไรดีๆก็มีแต่จะยกให้พวกเรา”
หวางซื่อขบคิดตามหลานสาว ที่นางกล่าวมานั้นก็มีเหตุผล “ข้าไม่คิดเล็กคิดน้อยกับนางก็ได้ อย่างไรเสียนางก็เป็หลานสกุลหยวนภายภาคหน้าหากมีปัญหาใดเกิดขึ้น ย่าอย่างข้าย่อมต้องช่วยเหลืออยู่แล้ว”
เ้าหกมิได้รับรู้ถึงแผนในระยะยาวนี้ของสกุลหยวนเลยแม้แต่น้อย เวลานี้นางกำลังวิ่งขึ้นเขาอย่างชำนิชำนาญและรวดเร็วประหนึ่งลมพายุ
หลังจากที่นางได้กลายเป็ปีศาจโสมก็ใช้ชีวิตอยู่ในป่าแห่งนี้เป็เวลาหลายร้อยปีสำหรับเ้าหกแล้ว เขาแห่งนี้เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของนางนางวิ่งขึ้นเขาอย่างคุ้นเคย ด้วยเพราะรู้สึกมิต่างอะไรกับการได้กลับบ้าน
นางได้ย้อนเวลากลับมาและอยู่ในร่างนี้ั้แ่ตอนที่เ้าของร่างอายุหกเดือนรอจนอายุครบปีจนสามารถวิ่งได้ก็มักจะแอบขึ้นมาที่เขาลูกนี้อยู่บ่อยๆยามที่บ้านไม่มีอาหารนางก็มักจะมาขุดหาผักผลไม้จากที่นี่กลับไปบนเขาลูกนี้ตรงที่ใดมีโสม แถวใดมีหลินจือหรือต้นเทียนหมา[1] นางรู้แจ้งทั้งสิ้น ก็แค่โสมอายุร้อยปีนางจะขุดกลับไปให้เต็มตะกร้าเลย!
เ้าหกเดินไปยังบริเวณที่มีโสมขึ้นอย่างคุ้นชินแล้วจึงเริ่มลงมือขุดพอขุดต้นนี้เสร็จก็เดินไปขุดต้นนู้น จนได้มาหลายต้น นางยกนิ้วมือเล็กๆ ขึ้นมานับมีทั้งหมดสิบต้น คิดในใจว่าพอแค่นี้ก่อนดีกว่าหากขุดขึ้นมาอีกนางคงไม่รู้จะนับอย่างไร คงต้องถอดรองเท้าแล้วใช้นิ้วเท้าช่วยนับด้วยเป็แน่
เมื่อขุดโสมตามจำนวนที่พอใจแล้วนางก็ลงมือขุดหลินจือต่อ เ้าหกจำได้ว่าบนเขาลูกนี้มีหลินจือหลายดอกที่พอจะกล้อมแกล้มนำไปกินได้นางยกนิ้วทั้งสิบขึ้นมานับ ยามนี้ได้ขุดมาสิบดอกแล้ว
ไม่ไกลจากแถวนี้มีต้นไม้ใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง อายุน่าจะพอๆกับนางเมื่อชาติก่อน คือน่าจะมีอายุหลายพันปีใต้ต้นไม้นี้มีหลินจือแดงอมม่วงและหลินจือม่วงอยู่ เ้าหกวิ่งไปที่ต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นแล้วพบว่าหลินจือที่ขึ้นอยู่ใต้ต้นไม้ดูมีพลังิญญากว่าที่อยู่ในตะกร้าเสียอีกแต่นางเก็บมาได้สิบดอกแล้ว เช่นนี้จะทำอย่างไรดี
ช่างเถิด ไม่นับแล้ว หากได้จำนวนที่เยอะเกินความจำเป็ก็แค่เอามากินเองเสียก็หมดเื่จะว่าไปนี่ก็เที่ยงพอดี นางเริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาบ้างแล้ว
ขณะที่เ้าหกกำลังจะก้มเก็บหลินจือ หูพลันได้ยินเสียงชี่ๆ นางหันไปมองงูเขียวตัวหนึ่งเลื้อยออกมาจากพุ่มไม้และกำลังตรงมาทางนางตัวของมันใหญ่เท่าแขนบิดา จังหวะเดียวกันนี้เองเสียงคำรามเสียงหนึ่งก็พลันดังขึ้นจากทางด้านหลังนางหันหลังกลับไปมอง พบเสือขาวตัวหนึ่งกำลังพุ่งกระโจนเข้ามาหาน
[1]ต้นเทียนหมา ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Gastrodia elata เป็สมุนไพรยืนต้นมีสรรพคุณช่วยขจัดโรคไขข้อ แก้ปวดหัว เวียนหัว ความดันเืสูง มือเท้าชาและช่วยขับลม