EP อาคม 8 ธาตุ
มิติดาวแดงที่อบอวลไปด้วยพายุฝุ่นทรายแดงดุจดาวอังคารยังคงอื้ออึงไปด้วยเสียงลมพายุที่กรีดร้องราวกับจะฉีกอากาศรอบๆเมฆาและอาจารย์คงให้เป็นชิ้นๆ
กัมปนาทและมัณตราสินีย์ก้าวเยื้องย่างมาข้างหน้าอย่างช้าเนิบ เหมือนกับว่าจะลงมือจัดการกับพวกเมฆาตอนไหนก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องเร่งรีบอะไรในตอนนี้ เพราะจะอย่างไร คนทั้งหมดที่ถูกดึงดูดมาที่มิติแห่งนี้ ก็ไม่อาจจะหลุดรอดหนีพ้นไปจากกำมือของมันได้อีกแล้ว
"หลุมฝังศพของพวกเจ้าทั้งหมดจะถูกกลบฝังไปด้วยทรายกัดกร่อนวิญญาณ" กัมปนาทเชิดหน้าพูด
" พวกเจ้าพอจะเริ่มมองเห็นกันแล้วใช่ไหม ว่ารางวัลแบบนี้ ก็ไม่ได้เลวร้ายเกินไปนัก กับการที่จะให้พวกเจ้าทั้งหมด ได้เป็นส่วนหนึ่งของดาวแดงแห่งข้า"
อาจารย์คงก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าวและยกนิ้ว ชี้หน้ากัมปนาท "นี่เจ้าคิดว่า เอาพวกข้าอยู่แล้วสิ ?"
กัมปนาทชำเลืองดูอาจารย์คงอย่างไม่แยแสนัก
"มนุษย์โลกธรรมดาผู้หลงในอาคมแห่งตนเอ๋ย อย่างแกมันก็แค่ร่างเนื้อเน่าๆที่พอจะเป็นวิชาอาคมอยู่บ้างเล็กน้อย เเกเชื่อหรือว่า อาคมของแกที่เป็นเศษเสี้ยวของอาคมจักรวาลนั้น จะสามารถต้านทานอาคม ที่แท้จริงของข้าได้ ?"
คำพูดประโยคนี้กลับทำให้จิตใจอาจารย์คงป่วนปั่นขึ้นมาอย่างฉับพลัน เขารู้สึกถึงเหงื่อเม็ดโป้งๆที่ได้ผุดซึมขึ้นมาภายใต้เสื้อผ้า นี่เขากลัว กัมปนาท เหมือนกันใช่ไหม ? ไม่น่าใช่... คนอย่างเขาไม่เคยกลัวอะไรสักกะอย่าง แต่ทว่า... กัมปนาท เหมือนมีพลังงานกดดันบางอย่างที่รุนแรงกว่าทุกคนหรือทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยพบเจอมา
หางตาอาจารย์คงเหลือบมองไปที่เมฆา ก็เห็นเขามีเหงื่อเม็ดโป้งๆผุดขึ้นที่ใบหน้าเช่นกัน
"ไอ้เมฆา... มึงกลัวมันหรือเปล่าวะ?" อาจารย์คงกระซิบถามเบาๆ
หางตาเมฆาเหลือบมองอาจารย์คงเช่นกัน ".. ไม่ ฉันไม่ได้กลัวมัน... แต่พลังงานกดดันของมัน เป็นแบบที่ฉันไม่คุ้นเคย มันไม่เหมือนใคร หรือเหมือนอะไรๆที่เคยเจอมา"
อาจารย์คงยิ้มมุมปาก "เออ... มึงกับกูรู้สึกเหมือนกัน เมฆา... ส่งมือมา!"
เมฆาไม่เข้าใจในตอนแรก แล้วเห็นอาจารย์คงส่งมือขวามาทางเขา
"อาจารย์คง... นี่ก็คือ...?"
"เราจะโคจรมนต์ 8 ธาตุให้ไหลเวียนระหว่างเราสองคน มนต์ 8 ธาตุโคจร 8 รอบ นี่คือสิ่งที่พระอาจารย์ของเราเคยกล่าวไว้ ว่ามึงกับกูจะแข็งแกร่งไร้ความหวาดหวั่น เมื่อใช้มนต์ 8 ธาตุร่วมกัน"
เมฆาตาโต เหมือนจะระลึกได้ถึงคำพูดนี้ของพระอาจารย์ผู้ล่วงลับของพวกเขาได้เข่นกัน
"จริงสิ พระอาจารย์เคยว่าไว้จริงๆ งั้น..." เมฆาส่งมือซ้ายไปประกบกับมือขวาของอาจารย์คง และเริ่มโคจรมนต์ 8 ธาตุทันที
พลังอาคมของสองศิษย์พี่ศิษย์น้องผสานกันเป็น 8 ธาตุไหลเวียนแลกเปลี่ยนกันก่อเกิดเป็นพลัง 8 ธาตุแห่งจักรวาลอันแข็งแกร่งขึ้นมาในเวลาอันรวดเร็ว แว่วเสียงของพระอาจารย์พระธุดงค์ก็ไหลเวียนสู่โสตประสาทของทั้งสองขึ้นมาด้วยเช่นกัน
"วันหนึ่งข้างหน้า เมื่อเจ้าทั้งสองได้เจอกับพลังงานระดับเทียบเท่าหรือเหนือจักรวาลใดๆ จงจำไว้ มนต์ 8 ธาตุคือทางแก้... คือทางออก... คือทางหลุดพ้น จากการครอบงำ จิตวิญญาณ ให้ก่อเกิดปริวิตก เพราะแท้ที่จริง สิ่งที่ทรงพลังอำนาจ สิ่งที่ชั่วร้ายเหนือจักรวาลนั้น ก็ล้วนมีต้นตอมาจากมนต์หรือพลัง 8 ธาตุเช่นกัน..."
มนต์ 8 ธาตุพอโคจรครบ 8 รอบ พลังงานสีเงินจากการรวมธาตุก็ไหลเวียนจนเปล่งประกายเป็นออร่ารอบคนทั้งสอง ความรู้สึกอึดอัด กดดัน และความหวาดหวั่น ปราสนาการไปจากเมฆาและอาจารย์คงจนหมดสิ้น
แววตาของทั้งคู่ ก็กลับคืนสู่ความเยือกเย็น ไร้ความครั่นคร้ามอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่แยกมือจากการประสานกัน
กัมปนาทตาลุกโพลง ราวกับไม่เคยได้เห็นการโคจรมนต์ 8 ธาตุร่วมกันของจอมเวทใดๆมาเนิ่นนานแล้ว หัวกะโหลกที่เป็นลายนูนต่ำหลายหัวรอบหมวกทรงสูงของมันก็กรีดเสียงร้องกระซิบกระซาบเป็นเสียงภูติผีนับร้อยเสียง
มัณตราสืนีย์ที่ยืนอยู่ข้างๆจอมมารก็อดจะตื่นตะลึงกับลักษณะอาการที่เปลี่ยนไปของเมฆาและอาจารย์คงไม่ได้
จังหวะนั้น มือขวาและมือซ้ายของกัมปนาทก็เริ่มมีทรายถูกดึงดูดเข้าไปราวกับมีควันถูกดูดผ่านท่อดูดอากาศ
"8 ธาตุ แม้จะเป็นรากฐานของมนตราจักรวาล แต่ข้า..." กัมปนาทสะบัดมือทั้งสองข้างไปที่สองจอมเวททันที !"อยู่เหนือจักรวาล มาเนิ่นนานแล้ว !"
ทรายแดงจากสองฝ่ามือของกัมปนาทพุ่งบิดเป็นเกลียวทรายสีน้ำตาลแดงสองสาย พุ่งไปยังร่างของทั้งสองทันที !
ทรายแดงที่ดูท่าจะเต็มไปด้วยพลังกัดกร่อนยันกระดูกพุ่งไปจนเกือบจะถึงหน้าอาจารย์คง แต่แล้วยันต์เรืองแสง 8 ทิศสีเขียวก็สว่างวาบ ขึ้นที่หน้าอาจารย์คงทันที และได้สกัดทรายอาคมกัดกร่อนนั้นไปได้อย่างฉิวเฉียด ก่อนที่ทรายนั้นจะสลายกลายเป็นเม็ดละเอียดปลิวหายไปในอากาศทันที ขณะที่เกลียวทรายอาคมอีกสายที่กำลังพุ่งจะถึงเมฆา ก็กลับถูกวงแหวนเวทสีเงินที่ขยายวาบ ออกมาจากห่วงนาคบาสก์ของเมฆา พุ่งทำลาย จนกลายเป็นเม็ดทรายแตกละเอียดปลิวหายไปเช่นกัน
"เมฆา...! ช่วยพวกเราด้ว...!" เสียงตะโกนเรียกที่คุ้นหู แต่หางเสียงกลับขาดหายเหมือนกำลังขาดอากาศหายใจ ทำให้เมฆาต้องรีบหันกลับไป และได้เห็นว่า ครูชัยรัตน์และเมขลา ได้ถูกทรายสีแดงยึดเคลือบร่างไปทั้งตัว จนเหลือแต่ลูกตาโผล่ให้เห็นเพียงเล็กน้อยแล้ว
เมฆารีบสะบัดห่วงนาคบาสก์ออกไปทันที !
และห่วงสีเงินทั้งคู่นั้น ก็พุ่งหมุนคว้างอยู่กลางอากาศ ก่อนพุ่งลงครอบร่างของครูชัยรัตน์กับเมขลา จากนั้นก็หมุนวนขึ้นๆลงๆอยู่รอบร่างทั้งคู่อยู่ไม่กี่วินาที ก่อนที่พวกทรายที่กำลังพอกแข็งตัวอยู่บนร่างของพวกเขา ก็แตกสลายกลายเป็นเม็ดทรายฟุ้งกระจายไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ร่างของครูชัยรัตน์และเมขลาทรุดลงกับพื้นอย่างปลอดภัย ขณะที่ห่วงนาคบาสก์ก็พุ่งวาบกลับสู่ข้อมือซ้ายของเมฆาทันที
แต่ยังไม่ทันจะตั้งหลักอะไรได้มั่น เสียงกรีดร้องนับร้อยเสียงจากหัวกะโหลกลายนูนต่ำรอบหมวกของกัมปนาทก็ประสานขึ้นพร้อมกันอย่างฉับพลับ-และก่อเกิดเป็นมวลพลังเคลื่อนเสียง ที่พุ่งดิ่งเข้าหาสองจอมเวทอีกครั้ง
"วงเวท 8 ทิศคู่...!!" เสียงอาจารย์คงตะโกนบอกทันควัน และเมฆาก็รีบสร้างวงเวท 8 ทิศขึ้นประสานกับของอาจารย์คงทันที !
มวลพลังคลื่นเสียงปิศาจพุ่งเข้าปะทะกับวงเวท 8 ทิศ 2 ชั้นทำให้เกิดความกดอากาศอย่างรุนแรง และทำให้พื้นทรายบริเวณนั้น ถึงกับระเบิดออกเป็นเสียงดังสนั่น ก่อนที่ฝุ่นทรายแดงจะฟุ้งกระจายไปรอบด้านจนยากจะเห็นสิ่งใด !
และนั่นก็กินเวลาเพียงแค่ไม่เกิน 3 วินาที ก่อนที่มือคู่หยาบของกัมปนาทจะคว้าหมับเข้าที่ก้านคอของเมฆาและอาจารย์คงอย่างเต็มมือ !
มันเป็นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วราวสายฟ้าแล่บ และทั้งสองจอมเวทก็ไม่ทันได้คำนวณว่ามันจะเกิดขึ้น !
กัมปนาทยิ้มแสยะ ดวงตาเพลิงของมันลุกสว่างจนแทบเห็นเพลิงลาวาปะทุจากส่วนลึกของดวงตาทั้งคู่ หัวกะโหลกรอบหมวกมัน ต่างประสานเสียงหัวเราะ เป็นเสียงแหลมจนถึงทุ้มต่ำร่วมร้อยเสียง ราวกับเป็นเสียงจากขุมนรก
"ข้านึกไม่ออกเลยว่า... ได้เคยมีใคร หลุดจากมือของข้าไปได้ ?"
กัมปนาทยกแขนทั้งสองขึ้น ร่างของเมฆาและอาจารย์คง ก็ลอยติดมือมันขึ้นจากพื้นทันที ขณะที่ร่างของทั้งสองนั้น ก็ราวกับเป็นอัมพาตไปในตอนนี้ กัมปนาทยิ้มแสยะกว่าเดิม ก่อนที่จะ ค่อยๆกดนิ้วมืออันแข็งแกร่งของมันให้จมลึกไปในลำคอของทั้งสองจอมเวทอย่างสาใจ...!
*โปรดติดตามตอนต่อไป*