ในเรือนฮูหยินถิงสตรีร่างน้อยนั่งเพ้อฝันถึงบุรุษที่นางเคยพบหน้าเมื่อครั้งร่วมงานชมดอกไม้ ‘บุรุษผู้นั้นเดินเคียงข้างองค์รัชทายาทช่างดูหล่อเหลาและตราตรึงใจยิ่งนัก’ั้แ่นั้นมาหญิงสาวก็เฝ้าใฝ่ฝันถึงบุรุษผู้นี้อยู่มิเสื่อมคลายจนเมื่อได้ยินมารดาของตนเอ่ยถึงเื่การหมั้นหมายหญิงสาวจึงตรงรี่มายังเรือนของมารดานางทันที
“ท่านแม่”
“เซี่ยเออร์เหตุใดวันนี้เ้าถึงมารอแม่ที่เรือนเช่นนี้ได้ ทุกทีเห็นเ้าเอาแต่เล่นสนุก”
หญิงสาวทำท่าทีเอียงอายก่อนจะเอ่ยกับมารดาด้วยเสียงอันอ่อนหวาน
“ลูกได้ยินเื่หนังสือสัญญาหมั้นตระกูลเรามีสัญญาหมั้นกับตระกูลถิงด้วยหรือเ้าคะ”
“แม่ก็เพิ่งจะได้ยินมาเหมือนกันแต่ดูเหมือนจะเป็หนังสือสัญญาหมั้นั้แ่สมัยนายท่านใหญ่หรือท่านปู่ของเ้าคงจะเป็ท่านที่เป็ผู้ออกหนังสือสัญญาหมั้นนั้นไว้”
“เช่นนี้แล้วท่านแม่กับท่านพ่อจะทำเช่นใดกันเ้าคะ”
“หากเป็ท่านพ่อเ้าก็คงจะทำตามสัญญาหมั้นหมายนั้นอย่างแน่นอน”
“เช่นนั้นจะเป็ไปได้หรือไม่เ้าคะว่าจะให้...ลูกเป็คนแต่งกับคุณชายใหญ่ถิง...”
สตรีมากอายุหรี่ตามองบุตรีของนางที่ใบหน้าเห่อแดงด้วยควมเขินอาย
“เ้าถูกใจคุณชายใหญ่ถิงงั้นหรือ”
“ลูกเคยพบคุณชายใหญ่ถิงในงานชมดอกไม้เมื่อครั้งก่อนตอนนั้นคุณชายใหญ่ถิงเดินเคียงข้างองค์รัชทายาทดูแล้วช่างสง่างามยิ่งนักเ้าค่ะท่านแม่”
ฮูหยินหงหยักหน้าช้าๆ
“มิใช่แค่ความสง่างามเท่านั้นควมสามารถของคุณชายใหญ่ถิงนั้นแม่เชื่อว่าในอนาคตเขาจะสามารถเลื่อนตำแหน่งเป็แม่ทัพใหญ่ได้อย่างง่ายดาย”
“เช่นนี้แล้วท่านแม่จะมิหาทางให้ข้าได้สมหวังกับคุณชายใหญ่ถิงหรือเ้าคะ”
“แน่นอนว่าแม่ย่อมต้องหาทางให้เ้าได้ครองคู่กับคุณชายใหญ่ถิงสิ”
“แล้วพี่ใหญ่ล่ะเ้าค่ะ”
“ไม่เห็นยากก็หาบัณฑิตจน ๆ ให้นางแต่งงานด้วยสักคนก็คงพอ”
สองแม่ลูกหัวเราะชอบใจอยู่ในเรือนไม่ไกลออกไปในเรือนที่อยู่ท้ายจวนสตรีในอาภรณ์เขียวอ่อนได้นั่งปักผ้าอยู่ด้านในโดยมิได้สนใจว่าตอนนี้มีเื่ใดเกิดขึ้นในจวน
“คุณหนูๆ เ้าคะ มีข่าวใหญ่เ้าคะ”
“ข่าวอะไรของเ้ากันเ้าก็รู้มิใช่หรือว่าการจะไปยุ่งกับเื่ของเรือนใหญ่นั้นเป็เื่ไม่สมควรหากฮูหยินรู้เข้าเ้าจะถูกโบยอีกนะ”
“แต่เื่นี้เกี่ยวข้องกับคุณหนูนะเ้าคะ”
“เกี่ยวข้องกับข้างั้นหรือ”
สตรีในอาภรณ์เขียวอ่อนวางผ้าที่ปักลงก่อนจะหันมามองบ่าวรับใช้คนสนิทของนาง
“เช่นนั้นไหนเ้าลองว่ามาซิ”
“ตอนนี้ทางตระกูลถิงได้ส่งหนังสือสัญญาหมั้นหมายมาให้นายท่านเ้าค่ะนายท่านใหญ่ได้ให้สัญญาหมั้นหมายนี้ั้แ่เมื่อครั้งที่นายท่านใหญ่และทางนายท่านใหญ่ตระกูลถิงยังมิมีบุตร”
“หากตอนนี้ทางนั้นส่งหนังสือสัญญาหมั้นหมายมาก็แสดงว่าเขาทวงสัญญาแต่งงานกับตระกูลเราแล้วสินะ”
“เ้าค่ะ”
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว”
หญิงสาวถอนหายใจก่อนจะหยิบผ้าขึ้นมาปักต่อหญิงรับใช้ของหญิงสาวรีบแย่งผ้านั้นมาก่อนจะยื่นหน้าไปหาคุณหนูของนาง
“คุณหนูจะทำท่าทีเช่นนี้ไม่ได้นะเ้าคะคุณหนูคือบุตรีคนโตและเป็บุตรีภรรยาเอกคนก่อนต้องได้รับสิทธิ์นั้นสิเ้าคะ”
“เ้าคิดหรือว่าน้องรองจะมิ้าออกเรือนกับคุณชายใหญ่ถิง”
“แต่...”
“เอาเถอะข้ารู้ว่าเ้าหวังดีและเป็ห่วงข้า”
“คุณหนูไม่คิดจะสู้เพื่อตนเองสักหน่อยหรือเ้าคะหากอยู่เช่นนี้คุณหนูก็จะถูกฮูหยินและคุณหนูรองนั่นกดหัวอยู่เช่นนี้ต่อไปนะเ้าคะ”
“สู้แล้วอย่างไรไม่สู้แล้วอย่างไร สุดท้ายแล้วข้าก็มิใช่คนตัดสินเื่นี้เสียหน่อย”
พูดจบหญิงสาวดึงผ้าในมือสาวใช้ของตนกลับมาก่อนจะนั่งปักผ้าต่อเป็ทองไม่รู้ร้อนทิ้งให้บ่าวรับใช้คนสนิทของนางมองหน้าคุณหนูของตนอย่างหมดหวัง
หนังสือสัญญาหมั้นถูกส่งไปยังตระกูลหงราชครูหงและฮูหยินหงต่างอยู่ในโถงของเรือนเพื่อพูดคุยเื่การออกเรือนของบุตรสาวตน
“ท่านพี่ราชครูถิงได้ส่งหนังสือสัญญาหมั้นหมายมาเช่นนี้...”
“ในเมื่อท่านปู่ของข้าและท่านปู่ของราชครูถิงเคยให้สัญญาหมั้นหมายกันแล้วข้าจะผิดคำสัญญาได้อย่างไร”
“ตอนนี้ทั้งอวี่เออร์และเซี่ยเออร์ก็ถึงวัยที่จะออกเรือนได้แล้วท่านพี่คิดว่าจะให้บุตรีคนใดออกเรือนไปกับบุตรชายท่านราชครูถิงกันเ้าคะ”
แม้ฮูหยินหงจะทำทีถามเื่นี้แก่สามีแต่ใจลึกๆ ของนางนั้นอยากให้บุตรสาวของนางแต่งงานกับบุตรชายคนโตของราชครูถิงมากกว่าขณะที่กำลังรอสามีตอบนั้นร่างอ้อนแอ้นของสตรีในอาภรณ์เหลืองค่อย ๆ เดินเข้ามาหญิงสาวได้ยินเื่ราวทั้งหมดจึงได้รีบเดินเข้ามาเพื่อขัดขวางมิให้พี่สาวของนางแต่งกับบุรุษที่นางปรารถนาจะ
“เซี่ยเออร์คำนับท่านพ่อท่านแม่”
“เซียร์เออร์มาก็ดีแล้วมานั่งข้างแม่สิ”
“เ้าค่ะ”
หญิงสาวทำท่าทีว่านอนสอนง่ายก่อนจะเดินเข้ามานั่งข้างมารดาของนางหญิงสาวมองบิดาที่กำลังนั่งครุ่นคิดบางอย่างโดยในมือนั้นยังถือจดหมายสัญญาหมั้นหมายไว้
“ท่านพ่อนั่นอะไรหรือเ้าคะ”
“อ่อ!!นี่หรือ หนังสือสัญญาหมั้นที่ทางตระกูลถิงส่งมา”
หงซิวเซี่ยยิ้มเต็มใบหน้า
“เช่นนั้น...”
“อื่มพ่อตอบไปแล้ว”
“ท่านพ่อให้ลูกแต่งงานกับคุณายใหญ่ถิงใช่หรือไม่เ้าคะ”
หญิงสาวเอ่ยถามก่อนจะทำทีเขินอายอยู่ตรงนั้นเ้ากรมพระคลังหงมองบุตรสาวคนรองของตนอย่างเอ็นดู ‘หากอวี่เออร์น่ารักได้เท่าเซี่ยเออร์ก็คงจะดีไม่น้อยเช่นนี้แล้วหากให้เซี่ยเออร์แต่งไปกับคุณชายใหญ่ถิงข้าเองก็คงจะรู้สึกผิดกับมารดาของอวี่เออร์ไม่น้อยเช่นนั้นแล้วก็ให้เป็ไปตามวาสนาของเด็กเองก็แล้วกัน’
“เื่นี้เป็เื่ของผู้ใหญ่เด็กเช่นเ้าอย่าได้เข้ามาก้าวก่าย”
หงซิวเซี่ยหน้าเสียขณะที่ถูกบิดาดุก่อนจะดึงแขนมารดาให้ช่วยนางพูดกับบิดา
“ท่านพี่เซี่ยเออร์ยังเด็กจึงมิรู้ความ เดี๋ยวกลับไปข้าจะสั่งสอนนางเอง”
บุรุษมากอายุลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินออกจากโถงของเรือนไปโดยมิได้สนใจสตรีสองแม่ลูกแต่อย่างใดขณะที่กำลังเดินเพื่อจะไปยังห้องหนังสือของตนนั้นกลับพบร่างสตรีในอาภรณ์เขียวอ่อนกำลังยกน้ำชาไปให้เขายังห้องหนังสือ
“ท่านพ่อ”
“อวี่เออร์เ้ามาทำอะไรตรงนี้”
“ลูกเห็นว่าได้เวลาที่ท่านพ่อจะเข้าทำงานจึงได้เตรียมน้ำชามาให้เ้าค่ะเดิมทีเมื่อก่อนท่านแม่เป็คนทำให้ท่านพ่อแต่ยามนี้ไม่มีท่านแม่แล้วลูกจึงทำหน้าที่นี้แทนเ้าค่ะ”
บุรุษมากอายุมองบุตรสาวด้วยแววตาอ่อนโยน‘คงจะมีแต่เื่นี้เท่านั้นที่อวี่เออร์มิยอมอ่อนข้อให้ใครเพื่อให้ทุกคนสบายใจนางจึงยอมอยู่เงียบ ๆ ในที่ของนางหากฮูหยินและเซี่ยเออร์ไม่บีบคั้นนางจนเกินไปนางก็ยอมทนทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวสงบอวี่เออร์ลำบากเ้าแล้วจริง ๆ’
“เข้ามาคุยกันในห้องทำงานของพ่อก่อนสิ”
“เ้าค่ะ”
สตรีในอาภรณ์เขียวอ่อนนั่งอยู่ตรงหน้าเ้ากรมพระคลังหงบุรุษมากอายุมองพิจารณาบุตรสาวของตนช้า ๆ ‘อวี่เออร์ช่างถอดแบบมารดาของนางเสียจริงๆ ไม่ว่าจะเป็กิริยามารยาทและรูปร่างหน้าตา’
“ตระกูงถิงได้ส่งจดหมายมาเื่สัญญาหมั้นหมายระหว่างพวกเราสองตระกูลเ้าคิดว่าอย่างไร”
“เื่การหมั้นหมายและการแต่งงานล้วนแล้วแต่ฟังความเห็นของท่านพ่อเ้าค่ะ”
บุรุษมากอายุพยักหน้าช้าๆ
“หากพ่อจะให้น้องรองของเ้าแต่งออกไปกับคุณชายใหญ่ตระกูลถิงเ้าจะว่าอย่างไร”
“ลูกไม่อาจออกความคิดเห็นได้ทุกอย่างแล้วแต่ท่านพ่อจะตัดสินใจเ้าค่ะ”
ทั้งสองคุยกันสองสามคำก่อนที่หญิงสาวจะจอตัวออกไปเ้ากรมพระคลังมองตามร่างเล็กของสตรีในอาภรณ์เขียวที่เดินออกจากห้องไปอย่างครุ่นคิดหงเจวี่ยอวี่เดินออกมาพ้นห้องหนังสือพร้อมยิ้มหยันให้กับตนเอง ‘สุดท้ายแล้วในจวนนี้มีสิ่งใดบ้างที่เป็ของข้าเป็ที่พึ่งให้แก่ข้าได้’