ก่อนที่พวกเขาจะกล่าวอะไรออกมา เสียงทุ้มต่ำจากด้านหลังก็ดังขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น?”
ซุนเหยาหันขวับไปด้วยความใ ไม่คิดว่าจะได้พบหน้านายกองซูหลางในยามนี้ แต่หัวใจกลับพองโตขึ้นเล็กน้อย เพราะนางรู้ดีว่า นายกองผู้นี้ขึ้นชื่อเื่เกลียดชังการรังแกกันเองของคนในแคว้นเหยียนยิ่งกว่าสิ่งใด
“นายกองซู! เมื่อครู่ข้าเห็นสหายสนิทของข้าถูกพวกอันธพาลสองคนตามไปทางป่าเ้าค่ะ!” ซุนเหยากล่าวรัว พร้อมเล่าเหตุการณ์ั้แ่ต้นให้ฟังอย่างรวบรัด
มุมปากของซูหลางกระตุกขึ้นเป็รอยยิ้มเย็น เขาอดคิดในใจไม่ได้ว่า เซี่ยโม่เหวินรอบคอบยิ่งนักที่สั่งให้เขามาอยู่ดูแลหมู่บ้านแทนเหอจิงไห่ เพราะทหารเพียงสามสิบนายต้องควบคุมชาวบ้านถึงสามร้อยคน หากขาดคนที่เด็ดขาดจริง ๆ เื่วุ่นวายคงเกิดซ้ำไม่รู้จบ
และก็เป็จริง พวกอันธพาลเหล่านี้เข้าใจว่าเขาเดินทางออกไปหาเสบียงด้านนอกพร้อมกับคนอื่น จึงได้เริ่มรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่าอีกครั้ง
“ตามไปเถอะ ข้าอยากรู้ว่าที่นั่นเกิดอะไรขึ้น” เขาสั่ง
ทหารสองนายที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ รีบเตือน “นายกองซู..ทางนั้น..ท่านแม่ทัพไม่อนุญาตให้เข้าไปนะขอรับ”
ซูหลางกวาดสายตาไปยังป่าหนาทึบ พลางคิดเงียบ ๆ
เซี่ยโม่เหวินมิได้เชื่อถือเื่ภูตผีปีศาจ ทว่าที่ผ่านมาเขาไม่ประสงค์ทำลายศรัทธาของชาวบ้านที่เคารพยำเกรงเรือนร้างสกุลเกา จึงมีคำสั่งห้ามผู้ใดเหยียบย่างเข้าไปในเขตนั้นอย่างยาวนาน
แม้ภายหลังเสบียงจะขาดแคลน ไม่อาจรองรับความ้าได้ทั่วถึง แต่แม่ทัพเซี่ยกลับยังคงห้ามมิให้ผู้ใดรุกล้ำเข้าไปเก็บหาของป่าหลังเนินดินดังเดิม เื่นี้ทำให้เขาสงสัยอยู่ในใจมานานเช่นกัน เพราะภายใต้ภาพลักษณ์อันป่าเถื่อนดุดันของเซี่ยโม่เหวิน แท้จริงแล้วเขาเห็นคุณค่าของทุกชีวิตยิ่งนัก
ซูหลางหันไปกำชับทหารสองนายเสียงหนักแน่นว่า “ยิ่งแม่ทัพเซี่ยห้ามไว้ เราก็ยิ่งต้องรีบไปสกัดพวกนั้นก่อน!”
ว่าแล้วเขาก็เร่งฝีเท้าออกติดตามทันที
บริเวณชายป่าอีกด้าน
เสียงฝีเท้าหนักสองคู่ดังไล่หลังมาติด ๆ พร้อมเสียงหัวเราะเย้ยหยัน
“เป็นาง! ข้าจำนางได้! นางผู้นี้คือหนึ่งในคนที่ทำให้พวกเราถูกจับไปโบยเมื่อหลายวันก่อน!!” หนึ่งในบุรุษที่วิ่งตามหลังไป๋เยี่ยนหรูมาะโลั่น
“ฮึ! นังเด็กน้อย..เ้าโง่เองนะที่วิ่งมาทางเปลี่ยวเช่นนี้ นับว่า์ยังมีเมตตาเปิดทางให้เราสะสางแค้นเสียที! ครั้งนี้ไม่พลาดแน่! ”
ไป๋เยี่ยนหรูใจเต้นระส่ำ นางพยายามวิ่งไปข้างหน้าสุดกำลัง ฝีเท้ากระทบกับพื้นดินขรุขระ กิ่งไม้และใบไม้แห้งเกี่ยวพันชายเสื้อจนขาดรุ่งริ่ง เสียงใบไม้แห้งถูกเหยียบย่ำจากทางด้านหลังยิ่งเร่งความหวาดกลัวในอก นางล้มแล้วลุก ลุกแล้วล้ม เหงื่อไหลชุ่มแผ่นหลัง จนแทบไม่รู้ตัวว่าตนกำลังจะวิ่งไปทางใด
นางเบี่ยงกายหลบหลังต้นไม้ใหญ่พยายามกลั้นหายใจ ทว่าเสียงฝีเท้าที่ตามมาพร้อมคำสบถหยาบคายยังคงใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ความมืดครึ้มของพงไม้ยิ่งทำให้บรรยากาศชวนอึดอัด หัวใจนางราวกับจะกระเด็นออกมาจากอกทุกย่างก้าว
ในที่สุดเมื่อผ่านแนวต้นไม้ทึบ ก็พบกับกำแพงสูงตระหง่านที่ขวางกั้นเบื้องหน้า กำแพงหินเย็นชืดของเรือนร้างสกุลเกา!
……….
ภายในเรือนร้าง ขณะที่อู่หลิงเยว่กำลังพยายามรื้อค้นเสื้อผ้าเก่าจากหีบไม้ใบใหญ่ออกมาใช้ ลำแสงเล็ก ๆ ก็ก่อร่างขึ้นตรงหน้านาง ร่างโปร่งแสงของเสี่ยวเป่าปรากฏกายขึ้น ดวงตากลมโตทอแวววับ
“นายท่าน! พี่สาวไป๋กำลังถูกบุรุษสองคนไล่ตามมาทางนี้ขอรับ!”
อู่หลิงเยว่สะดุ้งเล็กน้อย แม้จะคุ้นชินกับการโผล่มาโดยไม่บอกกล่าวของเสี่ยวเป่า แต่ครั้งนี้น้ำเสียงของเด็กชายร้อนรนผิดปกติ นางกัดริมฝีปากทวนคำของเด็กชาย ไป๋เยี่ยนหรูถูกคนไล่ตามมา ไม่ใช่เื่ดีแน่!
“เสี่ยวเป่า ข้าเหลือแต้มอยู่เท่าไร” นางเอ่ยถามเสียงต่ำ
แถบแสงเล็ก ๆ ปรากฏเหนือศีรษะเด็กน้อย แต้มสะสม 324 แต้ม
อู่หลิงเยว่กำหมัดแน่น 324 แต้ม! น้อยเกินกว่าจะแลกอาวุธใหญ่โต แต่ยังเพียงพอสำหรับสิ่งเล็ก ๆ ที่อาจใช้ช่วยได้ นางเหลือบตามองเงาไม้รอบด้าน กิ่งไม้แห้งเสียดสีกันจนเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดแหลมสูง ฟังแล้วเย็นสันหลังราวกับมีคนกรีดเล็บลงบนไม้
นางรีบหมุนแหวนบนนิ้ว
แผงสินค้าลอยขึ้นกลางอากาศ ท่ามกลางรายการยาวเหยียด นางเลื่อนสายตาเร็ว ๆ แล้วหยุดที่ ควันฉุกเฉิน!! เป็ก้อนดินปืนขนาดเล็กจุดแล้วเกิดควันขาวบดบังสายตา อู่หลิงเยว่ไม่รอช้าแลกออกมาทันที
“เยี่ยม! กล่องละ 5 เหรียญเท่านั้น!” นางกดออกมาทันที 10 กล่อง!!
“เสี่ยวเป่า! ไปกับข้า!”
อู่หลิงเยว่วิ่งออกไปตรงกำแพง ยังไม่ทันเห็นตัวคน นางก็ได้ยินเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือจากไป๋เยี่ยนหรูดังขึ้นมาก่อนแล้ว นางจุดควันฉุกเฉินแล้วโยนมันข้ามกำแพงไปหลายอัน
ควันหนาทึบฟุ้งกระจาย อันธพาลทั้งคู่สบถลั่นเมื่อสายตาพร่ามัว
"ระวัง!! นางนี่มันใช้พิษประหลาดเล่นงานพวกเราอีกแล้ว!!
แววตาของอู่หลิงเยว่พลันไหววูบ “อีกแล้วงั้นหรือ? เป็ใครกันแน่ที่วิ่งตามไป๋เยี่ยนหรูมา?”
นางรีบแนบศีรษะเข้ากับช่องรอยแตกตามกำแพงหิน เห็นบุรุษสองคนถอยหลังห่างออกไป ขณะที่ไป๋เยี่ยนหรูหมอบตัวลงกับพื้น
ใบหน้าอันคุ้นตาของบุรุษทั้งสองปรากฏชัดเต็มสองตา! “เป็พวกมันนั่นเอง พอถูกปล่อยตัวออกมาก็คิดจะมาแก้แค้นงั้นรึ? นายกองซูปล่อยพวกมันมาทำไมกันนะ!!”
อู่หลิงเยว่หันกลับมามองเด็กชายร่างโปร่งใส…ใช่สิ! หากทำให้พวกมันเชื่อว่าที่นี่มีผี ต่อไปก็ย่อมไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้ามาที่นี่อีก
นางลุกขึ้น สูดหายใจลึกแล้วกระซิบ “เสี่ยวเป่าเรือนเรามีผู้บุกรุก!! เ้าช่วยข้าหน่อยนะ..คราวนี้เราจะเล่นเป็ผีกันจริง ๆ”
ไม่นานเสียงฝีเท้าหนักสองคู่ก็ดังเข้ามาใกล้ไป๋เยี่ยนหรูอีกครั้ง อันธพาละโเย้ยหยัน
“นังโง่!! ควันของเ้ารอบนี้ทำอะไรพวกเราไม่ได้ เ้าหนีไม่พ้นหรอก!”
ทันใดนั้น อยู่ดีๆ ควันจำนวนมากก็กลับมาอีกครั้ง บุรุษทั้งสองพากันตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวเพราะพวกเขามองเห็นอยู่ว่าไป๋เยี่ยนหรูไม่ได้ขยับตัวแม้แต่นิด แล้วนางจะเป็ผู้ปล่อยควันเหล่านี้ออกมาได้อย่างไร!
“ลูกพี่!! พวกเราลืมอะไรบางอย่างไปหรือไม่? ที่นี่มันหลังเนินดินไม่ใช่หรือ แล้วที่นี่ก็คือ..” บุรุษตาเล็กตัวผอมกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เรือนร้างสกุลเกา!!” อีกคนที่ถูกเรียกว่าลูกพี่พลันร้องเสียงหลงออกมา
สิ้นเสียงของบุรุษผู้นั้น กลับมีอีกเสียงดังขึ้นโดยพลัน
“ออก…ไป…” เสียงแ่เบาก้องกังวานราวกับมาจากใต้ดิน
อันธพาลทั้งสองผงะหน้าซีดเผือด “ผะ…ผี! ผีในเรือนสกุลเกา!”
อู่หลิงเยว่ซ่อนตัวอยู่ในเรือน นางใช้แรงผลักหน้าต่างไม้ ให้สั่นะเื ก่อนเปล่งเสียงต่ำ ๆ ร้องบอกให้ท่านยายหุยที่ยังไม่รู้เื่รู้ราวอันใดทำตามอย่าง
“มีคนบุกรุกมาทางนี้เ้าค่ะ เราต้องแสร้งทำเป็ผีหลอกพวกมัน!!”
เสียงหน้าต่างปิดเปิดดังก้องจากหลายทิศทางในเรือนด้านหลังกำแพง จนผู้บุกรุกหน้าถอดสี เหนือศีรษะของพวกเขาในกลุ่มควันหนาทึบยังมีชายกระโปรงของสตรีบินว่อนผ่านโฉบไปโฉบมาอยู่อีกต่างหาก!!!
อันธพาลสองคนกรีดร้องโหยหวนปนสติแตกดังลั่นออกมาจากในป่า “ผี! ผีในเรือนสกุลเกา! วิ่งหนีเร็ว! มันจะฆ่าเรา!”
ร่างของพวกเขาวิ่งพรวดพราดออกมาท่ามกลางเงาไม้ เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งเหมือนคนบ้า แววตาแตกพร่าไร้สติ พวกมันสะบัดแขนสะบัดขาเหมือนถูกอะไรไล่ล่าอยู่เื้ั
ทันทีที่ออกมาพบกลุ่มของนายกองซูหลางที่ไล่ตามมา ทั้งสองก็ยังไม่หยุดคลั่ง วิ่งชนใส่ทหารอย่างไร้ทิศทาง “อย่าเข้าใกล้! ผีตามมา! หนีสิ หนีเร็ว!”
“จับมันไว้!” ซูหลางตวาด ทหารสองคนกรูกันเข้าล็อกแขนขา แต่คนทั้งสองกลับดิ้นรนอย่างกับสัตว์ป่าในกับดัก ร้องโวยวายเสียงดังลั่นไม่หยุดปากจนบรรยากาศข้างป่าเย็นะเื
“ข้าบอกให้วิ่งหนี! ผีจริง ๆ! มัน…มันหัวเราะอยู่ข้างหูข้า!”
ทหารสองคนจับกุมแทบไม่อยู่ ร่างทั้งสองสะบัดไม่ต่างจากคนเสียสติ สุดท้ายซูหลางก้าวออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขายกกำปั้นชกเข้าไปที่ใบหน้าพวกมันทีละคน เสียงหมัดกระแทกดังสนั่น ร่างอันธพาลทั้งสองทรุดฮวบลงกับพื้นแน่นิ่ง สงบเงียบในที่สุด