เื่มันเป็อย่างนี้นี่เอง มือเล็กแตะไปที่แผลิเจ๋อเบาๆ อิ้งเย่วใช้ผ้าชุบยาเช็ดข้าเชื้อให้เขาอย่างเบามือ ิเจ๋อไม่แสดงอาการเจ็บใดๆเลยแม้แต่น้อย นางหยิบเอายามาทาบนแผลแล้วพันแผลไว้ให้เขาอย่างระมัดระวัง เพราะต้องพันแผลรอบตัวให้เขาทำให้นางต้องโน้มตัวเข้าใกล้ ใบหน้าเรียวััที่อกแกร่ง ิเจ๋อเห็นแววตาที่เป็ห่วงของนางก็อดที่จะยิ้มไม่ได้
“ เสร็จแล้วเพคะ ” อิ้งเย่วเงยหน้าคลี่ยิ้มเอ่ยบอกกับิเจ๋อเบาๆ
“ ฝีมือก็ไม่เลวนะ ” เห็นว่านางพันแผลอย่างชำนาญิเจ๋อก็อดที่จะชื่นชมนางไม่ได้เช่นกัน
“ รัชทายาทก็ชื่นชมหม่อมฉันเกินไปเพคะ ” อิ้งเย่วถึงกับยิ้มแห้ง เมื่อก่อนนางใช้ชีวิตอยู่บนความเป็ความตายมาโดยตลอด ออกไปทำภาระกิจเมื่อไหร่ไม่มีวันไหนที่นางจะไม่ได้รับาเ็กลับมา เื่ทำแผลนางทำจนชำนาญไปแล้ว
ทว่าที่หมอหลีเหว่ยเดินเข้ามาดูอาการของิเจ๋ออีกครั้ง เขาก็ไม่ลืมที่จะบอกให้หมอหลีเหว่ยดูแผลบนหน้าผากและแผลที่เข่าให้นางด้วย อิ้งเย่วรู้สึกดียิ่ง ิเจ๋อคอยเป็ห่วงนางอยู่ตลอดเวลาเลย
“ เป็เพียงแผลภายนอกไม่น่าเป็กังวล พระชายารักษาไม่กี่วันก็หาย กระหม่อมจะจดยาให้พ่ะย่ะค่ะ ”
“ ขอบใจท่านมาก ” อิ้งเย่วถอนหายใจอย่างโล่งอก ฮ่องเต้แค่ทดสอบนางสินะ แน่นอนว่าไม่มีผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพนางอยู่แล้ว
“ หากเสด็จพ่อถามท่าน ท่านรู้ใช่หรือไม่ว่าควรจะพูดอย่างไร ? ”
“ กระหม่อมทราบดีพ่ะย่ะค่ะ ”
“ อืม ถอยไปเถิด ” หมอหลีเหว่ยเดินออกจากตำหนักไป หลิวกุ้ยเฟยที่ยืนรออยู่ด้านนอกรู้ว่าองค์รัชทายาทไม่เป็อะไรก็ดีใจมาก หลิวกุ้ยเฟยรักองค์รัชทายาทเหมือนกับลูกแท้ๆของตน
ภายในตำหนักมีเพียงิเจ๋อและอิ้งเย่ว นางลุกขึ้นกำลังจะเดินออกไปข้างนอกก็ถูกิเจ๋อดึงเข้าไปกอด มืออีกข้างจับที่ขอบเตียงไว้ ดวงตาสีดำขลับมองลึกเข้าไปในดวงตาของนาง
“ องค์รัชทายาท ... ” อิ้งเย่วมีทีท่าเขินอายเล็กน้อยจึงเรียกสติิเจ๋อกลับมา
“ เ้าตำหนิข้าหรือไม่ ? ”
“ พระองค์กำลังสื่อถึงอะไรเพคะ ? ” อิ้งเย่วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น
“ เ้าฉลาดกว่าผู้อื่นใด เ้าไม่เข้าใจสิ่งที่ข้าถามจริงๆหรือ ? ”
“ รัชทายาทอยากจะรู้มากเลยเหรอเพคะ ? หม่อมฉันไม่ตำหนิหรือโกรธท่านเลยนะเพคะ หม่อมฉันเป็หนี้บุณคุญพระองค์ หากองค์รัชทายาทอยากจะให้หม่อมฉันเป็พระชายาของพระองค์ หม่อมฉันก็จะยอม จะตำหนิพระองค์ทำไมเพคะ ? ”
“ แม้ว่าเ้าจะต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างนั้นหรือ ? ”
“ เพคะ ” เอ่ยจบอิ้งเย่วก็ได้เบือนหน้าหนีไปอีกทาง ริมฝีปากบางกระตุกยิ้มที่มุมปาก ชีวิตที่ผ่านมาของนางมีวันใดบ้างที่จะไม่พบกับอันตราย มือหนาััที่ใบหน้าเรียวเบาๆ
“ ข้าเคยบอกกับเ้าว่าอย่างไร ? เ้ายังจำได้หรือไม่ ? ข้าจะไม่ยอมให้เ้าเป็อะไร อิ้งเย่ว .... วันนี้ข้ารู้สึกผิดนักที่ปกป้องเ้าไม่ได้ ”
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ได้ยินคำนี้ออกจากปากของิเจ๋อทำให้นางรู้สึกปวดใจยิ่งนัก ิเจ๋อกำลังจะบอกกับนางว่าฮ่องเต้ทำให้นางเจ็บแต่เขากลับไม่กล้าขัดคำสั่งฮ่องเต้เพื่อปกป้องนางอย่างนั้นหรือ อิ้งเย่วจับมือหนาของิเจ๋อเบาๆก่อนจะเอื้อนเอ่ยกับเขาว่า
“ หม่อมฉันเข้าใจเพคะ ” ไม่ว่าเขาจะมีอำนาจล้นฟ้าเพียงใด แต่เขาก็คือโอรสของฮ่องเต้อยู่ดี เขามิอาจทำตามอำเภอใจตัวเองได้
“ ที่เสด็จพ่อทำเช่นนั้นเพราะว่าเสด็จพ่อมีเื่ปวดใจอัดอั้นมานาน ”
อิ้งเย่วพยักหน้าเบาๆอย่างเข้าใจ นางไม่ได้อยากจะให้เขาอธิบายเลย นางเข้าใจดี ฮ่องเต้ทำไปก็เพื่อตัวเขาเอง ััไออุ่นจากมือเล็กของนาง ิเจ๋อกำมือเล็กไว้แน่นไม่อยากจะปล่อยไป สายตาคมมองแผลบนหน้าผากของนาง คิ้วหนาถึงกับขมวดชนกันแน่น
“ คราวหน้าเ้าอย่าทำเช่นนั้นอีก เข้าใจหรือไม่ ?” อิ้งเย่วอึ้งอยู่นานก่อนจะหัวเราะเบาๆ
“ องค์รัชทายาทปวดใจเหรอเพคะ ? ” ิเจ๋อจ้องมองหน้านางอยู่ครู่นาน
“ เหลวไหล !!! ” แต่เขารู้ดีว่าภายในใจคิดเช่นไรกับนาง
“ ข้าจะให้องครักษ์ไปส่งเ้าที่จวน ” เอ่ยจบิเจ๋อก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกจากตำหนักไป
“ องค์รัชทายาท ... ” อิ้งเย่ววิ่งตามร่างสูงโปร่งออกไปแต่ไม่ทันแล้ว เขาได้หายตัวไปแล้ว
ิเจ๋อ ... ผู้ชายที่เืเย็นเข้าใกล้ได้แต่ไม่อาจเข้าถึงหัวใจของเขาได้ อิ้งเย่วได้แต่สงสัย ว่าจะมีผู้หญิงคนไหนทำให้ใจของเขาหวั่นไหวได้หรือไม่ ?
‘ ไอ้ผู้ชายจอมเ็า นายกับฉันเป็เพียงผู้มีพระคุณต่อกันใช่ไหม ? นายช่วยชีวิตฉัน ... ฉันตอบแทนนายด้วยการเป็พระชายานาย ระหว่างฉันกับนายคงไม่มีอะไรเกินเลยสินะ ? ’
จวนสกุลลู่
ข่าวบุตรสาวของแม่ทัพลู่ได้ถูกแต่งตั้งให้เป็พระชายาองค์รัชทายาทแห่งสองแคว้นแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ทุกคนที่อยู่ภายในจวนต่างก็ใกันหมด แคว้นต้าหยงเป็แคว้นที่ทรงอำนาวจที่สุด ส่วนอีกแคว้นก็ทรงอำนาจไม่แพ้กัน ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าบุตรสาวแม่ทัพลู่ชั้นผู้น้อยจะได้แต่งกับองค์รัชทายาทสองแคว้น
อิ้งเย่วเดินกลับไปที่จวนของตนอย่างทุลักทุเล ยิ่งเดินเหมือนจะยิ่งเจ็บที่เข่า หมอหลีเหว่ยบอกให้นางอยู่เฉยๆพักรักษาตัวจนกว่าแผลที่เข่าจะหายดี สงสัยนางคงต้องพักฟื้นร่างกายที่จวนเสียแล้ว
“ คุณหนูเ้าคะ ~ คุณหนูไปโดนอะไรมาหรือเ้าคะ ? ” ลี่มี่เห็นบนหน้าผากอิ้งเย่วพันแผลมาด้วยก็ยิ่งใเป็ห่วง ไยเ้านายของตนถึงได้มีสภาพเช่นนี้ได้
“ ข้าไม่ระวังเอง ไม่ได้เป็อะไรมาก ” อิ้งเย่วตบไหล่ลี่มี่เบาๆ เห็นสาวใช้และบ่าวคนอื่นมุงที่หน้าเรือนเล็กคิ้วสวยถึงกับมวดเข้าหากันอย่างสงสัย
“ คุณหนู ฮูหยินให้บ่าวนำของเหล่านี้มาให้ ฮูหยินบอกว่านี่คือรางวัลให้แก่คุณหนูเ้าค่ะ ”
ลี่มี่รีบอธิบายให้นางฟังทันที อิ้งเย่วยิ้มเยาะ ไม่ใช่เพราะว่านางได้เป็พระชายาองค์รัชทายาทหรอกหรือ ? ฮูหยินถึงได้แสร้งทำดีกับนาง
ฮูหยินฟางหรง เดินออกมาจากข้างใน เห็นอิ้งเย่วได้รับาเ็ก็มีอาการใเล็กน้อย ทันใดนั้นก็ได้ผุดรอยยิ้มแสนจะชั่วร้ายออกมา
“ เย่วเอ๋อร์ ไยเ้าถึงาเ็เช่นนั้น ? เ้ากำลังจะเป็ถึงพระชายาองค์รัชทายาทเชียวหนา ไยถึงปล่อยให้ร่างกายเจ็บหนักเช่นนี้ ? เ้าไม่นึกถึงหน้าท่านพ่อของเ้า เ้าก็ควรที่จะนึกถึงหน้าองค์รัชทายาทบ้างนะ ”
“ หึ ฮูหยินก็พูดเกินไปนะเ้าคะ คนเราไม่มีใครที่จะไม่บังเอิญได้รับาเ็หรอกเ้าค่ะ คำพูดของฮูหยินเหมือนเป็นัยบอกว่าผู้ใดที่อยู่ในวังหลวงได้รับาเ็จะทำให้ฮ่องเต้ขายหน้าใช่หรือไม่ ? อ่อ ... องค์รัชทายาทมีแผลเต็มพระวรกายเลยนะ ฮูหยินจะพูดว่าอย่างไรดี ? ”
ฮูหยินฟางหรงใไม่น้อย อิ้งเย่วผู้นี้ใช้ฮ่องเต้มาขู่ตนอีกแล้ว ฟางหรงรู้สึกได้ว่าอิ้งเย่วนางร้ายกาจนัก ภายนอกบริสุทธิ์เหมือนดอกบัวขาว แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยเล่ห์กลอุบาย
“ เย่วเอ๋อร์ ข้ามิอาจคิดเช่นนั้น ที่ข้าพูดแบบนั้นออกไปเพียงเพราะอยากจะเตือนสติเ้าน่ะ ในราชสำหนักมีกฎเข้มงวด ภาพลักษณ์เป็สิ่งสำคัญที่สุด ”
ฮูหยินฟางหรงปรับสีหน้าให้เป็ปกติ อิ้งเย่วไม่สนใจเดินผ่านหน้าฟางหรงเข้าไปข้างใน สายตาเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นมองตามแผ่นหลังอิ้งเย่วไป
อิ้งฟางหลังจากกลับมาที่จวนนางเอาแต่ขังตัวเองไว้อยู่ภายในห้องไม่ออกไปไหน ฟางหรงเองก็ไม่อาจเข้าไปพบนางได้ ฟางหรงรู้ดีว่าลูกสาวของนางเ็ปและผิดหวังมากเพียงใด ผู้ชายที่แอบรักมานานหลายปีกลับไปตกอยู่ในมือน้องสาวสุดที่รักเสียได้ ส่วนนางกลับต้องมาแต่งงานกับบุรุษที่นางไม่ได้รัก ไยนางจะไม่เ็ปได้เล่า
แต่ ... ฟางหรงกลับไม่ได้รู้สึกเสียใจเลยแม้แต่น้อย เพราะบุรุษที่อิ้งฟางจะต้องแต่งงานด้วยเป็ถึงองค์รัชทายาทแห่งแคว้นเหออิง หากว่าอิ้งฟางจะต้องไปอยู่ที่ต่างแคว้น ทว่าในอนาคตชีวิตของอิ้งฟางดีเลิศเป็แน่ ไม่ว่าอย่างไร อิ้งฟางก็คือน้องสาวของตน ความแค้นที่มีก่อนหน้านี้ก็ยิ่งเพิ่มทวีคูณ
“ อิ้งเย่ว เ้าควรจะตายไปนานแล้ว ”
เรือนเล็กที่ท้ายจวนสกุลลู่
ลี่มี่พยุงอิ้งเย่วเดินไปที่เตียง นางรู้สึกร่างกายเหนื่อยๆจึงเผลอหลับไป อยู่ที่จวนนี้นางต้องคอยเสแสร้งอยู่ตลอดเวลา ไม่เป็ตัวเองเอาเสียเลย นางคิดว่าเกิดใหม่ในร่างคุณหนูอิ้งเย่วจะได้ใช้ชีวิตที่สงบสุขเสียอีก แต่ไม่ใช่เลย
งีบไปได้สักพักอิ้งเย่วก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ลี่มีเดินมานวดไหล่ให้นางเบาๆ
“ เย่วเอ๋อร์ เ้ารู้สึกดีขึ้นหรือยัง ? ” ฮูหยินฟางหรงเดินเข้ามาถามอาการอย่างเป็ห่วง ในมือถือจานขนมเข้ามาด้วย
“ ข้ารู้สึกดีขึ้นแล้วเ้าค่ะ ”
“ ข้านำขนมบัวที่เ้าชอบมาให้เ้าชิมดู ”
“ ขอบใจเ้าค่ะ ” อิ้งเย่วยื่นไปจับเอาจานขนมมา ในใจก็แอบสงสัยว่าฮูหยินจะมาไม้ไหนอีก
“ กลิ่นนี้หอมเชียว ” ฟางหรงเอ่ยถามเบาๆ มืออีกข้างเปิดฝาเครื่องหอมออกก่อนจะใส่อะไรบางอย่างลงไปในนั้น
อิ้งเย่วกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ไม่ทันได้สังเกตุ ส่วนลี่มี่ก็กำลังชงน้ำชาอยู่ไม่ไกล ฟางหรงเคลื่อนไหวรวดเร็วทำให้อิ้งเย่วไม่รู้ตัว
“ เป็เพียงเครื่องหอมธรรมดาผสมกับสมุนไพรเ้าค่ะ หากฮูหยินชอบข้ามอบให้ท่านได้นะเ้าคะ ”
“ ขอบใจเ้ามากเย่วเอ๋อร์ ” ฟางหรงเห็นลี่มี่จึงฉุกคิดอะไรบางอย่างได้
“ ข้ามีผ้าสวยๆอยู่ที่จวนอยากจะนำมันมาให้เ้า เ้าให้ลี่มี่ไปกับข้าเอามันมาเถิด ” อิ้งเย่วสงสัยอยู่ไม่น้อย นางยังเดาไม่ได้ว่าฟางหรงกำลังคิดที่จะทำอะไรกันแน่
“ ลี่มี่เ้าไปเถิด ” ลี่มี่พยักหน้าเบาๆก่อนจะเดินออกจากเรือนไป อาจจะเป็เพราะว่านางคิดมากไปหรือเปล่า
รอยยิ้มแสนจะชั่วร้ายผุดขึ้นอีกครั้ง เื่สนุกกำลังจะเริ่มขึ้น ... ภายในห้องยามนี้มีเพียงนาง อิ้งเย่วรู้สึกเบื่อๆจึงนั่งอ่านตำราแก้เหงา ทว่าครู่นั้นนางรู้สึกร่างกายร้อนรุ่ม สติเริ่มเลือนราง
“ ไยถึงรู้สึกเช่นนี้นะ ?! ” มือเล็กนวดที่ขมับเบาๆ อาการร้อนๆรุมเร้าอีกครั้ง สายตากวาดมองดูรอบๆห้องไม่เห็นมีอะไรน่าสงสัย
มองไปที่เครื่องหอมที่กำลังส่งกลิ่นหอมเย้ายวนนั้น คิ้วคู่สวยขมวดเข้าหากันแน่น กลิ่นหอมที่คุ้นเคยผสมกับกลิ่นแปลกที่นางไม่เคยได้กลิ่นนี้มาก่อน สีหน้าของอิ้งเย่วเปลี่ยนไป นี่คือกลิ่นหอมที่อยู่ในหอนางโลมไม่ใช่หรือ ? ไยถึงอยู่ที่จวนนางได้ ? อิ้งเย่วนึกถึงคำพูดของฮูหยินฟางหรง นางรู้ได้ทันทีว่าเป็ฝีมือผู้ใด
“ ฮูหยิน ... ท่านกล้าวางแผนทำร้ายข้า !!! ” อิ้งเย่วรู้สึกเหมือนเพลิงกำลังเผาไหม้ร่างกายนางอยู่ นางไม่มีเวลาให้มาคิดอะไรทั้งนั้น
“ ต้องออกไปจากที่นี่ เราต้องรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ”
ทันทีที่นางเปิดประตูก็มีบุรุษร่างกำยำยืนดักหน้านางไว้
“ สุ่ยหนิวบอกกับบ่าวว่าคุณหนูจะย้ายของเหรอขอรับ บ่าวจึงมาช่วย ”
บ่าวในเรือนถือวิสาจับมือนางแน่น อิ้งเย่วรู้จุดประสงค์ของฟางหรงแล้ว ฟางหรงอยากจะทำลายชื่อเสียงของนาง วางยาปลุกกำหนัดให้นางกับบ่าวในจวน เป็เช่นนั้นแล้ว นางจะเป็พระชายาองค์รัชทายาทได้อย่างไรกัน ไม่มีบุรุษผู้ใดยอมแต่งงานกับสตรีที่สูญเสียความบริสุทธิ์ไปแล้ว
เห็นบุรุษที่อยู่ตรงหน้าเผยธาตุแท้ออกมา อิ้งเย่วก็ได้หยิบเอาเครื่องหอมที่ซ่อนไว้ใต้อาภรณ์ที่ตนได้ผสมออกมา ่เวลาที่ผ่านมา นางได้ศึกษาการปรุงยาพิษไว้จึงได้ปรุงยาพิษไม่กี่ชนิดไว้ป้องกันตัว เห็นบ่าวคนนั้นสลบนิ่งไปนางจึงรีบวิ่งออกมาจากจวน มือเล็กทาบที่หน้าอกเสียงหายใจโรยริน หากนางไม่มีความอดทนนางคงเสียหัวไปแล้ว
อิ้งเย่วเม้มปากแน่นเพื่อเรียกสติตัวเองกลับมา นางจำได้ว่าใต้อาภรณ์ของนางยังมีอาวุธป้องกันตัวอยู่นั่นก็คือกริช ริมฝีปากบางผุดยิ้มอีกครั้ง
“ องค์รัชทายาท ครานี้หม่อมฉันทำตัวเองได้รับาเ็อีกแล้ว พระองค์ลงโทษหม่อมฉันไม่ได้นะเพคะ หึ ”
โลหิตไหลจากแขนเรียวไม่หยุด กลัวว่าโลหิตไหลออกมาไม่มากพอ อิ้งเย่วจึงใช้กริชแทงที่แขนเรียวอีกแผล เืไหลทะลักออกมาไม่หยุด สติก็ค่อยๆกลับมา มือเล็กปักกริชที่พื้นอย่างแรง สายตาดุดันเต็มไปด้วยความแค้น
“ ฮูหยิน !!! ท่านอยากจะเห็นความพ่ายแพ้ของข้าใช่หรือไม่ ?!!! งั้นท่านก็รอดูได้เลย !!! ”
พันแผลที่แขนเสร็จ อิ้งเย่วก็พยายามหยันร่างตัวเองลุกขึ้น นางเดินไปที่ห้องของสุ่ยหนิวด้วยสีหน้าที่เ็าไร้ความรู้สึก สุ่ยหนิวเห็นสีหน้านางไม่ค่อยดีก็แอบเป็ห่วง ความจริงแล้วสุ่ยหนิวก็ไม่อาจรู้แผนร้ายของฮูหยินฟางหรงได้
“ คุณหนูเป็อะไรหรือเ้าคะ ? ” อิ้งเย่วแค่นหัวเราะในลำคอเดินขยับเข้าไปใกล้สุ่ยหนิวช้าๆ
“ เ้าบอกให้บ่าวที่จวนใหญ่มาที่ห้องข้าเพื่อขนหีบอย่างนั้นหรือ ? ”
“ เ้าค่ะ ก่อนที่ฮูหยินจะเดินออกจากเรือนไป ฮูหยินสั่งบ่าวไว้เ้าค่ะ ”
“ ดี ดีมาก ” อิ้งเย่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เ็า ริมฝีปากบางผุดรอยยิ้มเยาะ
“ สุ่ยหนิว ข้าจะไปพบท่านพ่อหน่อย เ้าไปที่ห้องนอนของข้าขนหีบรอข้านะ ข้าจะรีบกลับมา ”
สุ่ยหนิวไม่อยากจะขัดคำสั่งของนางรีบเดินไปที่ห้องนอนของนางทันที อิ้งเย่วกลั้นหายใจเดินตามสุ่ยหนิวเข้าไปข้างใน ยามนี้เป็่เวลาที่เครื่องหอมส่งกลิ่นแรงที่สุด นางเดินไปปลุกให้บ่าวคนนั้นได้สติก่อนจะผลักสุ่ยหนิวไปหาบ่าวคนนั้น
“ คุณหนู .... ” สุ่ยหนิวใไม่น้อย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว สุ่ยหนิวถูกบ่าวคนนั้นกอดไว้แน่น ร่างกายของทั้งสองเปลี่ยนไปทันที อิ้งเย่วผุดยิ้มอย่างชอบใจ ก่อนจะปิดประตูลงแล้วเดินออกจากจวนไป
“ ฮูหยินเ้าคะ ฮูหยิน เดินเื่ใหญ่แล้วเ้าค่ะ ” มีสาวใช้นางนึงวิ่งหน้าตาตื่นเข้าไปรายงานฮูหยินฟางหรงถึงในจวน
“ เ้ากลัวอะไรของเ้า ?!!! มีอะไรก็รีบๆพูดมา !!! ” ฟางหรงตวาดเสียงดังออกไป ในใจแอบดีใจอยู่ไม่น้อย แผนที่วางไว้สงสัยจะทำสำเร็จ ลี่มี่ยังคงอยู่ที่ห้องของฟางหรงรอสาวใช้คนอื่นๆจัดของอยู่
“ บ่าว ... คือว่า ” สาวใช้ไม่รู้ว่าควรจะบอกเื่นี้กับฮูหยินอย่างไรดี
“ มีเื่อันใดไยไม่รีบๆพูด !!! อยากถูกทำโทษหรืออย่างไร ?!!! ” เลี่ยงหวงอดไม่ได้ะโถามออกไป
“ บ่าว ... บ่าวพูดแล้วเ้า เมื่อครู่บ่าวเห็นคุณหนูรองลากผู้ชายเข้าไปในห้องเ้าค่ะ ”
“ เ้าว่าอะไรนะ ?!!! ” แววตาของเลี่ยงหวงโกรธจัด เหล่าขุนนางที่มาแสดงความยินดีกับเลี่ยงหวงใไม่น้อย นางคือพระชายาขององค์ชายไม่ใช่หรือ
“ ท่านลู่ใจเย็นเ้าค่ะ ข้าเห็นว่าเื่นี้ไม่น่าเชื่อถือเ้าค่ะ เราไปดูให้เห็นกับตาดีกว่านะเ้าคะ ”
เลี่ยงหวงสะบัดแขนเสื้อแล้วเดินนำหน้าไป ฟางหรงและเหล่าขุนนางอยากรู้อยากเห็นจึงได้เดินตามไปดู หยุดที่หน้าจวนทุกคนต่างก็ได้ยินเสียงครางของชายหญิง ทุกคนย่อมรู้ดีว่าคนข้างในกำลังทำอะไรอยู่ ฟางหรงแสร้งทำเป็รับไม่ได้ส่ายหน้าไปมา
“ เป็ไปไม่ได้ เย่วเอ๋อร์ไม่มีทางทำเช่นนั้นแน่ ท่านลู่ข้าไม่ได้หูฝาดไปใช่หรือไม่ ? ”
เลี่ยงหวงมีสีหน้าโกรธอย่างเห็นได้ชัด ตนไม่เชื่อว่าลูกสาวของตนจะทำเื่อับอายเช่นนี้ นางต้องถูกใครบางคนวางแผนกล่าวร้ายเป็แน่
“ บ่าวอยู่ไหน ?! รีบไปเปิดประตูสิ !!! ข้างในอาจจะไม่ใช่อิ้งเย่วก็ได้ !!! ”
ฟางหรงะโออกคำสั่งให้บ่าวเดินไปเปิดประตู ในใจแอบสะใจอยู่ไม่น้อย แผนนางสำเร็จแล้วจริงๆ บ่าวเดินไปเปิดประตูห้องนอนของอิ้งเย่วออก ทันใดนั้นร่างชายหญิงกำลังร่วมรักกันได้ปราฏกอยู่ต่อหน้าทุกคน ฟางหรงปิดตาแล้วเอ่ยขึ้นว่า
“ เย่วเอ๋อร์ ไยเ้าถึงทำเื่น่าอายเช่นนี้ได้ ”
“ ใครกำลังพูดถึงข้าอยู่กันเหรือ ? ” อิ้งเย่วเดินออกมาด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง นางคลี่ยิ้มบางๆแล้วเดินออกมาหยุดอยู่ตรงหน้าทุกคน
“ เอะ มีเื่อันใดหรือ ? ไยที่จวนของข้าคนถึงได้เยอะเช่นนี้ ? ”
อิ้งเย่วแสร้งทำเป็ใเล็กน้อย สีหน้าฟางหรงเปลี่ยนไปทันที ฟางหรงจ้องหน้าอิ้งเย่วเขม็ง เห็นนางยืนอยู่ตรงหน้าก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา
‘ อิ้งเย่วยืนอยู่ตรงหน้าตน แล้วคนที่อยู่ข้างในเป็ผู้ใดกัน ? ’