“ฟาง” เสียงนั้นคล้ายเรียกสัญญาณชีวิตคนซังกะตายให้กลับมาอีกครั้งเสียงที่เธอคุ้นเคยที่สุด
“พี่แดน!”
“ตอนแรกนึกว่าตาฝาดซะอีก ไม่คิดว่าจะใช่”ริมฝีปากบางเม้มแน่น แน่ล่ะ..คนนอกสายตาอย่างเธอ จะอยู่ใกล้หรือไกลก็คงไม่ต่างกัน
“ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ”
น่าแปลกไหม? คำถามเดิมๆ หากแต่ต่างความรู้สึกกันอย่างสิ้นเชิงเมื่อครู่ก็หนหนึ่ง..แต่แก้วหูแทบแตก ไม่นุ่มนวลน่าฟังอย่างหนนี้เล้ย ให้ตายสิ!
ตาบ้าเอ้ย!
ดวงตาโตกลมกะพริบถี่อย่างไม่เข้าใจตัวเองก็ทำไมต้องไปนึกถึงเ้าของคำห้วนๆ ตะแบงนั้นด้วย
“คุณลุงฟางฝากงานไว้กับคุณแม่ เออ..คุณดุจเดือนน่ะค่ะ” เรียกเสียงหัวเราะร่วนจากเขตแดนในทันทีกับสรรพนามที่เ้าหล่อนเรียกขานคุณป้าของเขา
“เรียกคุณแม่ด้วย! เตรียมพร้อมมาเป็สมาชิกใหม่ที่นี่แล้วล่ะสิ”
“ก็..ไม่เชิงอย่างนั้นหรอกพี่” นิ้วชี้เล็กๆ ยกขึ้นปาดไรผมข้างหน้าผากตัวเองเบาๆ“รู้อยู่ค่ะว่าคุณลุงหวังดี บอกว่าคุณดุจเดือนจ้างฟางให้มาคอยดูแลเื่อาหารให้คนบ้านนี้แต่ประเด็นหลักคงไม่พ้นอยากให้อยู่ในปกครองของคนที่ไว้ใจได้มากกว่า”
คนฟังหลุดหัวเราะเสียงใส
‘ผล’ สืบเนื่องมาจาก ‘เหตุ’ในเมื่อคุณวันชัยสามารถจับคนทั้งคู่ให้เป็ว่าที่คู่หมั้นกันได้ อย่างอื่นคงไม่แคล้วเป็เื่ขี้ปะติ๋ว
“อย่างฟางน่ะ ใครๆ ก็อยากดูแล คุณลุงทำถูกแล้ว”
“ฟางว่าเป็ภาระให้คนอื่นมากกว่า”
“เต็มใจรับภาระนั้นด้วยคน” เขตแดนตวัดท่อนแขนข้างหนึ่งแนบ่ท้องก่อนค้อมศีรษะอย่างสุภาพ มันทำให้คนมองรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเป็เ้าหญิงที่กำลังมีเ้าชายรูปงามมาขอเต้นรำอย่างไรอย่างนั้น
“ฟางนี่ชอบมีเซอร์ไพร์สให้พี่ตื่นเต้นได้ตลอดเลย รู้ตัวไหมเนี่ย”
“เซอร์ไพร์ส?”
“ก็ั้แ่เจอกันครั้งแรก..จำได้ไหม ที่หน้าคณะไง ตอนนั้นฟางกำลังวิ่งไล่คนๆหนึ่งอยู่ พอเห็นท่าว่าจะตามไม่ทันก็เลยถอดรองเท้าขว้างเต็มแรง..แม่นชะมัด มารู้ทีหลังว่าตามจับขโมย” คนฟังเริ่มทำหน้ายู่
ฟังดูดีนะ แต่แท้จริงแล้วคนที่จับขโมยได้คือพี่เขาต่างหาก..เล่นยื่นเท้าไปขัดขามันไว้อย่างนั้นเป็ใครก็หัวคะมำหน้าทิ่มดินแหงๆ และไอ้ที่ว่าแม่นน่ะ ไหงเป้าหมายของรองเท้าเธอมันดันพุ่งตรงยังพี่เขาเต็มๆก็ไม่รู้ โชคดีที่รับไว้ทัน
ไม่งั้นคงเต็มหน้า
เขตแดนกระแอมเรียกคนก้มหน้างุดให้เงยมอง
“พอมีกิจกรรมเวที ฟางก็ชอบมีวีรกรรมท้าทายอยู่บ่อยๆ อย่างเช่น..”
“พอเถอะค่ะพี่ รู้สึกจะเหม็นไหม้แล้ว”เขาหัวเราะชอบใจ ขณะยกมือขึ้นโยกหัวเ้าหล่อนเบาๆ
“แต่เื่นี้พี่ว่าเด็ดสุด ก็..” ถ้อยคำชะงักขาดหายเมื่อนึกถึงใครอีกคนที่เหมือนจะได้รับอิทธิพลนั้นไปด้วย‘นายแทนไท’ คนที่ได้ฉายาว่าเป็เสือยิ้มยากแต่กลับเผลอยิ้มแปลกๆ ออกมาโดยที่เ้าตัวเองก็ยังไม่รู้และถ้าเขาเดาไม่ผิดเมื่อครั้งประชุมที่เชียงใหม่ พี่ชายของเขาคงคิดเื่ผู้หญิงที่ยืนตาแป๋วอยู่ตรงหน้าเขานี่แหละ“..ไม่พูดก็ได้”
“นั่นสิคะ เห็นมีแต่เื่แย่ๆ” เธอตัดพ้อด้วยรู้ตัวดีว่าแต่ละเื่ที่ทำไว้..มันไม่น่าประทับใจเอาเสียเลย
“แต่พี่ชอบนะ”
“พี่..!”
“ตลกดี” เธอบุ้ยปาก มันฟังดูแปลกๆ
“เซอร์ไพร์สล่าสุด ฟางต้องหมั้นกับนายไท ทำไปทำมาเราเลยกลายมาเป็คนกันเอง ครอบครัวเดียวกัน” คนฟังต้องหลุบตาต่ำอีกครั้ง เพราะนั่นถือเป็ฝันร้ายของเธอเชียวแหละหากเปลี่ยนตัวกันได้..จะขอเปลี่ยน
เปลี่ยนเป็คนที่กำลังส่งยิ้มกระชากใจให้เธออยู่ตอนนี้ได้ไหม?
“มีใครพาดูสถานที่หรือยัง ถ้ายัง..พี่อาสา” อาการส่ายหน้าเป็วงกลมด้วยอยากตอบสองคำถามในเวลาเดียวกันเรียกเสียงหัวเราะร่วนจากอีกฝ่ายต่อเนื่อง มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไปลิ่วๆ
“งั้นขอนำเสนอเรือนเล็ก วิมานหรูของคนติดดินอย่างพี่”
“ยินดีค่ะ”
ยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่ 1 ซะอีก ใครจะปฏิเสธ..โง่ตาย!
ทางเดินล้วนปูด้วยหินหนารูปร่างแปลกตา แซมด้วยต้นหญ้าเขียวจัดประปรายบาง่มีน้ำขังเฉอะแฉะ..กลับเห็นว่าสวยหรูราวกับปูด้วยกลีบกุหลาบเสียอย่างนั้น ดูได้จากใบหน้าของสาวเ้าที่ยิ้มไม่ยอมหุบอยู่นั่น
คนตัวโตยังคงจูงมือคนตัวเล็กเดินลัดเลาะไปตามทางขรุขระกระทั่งมาหยุดลง ณ จุดหมายปลายทาง ซึ่งนั่นก็ทำให้สองตาของคนที่เพิ่งมาเยือนเป็ครั้งแรกถึงกับเบิกโต
“น่าอยู่จังเลยพี่”
“ได้สิ ยังว่างอีกห้องนึง”
“ห๊า!”
“ล้อเล่น คุณน้าได้มาแพ่นกบาลพี่น่ะสิ ยังนายไทอีกล่ะ..คู่หมั้นเขาทั้งคน”คนฟังทำปากขมุบขมิบขัดใจ รายแรกยังพอทำเนา ส่วนรายหลังน่ะ..ใครสน
เชอะ!
“ยังไม่ได้หมั้นกันสักหน่อย” คนฟังชะงักมือ ก่อนหันมาพยักพเยิดอย่างไม่ใส่ใจน้ำเสียงตึงๆของเ้าหล่อน
“เชิญครับ”
หญิงสาวละสายตาจากตะเกียงเ้าพายุที่ดูแปลกหากสะดุดตาเพื่อมองเข้าไปข้างในมีอุปกรณ์วาดภาพวางระเกะระกะแทบเต็มพื้นที่ของส่วนรับรองแขกตามสไตล์ศิลปินกระนั้นมุมด้านในยังแยกส่วนของเครื่องดนตรีไว้ได้อย่างเหมาะสม
“รกหน่อยนะ พี่ไม่ค่อยชอบให้แม่บ้านเข้ามาทำความสะอาด” เขตแดนสารภาพตามตรง ขณะก้มลงเก็บข้าวของบางส่วนตามรายทาง
“กลัวทำของเสียหายหรือคะ”
“เปล้า!”
อ้าว!
“เขาชอบบ่นกันว่าทำยาก โน่นนี่เยอะแยะไปหมด ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนพี่เลยตัดรำคาญบอกทางบ้านใหญ่ไปว่าไม่ต้องส่งคนมา..พี่จะทำเอง” คนฟังยักไหล่เห็นด้วยเพราะพื้นที่อันจำกัดทำให้ทุกซอกมุมถูกใช้งานจนเต็มเอียดยังดีที่เครื่องใช้ไม้สอยและเฟอร์นิเจอร์ดูสะอาดสะอ้านบอกถึงความเอาใจใส่ของผู้อยู่อาศัย..ว่ายังใส่ใจดูแลไม่ปล่อยให้เป็รังหนู
“อีกอย่างก็เกรงใจเด็กๆ ด้วย กว่าจะเดินไปเดินมาเสียเวลาเปล่าๆแถมยังต้องปวดหัวเพราะไม่รู้จะจัดการยังไงดีไม่ดีเจอพี่บ่นอีกเพราะมาทำความสะอาดกันทีไร ของพี่เปลี่ยนที่ทุกที”
“ไว้ใจไหมคะ?” เธอเปิดประเด็น “ถ้าใช่จะได้มาช่วยทำให้แต่ถ้าไม่..ก็ต้องทำคนเดียวต่อไป” คนรับสนองปรี่เข้าโผล็อกคอคนนำเสนอแบบไม่ให้ได้ตั้งตัวกันเลยทีเดียว
“ดีสิ! สำหรับฟางน่ะยิ่งกว่าไว้ใจอีก” เขาคงไม่รู้หรอกว่าไอ้อาการถึงเนื้อถึงตัวอย่างนั้นมันทำเธอแทบเสียจริตเลยทีเดียว
ทำใจดีๆ ไว้ฟาง
“อยากเริ่มเมื่อไหร่ ได้ทุกเมื่อทุกเวลา ขอบใจนะน้องรัก” ชายหนุ่มละอ้อมแขนจากเธอแล้วตรงดิ่งยังตู้เย็นหลายก้าวแล้วแต่อีกคนยังยืนแข็งทื่อด้วยร่างกายไม่สั่งการ
ได้ยินชัดไหม..เรามันแค่ไหน หัดจำใส่หัวไว้มั่ง!
หากแต่ทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้เธอกลับควบคุมหัวใจตัวเองไม่ได้สักที
“กินน้ำก่อน”
“ขอบคุณค่ะ”
หญิงสาวละสายตาจากคนตรงหน้าเพื่อสำรวจสภาพภายในอย่างละเอียดเชื่อเถอะ..ไม่ว่าจะมองไปทางไหน มุมใด มันก็ดูเข้าท่าเข้าทีไปหมด หากสุดท้ายสายตาพลันหยุดลงที่กรอบรูปเล็กๆบนโต๊ะทำงานซึ่งมีกองหนังสือเปะปะตามสไตล์ศิลปิน
รูปถ่ายคู่ของเขตแดนกับไมยนาในบรรยากาศริมทะเล
หวานแหววชนิดมดยังอาย
มันทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองหดเล็กลงแทบเท่าผงธุลี!
“เมย์..คงมาที่นี่บ่อยสิคะ”
“ก็หลายครั้งอยู่”ชายหนุ่มตอบขณะปลดเสื้อคลุมตัวนอกออก จึงไม่ทันเห็นอาการสลดเฉาของคนฟังที่ตอนนี้กำลังสูดลมหายใจลึกเพื่อปลดปล่อยความรู้สึกอุตริประเภทอิจฉาตาร้อนแบบนางร้ายในละครออกไปจากสมอง
อีกทั้งลำดับถัดไปใกล้กรอบรูปมีซองจดหมายปิดผนึกหลายฉบับนอนแน่นิ่งอยู่
“ยังไม่ได้เปิดอ่านทั้งนั้นเลยหนิพี่”เขตแดนวางแก้วน้ำในมือลงบนโต๊ะ พร้อมกับหันมาสนใจสิ่งที่เธอพูดถึง
“คงมาตอนที่เราไปเหนือกันมั้ง” มือหนาหยิบปึกจดหมายมาไล่ดูคร่าวๆส่วนใหญ่เป็โบร์ชัวจากห้างสรรพสินค้า และสถาบันบัตรเครดิต
ทว่า..ฉบับสุดท้าย
“สตาร์ไทยแลนด์ ปี 3”เป็ฉบับเดียวที่ทำให้กิริยาของเขตแดน ‘เปลี่ยนไป’
เสียงเลื่อนบานกระจกด้านหน้าทำให้หญิงสาวหันมองในทันทีส่วนอีกคนยังคงจดจ่ออยู่กับสิ่งตีพิมพ์ในมือ
“อยู่กันที่นี่เอง” แทนไทพูดขณะก้าวผ่านประตูเข้ามาสายตากราดจ้องยังสองชีวิตด้านใน คนหนึ่งยืนนิ่งอย่างคนงงๆ กับชีวิตส่วนอีกคนบัดนี้ะโโลดเต้นเป็เ้าเข้า
“ฟาง นายไท! ทางทีมงานเขาตอบรับแล้ว ฉันผ่านเข้ารอบประกวดแล้ว ไชโยยย!” ความดีใจถึงสุดขีดทำให้เ้าตัวห้ามไม่อยู่ คนที่อยู่ใกล้ที่สุดจึงไม่พ้นโดนคว้าตัวไป‘กอด’
ภาพนั้นทำให้แทนไทถึงกับตาเบิกกว้าง พอๆกับกองฟางที่ถูกเขตแดนจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว ชั่วอึดใจจึงได้ละจากร่างน้อยๆ แล้วโผเข้าหาอีกคน
‘กอดแน่น’ แบบไม่ให้น้อยหน้ากัน แทนไทพยายามหาเหตุผลขจัดความรู้สึก ‘แปลก’ เมื่อครู่ มันเจ็บจี๊ดๆ แปลบข้างใน ให้ตายสิ!ลมหายใจก็ติดขัดประหลาด หรืออาจเป็เพราะเขาหวงน้องชายมากเกินไปจนไม่อยากให้ผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้!
ใช่แล้ว..โดยเฉพาะผู้หญิงอันตรายอย่างยัยแม่มด!
คนสับสนกับเหตุผลที่ตัวเองหยิบยกมาอ้างค่อยๆคลี่ยิ้มออกมาได้
“ดีใจด้วย พยายามเข้านะ”มือหนาตีลงบ่าคนเป็น้อง สักครู่พลันต้องรีบคว้าต้นแขนอีกฝ่ายดึงไว้เมื่อคนลิงโลดทำท่าจะหมุนตัวกลับไปหาแม่สาวน้อยหน้าซื่ออีกครั้ง
“อย่างนี้ต้องฉลอง ไป..เราไปตึกใหญ่กัน”
แทนไทว่าอย่างนั้นทำให้เขตแดนหมดโอกาสเข้าถึงตัวกองฟางได้อีก เรือนเล็กริมน้ำจึงถูกปิดลงเมื่อสมาชิกเคลื่อนย้ายไปตึกใหญ่กันหมดชายหนุ่มพี่น้องกอดคอฮัมเพลงกันไปตลอดทาง ส่วนหญิงสาวเพียงคนเดียวจึงได้แต่เดินตามหลังไปต้อยๆ
อาหารค่ำมื้อแรกของกองฟาง ณ ที่พักแห่งใหม่ช่างครื้นเครงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เธอได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากทุกคนในบ้านไม่ว่าจะเป็คุณปู่ที่แม้จะชอบกระแทกไม้ตะพดให้สะดุ้งใอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็พูดคุยสนุกสนานเป็กันเองคุณรังสรรค์กับคุณดุจเดือนผู้มีอัธยาศัยดีด้วยกันทั้งคู่ทำให้หญิงสาวรู้สึกพูดคุยได้อย่างไม่อึดอัดเขตแดนรุ่นพี่ที่รู้จักคุ้นเคย สุดท้ายคุณแทนไท..ยกเว้นรายนี้กระมังที่อาจไม่เข้าข่าย‘ยินดี’ ได้เหมือนคนอื่นๆ แต่เป็ ‘ยินร้าย’ เพราะคอยแต่จะปั้นหน้าตึงใส่เธออยู่ตลอดเวลา
กองฟางระบายรอยยิ้มและร่วมะเิเสียงหัวเราะไม่ขาดสายเธอรู้สึกอบอุ่นหัวใจเหมือนว่าตัวเองเป็ ‘คน’ ในครอบครัวนี้จริงๆ
ต้องขอบคุณพี่แดน
เพราะเสียงเฮฮาที่บ่งบอกถึงความสุขของทุกคนในค่ำคืนนี้ส่วนหนึ่งมาจากการร่วมฉลองความสำเร็จของเขตแดน
“เอ้อ! เห็นทีปู่คงต้องขอตัวละนั่งนานๆ พานเมื่อยขบ เอ้า! ใครช่วยพาปู่ไปที”
“ผมครับ” - - “หนูค่ะ”เขตแดนกับกองฟางประสานเสียง เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากคุณรังสรรค์และคุณดุจเดือนไม่น้อย
“หนูฟางนี่น่ารักจริง ดูสิคะคุณรีบอาสาเชียว”
“รีบเสนอหน้าทั้งที่ไม่รู้ทางผมว่าน่าเกลียดมากกว่านะครับคุณแม่”
“ตาไท!”ผู้เป็มารดากัดฟันคำราม ดีว่าลำดับการนั่งมีคนคั่นกลางอยู่ก่อนมิเช่นนั้นคงได้เนื้อเขียวเป็ของแถม แทนไทปั้นหน้านิ่งได้อีกคราไม่รู้ไม่ชี้กับถ้อยคำของตัวเองเมื่อครู่
“เอ้า! งั้นดีเลยไปกันให้หมดนี่ล่ะ ขอบใจมากนะหนูฟาง”
“ยินดีค่ะ” บ้านที่มีแต่ ‘ผู้ชาย’ อยู่กันเป็ส่วนใหญ่ พอได้ ‘ผู้หญิง’ มาเพิ่ม คล้ายช่วยเติมส่วนที่ขาดหายดูได้จากรอยยิ้มละมุนจากริมฝีปากของผู้สูงวัย
“วันนี้ต้องให้พ่อแดนนำทาง”
“ได้สิครับ ผมเองก็ไม่ได้มาดูแลคุณปู่นานแล้ว เห็นทีจากนี้คงต้องมาบ่อยๆ”ว่าแล้วเขตแดนก็หันมาพยักพเยิดกับกองฟาง เสียงไม้ตะพดกระแทกพื้นดังตึง
“เออแน่ะ! พอมีสาวน้อยน่ารักมาร่วมชายคาเข้าหน่อยก็ทำเป็มาเอาใจคนแก่อย่างนี้ไม่ได้รักปู่จริงนี่หว่า” เขตแดนรีบตะครุบมือเฉี่ยวย่นที่กำลังทำท่าจะยกไม้ขึ้นเหวี่ยงมาเคาะกะโหลกไว้ทันควัน
“โธ่! คุณปู่ครับไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย”
“ไม่ใช่อย่างนั้นแล้วอย่างไหนเล่าพ่อกระล่อนทำเป็แก้ตัวโน่นนี่นั่น คิดว่าปู่ตามแกไม่ทันหรือไง” คนหนุ่มสาวอมยิ้มพราวแล้วพากันเข้าประคองประมุขของบ้านที่ยังเอ็ดอึงคนรุ่นหลานไม่เลิกหากแต่ยังไม่ทันได้ก้าวขา คุณปู่ก็หันพรืดมาทางหลานชายอีกคน
“แกก็ตามมาด้วยนะตาไท จะได้อธิบายไอ้หยูกยาที่อุตส่าห์หิ้วมาให้ปู่ถุงเบ้อเร้อนั่นด้วย”เ้าของชื่อยังคงนิ่งเงียบ ดูอิดออดเหลือใจจนผู้เป็มารดาต้องทะยานศอกเข้ากระทุ้งนั่นแหละ“ครับผม”
“งั้นก็เร็วสิจ๊ะ มีลูกหลานรุมเอาใจล้อมหน้าล้อมหลังอย่างนี้ท่านคงชอบและถ้ามีเหลนให้ท่านเร็วๆ ได้ก็ยิ่งดี”
“คุณแม่!” แทนไทถึงกับโพล่งดัง ที่ทำอ้อยอิ่งอยู่เมื่อครู่กลับลุกพรวดไปอย่างรวดเร็วดุจเดือนยิ้มกริ่ม โบกไม้โบกมือไล่หลังบุตรชายที่จ้ำอ้าวไปอย่างหัวเสียจนรังสรรค์อดติงไม่ได้
“ไปสะกิดใจลูกบ่อยๆ อย่างนั้น จะดีหรือคุณ”
“ต้องดีสิคะ คอยย้ำคอยเตือนบ่อยๆ จะได้จำและทำตาม” ดุจเดือนกล่าวอย่างมาดมั่นแถมยังหยิบยกแนวทฤษฎีมาอ้างให้คนฟังต้องมุ่นคิ้วฉงน “ตื้อเท่านั้นที่ครองโลกค่ะคุณไม่ว่าจะยุคไหนยุคนั้นมันก็ใช้ได้ผลมานักต่อนักแล้ว เชื่อเถอะค่ะ”
“นั่นเขาไว้ใช้กับผู้ชายที่อยากพิชิตใจผู้หญิงไม่ใช่หรือ”
“หูยยย..เดี๋ยวนี้เขาเหมารวมเป็แพ็คเกทเดียวกันแล้วค่ะคุณนี่เชยจัง” รังสรรค์ลอบส่ายหน้า
เอากับเขาสิน่ะ
เช้าวันใหม่ภายในห้องครัวกว้างและทันสมัยสุดบรรยายกองฟางกับเด็กลูกมืออีกสองคนกำลังง่วนกับการเตรียมอาหารเช้าแบบง่ายๆแต่ได้คุณค่าทางอาหารครบถ้วน
“แอปเปิ้ลนั่นปลอกเปลือกแล้วแช่ในน้ำเกลือเลยนะจ๊ะจะได้ไม่ดำ”
“คุณฟางเก่งจังเลยนะคะ ยังเด็กอยู่แท้ๆแต่รอบรู้เื่ในครัวอย่างกับผู้ใหญ่”
“ใช่ค่ะ คนก่อนๆ นะถ้าไม่แก่คราวแม่ก็รุ่นป้ารุ่นยายทั้งนั้นเลยค่ะ”กองฟางถึงกับหลุดหัวเราะร่วน
“ฉันก็ไม่ได้เก่งอะไรมากมายหรอก แค่พอทำได้น่ะ”
“แน่ะ ถ่อมตัวอีกต่างหากค่ะ”
“ฮะแฮ่ม” ‘เสียง’ ดังมาจากด้านหลัง เรียกสายตาสามสาวรวมกันเป็จุดเดียว
“พี่แดน” กองฟางเอ่ยทักเป็คนแรกส่วนอีกสองสาวได้แต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ม้วนต้วนกันอยู่นั่นก็นานทีปีหนหนุ่มหน้าใสคนนี้จะโผล่เข้ามาในครัวสักที ใครล่ะจะไม่ตื่นเต้น
“ตื่นเช้าจังนะคะ นี่มันยังไม่เจ็ดโมงครึ่งเลย”
“ก็เมื่อวานกินน้อย เช้านี้เลยหิวเร็ว”เขตแดนพูดพลางยกมือลูบท้องตัวเองสองสามที และนั่นก็ทำให้กองฟางปรายตามองอีกฝ่ายอย่างรู้ทันก็มีอย่างที่ไหนกินอย่างกับยัดนุ่น
เขตแดนอมยิ้มพลางเลื่อนมือไปดันข้างขมับของหญิงสาวอย่างหยอกล้อเป็อันรู้กันว่าพูดเล่น
“ว่าแต่เช้านี้ทำอะไรกินบ้าง กลิ่นห้อมหอมไปถึงโน่น”
“ข้าวต้มปลาทรงเครื่องค่ะ ทำเสร็จแล้วด้วยพี่แดนจะกินเลยไหม” กองฟางรีบหันขวับไปทางหม้ออลูมิเนียมบนเตาซึ่งสาวลูกมือถือถ้วยและช้อนเตรียมรอ
“เสียดายจัง แต่พี่นัดกับเพื่อนๆ ไว้กะว่าจะรีบไปรายงานตัวกันแต่เช้า เมื่อคืนก็คุยกันแทบไม่ได้นอนเลย”
“งั้นยิ่งน่าจะทานสักหน่อยนะคะคุณแดน”
“ใช่ค่ะ ไหนๆ ก็มาแล้ว รับสักถ้วยเถอะนะคะคุณฟางอุตส่าห์ตื่นมาทำแต่เช้ามืดแน่ะ”
“คราวหน้าละกัน สัญญา วันนี้ฉันรีบจริงๆ”ขนาดว่ามีคนเชียร์ถึงสองเสียงยังรั้งชายหนุ่มไว้ไม่ได้กองฟางแค่นยิ้มเมื่อชายหนุ่มเข้ามากระเซ้าขอโทษขอโพย
“ไม่เป็ไรพี่ ไว้ครั้งหน้าก็ได้ค่ะ ฟางยังอยู่ที่นี่อีกนาน”พูดไปทั้งที่ใจก็อดเสียดายไม่ได้ แต่ก็ไม่เป็ไรหรอก..ได้เจอกันแต่เช้าก็ถือว่าเป็วันใหม่ที่สดใสแล้ว