Dealers Life System - ระบบชีวิตพ่อค้า

    ตอนที่ 23 จุดเริ่มต้นของตำนานพ่อค้า

    ถนนหนทางในเมืองหลวงคอนสแตนติโนเปิล พลุ่งพล่านไปด้วยคนตลอดก็จริงแต่นั้นเป็นเพราะใกล้เขตกำแพงเมืองชั้นในซึ่งมีสถานที่หรูหราการันตีด้วยคุณภาพดาวมากมายตั้งอยู่ เคลย์เมอร์ได้พาอุปกรณ์ขั้นเทพอย่างดาบเคลย์มอร์ที่ซ่อมแซมแล้ว มันส่องประกายระยิบทำให้ผู้คนต่างเหลียวมอง นักผจญภัยแรงค์ต่ำบางคนที่เดินผ่านก็ส่งสายตาอิจฉาแต่เมื่อดูชุดเกราะที่สภาพย่ำแย่ก็เข้าใจว่าเป็นพวกยากจนอยากมีอาวุธดี ๆ ก็เลยใช้อาวุธประเภทสวยงามแต่ประสิธภาพไม่ได้เรื่อง พลันก็มีสายตาโลภมากคู่หนึ่งจ้องมองไปทางเคล เมื่อเห็นเคลเดินผ่านไป ชายที่โลภมากคนนั้นก็ได้ไปที่แห่งหนึ่ง ณ ที่แห่งนั้นเป็นพื้นที่เสื่อมโทรมในตรอกสลัม แหล่งรวมตัวของพวกไม่ได้ความ หรือก็คือ นักเลงไทบ้านแห่งเมืองคอนสแตนติน “ละ..ลูกพี่เอ” ชายที่โลภมากคนนั้นพูดอย่างตะกุกตะกักเนื่องจากวิ่งมาจนเหนื่อย “ฮ่า ๆ ว่ายังไง...ได้เหยื่ออันโอชะแล้วยังงั้นเหรอเค?”ลูกพี่เอเอ่ยโดยน้ำเสียงดีใจ พวกคือครอบครัวอักษร รวมตัวกันเพื่อหากินในเมืองที่เหลื่อมล้ำแห่งนี้ คอยรีดไถ่เงินจากพวกอ่อนแอหรือก็คือโจรมุมตึก เคเป็นลูกน้องหนึ่งในหน่วยตรวจสอบเหยื่อ พวกเขามีกัน 8 คน ลูกพี่ชื่อ เอ ที่เหลือก็มี บี ซี จี เค โอ วี และ ที “ใช่ลูกพี่คราวนี้ต้องได้เงินเยอะอย่างแน่นอนผมรับประกัน” “ดี ๆ งั้นก็ไปเรียกคนที่เหลือมาให้หมด” “ได้เลยครับลูกพี่” ....... ขณะที่เคลเดินเอื่อยเฉื่อยพลางหาว วันนี้เขาตื่นเร็วไปหน่อยและใช้แรงไปกับการซ่อมแซมไม่น้อย ทำให้ความกระปรี้กระเปร่าลดลงและไม่ตื่นเต้นกับการประลองเลย “เห้พี่ชายพอจะมีเวลาสักสองสามนาทีไหม” เสียงปริศนาที่ทำให้เคลต้องหยุดเดินและหันมาดูว่าใครพูด “มีอะไรหรือเปล่า” “ขอแนะนำตัวก่อน ผมชื่อ เค พี่ชายอยากได้เงินเยอะ ๆ หรือไม่? ผมมีธุรกิจมาแนะนำ” เคยิงฟันยิ้ม เคลขมวดคิ้วและนึกคิดก่อนนึกออกว่านี้มันคือรูปแบบคำพูดของโจรกระจอกที่ต้องการปล้นสิ่งของอย่างแน่นอนและที่ว่ามีธุรกิจก็คงเป็นพาเขาไปที่ลับและเรียกพวกมาจัดการ เขาเหลือบตามองไอเทมที่น่าจะเป็นปัญหาอย่างดาบเคลย์มอร์ ‘ทำไมนึกไม่ถึงกันนะว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น’ แต่ถึงอย่างงั้นเคลก็ตามน้ำโจรกระจอกไปเพราะเขาสามารถสัมผัสพลังของมันได้ว่าอยู่เพียงแค่ระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นต้น ริอาจจะเป็นโจรกระจอกอย่างงี้ต้องสั่งสอน “เอาสิจะมีใครไม่อยากได้เงินเยอะ ๆ บ้างกันละใช่ไหมน้องชาย” “งั้นเชิญทางนี้เลยครับ” เคหัวเราะในใจว่าหวานหมูแล้ว เป็นเพียงแค่คนธรรมริอาจพกไอเทมราคาแพงแบบนี้ต้องสั่งสอน ‘เหอะถึงแม้ฉันจะเป็นเพียงผู้ใช้เวทย์ขั้นต้นแต่ลูกพี่เอนั้นเป็นผู้ใช้เวทย์ขั้นสูงเลยเชียวนะ เป็นถึงนักผจญภัยแรงค์ C เชียวใครหน้าในจะสู้ลูกพี่ของฉันได้ ฮ่า ๆ’ ไม่นานก็มาถึงตรอกซอยมืด ๆ แห่งหนึ่ง ภายในใจของเคลกำลังคิดอะไรที่ตลกร้าย ‘ไม่นึกเลยว่าในชีวิตนี้จะต้องสวมบทเป็นตัวละครโง่ ๆ และพาตัวเองไปโดนปล้นไอเทม ยังกับจัดฉากเลยแหะ’ ขณะที่เขาคิดเพลิน ๆ จนไม่เห็นว่าอะไรชายชื่อ เค อยู่ข้างหน้าจึงทำให้เคลต้องเงยหน้ามองก่อนจะพบกับกลุ่มคน 4 คนข้างหน้าและเมื่อหันหลังไปก็พบกับอีก 4 คนเหมือนกันหนึ่งในนั้นมีชายที่ชื่อว่า เค ด้วย “เห้ น้องชายนี้คือธุระกิจที่ว่ามางั้นเหรอฉันว่ามันดูแปลก ๆ นะ” เคลหรี่ตาไปทางเค “แปลกงั้นเหรอฮ่า ๆ ไอ้หนูอย่าทำเป็นโง่เลยตอนนี้แกตกอยู่ในวงล้อมของครอบครัวอักษรอย่างพวกฉันแล้วโว้ย” ลูกพี่เอหัวเราะลั่นและลูกน้องอีก 7 คนก็หัวเราะตาม เคลหันมาตามเสียงของคนที่พูด ซึ่งเขาคิดว่าน่าจะหัวหน้าของคนเหล่านี้ เป็นชายล้ำบึ้กมีหนวดหน้าตามีรอยแผลถือขวานเอาไว้ในมือ “นี้นะเหรอหัวโจกของพวกแกน่ะ แกเป็นลูกคนโตที่สารเลวจริงพาน้อง ๆ มาทำชั่วกันแบบนี้ ต้องให้พ่อคนนี้ตีก้นหน่อยแล้ว” เคลหัวเราะยั่วยุ “ปากดีนิฉันจะไว้ชีวิตของแกถ้าแกวางของมีค่าลงพื้นและคลานสี่ขามาเลียเท้าฉัน!” ลูกพี่เอพูดด้วยใบหน้าน่าเกลียดน่ากลัว “ทำตามที่ลูกพี่สั่งซะแกไม่มีทางรอดไปจากพวกเราหรอก!” “ใช่ทำตามที่ลูกพี่สั่งซะ!” เสียงลูกน้องรอบ ๆ ต่างพูดตะโกนกดดัน “ใครสอนแกให้พูดเยอะแบบนี้เจ้าลูกชั่ว!” เคลก็ยังพูดไปหัวเราะไปอยู่ดีในใจเขารู้สึกแบบแปลก ๆ  เขาได้ชักดาบเคลย์มอร์ขึ้นมา นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้ต่อสู้แบบจริง ๆ เพราะปกติเขาเคยแต่ซ้อมสู้กับซิลเวอร์และบรรดานักเรียนคนอื่น “ความหวังดีของฉันต้องสูญเปล่าสงสัยอยากตายมากเลยสินะฮ่า ๆ จัดการมัน!!” ลูกพี่เอสั่งทุกคนโจมตี คนเหล่านั้นก็ร่ายเวทย์โจมตีกันทันที ทุกอย่างดูเหมือนรวดเร็วและไม่ทันตั้งตัว แต่เคลกลับเกาหัวแกรก ๆ “รอก่อนเถอะฉันกำลังร่ายเวทย์เสร็จแล้ว!” “ใช่รออีกเดี๋ยวแกจะได้เจอพลังโจมตีที่สุดยอดของฉัน!” “ลูกน้องของฉันกำลังร่ายเวทย์โจมตีแล้วนะถ้าได้เจอกับพลังโจมตี 7 คนแกไม่มีทางรอดไปได้อย่างแน่นอนแม้ว่าลูกน้องของฉันจะเป็นระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นต้นก็ตาม แต่ว่าฉันที่นักผจญภัยแรงค์ C ระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นสูงถ้าได้โดนก็ยังต้องบาดเจ็บสาหัส!” “หา!?” เคลอ้าปากเหวอ นี่คือพวกที่ฝึกฝนการต่อสู้รูปแบบที่ 1 ต่อสู้กันแบบนี้ยังงั้นเหรอ? เคลส่ายหัวอย่างหน่ายใจและไม่อยากจะเสียเวลาอีก เคลเก็บดาบเคลย์มอร์ และเสริมพลังกายก่อนใช้ออร่าธาตุลมมาเสริมความว่องไวของตน ทำการพุ่งลอบโจมตีทั้ง 7 คนตรงท้ายทอยทันทีด้วยหมัดลุ่น ๆ “อั่ก!” “อ้าก!” คนที่ 7 ล่วงไปนอนกับรากมะม่วงเป็นที่เรียบร้อย เหลือแต่ลูกพี่ของพวกมันที่กำลังตกตะลึง “เสริมพลังกายอย่างงั้นเหรอแกไม่ใช่คนธรรมดาสินะ?” “แล้วใครบอกแกว่าฉันเป็นคนธรรมดากัน?” “แล้วทำไมแกถึงใส่ชุดเกราะสั่ว ๆ สภาพย่ำแย่แบบนั้นหน้าตาก็ดูโง่หลอกง่ายไม่มีทางเป็นผู้แข็งแกร่งอย่างแน่นอน!!” ลูกพี่เอพูดตะโกนอย่างดีเดือด พลางหยิบขวานและใช้เสริงพลังกายฟาดไปทางเคล เคลได้ยินก็ขมวดคิ้วทำหน้าโกรธอย่างขีดสุด “อะไรนะหน้าตาของฉันมันดูโง่ขนาดนั้นเลย” เคร้ง!! เสียงขวานกระทบกับใบดาบเคลย์มอร์ เนื่องจากระดับอาวุธเท่ากันแต่ดาบเคลย์มอร์ดีกว่าทำให้ขวานของลูกพี่เอกระเด็นกระดอนออกไป “อาวุธของฉัน!” “เจ้าลูกชั่วกล้าด่าพ่อของแกถ้าอย่างงั้นก็ลงไปนอนบนพื้นไป๊” เคลง้างหมัดซ้ายกระแทกเข้าใบหน้าของลูกพี่เอจนหน้าบิดเบี้ยวไปข้าง สลบในหมัดเดียว! ………….“เอาละมีเงินเท่าไหร่ส่งมาให้หมด” เคลกล่าวขณะนั่งบนกล่องเบื้องหน้าปรากฏชาย 8 คนที่นั่งคุกเข่าอยู่ “ละ-ลูกพี่เคล พะ-พวกผมมันก็แค่โจรกระจอกเท่านั้นปล่อยพวกผมไปเถอะ” “เออ ๆ ฉันปล่อยแน่แต่พวกแกต้องส่งเงินมาก่อน” “ดะได้ ๆ ครับพวกแกควักเงินออกมาให้หมดเลย” ลูกพี่เอสั่งคนที่เหลือทันที ไม่นานเงินก็ถูกรวบรวมมาจนครบและส่งมอบให้กับเคล “ละ-ลูกพี่ก็ปล้นเงินพวกผมไปหมดแล้วถ้าอย่างงั้นพวกผมไปได้หรือยัง?” “เดี๋ยวเมื่อกี้แกมายังไงนะฉันปล้นเงินงั้นเหรอ” เคลได้ฟังถึงกับหัวเสีย เมื่อลูกพี่เอได้ฟังก็ถึงกับตัวสั่น เขาพูดอะไรผิดกันหรือว่า..ไปพูดคำว่าปล้นกัน “อะ..เอ่-” ยังไม่ทันที่ลูกพี่เอก็เคลขัดขึ้นมาเสียก่อน “นี้ไม่ใช่เรียกว่าการปล้นแต่พวกแกต่างหากที่ซื้อสินค้าของฉัน” “ซะ..ซื้อสินค้า?” “ใช่!” “ลูกพี่เป็นพ่อค้าอย่างงั้นเหรอ?” “พูดอีกก็ถูกอีกการเป็นพ่อค้าเขามีจรรยาบรรณกันเพราะงั้นการที่พวกแกรวบรวมเงินมาให้ฉันก็หมายความว่าพวกแกซื้อสินค้าของฉันแล้วยังไงละ” คนทั้ง 8 ได้ฟังก็ถึงกลับประหลาดใจ พลางคิดในใจว่านี้มันเรื่องอะไรกัน จะปล้นก็บอกปล้นไปสิ จะเอาสินค้ามาเป็นข้ออ้างในการรีดไถ่เงินทำไมกัน ยังไงเสียสินค้าเหล่านั้นก็คงไม่มีคุณภาพและได้เรื่องอย่างแน่นอน พวกเขาไม่ได้คาดหวังสินค้าอะไร สิ่งที่พวกเขาต้องการคือไปให้พ้นจากที่นี่ “ทั้งหมดก็ 4400 เหรียญทองงั้นเอาเป็นว่าได้เม็ดยาทั้งหมด 8 เม็ดนะ” เคลพูดและหยิบเม็ดยา 8 เม็ดให้พร้อมใส่ถุงอย่างเสร็จสรรพ “รับไป” ลูกพี่ยื่นมารับถุงและแสดงสีหน้าดีอกดีใจที่ว่าพวกเขาจะได้ไปให้พ้นจากที่นี่สักที “งั้นพวกผมไปได้แล้วใช่ไหมครับ” “เออไปไหนก็ไป” เคลเค้นเสียงบอก พลางมองดูเหล่าคนทั้ง 8 ลุกขึ้นวิ่งหนีอย่างหางจุกตูด “คงดีใจกับไอเทมของฉันสินะ ก็ไม่แปลกเท่าไหร่เพราะสินค้าของฉันมันยอดเยี่ยมยังไงเล่า” เคลหัวเราะ !ติ้ง[ปลดล็อคภารกิจ][เมื่อใช้พลังแห่งการพูดชักจูงครบ 10 คนแล้วจะปลดล็อคภารกิจให้สามารถรับแต้มในการอัพทักษะได้][ภารกิจใช้พลังแห่งการพูดชักจูงครบ 100 คนเพื่อรับแต้มอัพพลังจำนวน 1 แต้ม] “อะไรนะเมื่อกี้เป็นการชักจูงด้วยพลังแห่งการพูดได้ด้วยงั้นเหรอ” “โอ้คงถึงเวลาของพ่อค้าที่จะเสนอขายให้ถึงเนื้อถึงตัวกันแล้วสินะ” เคลนึกคิดและอมยิ้ม “มันไม่ได้เรียกการปล้น มันเรียกว่าการเสนอสินค้าและบังคับซื้อ...ไม่ใช่บังคับสิ....เต็มใจซื้อต่างหากของลูกค้าแล้วเราจะได้เงินมาเพิ่มพลังของตัวเอง” “เป็นหนทางที่ดีนะเนี่ย” ************************หิวข้าวมากครับ ถ้าเขียนแปลก ๆ ก็ขอโทษด้วยครับ =w= (ณ เวลาที่เขียนยังไม่ได้กรองข้อความ)