ตอนที่ 4
ยังไม่ตรวจอักษร
หลังจากที่เทพจันทราบอกหลิวซิงว่าอยากได้โทรศัพท์มือถือหลิวซิงก็ต้องรีบไปหามาให้ท่านเทพของเขาโดยไวจนตอนนี้เทพจันทรายังไม่ยอมวางโทรศัพท์มือถือเลยั้แ่เมื่อวานเล่นจนแบตหมด
“หลิวซิงๆ เ้านี่อยู่ดีๆก็ดับอ่ะพังแล้วหรือเปล่าเนี้ย” เทพจันทราโวยวายพร้อมกับเดินออกมาตามหลิวซิงเพื่อให้อีกฝ่ายดูให้
หลิวซิงที่กำลังกวาดลานศาลเ้าของตนเองอยู่นั้นก็ต้องหยุดชะงักแล้วรับโทรศัพท์อีกฝ่ายมากดดูอยู่นานกว่าจะรู้สาเหตุ
“แบตมันหมดครับเดี๋ยวผมชาร์จให้”
“แบตคืออะไรทำไมถึงหมดแล้วต้องไปเอาจากไหนเราจะได้ไปเอา”
“....”
หลิวซิงถึงกลับไปไม่เป็ก่อนที่จะบอกอีกฝ่ายว่าเ้าโทรศัพท์นี่ทำอะไรได้บ้างรวมทั้งวิธีใช้งานขั้นพื้นฐานแก่ท่านเทพทั้งหมดทำเอาหมดพลังงานเลยทีเดียว
“หลิวซิงเอาเบอร์หญิงสาวคนนั้นมาหน่อย”
“ครับ”
“เออ เ้าโทรให้เราหน่อย เราไม่รู้ว่าจะต้องพูดอย่างไร”
หลิวซิงได้แต่พยักหน้าเข้าใจก่อนจะเอื้อมมือไปรับโทรศัพท์อีกฝ่ายแล้วกดหมายเลขตามนามบัตรจากนั้นก็กดโทรออกรอสายอยู่พักหนึ่งอีกฟากของปลายสายก็รับ
[สวัสดีค่ะไม่ทราบว่าใครคะ]
“ครับผมคือคนที่เราเจอกันที่งานคอสเพลย์นะครับ”
[อ๋อ ค่ะวันนั้นฉันไม่ได้ถามชื่อ...]
จากนั้นก็เป็การพูดคุยเพื่อทำความรู้จักพื้นฐานก่อนที่จะนัดพวกตนไปคุยรายละเอียดกับอีกฝ่ายที่บริษัทในวันรุ่งขึ้นตอนแรกอีกฝ่ายบอกจะมารับแต่ทว่าเขาบอกปัดไปเพราะไม่้าเห็นว่าพวกตนอยู่ที่ศาลเ้าไม่เช่นนั้นบางทีพวกมนุษย์อาจจะดูถูกท่านเทพของเขาหากเป็แบบนั้นตนก็ไม่อยากให้เทพจันทราเข้าวงการและเขาก็คงไม่ชอบที่จะมีใครหน้าไหนมาดูถูกท่านเทพแน่มนุษย์บางคนนะปากเสียจนบางทีก็เสียยิ่งกว่าพวกมารพูดมากนั้นเสียอีก
“ได้ครับอย่างนั้นพรุ่งนี้เจอกัน10โมงเช้านะครับ”
[ได้ค่ะ]
“เรียบร้อยแล้วครับ”
“อืม โทรศัพท์เราละ”
“...”
หลิวซิงได้แต่เงียบแล้วส่งโทรศัพท์คืนอีกฝ่ายตอนนี้ให้ความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็พ่อที่ต้องเห็นลูกชายสามขวบเล่นแต่โทรศัพท์อยากตีก็ตีไม่ได้ได้แต่ก้มหน้ายอมทน
“ขอบใจนะหลิวซิงพรุ่งนี้เ้าก็ต้องไปกับเราด้วยนะอย่าลืม”
“ครับ” หลิวซิงรับคำพร้อมกับยิ้มออกมาที่ได้รับคำขอบคุณจากเทพจันทราก่อนตัวเองจะกลับไปกวาดศาลเ้าพร้อมรอยยิ้มที่ใครเห็นก็ต้องหาว่าเขาบ้าไปแล้วแน่ๆกวาดพื้นมีอะไรน่ายิ้มกัน
วันรุ่งขึ้นหลิวซิงจันเทพจันทราแต่งตัวใหม่อย่างน้อยก็ต้องเปลี่ยนชุดพวกนี้ออกแม้ว่าตอนแรกเยว่อิงจะไม่ยินยอมแต่ก็ถูกหลิวซิงโน้มน้าวจนยอมตกลงในที่สุดตอนนี้เทพจันทราอยู่ในชุดธรรมดาที่คนเห็นแล้วรู้สึกไม่ธรรมดาทั้งๆที่หลิวซิงไม่ได้เอาชุดแบรนด์เนมให้อีกฝ่ายใส่เลยแม้แต่น้อยแต่เทพจันทราก็สามารถทำให้ชุดตลาดนัดธรรมดาดูเป็ชุดแบรนด์เนมขึ้นมาได้ตอนนี้ก็มาถึงขั้นสุดท้ายแล้วนั้นก็คือเื่ผม
“หลิวซิงทำไมต้องผมสั้นด้วยละ”
“ก็เวลาที่ท่านทำงานมันจะสะดวกกว่านะครับ”
“แต่เราไม่อยากตัดนะ”
“อย่างงั้นท่านก็ทำให้ผมท่านสั้นตามรูปที่ผมเอามาให้ดูเป็ไงครับ”
เทพจันทรานิ่งคิดเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าตกลงเพราะเห็นด้วยกับคำพูดอีกฝ่ายยังไงก็มาที่ภพมนุษย์แล้วก็ต้องทำตัวให้กลมกลืนทำตัวแปลกแยกเดี๋ยวเ้าพวกมนุษย์ก็หาเื่เผาเขาเหมือนเื่เราแม่มดในสมัยก่อนถามว่ารู้ได้อย่างไรเขาก็ดูทีวีนะสิ!
“เรียบร้อย ตอนนี้ท่านเทพดูหล่อมากครับ”
“แล้วปกติข้าไม่หล่อหรือ”
“...ก็หล่อครับ เราไปกันเถอะใกล้เวลานัดแล้ว”
ตอนนี้เทพจันทราอยู่ในเสื้อยืดคอกลมสีขาวทับด้วยเสื้อเชิ้ตลายทางสีฟ้าขาวกับกางเกงยีนสีดำที่มาพร้อมกับรองเท้าผ้าใบสีขาวทรงผมก็เป็เพียงแค่รองทรงธรรมดาทว่าก็รับเข้ากับใบหน้าที่ราวกับพระเ้าตั้งใจสร้างนี้ได้เป็อย่างดีจากทรงผมธรรมดาก็ดูไม่ธรรมดาไปเลยสำหรับเทพจันทรา
ส่วนหลิวซิงเทพประจำศาลนั้นก็ไม่น้อยหน้าเ้าตัวอยู่ในชุดเสื้อยืดธรรมดาสีดำกับกางเกงยีนขายาวรองเท้าผ้าใบทรงผมรองทรงเช่นเดียวกับเทพจันทราเป็รูปลักษณ์เดียวกับทุกวัน
เมื่อเท้าเรียวก้าวเข้าสู่ด้านในตัวอาคารก็เรียกสายตามากมายให้จับจ้องมายังคนทั้งสองทันทีคนหนึ่งหล่อเหล่าแบบพิมพ์นิยมอีกคนทั้งหล่อและสวยในเวลาเดียวกันทว่าดูดีเกินกว่าที่จะมีตัวตนในโลกใบนี้ทั้งสองตกเป็เป้าสายตาได้ง่ายๆแม้ว่าอีกฝ่ายจะยังไม่เป็ดาราก็ตามแต่รัศมีออร่าที่เปล่งออกมานั้นไม่ธรรมดาเลยทำเอาเหล่านักแสดงที่อยู่ในสังกัดพากันให้ความสนใจคนทั้งสอง
หลิวซิงโทรหาหม่าฟางหรูทันทีที่มาถึงนั่งรออีกฝ่ายได้ไม่นานหม่าฟางหรูก็มาถึงเธอเชิญทั้งสองให้เข้าไปที่ด้านในเพื่อพูดคุยเื่ข้อกำหนดและสัญญา
หม่าฟางหรูพาพวกเขาเข้ามานั่งที่ห้องห้องหนึ่งด้านในถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายเหมาะแก่การพูดคุยกันอย่างเป็ทางการ
“นี่คือเอกสารสัญญาค่ะ”
หม่าฟางหรูมอบสัญญาให้สองฉบับทว่าหลิวซิงรับมาแค่ฉบับเดียวทั้งยังบอกอีกว่าคนที่จะเซ็นมีเพียงเทพจันทราเท่านั้นส่วนตัวเองไม่ได้้าเป็ดาราและยังบอกอีกว่าตนเอง้าแค่จะดูแลเทพจันทราเท่านั้นส่วนเื่เงินหรือค่าจ้างอะไรก็ไม่ต้องเพราะอย่างไรก็เป็หน้าที่ของตนเองอยู่แล้วที่จะต้องดูแลอีกฝ่าย
ด้านหม่าฟางหรูได้แต่งุนงงแต่ทว่าก็ยอมรับแต่โดยดีเมื่อหลิวซิงบอกว่าสัญญาไม่มีปัญหาจึงได้ยื่นเอกสารให้เทพจันทราเซ็น
เยว่อิงรับเอกสารมาเปิดดูคร่าวๆเล็กน้อยก่อนจะจรดปากกาเซ็นเป็ชื่อของตนเอง ไป๋เยว่อิง จากนั้นก็ยื่นให้หม่าฟางหรูไปเธอรับเอกสารมาไว้ในมือจากนั้นก็เปิดดุด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มก่อนจะบอกให้ทั้งสองรออยู่ที่นี่ครู่หนึ่งส่วนตนเองจะต้องเอาสัญญาฉบับนี้ไปให้ประธานค่ายแล้วตนจะรีบกลับมาพาทั้งสองชมบรรยากาศภายในตึก
หลังจากที่หญิงสาวออกไปเทพจันทราก็หยิบเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นเพื่อฆ่าเวลาหลิวซิงที่มองอยู่ก็ได้รับรู้ความรู้สึกของพ่อที่ลูกให้ความสนใจกับเ้าเครื่องเล็กๆนั้นมากกว่าตนเองอีกแล้วและก็เช่นเคยเขาทำอะไรไม่ได้ได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายเล่นเผื่อว่าจะรู้เื่ของโลกมนุษย์เพิ่มขึ้นมาบ้าง
“หลิวซิงๆเ้าดูนี้มนุษย์ถ่ายรูปเราออกมาไม่เลวเลยว่าไหม”
“ครับรูปนี่คุณดูดีมากแล้วเมื่อไรคุณจะเปลี่ยนรูปล่ะครับ”
“อืมเราคิดว่าจะเปลี่ยนหลังจากที่เข้าวงการเต็มตัวน่ะเปลี่ยนตอนนี้เดี๋ยวมนุษย์ก็กระโตกกระตากอีก”
“เป็ความคิดที่รอบคอบมากครับ”
เทพจันทรายิ้มรับคำชมก่อนที่จะหันไปให้ความสนใจกับมือถืออีกครั้งประตูห้องกูถูกเปิดออกอย่างแรง
ปัง!
เทพทั้งสองหันไปมองแล้วก็หันกลับมาไม่ได้ให้ความสนใจอะไรมากนักท่าทางเช่นนี้ของทั้งสองสร้างความไม่พอใจให้กับผู้มาใหม่ได้ไม่น้อยหลิวจิงจินดาราระดับสามที่รู้มาว่าจะมีดาราหน้าใหม่เข้ามาด้วยความที่เธอเป็คนที่เชื่อมั่นในตัวเองสูงบวกกับรูปร่างหน้าตาที่สวยงามเธอกำลังจะได้เลื่อนระดับไปสู่ระดับสองในเร็วๆนี้และกำลังจะได้รับบทนางเอกเป็ครั้งแรก
เมื่อรู้ว่ามีคนเข้ามาใหม่เธอจึงรีบมาเพื่ออวดเบ่งและ้าให้คนที่เข้ามาใหม่มาเป็ลูกน้องของเธอเพื่อที่จะได้จิกกัดได้ง่าย
“เสียมารยาทจริงเห็นรุ่นพี่แล้วไม่ยอมเคารพ”
หลิวจิงจินเดินเข้าไปใกล้คนทั้งสองแล้วเอ่ยปากต่อว่าทันทีแต่ทว่าคนทั้งสองก็ไม่ยอมสนใจเธอเลยด้วยซ้ำทำให้เธอโกรธเป็อย่างมากผู้จัดการส่วนตัวของเองที่ตามเข้ามาด้วยก็มีท่าทีไม่พอใจที่เด็กใหม่สองคนนี้ไม่สนใจพวกเธอเลย
“นี่! นี่จิงจินของฉันพูดด้วยทำไมพูดหูหนวกหรือไง!”
หลิวซิงถอนหายใจออกมาเล็กน้อยแล้วหันไปเอ่ยกับเทพจันทรา” เห็นไหมครับผมบอกแล้วว่าในวงการนี่ไม่น่าเข้าเลยสักนิดมีแต่คนแบบนี้ทั้งนั่นแหละครับ”
“หลิวซิงอย่าพึงตัดสินสิเราพึ่งเจอแค่สองคนคนอื่นอาจจะดีก็ได้”
ประโยคสองประโยคที่พูดต่อหน้าหลิวจิงจินและผู้จัดการของเธอทำเอาพวกเอสองคนใบหน้าเปลี่ยนสีขึ้นมาทันทีประโยคที่ไม่มีคำด่าทอเลยสักนิดแต่กลับทำให้พวกเธอรู้สึกโกรธได้ขนาดนี้แต่ก่อนที่พวกเธอจะได้อาละวาดหม่าฟางหรูก็เดินเข้ามาเสียก่อน
“ขอโทษที่ให้รอนะคะ นี่จิงจินเข้ามาได้ยังไง!”
“คุณฟางหรู”
“ฉันถามว่าเข้ามาได้ยังไง”
“ฉะฉันเห็นว่ามีดาราหน้าใหม่เข้ามาเซ็นสัญญาฉันเลยเข้ามาทำความรู้จักเฉยๆ ค่ะ”
เทพจันทราที่ได้ยินประโยคแก่ตัวนั้นก็ได้แต่ลอบเบะปากในใจมาทำความรู้จักหรือมาหาเื่กันชัดๆอีกอย่างที่เทพจันทราสังเกตได้คือสองคนที่เข้ามาใหม่มีท่าทีเกรงอกเกรงใจหญิงสาวคนนี้ไม่น้อยบางทีเธออาจจะไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆ
ใช่แล้วฟางหรูเป็ลูกสาวของประธานค่ายแต่ขอตัวมาทำหน้าที่เป็ผู้จัดการดาราเพราะอยากหาคนหน้าตาดีที่มีแววเข้าสังกัดของตนเองเยอะๆ
“ออกไปแล้วอย่ามายุ่งกับคนของฉันอีกเข้าใจไหมไม่อย่างงั้นบทนางเอกที่เธอเอาตัวเข้าแลกมาอาจจะหลุดออกไปอีกครั้ง”
หลิวจิงจินที่ได้ยินแบบนั้นก็หน้าซีดเผือดไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะรู้เื่นั้นด้วยเธอคิดว่าเธอทำมันอย่างลับๆแล้วไม่มีใครรู้ครั้งนี้เธอจึงต้องจำยอมปล่อยเื่นี้ไปก่อนแต่ก็ไม่วายหันไปส่งสายตาเกลียดชังต่อเทพที่นั่งเป็ทองไม่รู้ร้อนทั้งสองคน
เทพจันทราได้แต่นั่งเกาหัวเล็กน้อยด้วยความไม่เข้าใจหญิงสาวที่เดินออกไปเพราะเธอมองเขาด้วยสายตาที่เกลียดชังอย่างปิดไม่มิดนับว่าไม่ฉลาดเอาเสียเลยแต่เทพจันทราก็ไม่เสียเวลาสนใจคนอื่นมากนักเพราะอย่างไรเื่สนุกต่อจากนี้กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
หลิวซิงที่เห็นท่าทีเด็กที่กำลังรอคอยเื่สนุกก็ให้รู้สึกเหนื่อยใจบางทีท่านเทพของเขาก็รักสนุกมากเกินไปหรือไม่
เฮ้อ