บทที่ 44
จะเป็นข่าวดังอีกแล้ว!?
หลังส่งไคลล์ไปพักผ่อน ขณะที่ฉันกำลังจะเดินไปรวมตัวกับทุกคนที่ห้องทำงานก็เจอกับเลน่าเข้าเสียก่อน เธอบอกว่ากำลังรอฉันอยู่พอดี มีเรื่องสำคัญจะคุยกับฉัน
เรื่องสำคัญที่เธอว่าก็คือ…เธอเขียนข่าวเหตุการณ์จับสปายในวันนี้ส่งไปให้หัวหน้าเธอแล้ว!? เธอบอกว่าตอนแรกเธอตั้งใจจะรอขออนุญาตจากฉันก่อน แต่รออยู่พักใหญ่จนเขียนข่าวเสร็จแล้วฉันก็ยังไม่กลับมา ประกอบกับหัวหน้าของเธอมาจี้เร่งเอาข่าวจากเธอ แถมยังกดดันเธออีกว่าหลายวันมานี้ประเด็นข่าวที่เธอเสนอไปไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ เธอเลยตัดสินใจเขียนข่าวเหตุการณ์วันนี้ส่งไปก่อนแล้วถึงได้มา
บอกฉันตอนนี้
บอกตอนนี้มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะแม่คุณ! อ้อยเข้าปากช้างแล้วจะขอคืน ช้างมันจะยอมคืนให้หรือไง เย็นนี้เรื่องของฉันได้กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์อีกรอบแน่ ฉันถามเนื้อหาข่าวที่เลน่าเขียนไป พอเธอเล่ามาฉันก็แทบยกมือกุมขมับ มองเห็นปัญหาที่จะโผล่มาได้รำไร แต่คิดในอีกแง่มันก็มีเรื่องดีอยู่เหมือนกัน อย่างน้อยมันก็คงทำให้คนที่กำลังคิดร้ายกับฉันร้อน ๆ หนาว ๆ ขึ้นมาได้บ้าง
เอาเถอะ! ในเมื่อเราเป็นฝ่ายยอมให้มีนักข่าวเข้ามาอยู่ในคณะกับเราได้ เราก็ต้องยอมรับผลที่มันจะตามมา ถึงจะต่อว่าอีกฝ่ายไปก็ไม่มีประโยชน์ ซ้ำยังอาจจะกลายเป็นโทษทำร้ายตัวเองด้วยก็ได้ เพราะยังไงอีกฝ่ายก็คือผู้สื่อข่าว ชื่อเสียงเราจะดีไม่ดี เลน่าคนนี้มีผลกับเธอมากจริง ๆ ช่างมันเถอะ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
พอตกเย็นไคลล์ก็มาชวนฉันไปเดินเล่นที่ตลาดถนนคนเดินเมืองเชียงใหม่ที่จะเปิดช่วงเย็นถึงเกือบรุ่งสางเฉพาะช่วงสุดสุปดาห์เท่านั้น เขาหาข้อมูลมาเรียบร้อยแล้วว่าของกินร้านไหนดีร้านไหนเด็ด ในขณะที่ฉันมาอยู่ที่นี่ตั้งเกือบเดือนแล้วแต่ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เลย แม้แต่เดินเที่ยวเล่นก็ยังไม่เคยไปเลย เพราะมัวแต่เร่งมือทำโปรเจคอย่างเดียว ถ้าจะออกไปเดินก็คือไปสำรวจพื้นที่
ไคลล์ขับฟาสต์ไบค์พาฉันไปตั้งแต่ตลาดเพิ่งจะตั้ง ยังมีคนมาเดินไม่มาก พ่อค้าแม่ค้าหลายคนคงจะเคยเห็นฉันจากข่าว พวกเขาให้การต้อนรับเป็นอย่างดี แล้วยังจะให้ของกินฉันกับไคลล์ฟรี ๆ อีกต่างหาก แต่ฉันบอกว่าของซื้อของขายยังไงฉันก็ต้องจ่ายเงิน ไม่อย่างนั้นฉันไม่สบายใจ ถ้าอยากจะให้ฉันจริง ๆ เปลี่ยนเป็นแถมให้จะดีกว่า พวกเขาก็เลยแถมมาให้กันซะเยอะแยะเลย ไคลล์ยังแอบแซวว่าชวนฉันมานี่คิดถูกจริง ๆ ได้กินของอร่อยจนอิ่มจุกพุงกางในราคาถูกมากจนเหมือนได้กินฟรี
“ครั้งหน้าฉันไม่มาแล้วดีกว่า ถ้ามาบ่อย ๆ แล้วพวกเขาแถมให้มาเยอะขนาดนี้ จะเหลือกำไรสักเท่าไหร่กันเนี่ย” ฉันพูดขณะมองของกินที่ถือเต็มมือทั้งสองข้างตอนที่เดินออกจากตลาด
“คิดมากไปได้ พวกเขาทำมาค้าขายจะยอมให้ตัวเองไม่เหลือกำไรพอกินพอใช้ได้ยังไง” ไคลล์พูด
“อีกอย่างคนที่กำลังจมปลักอยู่กับงานอย่างเธอคงไม่มีทางมาเดินเที่ยวเล่นเองแบบนี้บ่อย ๆ หรอก ถ้าวันนี้ฉันไม่ชวนมาเธอก็คงไม่มีทางได้มาที่นี่แน่ ๆ”
“ก็จริงค่ะ เรื่องอาหารยังไงก็มีคนช่วยเตรียมให้อยู่แล้ว อีกอย่างฉันมาที่นี่เพื่อมาทำภารกิจไม่ได้มาเที่ยวเล่นสักหน่อย เวลามีน้อยต้องใช้สอยอย่างประหยัด”
“ต้องให้ร่างกายได้ผ่อนคลายบ้างสิถึงจะดี พอสมองปลอดโปร่งแล้วกลับไปทำงาน เธอเชื่อมั้ยล่ะว่างานมันจะไหลลื่นขึ้นกว่าเดิมอีก เราเป็นคนนะไม่ใช่หุ่นยนต์สักหน่อย” ฉันได้แต่ยิ้มรับคำเขา ข้อนี้เถียงไม่ออกจริง ๆ
พอกลับถึงที่พักฉันก็แบ่งของกินที่ได้มาจากตลาดให้กับคนอื่น ๆ ในคณะ พวกเรามานั่งกินมื้อเย็นด้วยกันใกล้ริมหน้าผาหน้าที่พัก กินไปชมพระอาทิตย์ตกไปด้วยได้บรรยากาศสุด ๆ ไคลล์เตรียมอุปกรณ์ชงเครื่องดื่มแบบแคมปิ้งโบราณมาด้วย อากาศบนเขาช่วงใกล้ค่ำเริ่มเย็นลง ไคลล์ก่อกองไฟแล้วใช้กาเหล็กต้มน้ำร้อนสำหรับชงเครื่องดื่ม เครื่องดื่มมีทั้งใบชาแห้งที่เอามาแช่น้ำร้อน เมล็ดกาแฟที่คั่วบดมาเรียบร้อยแล้วก็ใส่กรวยกระดาษกรองแล้วราดน้ำร้อนลงไป ส่วนโกโก้ผงทำง่ายที่สุดแค่ชงกับน้ำร้อนผสมนมกับน้ำตาลลงไปก็เป็นอันเสร็จ
หลายคนต่างมามุงดูไคลล์ด้วยความสนใจ เพราะการชงเครื่องดื่มในลักษณะนี้เป็นวิธีแบบดั้งเดิมโบราณทั้งสิ้น แทบจะไม่มีใครทำกันแล้วในสมัยนี้ เหล่าผู้เชี่ยวชาญที่มักเป็นคนขี้สงสัยและชอบตั้งคำถามต่างถามนั่นถามนี่กับไคลล์มากมาย เขาก็ตอบคำถามทุกคนอย่างอดทน ฉันยิ้มมองดูเขา ดูจากท่าทางที่ไคลล์ชงเครื่องดื่มให้ทุกคนอย่างคล่องแคล่วแล้วประกอบกับลักษณะของอุปกรณ์ชงเครื่องดื่มที่ดูเหมือนจะผ่านการใช้งานมาหลายครั้งก็พอจะบอกได้ว่าเค้าต้องออกไปตั้งแคมป์อยู่เป็นประจำอย่างแน่นอน
“แบบจำลองสมาร์ทโฮมเวอร์ชั่นล่าสุดเสร็จแล้วนะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราจะได้ทดลองดูกันว่ามันจะเป็นยังไง” สถาปนิกยทเดินเข้ามาคุยกับฉัน
วิศวกรกริตก็ตามมาด้วย “ถ้าแบบนี้ผ่านตามสเป็คทุกอย่าง เราก็จะลงมือสร้างตามขนาดจริงขึ้นมาทดลองใช้งานจริงได้เลย”
หลายวันมานี้พวกเราทำแบบจำลองสมาร์ทโฮมขนาดเล็กขึ้นมาทดลองกันมากมายหลายแบบ พัฒนาแก้ไขปรับปรุงขึ้นมาเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็ได้แบบที่ทุกคนเห็นว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว
ผู้เชี่ยวชาญฤดาถือแก้วกระดาษทที่บรรจุเครื่องดื่มที่ได้จากไคลล์เข้ามาร่วมวงด้วย “ตื่นเต้นจังเลยค่ะ รู้สึกเหมือนตัวเองใกล้จะคลอดลูกยังไงอย่างนั้นเลยค่ะ” คนที่ได้ยินต่างพากันหัวเราะกับคำพูดของเธอ
ฉันคุยกับพวกเขาต่ออีกนิดหน่อยก่อนจะได้ยินเสียงเพลงดังขึ้น ไคลล์เปิดเพลงโดยเชื่อมต่อสัญญาณฟิงของเขาเข้ากับลำโพงขนาดเล็กจิ๋วแต่เสียงดังกระหึ่ม เพลงที่เขาเปิดก็ช่างเข้ากับบรรยากาศยามเย็นนั่งชมพระอาทิตย์ตกมากจริง ๆ ทุกคนต่างดื่มด่ำกับเสียงเพลง ทิวทัศน์และอาหารมื้อเย็น เห็นทุกคนได้ผ่อนคลายกันแบบนี้ฉันก็อดดีใจขึ้นมาไม่ได้ หลายวันแล้วที่ทุกคนต่างก็คร่ำเคร่งอยู่กับงาน ถ้าไม่มีไคลล์ฉันคิดว่าพวกเขาคงไม่ได้มีเวลาผ่อนคลายกันแบบนี้แน่ ๆ จริงอย่างที่ไคลล์พูด พวกเราสมควรต้องผ่อนคลายกันบ้าง
“ดาร์กโกโก้หวานน้อยของเธอ” ไคลล์ส่งแก้วกระดาษใส่เครื่องดื่มมาให้ ฉันรับแก้วเครื่องดื่มจากมือเขาพร้อมกล่าวขอบคุณ
“ฉันทำให้มันอุ่นพอดีพร้อมดื่มได้เลยไม่ต้องกลัวว่าจะร้อนลวกปาก” เขาบอกขณะนั่งลงข้างฉัน
“นี่คุณพิถีพิถันกับทุกคนขนาดนี้เลยเหรอคะ”
ไคลล์ยิ้มมุมปากแล้วยกแก้วกาแฟของตัวเองขึ้นดื่มไม่ตอบคำถามฉัน ฉันเลิกคิ้วอย่างสงสัยก่อนจะหันมองคนอื่น ๆ เห็นแต่ละคนต่างใช้ปากเป่าเครื่องดื่มของตัวเองกันทุกคน ฉันก้มมองเครื่องดื่มในแก้วของตัวเองแล้วคิดในใจไม่กล้าเงยหน้ามองคนให้
อ่อ…ฉันเป็นลูกศิษย์ของเขานี่ แล้วเขาก็สนิทกับฉันมากกว่าคนอื่น จะทำให้พิเศษกว่าคนอื่นก็ไม่เห็นแปลกตรงไหน
“เป็นอะไรของเธอ โกโก้ที่ฉันทำดูไม่น่ากินเหรอ” ไคลล์ถาม เค้าคงเห็นฉันนั่งเงียบเอาแต่ก้มหน้าจ้องแก้วเครื่องดื่มในมืออยู่
“เปล่าค่ะ ก็แค่…กำลังใช้ความคิดอยู่”
ไม่ทันที่ไคลล์จะได้ถามอะไรต่อ นักข่าวสาวเลน่าก็วิ่งโร่เข้ามาพูดขึ้นกลางวงทุกคน “ข่าวคุณวิกกี้มาแล้วค่ะ พวกเรามาดูกันเถอะค่ะ” พูดจบเธอก็ใช้อุปกรณ์ไฮเทคของเธอฉายภาพโฮโลแกรมขนาดใหญ่ขึ้นกลางอากาศ ภาพการรายงานข่าวจากสำนักข่าวที่เลน่าทำงานอยู่ก็ปรากฏขึ้น
------------------------