...ภายในใจของเฟยซุนก็ตกตะลึงไม่แพ้ทุกคนมันไม่คาดคิดว่าการชักนำพลังปราณทมิฬเข้ารวบรวมไว้ที่จุดกักเก็บปราณทั้งห้าจุด แล้วะเิพลังปราณไปพร้อมกันจะมีอำนาจทำลายล้างถึงเพียงนี้
ทั่วลานทดสอบเงียบสงัดไร้ซึ่งเสียงเย้ยหยันอีกต่อไปเหล่าผู้คนจำนวนมากยังคงอยู่ในอาการตกตะลึงอย่างสุดขีด
ทว่าเหล่าคณะกรรมการกลับมาตั้งสติได้พวกมันรีบเอ่ยขึ้นอยากฉับพลัน “ ฮุ่ยซุนการทดสอบรอบที่สองสามารถทำคะแนนได้เป็อันดับที่หนึ่ง ” ทันทีที่ทุกคนในลานประลองได้ยินเสียง พวกมันจากที่เหม่อลอยพลันกลับมาได้สติสายตาทุกคู่ล้วนเงยหน้ามองเฟยซุนราวกับมองสัตว์ประหลาดก็มิปาน แต่ก็มีบางคนยังมองเฟยซุนด้วยสายตาที่ไม่เป็มิตร
“ ทางคณะกรรมของสำนักัดำสามเศียร จะดำเนินการรวบรวมคะแนนทั้งสองรอบเมื่อแล้วเสร็จจะประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ภายในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า ” เหล่าผู้คนหันมาสนใจคณะกรรมการแค่ชั่วครู่พวกมันก็กลับไปพูดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาต่อ
ในยามนี้ เฟยซุน้าอยู่อย่างสงบๆมันพยายามเดินหลบหลีกเลี่ยง ตรงไปยังพุ่มไม้ด้านข้างลานทดสอบ ในขณะที่มันกำลังนั่งลงมีเสียงประหลาดดังมาจากด้านหลังของมัน “ นี้เ้า ตรงนั้นมันเป็ทีของข้านะ ”ชายรูปร่างกำยำเอ่ยขึ้นอย่างเกี้ยวกราดในขณะที่เห็นผู้อื่นกำลังแย่งมุมโปรดของมัน เฟยซุนรีบหันหลังไป “ ข้าขอโทษ ข้าไม่รู้ตรงนี้จะมีคนนั่งอยู่แล้ว ” ทว่าชายผู้นั้นจำเฟยซุนได้ทันที มันปรับเสียงให้น่าฟังขึ้น
“ เ้าคือคนที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงเมื่อครู่นิ ทำไมเ้าถึงมาแอบอยู่ตรงนี้ล่ะลักษณะการแต่งตัวของเ้าก็น่าจะเป็คุณชายจากตระกูลไหนสักแห่ง หรือเ้าไม่ชอบให้คนมาเอาใจหรือยังไง”
“ ข้าไม่ชอบอยู่ทามกลางผู้คนจำนวนมาก ” เฟยซุนเอ่ยด้วยสายตาเฉยชา
“ เ้านี้แปลกประหลาด ไม่เหมือนกับคุณชายทั่วไปจริงๆ เ้าชื่อฮุ่ยซุนใช่ไหม”
“ ฮืมใช่ ข้าฮุ่ยซุน อายุเก้าปี แล้วเ้าละ ”
“ นั่งไม่เปลี่ยนชื่อ ยืนไม่เปลี่ยนแซ่ ข้าม่อหลิ่งอี้ ”
“ นี้เ้าเป็ลูกหลานของกลุ่มจอมโจรม่อเหรอ ”
“ เ้ารู้จักกลุ่มพวกข้าด้วยเหรอ ม่อเชียงสุ่ย คือพ่อข้าเอง ฮี่ๆ ” หลิ่งอี้กล่าวด้วยสายตาภูมิใจ
“ นี้เ้าเป็ถึงลูกผู้นำกลุ่มจอมโจรม่อเลยเหรอ ”
“ ใช่ท่านพ่อข้ามีลูกชายหลายคน ท่านให้ข้าออกมาหาประสบการณ์ข้าก็อายุเก้าปีเช่นเ้า เ้าไม่รังเกียจที่ข้าเป็เป็ลูกจอมโจรเหรอ ”
“ ข้าไม่รังเกียจ ! ข้าก็เคยมีเพื่อนเป็ลูกหลานจอมโจรเหมือนกันถ้าเราโตขึ้นเราก็สามารถเลือกได้ ว่าจะเป็โจรหรือเป็คนธรรมดา ” เฟยซุนไม่อาจบอกความจริงของมันกับหลิ่นอี้ได้
“ ใช่ข้าก็คิดเช่นเ้า ข้าไม่ได้อยากเป็โจรเช่นเดียวกับกับพ่อข้าข้าปรารถนาที่จะแข็งแกร่งมันจะไม่มีใครสามารถมาดูถูกเข้าได้ ข้าจำต้องมีสำนักที่นี้มีทรัพยากรจำนวนมากให้ข้าใช้ฝึกฝน ”
“ ซุนแล้วเ้าแซ่อะไร เ้ามาจากที่ไหนล่ะ ”
“ ข้าแซ่ฮุ่ยชื่อซุน พ่อข้าตายั้แ่ยังจำความไม่ได้ ส่วนแม่ข้า ตัวข้าเองก็ไม่รู้ตอนนี้ท่านยังมีชีวิตอยู่ไหมข้าโตขึ้นมากับท่านย่าั้แ่เล็ก ” เฟยซุนเอ่ยด้วยสีหน้าโศกเศร้า
“ ข้าขอโทษ ข้าต้องทำให้เ้านึกถึงอดีตที่เ้าไม่อยากจำ ”
“ ชั่งเถอะ ไม่เป็ไรข้าลืมมันไปหมดแล้ว ”
“ ข้าเห็นฝีมือเ้าตอนที่ผสานปราณเข้าไปในหมัดประหนึ่งเป็เนื้อเดียวกันเ้าทำได้อย่างไร ” หลิ่งอี้ เอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ข้าคงกดดันและบังเอิญทำได้ข้าแค่อยู่ระดับพลังลมปราณก่อตั้งขั้นที่สองเอง ” เฟยซุนไม่อาจบอกความจริงได้
“ ตัวข้าอยู่ระดับลมปราณก่อตั้งขั้นสี่ แต่ข้าก็ไม่อาจทำได้เช่นเ้าข้านับถือเ้าจริงๆ เรามาเป็เพื่อนกันดีไหม ” หลิ่งอี้มองมันอย่างจริงใจ
“ ได้ ! ตัวข้าไม่ค่อยมีเพื่อนสักเท่าไรเ้าเป็เพื่อนคนที่สองของข้าเลยนะ ” เฟยซุนยิ้มอย่างเ้าเลห์
“ เอ่อ ! เ้าไม่มีคนคบด้วยหรือยังไงข้าชักไม่แน่นใจกับการเป็เพื่อนกับเ้าจริงๆ ” หลิ่งอี้มองมันอย่างตัวประหลาดอีกครั้ง
“ … ” ซุน
“ ขณะนี้คณะกรรมการดำเนินการคำนวณคะแนนเสร็จสิ้น ทางคณะกรรมจะไปแสดง รายชื่อผู้ที่ผ่านการเป็ศิษย์ของสำนักัดำสามเศียรไปที่แท่นปราณดารา” คณะกรรมการประกาศอย่างกึกก้อง
“ พวกเราไปดูรายชื่อกัน ” พวกมันเดินไปดูรายชื่อที่แท่นปราณดารายามที่พวกมันเดินไปถึงทุกสายตาจ้องมาที่เฟยซุนอย่างประหลาด มันก้าวตรงไปยังแท่นปราณดารามันไล่หาชื่อมันจากลำดับท้ายๆ ทว่าหลิ่งอี้ไล่ชื่อจากลำดับแรก “ ซะ…ซุน ซุนน เ้าได้ที่หนึ่งง ” มันเร่งรีบเงยไปขึ้นไปมองรายชื่อมันไม่อาจเชื่อสายตาตนเองได้ ทำให้อดนึกถึง่สี่ห้าเดือนที่ผ่านมามันพึ่งเริ่มต้นฝึกพลังปราณช้ากว่าผู้อื่นอย่างมาก ทว่าการที่มันได้พบไข่มุกกำเนิดลมปราณอูสรผลาญพิภพของท่านแม่ของมันเป็จุดเริ่มต้นที่มันสามารถพลิกชะตามันต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
“ ท่านแม่ ” เฟยซุนเอ่ยอย่างแ่เบา
“ ซุนนน ข้าทำได้เหมือนกันเข้าอยู่อันดับที่ สี่ร้อยสามสิบเจ็ดเราจะได้อยู่สำนักเดียวกันแล้ว ” หลิ่งอี้เอ่ยอย่างดีใจ
เฟยซุนและหลิ่งอี้เดินไปหาคณะกรรมการเพื่อรายงานตัวเข้ารับการเป็ศิษย์ใหม่
ณ ตำหนักของผู้าุโเหมย
“ ตัวมันมีพร์ไม่แพ้ต้วนกงฝูและเจี่ยงซวนอี้เลยทีเดียว ”
“ นับว่าไม่ด้อยกว่ากันเลย ปีนี้นับว่าน่าสนใจยิ่งนักฮุ่ยเหมย ”
ผู้าุโทั้งสองคนกำลังพูดคุยกี่ยวกับศิษย์ใหม่ที่น่าสนใจ ในระหว่างนั้นมีเด็กสาวตัวน้อยย่องเข้ามาอย่างเงียบเชียบ “ พี่ฮุ่ยเหมย พี่หลินหลินพวกท่านกำลังพูดถึงใครอยู่เหรอ ฮี่ๆ ” ผู้าุโเหมยและผู้าุโหลินหลินเมื่อได้ยินเสียงพวกนางลอบถอนหายใจ ทั้งคู่รีบสลายพลังปราณในการจ้องมองจากระยะไกล
“ คุณหนูลี่เซียน ! คุณหนูมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร หรือว่าท่านหนีเ้าสำนักมาอีกแล้วเหรอ” หลินหลินกล่าวอย่างใ
“ แบร่ ! ข้าขออนุญาตท่านพ่อแล้วต่างหาก ข้าขอพักผ่อนหนึ่งวัน ฮี่ๆ ตอนนี้ท่านพี่ทั้งสองทำอะไรกันอยู่เหรอเราไปเล่นกันเถอะ ” ลี่เซียนเอ่ยอย่างมีความหวัง
“ คุณหนูตอนนี้เราได้รับคำสั่งจากเ้าสำนักให้ดูแลการจัดการทดสอบศิษย์ใหม่อยู่ไว้เสร็จพวกข้าจะไปเล่นด้วยนะ ” หลินหลินเอ่ยด้วยใบหน้าจริงจัง
“ อ้าว ไม่ใช่รับศิษย์ใหม่เสร็จแล้วเหรอ ข้าเห็นเ้าเด็กหนุ่มสองคนนั้นที่คนหนึ่งขี้ประจบจนน่ารำคาญ อีกคนก็นิ่งจนแข็งเป็ก้อนหิน ” ลี่เซียนเอ่ยด้วยใบหน้าสงสัย “ คุณหนูสองคนนั้นเป็ศิษย์ใหม่ที่มีพร์ มันสามารถปลุกัจากเสาัไร้ลักษณ์ต้นนั้นได้เราจึงรับพวกเขาเข้ามาก่อน เมื่อครู่เราพึ่งจัดการทดสอบรอบที่สองเสร็จ เดียวจะมีคนมารายงานตัวเพิ่มคุณหนูอยู่ดูด้วยกันก่อนไหม ” ฮุ่ยเหมยเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจก่อนลอบมองลี่เซียง “ ไม่ ! ข้าไม่อยากดูคนพวกนั้น ” ลี่เซียนเอ่ยเสร็จกำลังะโจากไป “ แต่ที่หนึ่งรอบที่สองนี้เป็ญาติห่างๆของพี่ฮุ่ยเหมยของเ้าเลยน่ะ ” ลี่เซียนเมื่อได้ยินดังนั้นร่างนางพลันชะงักก่อนหันมาจ้องมองเสียงของผู้นั้น “พี่หลินหลิน ท่านว่าอย่างไรน่ะ หลานของพี่ฮุ่ยเหมยเหรอ ” ลี่เซียนจ้องมองไปที่นางก่อนเอ่ยขึ้น “ พี่ฮุ่ยเหมยท่านมีญาติด้วยเหรอ ข้าอยู่ดูก่อนดีกว่าฮี่ๆ ” ลี่เซียนะโมานั่งระหว่างผู้าุโเหมยและผู้าุโหลินหลินพลันกอดแขนทั้งสองคนแน่น “คุณหนู ญาติคนนี้ของเป็เ้าเด็กบ้า ข้าก็ยังไม่รู้จักมันดีเท่าไรอย่าไปยุ่งกับมันล่ะ ” ฮุ่ยเหมยเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง “ จ๊ะพี่เหมย ฮี่ ฮี่ ” ลี่เซียนรับปากพลันยิ้มอย่างเล่ห์นัย
ผ่านไปสามสิบนาที
“ ซุนเ้าคิดว่าเราต้องเดินอีกไกลแค่ไหนถึงจะถึงสถานที่พวกคณะกรรมการก็บอกเพียงแค่เดินตรงไปก็ถึงแล้ว นี้เราเดินมาเกือบสามสิบนาทีแล้วนะนี้ยังไม่เห็นแม้แต่หลังคาเลยน่ะ ” หลิ่งอี้บ่นอย่างหัวเสียตลอดทาง “ ข้าคิดว่าอีกไม่ไกลหรอก น่าจะข้ามเขาลูกก็ถึงแล้วแหละ ” หลิ่นอี้จ้องมองมันด้วยความประหลาดใจ “ เ้าเคยมาที่นี้เหรอ ” ซุนเดินนำหน้าไปพลันเอ่ยขึ้น “ ข้าเคยมา แต่ไม่ได้เดินมาเอง แต่ข้าโดนจับมาพอจำทางได้อยู่บ้าง ข้างหน้าน่าจะเป็ตำหนักของผู้าุโฮุ่ยเหมย ” หลิ่งอี้หยุดก้าวอย่างกะทันหันพลันทำสายตาเลิ่กลั่ก “ จะ…เ้าว่าอย่างไรน่ะ ตำหนักผู้าุโฮุ่ยเหมยเหรอ ”มันหันไปมองหลิ่งอี้อย่างไม่เข้าใจ “ เ้าเป็อะไรไป ” หลิ่งอี้หยุดเดินเอ่ยขึ้นอย่างเร่งรีบ “ เ้ารู้ฉายานางหรือไม่ ” มันมองไปที่หลิ่งอี้ไปด้วยใบหน้าที่โง่งม “ ฉายาอะไร ” หลิ่งอี้มองมาที่มันด้วยสีหน้าที่จริงจัง“ บุปผาสีชาด เวลานางลงมือเป้าหมายจะถูกสังหารอย่างไร้ร่องรอยนางเป็คนน่ากลัวมากๆ ” แผ่นหลิ่งอี้หลังเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ “ ข้าคงต้องระวังคำพูดให้มากกว่านี้แล้ว ” มันเอ่ยเสร็จพลันขนลุกไปทั่วร่าง
ผ่านไปสิบนาที
“ พี่ฮุ่ยเหมย พี่หลินหลิน มีคนเดินมาสองคน คนไหนญาติท่านกัน ” ลี่เซียนเอ่ยพลันมองไปหาฮุ่ยเหมย “ เ้าคนผมสีดำ ตัวมันชื่อ เฟยซุน ”
“ เฟยซุนเหรอ มันคงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกมั้ง ” ลี่เซียนเอ่ยขึ้นอย่างครุ่นคิด “ คุณหนูรู้จักเหรอ ”
“ ไม่ ! ข้าเพียงนึกถึงคนบางคนชั่วครู่ ฮี่ ฮี่ ”
เฟยซุนและหลิ่งอี้เดินมาถึงตำหนักผู้าุโเหมย
“ ข้าฮุ่ยซุนมารายงานตัวกับหัวหน้าคณะกรรมการขอรับ ” มันเอ่ยอย่างใบหน้าจริงจัง หลิ่งอี้รีบเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีคความมั่นใจ “ ขะ…ข้าม่อหลิ่งอี้มารายงานตัวกับหัวหน้าคณะกรรมการขอรับ ”
“ เข้ามาได้ ” เสียงทรงพลังดังออกมาจากในตำหนัก ทว่าขณะที่ประตูกำลังเปิดออกพลังปราณอันเกรี้ยวกราดกำลังเล็ดลอดออกมาจากประตูตำหนักจนเกิดลมพัดออกไปด้วยนอกอย่างรุนแรง
ฟู่ ฟู่ ฟิ้วววว
พลังปราณอันเกรี้ยวกราดปกคลุมร่างทั้งสองอย่างบ้าคลั่ง หลิ่งอี้ไม่อาจฝืนร่างยืนหยัดเข่าทั่งสองทรุดลงพื้นอย่างรวดเร็ว ทว่าเฟยซุนเคยพบพานเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนมันปลดปล่อยพลังปราณคุ้มร่างอยู่ก่อนหน้า มันฝืนยืนหยัดจนจบโดยไม่ล้ม มันรีบยื่นมือไปประคองหลิ่งอี้ ฝืนยืนขึ้นมุ่งเดินหน้าอีกครั้ง
“ ไอเด็กบ้านี้ มันรู้ทันข้า ” ฮุ่ยเหมยเอ่ยอย่างหัวเสีย
“ ฮ่า ฮ่า ข้าพึ่งเคยเห็นมีคนทำให้เ้าหัวเสียได้ก็คราวนี้ ” หลินหลินเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
เฟยซุนและหลิ่งอี้เดินเข้ามาถึงหน้าโถงในตำหนักพานพบหญิงสาวสามคน กลิ่นหอมอบอวนไปทั่วตำหนัก สติหลิ่งอี้กำลังล่องลอยไม่อาจความคุม เฟยซุนที่เห็นท่าจะไม่ดี มันรีบเตะเข้าไปที่หน้าแข้งหลิ่งอี้ มันเอ่ยร้องขึ้นไม่ทันตั้งตัว
“ โอ้ยย ! เ้าทำบ้าอะไรเนี่ย ” หลิ่งอี้เอ่ยด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว
“ เ้าโดนกลิ่นหอมจากเกสรดอกไม้ จนเ้าไม่อาจความคุมข้าเพียงเรียกสติเ้าเท่านั้น ” มันเอ่ยด้วยสิหน้าเรียบ “ โอ้ จริงเหรอ ข้าไม่อาจรู้ตัวเลย น่ากลัวจริงๆ ข้าขอบคุณเ้ามาก แล้วเ้าไม่เป็อะไรเลยเหรอั้แ่เมื่อกี้แล้ว ”หลิ่งอี้ขึ้นเอ่ยอย่างจริงใจ
“ ข้าเคยโดนแกล้งเช่นเ้ามาหมดแล้ว ข้าจะไม่โดนแกล้งเป็ครั้งที่สอง” มันเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง หลิ่งอี้มองไปที่มันด้วยสายตานับถือในตัวมันอีกครั้ง
“ คารวะผู้าุโทั้งสอง ” พวกมันเอ่ยขึ้นโดยไม่กล้ามองหน้าผู้าุโพร้อมกันทว่าเฟยซุนเลือบเห็นเงาเด็กสาวหนึ่งคน พลันหันไป “ คารวะผู้าุโ ”
ลี่เซียนะโลงมาหยุดที่เบื้องหน้าซุน “ เราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนหรือป่าวทำไมข้าถึงคุ้นใบหน้าเ้านัก ” เฟยซุนเงยหน้าขึ้นพบเด็กสาวตัวเล็ก มันจ้องมองเข้าในดวงตาสีน้ำตาลเปล่งแสงประกายเจิดจ้าราวต้องมนต์สะกด ทว่ามันไม่กล้าล่วงเกินไปมากกว่านี้ มันละสายตาเร่งรีบพินิจใบหน้าของลี่เซียนอย่างละเอียดพลันเอ่ยออกด้วยสีหน้ารีบเฉย“ ไม่เคยพบหน้า ” ลี่เซียนมองมันราวกับเคยรู้จัก “ เ้าอายุเท่าไรแล้ว ” เฟยซุนตอบโดยก้มหน้า “ ข้าอายุเก้าปี ”
“ พี่ฮุ่ยเหมย พี่หลินหลิน ข้าไปก่อนดีกว่าข้าเบื่อที่นี้แล้ว ฮี่ ฮี่ ” ลี่เซียนมองตาฮุ่ยเหมยแฝงไปด้วยรอยยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ลี่เซียนใช้ท่าร่างหายไปจากสายตาทุกคน ทว่าในพริบตาเดียวลี่เซียนปรากฏอีกครั้งแต่ครั้งนี้นางอยู่เบื้องที่หน้าเฟยซุน นางจับข้าข้อมือซุนไว้แน่นก่อนเอ่ย “ ในเมื่อพวกท่านพี่ไม่ว่าง ข้าขอยืมตัวมันไปเล่นกับข้าสักสองสามชั่วโมงน่ะฮี่ ฮี่” นางหยิบยันต์ปราณบันได์ ปล่อยปราณเผาไหม้ยันต์ก่อนร่างทั้งคู่จะหายไป …