ตอนที่11 ฉันกำลังจะรวยแล้ว
ซินดี้รีบกล่าวตอบอย่างยินดีเมื่อมองเห็นโอกาสจากเสิ่นอี้ว่า
“ได้ค่ะน้องชายเสิ่นอี้น้องชายของพี่ซินดี้คนนี้มีความสามารถหลากหลาย ทำสวน ทำอาหาร ขับรถทำงานบ้านได้ทุกอย่าง พอดีพวกเรามีกันแค่สองคนพี่น้อง พ่อแม่ตายั้แ่ยังเด็กน้องชายพี่รับเื่ทำงานบ้านทั้งหมด พี่มีหน้าที่ทำงานหาเงินพี่รับรองว่าหากน้องชายเสิ่นอี้จ้างพวกเราสองคนแล้ว รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ”
เสิ่นอี้ยิ้มพอใจพร้อมกับพยักหน้ารับรู้ข้อมูลจากซินดี้เป็ระยะเขารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นในการหาคนมาช่วยดูแลบ้านในขณะที่เขาอาจไม่ได้อยู่อาศัยอีกทั้งยังเป็ชายและกระเทยที่ไม่น่าจะก่อเื่ยุ่งยากสำหรับเขาทำให้เขาตัดสินใจตอบรับทันทีว่า
“ตกลงครับพวกพี่เดินทางมาที่บ้านผมได้เลย ผมจะส่งพิกัดไปให้นะครับแต่พรุ่งนี้ผมจะกลับเข้าบ้านเกือบบ่าย ยังไงก็มาถึง่นั้นก็ได้ครับ”
เสิ่นอี้ตอบตกลงพร้อมนัดหมายเวลาพบกันซึ่งเขาส่งพิกัดที่อยู่ให้กับอีกฝ่ายผ่านทางวีแชตโดยคิดว่าภารกิจพรุ่งนี้ไม่น่าสร้างความยุ่งยากให้กับเขามากนัก
อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นครึ่งชั่วโมงเสิ่นอี้พลันนึกถึงอีกงานที่ค้างคาอยู่และไม่้าสร้างปัญหาให้กับเจ้ไฝจึงนัดหมายเวลาพบทั้งคู่ใหม่เพื่อมอบกุญแจหอพักและกุญแจบ้านใหม่อย่างน้อยให้ซินดี้และน้องชายไปเก็บข้าวของหรือทิ้งขยะในหอพักให้เรียบร้อยก่อนที่จะเข้ามาอยู่ในบ้านใหม่
“หวังว่าพรุ่งนี้ระบบคงไม่สร้างเื่วุ่นวายให้กับฉันหรอกนะ”
เสิ่นอี้รู้สึกสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูกเขาคาดเดาว่าระบบโกลาหลอาจมอบภารกิจที่สองให้กับเขาอย่างเร่งด่วนเมื่อเขาทำภารกิจแรกเสร็จสิ้นแล้วจึง้าพบซินดี้และน้องชายพร้อมมอบหมายงานให้เรียบร้อยก่อนเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
..........
รุ่งเช้าเสิ่นอี้อาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มและกางเกงสีดำกับรองเท้าผ้าใบสีขาวที่ซินดี้เลือกให้เขาเพื่อไปห้างสรรพสินค้าแต่เช้า เป็การทำภารกิจแรกให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
เขาสำรวจข้อมูลภาพฮอโลแกรมในหัวระหว่างขับรถยนต์หรูคันใหม่ไปยังห้างสรรพสินค้าซึ่งพบว่ามีข้อมูลเปลี่ยนแปลงที่สร้างความประหลาดใจให้กับเขาเป็อย่างมาก นั่นคือ
กรอบสีฟ้าอันแรกที่ระบุข้อมูลพื้นฐานส่วนตัวเกิดการเปลี่ยนแปลงในบางข้อ ได้แก่
โอนเนอร์ เสิ่นอี้
เพศชายอายุยี่สิบสองปี สูงหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเิเ น้ำหนักเจ็ดสิบสี่กิโลกรัม
วันเดือนปีเกิดวันที่สิบ เดือนตุลาคม ปีคริสต์ศักราชสองพัน [ข้อมูลวันเกิดถูกแก้ไขอย่างจงใจ]
สถานภาพโอนเนอร์ โสด
ทักษะพิเศษ [พร้อมเปิดใช้งานเมื่อปฏิบัติภารกิจแรกสิ้นสุด]
อาชีพ นักผจญภัย
รายได้ รางวัลจากภารกิจพิเศษ สิบล้านหยวน
หนี้สิน ไม่มี
ทรัพย์สินในปัจจุบัน คฤหาสน์ราคาหกล้านหยวน
รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูซีรีส์ห้าสีดำ ราคาสองล้านหยวน
เงินสดสองหมื่นหยวน
เงินในบัญชีธนาคารหนึ่งล้านเก้าแสนหยวน
เสิ่นอี้จ้องมองเงินในบัญชีคงเหลือด้วยความคาดหวังหากเขาสามารถปฏิบัติภารกิจแรกได้สำเร็จก็ย่อมจะมีเงินเข้าในบัญชีเพิ่มขึ้นอีกสิบล้านหยวนทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นล่วงหน้าอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
“ฉันกำลังจะรวยแล้วจะรวยแล้ว เวลาแค่ไม่กี่วันสามารถหาเงินได้มากขนาดนี้ ฉันไม่ต้องง้อใครเลยว่าแต่อาชีพนักผจญภัยเนี่ย ฉันต้องไปผจญภัยไม่หยุดหย่อนเลยหรือ?”
เขารู้สึกแปลกใจที่ระบบโกลาหลระบุอาชีพของเขาให้เสร็จสรรพโดยที่คาดไม่ถึงกระนั้นเขารู้ดีว่าไม่สามารถโต้แย้งหรือแก้ไขได้หากระบบไม่ยินยอมจึงทำใจยอมรับอาชีพประหลาดอย่างจำใจ
เมื่อเดินทางถึงห้างสรรพสินค้าโดยได้รับการอำนวยความสะดวกจากยามให้จอดรถในเขตพื้นที่สำหรับลูกค้าวีไอพีทำให้เขารู้สึกพึงพอใจและเข้าใจสถานะของคนร่ำรวยมากขึ้นว่า
“มีเงินก็ดีอย่างนี้นี่เองขนาดที่จอดรถก็ยังได้จอดที่ดีและสะดวก มียามรักษาความปลอดภัยให้พร้อม ไม่เลวเลยแฮะ”เสิ่นอี้พยักหน้าอย่างพึงพอใจในบริการของทางห้าง
เขาเดินตรงเข้าไปยังร้านจำหน่ายนาฬิกาแบรนด์หรูจากต่างประเทศร้านหนึ่งซึ่งได้รับการต้อนรับจากพนักงานเป็อย่างดี
อย่างไรก็ดีเขาคาดไม่ถึงว่าจะได้พบเข้ากับคู่อริชายหญิงอีกครั้งซึ่งทั้งคู่จดจำเขาไม่ได้ กระทั่งเขาเอ่ยปากบอกกับ
พนักงานหญิงที่กำลังให้บริการตนอยู่ว่า
“ขอดูนาฬิกาเรือนนั้นหน่อยครับ”เสิ่นอี้ชี้นิ้วตรงไปยังนาฬิกาข้อมือยี่ห้อปาเต็กฟิลิปป์โดยตรง
ทั้งนี้เขาศึกษาเื่ยี่ห้อนาฬิกาข้อมือชายมาก่อนหน้าแล้วจึงคิดว่ายี่ห้อและรุ่นของนาฬิกาเรือนนี้ดูสมฐานะตน
พลันมีเสียงถามขึ้นมาแต่ไม่สามารถพูดจบประโยคได้จากแฟนเก่าของเสิ่นอี้ว่า
“เอ๊ะ! นี่มันเสี่ยวอี้ใช่ไหม?”
จ้าวเฟยเซียนกลืนคำพูดที่เหลือลงในลำคอเพราะกำลังอ้าปากค้างอย่างตกตะลึงในความหล่อเหลาของชายหนุ่มตรงหน้าโดยมีเค้าโครงใบหน้าและเสียงพูดเหมือนแฟนเก่าตนไม่ผิดเพี้ยนทว่าทรงผมและเสื้อผ้าที่ดูหรูหราทันสมัยทำให้ชายหนุ่มมีออร่าหล่อเหลาสาดออกมากระทบเข้าตาเธออย่างจัง
ติงห่าวหรานเงยหน้าขึ้นมาชายหนุ่มหล่อเหลาที่ยืนอยู่อีกด้านของเคาน์เตอร์ตามเสียงทักของแฟนสาวเขายืนนิ่งตกตะลึงอย่างไม่เชื่อสายตา พร้อมกับพึมพำขึ้นมาด้วยความประหลาดใจว่า
“อ๊ะ! เป็เขาจริง ๆ หรือ? นี่มันไม่เหมือนคนตกงานเลยเป็ไปได้ยังไงกัน?!.....ฉันไม่เชื่อ!”
ติวห่าวหรานตั้งใจพาแฟนสาวมาซื้อนาฬิกาข้อมือให้เธอสักเรือนหลังจากที่ทนรบเร้าของขวัญแลกเปลี่ยนจากโทรศัพท์ราคาแพงไม่ได้
ถึงอย่างนั้นเขาไม่คาดคิดว่าวันนี้จะพบเข้ากับชายหนุ่มอดีตลูกจ้างที่เปลี่ยนแปลงโฉมหน้าจนเกือบจำไม่ได้ซึ่งความหล่อเหลาของอีกฝ่ายได้กลบรัศมีของเขาไปได้อย่างสิ้นเชิงสร้างความไม่พอใจให้กับเขาเป็อย่างมาก จึง้าแสดงความร่ำรวยกดข่มอีกฝ่ายทันที
“พนักงานครับเอานาฬิกาเรือนนั้นมาให้ผมดูหน่อย”
เสิ่นอี้เลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจที่พบว่าอีกฝ่ายจงใจเลือกนาฬิกาข้อมือเรือนเดียวกับตน
เขาจึงจงใจปล่อยอีกฝ่ายเลือกไปก่อนเพราะนาฬิการุ่นที่เขาเลือกนั้นเป็ราคาต่ำสุดที่ได้ตั้งงบประมาณไว้จึงไม่เป็กังวลหากต้องเลือกนาฬิการาคาแพงกว่านี้
พนักงานขายหันหน้ามองเสิ่นอี้อย่างเกรงใจเพราะจู่ๆ มีลูกค้าอีกคน้าชมสินค้าชนิดและรุ่นเดียวกัน
“ไม่เป็ไรครับเอาให้เขาดูเลยครับ ส่วนผมขอดูเรือนนั้นหน่อยครับ”
เสิ่นอี้ชี้นิ้วตรงเข้าใส่นาฬิกาปาเต็กฟิลิปป์รุ่นแอนนวลคาเลนดาร์ โครโนกราฟ แพลทินัม แอนทราไซต์ ไดอัล ห้าเก้าหกศูนย์พีที่มีราคาสูงถึงหกแสนหยวนในขณะที่อีกรุ่นซึ่งเขาเลือกก่อนหน้ามีราคาเพียงหนึ่งแสนหยวนเท่านั้น
พนักงานหญิงยิ้มกว้างอย่างยินดีพลางกล่าวเชื้อเชิญเขาไปนั่งชมนาฬิกาในโซนรับรองลูกค้าด้านหนึ่งของร้านอย่างกระตือรือร้นว่า
“อ๊ะ!ถ้าอย่างนั้นคุณลูกค้าเข้ามานั่งด้านในก่อนดีกว่าค่ะ เดี๋ยวฉันจะนำน้ำเย็นมาบริการจะมีพนักงานอีกคนนำนาฬิกามาให้ชมนะคะ”
เสิ่นอี้เดินตามหลังพนักงานไปนั่งบนโซฟาในร้านอย่างสบายใจโดยทิ้งสายตาสองคู่ให้มองตามหลังอย่างตกตะลึงต่อไป
“เสี่ยวอี้ร่ำรวยั้แ่เมื่อไหร่? นี่ฉันพลาดอะไรไป? เป็ไปไม่ได้!”
จ้าวเฟยเซียนพึมพำพลางจ้องมองแผ่นหลังของเสิ่นอี้อย่างไม่เชื่อสายตาเธอไม่อยากคิดว่าชายหนุ่มจะร่ำรวยขึ้นมากะทันหันในชั่วข้ามคืนโดยที่เธอไม่เคยระแคะระคายมาก่อน
อนึ่งขณะที่คบเป็แฟนกับเสิ่นอี้ราวสามเดือนนั้นเธอตรวจสอบประวัติเขาอย่างละเอียดแล้วซึ่งไม่พบว่าเขามีญาติหรือ
เพื่อนที่ร่ำรวยมาก่อน จึงไม่อาจยอมรับความจริงตรงหน้าได้
ติงห่าวหรานกำหมัดแน่นอย่างไม่พอใจเขาไม่อยากเชื่อว่าชายหนุ่มอดีตลูกจ้างจะร่ำรวยขึ้นมาในทันทีทันใดทว่าเขาตรวจสอบการทำงานของอีกฝ่ายที่บริษัทอย่างละเอียดแล้ว ไม่พบข้อมูลการทุจริตของอีกฝ่ายแม้แต่น้อยทำให้เขาไม่อยากเชื่อว่าอีกฝ่ายจะร่ำรวยขึ้นมาจากการทำงานเงินเดือนต่ำเช่นนี้ได้
“เกิดอะไรขึ้น?! มันร่ำรวยขนาดนี้ได้ยังไง?ฉันอุตส่าห์ตั้งใจเลือกนาฬิกาตัดหน้ามันแล้ว หากเป็นาฬิการุ่นนั้นละก็ฉันจะสู้มันได้ยังไง?สถานการณ์การเงินของบริษัทยิ่งง่อนแง่นอยู่ด้วย ซวยจริง ๆ เลย”
เสิ่นอี้รีบทำธุรกรรมซื้อขายนาฬิกาให้เสร็จโดยเร็วเพราะไม่้าเสียเวลานานเกินไปประการสำคัญเขาไม่้าเห็นชายหญิงคู่นั้นให้รกสายตาอีก
“ของแถมและกล่องนาฬิกาให้จัดส่งไปที่นี่เลยนะครับ”เสิ่นอี้แจ้งพิกัดที่อยู่ใหม่ให้กับพนักงานร้านโดยตรง
เขาไม่้าหอบถุงของแถมพะรุงพะรังที่ทางร้านมอบให้อีกทั้งทางร้านมีบริการจัดส่งพอดีจึงเลือกใช้บริการดังกล่าวอย่างสบายใจ
“ได้ค่ะไม่มีปัญหาค่ะ” พนักงานหญิงที่บริการเขาั้แ่แรกยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ
เมื่อพนักงานหญิงและพนักงานการเงินเหลือบมองเห็นที่อยู่ในย่านคนร่ำรวยของเขาแล้วต่างสบตากันอย่างมีความหมายพร้อมกับยิ้มกว้างอย่างยินดีที่จะให้บริการเขา