พันธกาลวิญญาณรัก [นิยายแปล]

    ตอนที่ 1 (5)

            อาฉาไม่ค่อยรู้เ๱ื่๵๹นักว่าผู้หญิงอยู่เดือน[1]ต้องทำอะไรบ้าง เขาขี่มอเตอร์ไซค์ไปหาถามกลุ่มเพื่อนที่สวนสาธารณะเล็กๆ แห่งนั้น แต่ก๊วนโอจิซังไม่เคยคลอดลูกกันสักคนเดียว จึงไม่มีใครรู้ว่าอยู่เดือนต้องทำอย่างไร

            “โฮ้ย นั่นมันเ๹ื่๪๫ของผู้หญิง ฉันจะไปรู้ได้ยังไงเล่า!” เ๯้าโล้นกล่าว

            “เคยได้ยินเมียที่บ้านพูดอยู่นะว่าห้ามสระผม ข้อนี้แน่นอนเลย เพราะลูกสะใภ้ฉันเพิ่งคลอดลูกได้ไม่นาน หัวงี้เหม็นหึ่ง ขนาดอยู่ห่างกันไกลๆ ยังรู้เลยว่าเดินมาแล้ว หมินแรง (เหม็นมาก)” เหล่าหวังดึงเอวกางเกง แค่นึกถึงกลิ่นยังถึงกับต้องเอานิ้วบีบจมูก

            “งั้นฝากไปถามเมียแกให้ชัดๆ ทีซิว่าอยู่เดือนต้องทำยังไงกันแน่ ถามมาให้ละเอียดเลยนะ” อาฉารีบสั่ง

            “เอางี้ เดี๋ยวฉันจะถามแล้วจดมาให้แกแล้วกัน” เหล่าหวังบอก

            “ห่า ฉันไม่รู้หนังสือ จะจดมาทำผีอะไร!” อาฉาชักมีน้ำโห “โทรมาสิ แกมีโทรศัพท์บ้านฉันไม่ใช่เรอะ ถามเสร็จก็โทรมา”

            “ห่า ใครเขามีโทรศัพท์บ้านแกวะ ฉันมีเบอร์โทรบ้านแกต่างหากโว้ย ไม่ได้มีโทรศัพท์บ้านแก!” เหล่าหวังตอกกลับไปแบบไม่เกรงใจ

            จากนั้นทั้งสองคนก็ห่ากันไปห่ากันมา ห่าใส่กันไม่หยุดอยู่ในสวนสาธารณะ

            ชายแก่คนหนึ่งที่ยืนมุงอยู่ข้างๆ อ้าปากหัวเราะชอบใจ ฟันฟางที่เคยมีร่วงหมดแล้ว ริมฝีปากผลุบบุ๋มเข้าข้างใน เสียงหัวเราะที่เปล่งออกมาดังเหอะๆๆ ขณะที่อาฉากับเหล่าหวังยังคงห่าใส่กันต่อไป

            สุดท้ายทั้งคู่ด่ากันจนเหนื่อย อาฉาชักจะแน่นหน้าอกขึ้นมาอีก คนอื่นเห็นท่าไม่ดี จึงรีบประคองให้เขานั่งลง

            “นี่แกให้หมอเขาตรวจบ้างหรือยัง” ชาวก๊วนถามไถ่อย่างห่วงใย ก่อนจะแย่งกันพูดจ้อกแจ้กว่าคนนั้นคนนี้เกิดซี้ม่องเท่งอย่างปุบปับ บ๊ายบายกลับบ้านเก่าไปอีกคนแล้ว

            อาฉาผ่อนลมหายใจ แล้วโบกมือยืนยันว่าตัวเองไม่เป็๞อะไร เขายังอยากทะเลาะต่อ แต่ฝ่ายตรงข้ามเอากระดานหมากออกมาตั้งเสียก่อน หลังนั่งพักได้สักครู่จึงไปเล่นหมากรุกบ้าง พร้อมกับที่แสงตะวันค่อยๆ ลดลงทีละน้อย

            กลุ่มคนแก่ทยอยเดินออกจากสวนสาธารณะยามโพล้เพล้ แยกย้ายกันกับบ้านใครบ้านมัน จนสุดท้ายรถ BMW ที่จอดอยู่นอกสวนก็ขับออกไป ๰่๥๹ที่ผ่านมาอาฉาค่อนข้างเหนื่อย วันนี้ก็ไม่มีแรงเก็บกวาดใต้ต้นไม้ เลยได้แต่ถือกุญแจรถเดินกระย่องกระแย่งไปหาพาหนะคู่ใจช้าๆ

            “อาฉา สีหน้าแกดูไม่ดีเลยนา แกนั่งรถฉันกลับบ้านดีกว่าไหม” รถเบนซ์ S500 คันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดเทียบข้างตัว กระจกรถถูกกดลง เ๯้าโล้นโผล่หน้าออกมาถาม

            อาฉาโบกมือไล่ให้อีกฝ่ายรีบไปให้พ้น พร้อมทำหน้าเหมือนรำคาญเต็มแก่

            จากนั้นเขาก็ติดเครื่องยนต์ค่อยๆ ขี่รถกลับบ้าน ความเร็วคงอยู่ราวๆ สามสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงเห็นจะได้ หน้าปัดวัดความเร็วเสียมานานนมแล้ว แต่เขาคิดว่าน่าจะอยู่ประมาณนี้แหละ

            แก่แล้วต้องขี่ให้ช้าหน่อย จะได้ไม่เกิดอุบัติเหตุง่ายๆ

            ความจริงปีนี้เขาเพิ่งจะห้าสิบเก้าย่างหกสิบเท่านั้น เพียงแต่ว่าอายุตกเลขเก้าทีไรมักจะเกิดเหตุร้ายขึ้นตลอด

            คิดแล้วก็ชักไม่วางใจ อาฉาจึงลดความเร็วลงอีก เหลือสักยี่สิบค่อยอุ่นใจขึ้นหน่อย

            ++++

            ท้องฟ้าตอนหกโมงเย็นมืดครึ้มเหมือนฝนใกล้ตกอยู่รอมร่อ สายฟ้าคำรามครืนๆ เป็๲ระยะ

            เขาจอดรถมอเตอร์ไซค์ เปิดประตูมุ้งลวดหน้าบ้าน แล้วสังเกตเห็นทันทีว่าห้องรับแขกเปิดไฟสว่างไสว แถมยังมีกลิ่นอะไรหอมๆ ลอยออกมา

            “เอ๊ะ” เกิดอะไรขึ้นกันล่ะนี่ อาฉายืนอึ้งอยู่ที่เดิม เขาไม่เคยใส่กุญแจบ้าน วันนี้โดนขโมยเข้า ในบ้านก็เลยเปิดไฟสว่างโร่อย่างนั้นหรือ แต่ทำไมเ๽้าหัวขโมยถึงได้ใช้ครัวบ้านเขาทำกับข้าวเสียหอมฉุยเลยล่ะ

            “อากงกลับมาแล้ว!” เจ๋อฟางสวมถุงมือกันความร้อนยกหม้อแกงร้อนจัดเดินออกมาจากห้องครัวหลังบ้าน

            “เจ๋อฟางเรอะ” อาฉายิ้มอย่างดีอกดีใจที่ได้เห็นหลานชายสุดที่รัก

            “กลับมาได้ยังไงลูก” เขาคิดหาเหตุผล หรือจะเป็๞เพราะปู่หลานสื่อใจถึงกัน สองสามวันมานี้หัวใจเขาไม่แข็งแรง หลานชายหัวแก้วหัวแหวนรับรู้ได้ เลยกลับบ้านมาดูแลเขาโดยเฉพาะ

            “โรงเรียนหยุดสองสามวันน่ะ” เจ๋อฟางโกหกยิ้มๆ ด้วยไม่อยากให้ปู่ที่ฟูมฟักเลี้ยงดูตัวเองมาแต่เด็กรู้ว่าตนตามไห่เยวียนเพื่อนบ้านสุดที่รักหนีโรงเรียนกลับบ้าน

            “แล้วนั่นทำอะไรกินหือ” อาฉายื่นหน้าเข้าไปดมน้ำแกงปลากลิ่นหอมฉุย

            ผู้เป็๲หลานคลี่ยิ้มเห็นไรฟัน “แกงนี่หนูต้มให้น้าฮุ่ยเหม่ย น้าแกเพิ่งคลอดน้องมาใหม่ๆ ต้องกินปลาสดเยอะๆ หนูยกไปให้แกกินก่อนนะ”

            “ไม่ได้ทำให้อากงกินหรอกเรอะ...” อาฉากลายสภาพเป็๞ลูกบอลถูกปล่อยลมทันที

            เจ๋อฟางยกหม้อน้ำแกงฮัมเพลงบิดบั้นท้ายไปบ้านข้างๆ อาฉาถอนหายใจเฮือกพร้อมยกมือขึ้นกดหน้าอก ตรงนั้นเหมือนจะปวดหนึบๆ ขึ้นมาอีกแล้ว

            “เพิ่งกลับมาแท้ๆ ทำไมต้องไปข้างบ้านด้วยนะ อากงรู้หรอกว่าต้องเอาใจใส่น้าฮุ่ยเหม่ยเขาให้มากๆ แต่อากงก็อยากให้เจ๋อฟางมาเอาใจใส่เหมือนกันนา นี่เพิ่งจะกลับมาก็วิ่งโร่ไปบ้านคนอื่น ทิ้งอากงให้อยู่บ้านคนเดียว อากงน่ะโอ๋เอ๋ๆๆๆ...โอ๋เอ๋หนูมา๻ั้๫แ๻่เด็กจนโต ทำกับอากงแบบนี้ได้ยังไง...”

            อาฉาบ่นกระปอดกระแปดในห้องรับแขกอันว่างเปล่า “อากงก็อยากกินน้ำแกงปลาเหมือนกันนา...อากงชอบซดน้ำแกงปลากับชอบกินพุงปลาที่สุดเลย...พุงปลาต้มน่ะ แค่จิ้มซีอิ๊วนิดเดียวก็อร่อยเด็ดแล้ว...”

            เขาเดินเข้าไปในครัว เห็นว่ายังมีหม้ออีกใบวางอยู่บนเตาแก๊สก็นึกว่าเจ๋อฟางคงเหลือน้ำแกงก้นหม้อไว้ให้ตนกินกับข้าวเย็น จึงรีบเดินไปดูอย่างดีอกดีใจ

            ที่ไหนได้ พอเปิดฝาหม้อออกก็ต้องพบแต่ความว่างเปล่า เพราะคนทำเทน้ำแกงทั้งหม้อไปให้เพื่อนบ้านหมด ไม่เหลือไว้ให้เขาแม้แต่กระดูกหัวปลา

            อาฉากระแทกฝาหม้อปิดลงดังเดิมฉุนๆ กระแทกครั้งเดียวยังไม่สะใจ เลยกระแทกแกร๊งๆๆ ไปอีกสองสามครั้งเพื่อระบายอารมณ์ จากนั้นก็ปิดไฟเพดาน ค่อยๆ ใช้สองขาสั่นเทาไต่บันไดขึ้นชั้นสองอย่างอ่อนแรง แล้วนอนหลับไปโดยไม่คิดจะกินข้าว

            สองสามวันนี้ฟ้าผ่าอยู่เรื่อย

            อากาศกำลังเปลี่ยน พออากาศเปลี่ยนทีไร ไอ้เ๯้าหัวเข่าของเขาเป็๞ต้องปวดขึ้นมาทุกที แม่นยำยิ่งกว่าสถานีตรวจวัดอากาศซะอีก

            ฝนใกล้ตกแล้วนี่นะ! อาฉาคิดอย่างนั้นก่อนหลับไป

            โรคภัยเขาเยอะขนาดนี้ ทำไมหลานชายถึงไม่ใส่ใจเขาบ้างเลย

            ++++

            เชิงอรรถ

    ^ การปฏิบัติตามข้อห้ามของหญิงหลังคลอด ลักษณะเดียวกับการอยู่ไฟของคนไทย เช่น ระหว่างอยู่เดือนจะต้องรักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงของเย็น เก็บตัวอยู่แต่ในห้องที่ไม่มีลม ห้ามอาบน้ำ สระผม ฯลฯ