ตอนที่16 : เกลือขาวน้ำตาลขาว — เมล็ดพันธุ์แห่งอำนาจ
ยามราตรีเงียบสงัดในจวนหย่งหราน
แสงตะเกียงส่องวาบบนหน้ากระดาษเขียนแผนงาน
เสียงพู่กันขีดไปมาเป็เส้นร่างซับซ้อน
หานอวี้จินนั่งนิ่ง สีหน้าสงบแต่แววตาเต็มไปด้วยความคิดลึกซึ้ง
“ในยุคนี้คนถือดาบคือผู้มีอำนาจ
แต่ในยุคที่ข้ามา... ผู้ถือทองคำคือผู้ที่ควบคุมโลก”
เขาวางพู่กันลง พึมพำกับตัวเอง
“ถ้าข้าอยากสร้างอำนาจของตัวเองไม่อิงตระกูล ไม่พึ่งขุนนาง
ข้าต้องมีสิ่งหนึ่ง... เงิน”
แต่เขาไม่ได้หมายถึงเงินเพื่อความฟุ่มเฟือย—
เขาหมายถึง “เงินเพื่อซื้ออนาคต”
“หากไม่มีเงิน...จะจ้างบัณฑิตไม่ได้
จะตั้งโรงเรียนไม่ได้ จะเลี้ยงกองทัพไม่ได้
จะสร้างประเทศก็เป็เพียงฝันลม ๆ แล้ง ๆ”
ในหัวเขามีเสียงระบบ M.A.S. ดังขึ้น
「ข้อเสนอ:เริ่มจากการผลิตสินค้าจำเป็ระดับพื้นฐาน
วิเคราะห์ตลาด: เกลือ — ความ้า 100%, น้ำตาล— ความ้าสูงแต่ผลิตยาก」
หานอวี้จินยิ้มมุมปาก
“เกลือกับน้ำตาล...สองสิ่งที่คนกินทุกวัน แต่ไม่มีใครคิดจะทำให้มันดีขึ้น”
เขาหยิบแผ่นกระดาษอีกใบวาดแผนการใหม่ทันที
‘โครงการหานเหอ — ระบบการผลิตสินค้าสะอาดเพื่อประชา’
รุ่งเช้าวันถัดมา
หานอวี้จินเรียกพ่อบ้านหลิว คนสนิทวัยกลางคนเข้ามาในห้องทำงาน
“ท่านเรียกข้าแต่เช้ามีเื่สำคัญหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“อาหลิวข้า้าให้เ้าซื้อสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดภายในสามวัน”
เขายื่นแผ่นรายการให้ —
หม้อดินเผาขนาดใหญ่, ผ้าขาวบาง, ไม้ไผ่กลวง, ถ่านไม้, และหินเกลือจากเมืองตงห่าน
พ่อบ้านอ่านแล้วทำหน้างุนงง
“ท่านจะทำ... ตำราวิทยายุทธ์ใหม่หรือพ่ะย่ะค่ะ?”
หานอวี้จินหัวเราะ
“ไม่ใช่ตำรา... แต่คือสิ่งที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนทั้งแคว้น”
สามวันต่อมา
อุปกรณ์ทั้งหมดถูกขนมายังสวนหลังจวน
ที่นั่นมีลานโล่งและบ่อดินขุดใหม่
หานอวี้จินเริ่มทดลอง “ต้มเกลือ”ด้วยตนเอง
เขานำหินเกลือมาบดละเอียด ละลายในน้ำ แล้วกรองผ่านผ้าขาวบางหลายชั้น
จากนั้นตั้งไฟอ่อนให้น้ำระเหยอย่างช้า ๆ
“อุณหภูมิที่พอเหมาะจะทำให้คราบสกปรกจมลง
เกลือที่ดีต้องเกิดจากความอดทน ไม่ใช่ความร้อนแรง”
พ่อบ้านหลิวมองอย่างอึ้ง
“องค์ชาย... ท่านเรียนสิ่งนี้มาจากไหนกันแน่?”
“ข้าเคยอ่านจากตำราโบราณ...ของฟ้า”
(เขาพูดยิ้ม ๆ เพราะไม่อาจอธิบายได้ว่ามันมาจากระบบอนาคต)
เมื่อเกลือระเหยแห้งและตกผลึก
ผลึกที่ได้ขาวใสราวหิมะ —
หานอวี้จินยกขึ้นในแสงอาทิตย์ เหมือนถืออัญมณีอยู่ในมือ
“นี่แหละ... เกลือขาว”
พ่อบ้านถึงกับพนมมือ
“ดูบริสุทธิ์ยิ่งกว่าเกลือจากเมืองหลวงเสียอีกพ่ะย่ะค่ะ!”
“ต่อไปนี้ —ข้าจะให้คนทั้งแคว้นได้กินของดี โดยไม่ต้องขายิญญาให้พ่อค้าคนกลาง”
ไม่กี่วันต่อมา
เขาเดินผ่านตลาดในเมืองและเห็นหญิงชรากำลังเคี่ยวอ้อยจนไหม้
กลิ่นไหม้นั้นลอยคละคลุ้ง
เด็ก ๆ ร้องบ่นเพราะน้ำตาลขม
หานอวี้จินหยุดมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปบอกพ่อบ้าน
“จดไว้ —ข้าจะสร้างน้ำตาลที่ไม่ไหม้ ไม่ขม และละลายได้แม้ในน้ำเย็น”
กลับมาที่จวน เขาเริ่มทดลองทันที
นำอ้อยมาตัดเป็ท่อน เคี่ยวในหม้อดิน
ใช้ผ้าขาวกรองน้ำอ้อยก่อนเคี่ยว
จากนั้นใส่ผงถ่านไม้เพื่อดูดกลิ่นและสี
ผลลัพธ์คือ “น้ำตาลใสอมขาว”ที่ตกผลึกเป็ก้อนเล็ก ๆ
เขาลองละลายมันในน้ำชา
กลิ่นหอมละมุน รสหวานชัดแต่ไม่ฝาด
“นี่คือรสชาติแห่งความสะอาด— น้ำตาลขาว”
วันหนึ่งขณะเขากำลังตรวจการระเหยเกลืออยู่ในสวน
ไป๋อวี้จิงมาถึงโดยไม่บอกล่วงหน้า
นางสวมอาภรณ์สีขาวเรียบ ผมมัดสูง ถือพิณไว้ในมือ
“ท่านทำอะไรอยู่น่ะ?ควันเต็มสวนไปหมด”
“กำลังทำให้ดินนี้ให้กำเนิดสิ่งบริสุทธิ์”
เขาตอบยิ้ม ๆ แล้วตักเกลือขึ้นโชว์
แสงแดดตกกระทบผลึกเกลือขาววาววับ
ไป๋อวี้จิงถึงกับเบิกตากว้าง
“นี่... ไม่ใช่เกลือธรรมดาใช่หรือไม่?”
“เ้าสายตาดีจริง —มันคือเกลือที่สะอาดที่สุดในแคว้นนี้”
“ท่านทำได้อย่างไร?”
“ด้วยเหตุผลและการสังเกตธรรมชาติ—
ข้าเพียงเรียนรู้จากสิ่งที่คนในยุคนี้มองข้าม”
นางยืนมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้ม
“ท่านพูดเหมือนนักปราชญ์ แต่ลงมือเหมือนช่างฝีมือข้าไม่เคยเห็นใครเช่นนี้”
“ข้าไม่ได้้าชื่อเสียงจากฟ้า— ข้าเพียง้าสร้างรากบนดิน”
ไป๋อวี้จิงเดินรอบบ่อเกลือมองเตาหม้อเรียงราย
แล้วกล่าวด้วยเสียงจริงจัง
“ถ้าเราผลิตเกลือขาวและน้ำตาลขาวได้มากพอ...
เราจะขายได้ทั่วแคว้น! ข้าจะหาพ่อค้าที่ไว้ใจได้มาเชื่อมโยงตลาดให้”
หานอวี้จินหันมามองนาง
“เ้าจะช่วยข้าทำหรือ?”
“ในสนามรบข้าสู้ด้วยพิณ
ในตลาด... ข้าจะสู้ด้วยคำพูดแทนท่าน”
เขาหัวเราะเบา ๆ
“ข้ารู้แล้วว่าฟ้าไม่ได้ส่งเ้าให้ข้าเพื่อเล่นพิณ...แต่เพื่อเล่นเกมของอำนาจ”
นางยิ้มตอบ
“เกมนี้ ข้าขอร่วมเดินกับท่าน”
ในวันเดียวกันนั้น
ทั้งคู่เริ่มวางแผนเปิดร้านภายใต้ชื่อ “หานเหอฟาง”
โดยมีสัญลักษณ์เป็รูป “ดอกบ๊วยเหนือคลื่น” —
หมายถึง ความบริสุทธิ์ที่เกิดจากความเปลี่ยนแปลง
พ่อบ้านหลิวก้มคำนับ
“ข้าน้อยจะหาคนงานและจัดตั้งโรงเคี่ยวให้พร้อมภายในเดือนนี้พ่ะย่ะค่ะ!”
หานอวี้จินพยักหน้า
“ดี... อย่าลืมบอกช่างให้ทำเตาแบบลมหมุนข้าจะสอนวิธีปรับแรงไฟให้พอดีด้วยตัวเอง”
ไป๋อวี้จิงมองเขาเงียบ ๆ ก่อนจะพูดเบาๆ
“ข้าเพิ่งรู้ว่า...ท่านไม่ได้แค่เข้าใจฟ้า แต่เข้าใจวิธีทำให้ดินออกดอกได้จริง ๆ”
หานอวี้จินหันมาสบตา
“ฟ้าสอนให้คนฝัน...แต่ดินสอนให้คนลงมือ”
เสียงลมเหนือพัดกลีบดอกบ๊วยปลิวผ่าน
ในแสงเย็นยามค่ำ “องค์ชายผู้สร้างปัญญา” และ“สตรีผู้บรรเลงพิณแห่งฟ้า”
ยืนเคียงกันท่ามกลางกลิ่นเกลือและกลิ่นน้ำตาล —
สองกลิ่นที่หอมหวานและเค็มพอ ๆ กัน...
ราวกับโชคชะตากำลังหลอมรวมทั้งสองเป็หนึ่งเดียว