นักบินผู้ใจดีทำตามคำมั่นสัญญาพาซากิและฮารุมายังแคนาดาเพื่อพบกับคุณตาคุณยายทว่าความหวังเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่กลับต้องมืดดับลงเมื่อซากิพบว่าคุณตาคุณยายของเขาเสียชีวิตอย่างเป็ปริศนา นี่ไม่ใช่เื่บังเอิญอย่างแน่นอนมีใครบางคนอยู่เื้ั และคอยควบคุมทุกอย่างอยู่
คุณนักบินเสนอความช่วยเหลือด้วยความเมตตา "นายจะกลับไปกับฉันไหม ฉันจะดูเเลนายเอง"
แต่ซากิปฏิเสธด้วยความเด็ดเดี่ยวแม้ในวัยเพียง 22ปี เขากลับมองเห็นความเสี่ยงที่มากเกินไปหากเขากลับไปกับนักบิน ทั้งเขาและน้องชายก็มีโอกาสรอดน้อยมากและที่สำคัญเขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าคุณนักบินจะปลอดภัยหรือไม่เมื่อกลับไป เขาทำได้เพียงกัดฟันหันหลังและพาน้องชายของเขาไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยตัวเองชีวิตของสองพี่น้องเร่ร่อนไปตามท้องถนนค่ำไหนนอนนั่นเพราะเงินที่มีอยู่นำมาซื้ออาหารให้น้องชายกินก็ลำบากแล้วที่นี่คือต่างถิ่น แม้ซากิจะพูดภาษาพื้นที่ได้แต่เขาก็ไม่เคยมาที่นี่เลยสักครั้งปลายทางชีวิตของเขานั้นช่างว่างเปล่าและน่าหดหู่เหลือเกิน… ซากิพยายามทำทุกทางทำทุกงานเพื่อให้ได้เงินมาเลี้ยงน้อง เขาพยายามอย่างมากเพื่อหาที่ซุกหัวนอนหาอาหาร แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอ เขากล้าไปขอร้องอ้อนวอนตามร้านค้าต่างๆเพื่อขอสมัครงาน แต่กลับไม่มีใครรับเขาเลย ด้วยสภาพที่เหมือนกับหมาจนตรอกเขากับน้องต้องอาศัยนอนข้างถนน แล้วในที่สุดพวกเขาก็ได้พบกับแก๊งค้ายาข้างถนนกลุ่มหนึ่ง ซากิเกิดความคิดหนึ่งภายในจิตใจของเขาพ่อของเขาเคยสอนต่อสู้และความสามารถของเขาก็ยังพอมีอยู่บ้าง เขาจึงอยากจะลองทำงานนี้ดูสักหน่อยถึงแม้มันจะดูเป็เื่ที่ผิดและอันตรายมาก แต่เพื่อเงินที่จะนำเงินมาเลี้ยงดูน้องชายของเขาให้ไม่ต้องทนหิวอีกต่อไปมันก็คุ้มเกินพอแล้ว เขายินดีที่จะเสี่ยง ซากินำฮารุไปแอบข้างร้านค้าร้านหนึ่งเขาบอกย้ำกับฮารุอีกว่า
"ฮารุ รอพี่อยู่ตรงนี้นะ ห้ามไปไหนเด็ดขาด ห้ามเดินไปไหนเด็ดขาด ห้ามฟังใครเด็ดขาดเดี๋ยวพี่จะรีบกลับมา"
เด็กน้อยพยักหน้ารับอย่างรู้ความจากนั้นซากิก็เดินเข้าไปหาไอ้พวกขี้ยาแก๊งนั้นแต่ด้วยใบหน้าที่สวยราวกับผู้หญิงในวัย 22 ปีและร่างกายที่ผอมบาง ตัวเล็กกว่าพวกนั้นถึงสองเท่าทำให้ซากิโดนรุมล้อมด้วยชายฉกรรจ์ตัวบึกบึนสูงกว่า 180 ซม. จำนวน 4 คนพวกมันพยายามพูดจาหว่านล้อม แทะโลม และทำมือยุกยิกใส่ซากิไม่หยุดหย่อน ด้วยอารมณ์ชั่ววูบและความโกรธที่สะสมมาซากิฟาดขาเตะเข้าไปที่สีข้างของชายคนหนึ่งในนั้นเต็มแรงทำให้หมอนั่นต้องล้มลงไปกุมท้องด้วยความจุกและร้องโอดครวญพวกที่เหลือก็เตรียมที่จะรุมกระทืบซากิ แต่จู่ๆ ชายคนหนึ่งก็เดินออกมาชายรูปร่างสูง ตัวหนา ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อขนาดใหญ่และมีรอยสักเต็มทั้งตัว ไม่รวมรอยเจาะต่างๆ บนใบหน้าที่มีมากกว่าสิบจุดทำให้เขาดูน่ากลัวอยู่ไม่น้อยเลย
เขาเอ่ยถามซากิขึ้นด้วยน้ำเสียงห้าวทุ้ม
"นายอยากตายเร็วๆ หรือไงถึงได้เดินเข้ามาอย่างนี้? หรือว่าสติฟั่นเฟือนกันแน่?"
ซากิตอบกลับด้วยเสียงราบเรียบถึงแม้จะมีอาการตัวสั่นอย่างเห็นได้ชัดเขาพยายามที่จะควบคุมความกลัวของตัวเองเอาไว้ เปลี่ยนมันออกมาเป็ความกล้า
"ผมแค่้างานพอจะมีงานอะไรให้ผมทำได้บ้างไหม พวกคุณให้ผมไปวิ่งส่งของก็ได้ แล้วผมก็ขอค่าจ้าง"
"หึ...กล้าดีนี่"อีกฝ่ายกล่าวพลางหัวเราะในลำคอดวงตาคมกริบกวาดมองซากิอย่างพิจารณา ก่อนจะคลี่ยิ้มเย็น
"เอาสิ มาทำงานกับฉัน จะให้ทั้งเงินและที่อยู่เลย"
ซากิเผยสีหน้าดีใจกับคำพูดนั้นดวงตาที่เคยหม่นหมองกลับมามีประกายความหวัง เขารีบหันไปะโเรียกฮารุออกมาจากที่ซ่อนทำให้ชายร่างั์เลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ
"นี่คือน้องชายผม" ซากิกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นสายตาที่เคยอ่อนล้ากลับมาฉายแววเด็ดขาด "ขอให้เขาอยู่ด้วยแต่เขาจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเื่พวกนี้ ทั้งหมดผมจะเป็คนทำเอง"
.
.
เสียงหยดน้ำที่รั่วซึมจากเพดานตึกร้างดังก้องไปทั่วความชื้นและกลิ่นอับชื้นคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฉุนของยาเสพติดที่เจือจางในอากาศ ซากิยังคงใช้ชีวิตอย่างมุ่งมั่นในที่แห่งนี้มาแล้ว9 วันเต็ม วันคืนผ่านไปกับการวิ่งส่งของผิดกฎหมายเขาตั้งใจทำทุกอย่างอย่างไม่หยุดหย่อน ในวันนี้เขาตั้งเป้าจะวิ่งส่งยาถึง 20 คนเพราะยิ่งส่งมากเขาก็จะได้ส่วนแบ่งมากขึ้น เป้าหมายของซากิยังคงชัดเจนเสมอนั่นคือกอบโกยเงินจากที่นี่ให้มากที่สุด แล้วพาฮารุไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยและเริ่มต้นชีวิตอีกครั้ง แม้จะอยู่ท่ามกลางวงการยาเสพติดซากิและน้องชายไม่เคยคิดแม้แต่จะยุ่งเกี่ยวกับสารเสพติดเ่าั้เลย ที่นี่... ตึกร้างที่หัวหน้าแก๊งเรียกว่า "ที่อยู่" นั้นมันเป็เพียงที่รวมตัวของพวกติดยาและผู้คนที่ไร้ที่ไปทุกตารางนิ้วแออัดไปด้วยความสกปรก ความไม่สะดวกสบาย และความอันตรายทุกอย่างรวมอยู่ที่นี่ ทำให้ซากิไม่อาจละสายตาไปจากฮารุ ได้เลยแม้แต่น้อย ทุกครั้งก่อนที่เขาจะออกไปทำงานซากิจะนำฮารุไปฝากไว้ที่ร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ เขายัดเงินให้พนักงานร้านเพื่อให้คอยดูฮารุและซื้ออาหารให้ทานเป็ประจำ พอทำงานเสร็จเขาก็จะมารับฮารุแล้วกลับไปนอนที่ตึกร้างถึงแม้เขาแทบจะไม่ได้นอนเลยสักคืน มันอันตรายเกินกว่าที่เขาจะหลับตาลงได้อย่างสนิทเขาต้องอยู่เพื่อปกป้องฮารุ แต่ร่างกายของเขาก็ไม่ไหวเหมือนกันความเหนื่อยล้าจากการทำงานทั้งวันกัดกินเขาจนสะบักสะบอม ตามตัวเขามีรอยฟกช้ำดำเขียวที่ฮารุไม่เคยรู้มาก่อน เขาต้องทนอยู่แบบนั้นมาตลอด 9 วันจนกระทั่งคืนนี้ความเหนื่อยล้าได้เข้าครอบงำร่างกายจนไม่อาจต้านทานไหวทำให้เขาเผลอหลับไปในท่านั่งพิงกำแพงโดยมีฮารุนอนหนุนตักเขาอยู่
เช้าตรู่ของอีกวันแสงสลัวๆลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาในตึกร้าง ซากิและฮารุตื่นขึ้นพร้อมกันและในวินาทีนั้นเองสีหน้าของซากิก็แปรเปลี่ยนเป็ความใโกรธแค้น และปะปนไปด้วยความเสียใจ อย่างชัดเจน
"เงิน...เงิน...หายไป!"ซากิบ่นพึมพำซ้ำไปซ้ำมามือบางตะเกียกตะกายคุ้ยหาข้าวของที่กระจัดกระจายอยู่ข้างตัวอย่างบ้าคลั่ง
"พี่...พี่ใจเย็นลงก่อน" ฮารุเอ่ยขึ้นด้วยเสียงสั่นเครือใบหน้าเล็กๆ ของเขาฉายแววกังวล
"เงินเหรอ...ผมมีติดตัวอยู่เท่านี้ ผมให้พี่" เด็กน้อยผู้ซื่อบริสุทธิ์ล้วงเงินทุกเหรียญทุกแบงก์ที่มีติดตัวออกมาจากกระเป๋าเสื้อยัดใส่มือพี่ชายจนหมดสิ้น ซากิมองเงินในมือของน้องชายดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นและเ็ป เขาประสานมือเข้าหากันแน่นจนเส้นเอ็นปูดโปนความโกรธแค้นพลุ่งพล่านราวกับลาวาเดือด ซากิรู้ดีว่าใครเป็คนขโมยเงินของเขา!พวกขี้ยาที่อาศัยอยู่ในตึกนี้ มันรู้ว่าเขากับน้องไม่มีที่ไป จึงฉวยโอกาสนี้!
หลังจากนั่งเสียใจและระบายความโกรธอยู่พักหนึ่งซากิก็พยุงตัวเองลุกขึ้นอย่างยากลำบากใบหน้าเรียบเฉยกลับมาอีกครั้งแต่ดวงตาของเขานั้นเย็นะเืกว่าเดิมหลายเท่า ก่อนจะหันไปหาฮารุ
"ฮารุ...ไปร้านสะดวกซื้อเถอะ" ซากิบอกเสียงเบา ฮารุพยักหน้าเล็กน้อย แววตาของเด็กน้อยฉายความมุ่งมั่นเขาอยากทำให้พี่ชายภูมิใจ ถ้าหากเขาเอาเงินคืนมาได้พี่ต้องดีใจแน่ๆความคิดของเด็กน้อยมีเพียงเท่านี้ เขาไม่รู้เลยว่าการกระทำนี้มันไม่ควรแม้แต่น้อย
ซากิออกไปทำงานเหมือนเดิมในตอนเช้าโดยที่ไม่รู้เลยว่าน้องชายของเขากลับแอบออกไปไล่ถามทุกคนที่เขาเห็นว่าเมื่อคืนอยู่ในตึกร้างนั้น ฮารุเริ่มรู้สึกว่ามีใครบางคนในแก๊งขโมยเงินของพี่ชายไปและเขาก็ไม่ลังเลที่จะเผชิญหน้า่บ่ายซากิกลับมาดูฮารุ แต่เขากลับพบเพียงความว่างเปล่า หัวใจของซากิหล่นวูบจิตใจเขาไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้วด้วยซ้ำ
"ฮารุ!ฮารุ!" ซากิวิ่งไปตามทางเดิน เสียงะโเรียกชื่อน้องชายดังลั่นไปทั่วด้วยความร้อนรน
"ฮึก...โอ๊ย!" เสียงร้องโอดครวญที่เต็มไปด้วยความเ็ปของฮารุดังแว่วมาจากมุมหนึ่งของตึกซากิรีบวิ่งไปตามเสียง และภาพที่เห็นก็ทำให้เืในกายเขาเดือดพล่านฮารุกำลังโดนพวกขี้ยาตัวใหญ่กว่าห้าคนรุมกระทืบจนสะบักสะบอมใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยเืและน้ำตา
"หึ!ไอ้เตี้ย...น้องมึงนอนจมตีนกูอยู่นี่ไงล่ะ มาเอาไปสิ!" หนึ่งในพวกมันะโเย้ยหยันพลางใช้เท้ากระทืบซ้ำลงไปที่ร่างของฮารุอย่างไม่ปรานี
"กูแค่ขอยืมเงินนิดๆหน่อยๆเองแต่พวกมึงแม่งขี้งกเองนี่หว่า! ก็ต้องโดนแบบนี้! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!" เสียงหัวเราะขบขันดังขึ้นอย่างสนุกสนานจากพวกที่เหลือเห็นดังนั้นกำแพงความอดทนของซากิก็ได้พังทลายลงสิ้น ความโกรธเคืองเข้าครอบงำเขาอย่างถึงที่สุดซากิไม่สนอะไรแล้วในนาทีนี้ เขาไม่สนว่าตัวเองจะเป็ฝ่ายเสียเปรียบไม่สนว่าตนมีกำลังน้อยกว่า แต่ถ้าหากไม่ได้กระทืบใครสักคนในนี้เขาคงจะเป็บ้าตายเสียก่อน!
ซากิพุ่งเข้าใส่พวกมันอย่างบ้าคลั่งราวกับหมาป่าที่ถูกต้อนจนมุมแม้ร่างกายจะผอมบางแต่ทุกหมัด ทุกท่าที่เขาสาดออกไปกลับเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่อัดอั้นมานานต่างฝ่ายต่างเมามันกับการต่อสู้ที่ไม่สมศักดิ์ศรีแต่สุดท้ายซากิก็ย่อมเป็ฝ่ายพ่ายแพ้อยู่แล้วชายฉกรรจ์สามคนกำลังรุมกระทืบซากิอย่างเมามันขณะที่อีกสองคนกำลังเดินตรงเข้าไปที่ฮารุเพื่อจะซ้ำเติมร่างเล็กๆ ที่นอนจมกองเื แต่ก่อนที่เท้าสกปรกของพวกมันจะััร่างน้องชายเขาซากิกลับพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็วกอดรัดฮารุเอาไว้ในอ้อมอกเขาจะต้องปกป้องน้องชายของเขาให้ได้ เขาจะรับทุกความเ็ปแทนน้องเองตอนนี้ฮารุทำได้เพียงนอนร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ภายใต้ร่างของพี่ชายที่กำลังโดนกระทืบซ้ำจากบุคคลทั้งห้าคน
"เฮ้ย!ทำอะไรกันว่ะ?"เสียงทุ้มเข้มของชายใส่ชุดสูทสีดำเอ่ยทักขึ้นจากข้างหลังพวกนักเลงแสงสลัวๆ จากด้านนอกส่องเข้ามา เผยให้เห็นกลุ่มชายใส่ชุดสูทจำนวน 4 คน และมีหนึ่งในนั้นที่ดูน่ากลัวเป็พิเศษร่างกายสูงใหญ่กำยำบ่งบอกถึงพละกำลังที่เหนือกว่าคนธรรมดา บอดี้การ์ดร่างั์เ่าั้พุ่งเข้าลากพวกขี้ยาที่กำลังรุมกระทืบซากิไปลงทัณฑ์อย่างรุนแรงทันทีก่อนที่ชายผู้แสนน่ากลัวคนนั้นจะเดินเข้ามาหาซากิและฮารุ สายตาคมกริบของเขาหลบลงมองต่ำที่เด็กทั้งสองในสภาพสะบักสะบอมจนแทบจะปางตายซากิแม้ตัวจะาเ็สาหัสและไร้เรี่ยวแรงแล้ว แต่เขาก็ยังคงกัดฟันลุกขึ้นนั่งพยายามใช้ร่างของตัวเองบังหน้าฮารุเอาไว้และช้อนตาแข็งกร้าวราวกับหมาป่าที่กำลังปกป้องลูกสบเข้ากับดวงตาอีกคู่ที่เป็ราวกับราชสีห์แม้เนื้อตัวของซากิเองจะสั่นเทิ้มไปด้วยความกลัวที่ไม่อาจปิดบังได้ แต่ดวงตาสีนิลของเขาก็ยังคงดุดันไม่เคยเปลี่ยน
"คุณ...้าอะไร?"ซากิเค้นเสียงถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแ่เบา
"หึ...สายตานายมันถูกใจฉันจริงๆ" อาร์คัสออร์บิส พรีมัส เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มบางๆบนใบหน้า ก่อนที่ซากิเองจะสติดับวูบลงไปพร้อมกับความมืดมิดที่เข้าปกคลุมทุกสิ่ง
.
.
เมื่อซากิฟื้นขึ้นมาเขาพบว่าตัวเองและฮารุอยู่ที่คฤหาสน์ของอาร์คัสร่างกายที่บอบช้ำของเขาได้รับการรักษาอย่างดีและฮารุก็นอนหลับอย่างปลอดภัยอยู่ข้างๆอาร์คัสปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งยืนอยู่ตรงหน้าเขาด้วยท่าทางสง่างาม
"ฉันจะรับเลี้ยงดูพวกนายเอง" อาร์คัสยื่นข้อเสนอ "แต่... นายต้องทำงานให้ฉัน"
ซากิรับข้อเสนอนั้นโดยไม่ลังเลแม้จะอยู่ในสภาพที่อ่อนแอที่สุด แต่ซากิก็คือซากิเขากล้าที่จะยื่นข้อต่อรองที่ตัวเขาไม่มีสิทธิ์ทำอย่างนี้ด้วยซ้ำ
"ผมจะทำงานทุกอย่างให้คุณด้วยความซื่อสัตย์" ซากิกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว
"แต่ผมขอให้ฮารุไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่พวกนี้ทั้งหมดผมจะเป็คนรับผิดชอบเองและผมขอค่าจ้างด้วย ผมต้องส่งให้ฮารุเรียนต่อไป"
อาร์คัสหัวเราะลั่นกับความบ้าบิ่นและเด็ดเดี่ยวของเด็กคนนี้
"ได้สิ! ตกลง!และนายก็ควรจะเก่งให้ได้เท่ากับปากนะ!"
หลังจากนั้นซากิและฮารุก็ได้เข้ามาอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ออร์บิส พรีมัสอาร์คัสได้สอนทุกสิ่งทุกอย่างให้ซากิ และแน่นอน... เครอส ที่เป็ลูกชายของเขาด้วยเช่นกันชีวิตใหม่ของซากิและฮารุได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง