ในราตรีดึกสงัดเสียงเคาะบอกโมงยามดังขึ้น ใน่เวลาที่ผู้คนกำลังนอนหลับใหลอย่างสบายอกสบายใจหลี่จิ้งถิงที่เงี่ยหูรอฟังเสียงความเคลื่อนไหวจากภายนอก กำลังค่อย ๆขยับเข้าไปใกล้หน้าต่าง เพื่อเฝ้าดูเหตุการณ์อย่างใกล้ชิดด้วยความอยากรู้อยากเห็น
สายลมพัดพาโคมไฟที่แขวนไว้ตามระเบียงทางเดินให้แกว่งไกวไปมาเด็กหญิงอาศัยความมืดของม่านรัตติกาลกวาดตามองพลางเงี่ยหูฟังรวมทั้งต้องพยายามฝืนตัวเองเอาไว้ ไม่ให้เผลอหลับอีกด้วย
หลังจากที่นั่งซุกตัวอยู่นานจนกำลังจะถูกจิตใต้สำนึกโน้มน้าวให้ไปนอนหลับอย่างสบายอยู่บนเตียง
จู่ ๆหลี่จิ้งถิงก็ได้ยินเสียงคลับคล้ายมีการปะทะกันดังขึ้นมาจากลานเรือนที่อยู่ถัดไปนางรีบลุกขึ้นยืนอย่างระมัดระวังพยายามไม่ทำให้เกิดเสียงที่จะเรียกความสนใจจากผู้บุกรุก พลางแง้มหน้าต่างออกไปเล็กน้อยเพื่อแอบฟังสายตาเองก็ทอดมองไปยังทิศทางของเสียงอย่างอดใจไม่อยู่
แต่น่าเสียดายนางได้ยินเสียงการต่อสู้ที่ดังแว่วมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นภาพในความคิดที่คาดว่าจะได้เห็นการต่อสู้กันอย่างดุเดือดหรือการที่ตนเองกับท่านป้าลู่ต้องซ่อนตัวอย่างอกสั่นขวัญหาย เพราะเกิดเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมหาได้เกิดขึ้นไม่ดูท่าท่านลุงลู่คงจะปิดบังอำพราง และป้องกันพวกนางเอาไว้เป็อย่างดี
ยังไม่ทันที่หลี่จิ้งถิงจะได้ลุ้นระทึกเสียงการต่อสู้ก็สงบลงจนเงียบสนิท ในสมองของนางเหลือแค่เพียงความคิดเดียว
‘ไฉนถึงได้ต่อสู้กันสั้นถึงเพียงนี้หนอ’
ขณะเดียวกับที่หลี่จิ้งถิงกำลังบ่นกระปอดกระแปดในใจด้านนอกห้องลู่ฮูหยินก็กำลังส่งเสียงเรียกนางอยู่ด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างมั่นอกมั่นใจ
“เสี่ยวถิง เปิดประตูให้ป้าหน่อยป้ารู้ว่าเ้ายังไม่เข้านอน”
“เ้าค่ะ”หลี่จิ้งถิงขานรับอย่างแ่เบา ในอกรู้สึกอึดอัดกลัดกลุ้มที่ถูกจับได้
“เอ๊ะท่านป้ายังไม่เข้านอนอีกหรือเ้าคะ” น้ำเสียงที่คล้ายกำลังเบนหัวข้อสนทนาไปอย่างลื่นไหลของเด็กหญิงทำให้ลู่ฮูหยินหรี่ตาลงโดยไม่รู้ตัว หมดถ้อยคำจะเอื้อนเอ่ยไปครู่ใหญ่
“ป้ากังวลว่าเสียงการต่อสู้จะทำให้เ้านึกหวาดกลัวจึงได้ตัดสินใจเดินมาดูสักหน่อย แต่ดูจากใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเสียดายของเ้าแล้วเกรงว่าป้าจะมารบกวนเวลาชมเื่สนุกเสียมากกว่า”
หลี่จิ้งถิงกวาดตามองไปที่ตำแหน่งของเรือนอีกหลังคล้ายไม่ได้ตั้งใจมองพลางคิดว่าไม่รู้มีใครมารายงานสถานการณ์ให้ท่านป้าฟังหรือยัง
ลู่ฮูหยินเห็นสายตาแปลกๆ ของหลี่จิ้งถิง จึงเอ่ยเย้าเล่นขึ้นมา
“อย่าบอกนะว่าเ้าคิดอยากจะไปชมดูเื่ที่เพิ่งเกิดขึ้นอะไรทำนองนั้นหรือไม่ก็ให้ป้าเรียกคนมาให้เ้าสอบถามอย่างละเอียด”
หลี่จิ้งถิงเลิกคิ้วขึ้นพยักหน้าเล็กน้อย
ั์ตาของลู่ฮูหยินปรากฏแววอ่อนใจวูบหนึ่ง“เ้านี่ชักจะใจกล้าบ้าบิ่นเกินไปแล้ว เื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้มิใช่เื่เล็กประเดี๋ยวท่านลุงของเ้ายังมีเื่ที่ต้องสะสางอีกมากยามนี้พวกเขาก็ยังเฝ้าระแวดระวังกันอยู่เกรงว่าไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมจะให้เ้าเข้าไปสืบอะไรหรอกนะ”
หลี่จิ้งถิงได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่นน้อยๆ ไม่รู้ว่าคิดอันใด จู่ ๆ นางก็ขยับเข้าไปใกล้ลู่ฮูหยินเอ่ยถามหยั่งเชิงว่า“ท่านป้าเ้าคะ แล้วมีความเป็ไปได้หรือไม่ที่ท่านจะช่วยไขข้อข้องใจให้ข้าสักนิดสักหน่อย”
ลู่ฮูหยินพยักหน้าพลางเอ่ยเสียงละมุน“ได้สิ ยังไงคืนนี้ทั้งป้าและเ้าก็ยากจะข่มตาหลับอยู่แล้ว”
“จริงนะเ้าคะ”สุ้มเสียงที่แฝงไว้ด้วยความลิงโลดของหลี่จิ้งถิง ทำให้ลู่ฮูหยินแย้มยิ้มอย่างไม่รู้ตัว
ในชั่วพริบตาสมองของหลี่จิ้งถิงพลันปรากฏคำถามต่าง ๆ ขึ้นมามากมายหลังจากขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ นางก็ขยับปากถามอย่างไม่ลังเล
“ว่ากันตามจริงนะเ้าคะถ้าคิดดูอย่างละเอียดแล้ว การวางแผนสร้างเื่เพื่อออกเดินทางจากเมืองหลวงของท่านลุงท่านป้านั้นมีจุดประสงค์อยู่ที่การท่องเที่ยวจริง ๆ หรือเ้าคะ”
ลู่ฮูหยินนึกไม่ถึงว่าหลี่จิ้งถิงจะขวัญกล้าถามเข้าประเด็นสำคัญั้แ่คำถามแรก พอได้ยินนางถามเช่นนั้นลู่ฮูหยินก็เลยได้แต่ส่ายศีรษะอย่างจนใจ แต่ก็ดีแล้วนางจะได้ไม่ต้องอธิบายอะไรมากมาย
“ถ้าไม่อ้างออกไปอย่างนั้นก็คงจะดึงดูดความสนใจของผู้คนมากเสียจนขยับตัวทำสิ่งใดไม่ได้เลยแต่ดูท่าแล้วพวกเราจะยังทำได้ไม่แเีพอถึงได้ถูกเด็กน้อยอย่างเ้ามองพิรุธออก”
หลี่จิ้งถิงเผยยิ้มอย่างเข้าอกเข้าใจ“ท่านป้าวางใจเถิดเ้าคะ ความลับของพวกท่านข้าจะปิดปากให้สนิทไม่แพร่งพรายออกไปให้ผู้ใดได้ล่วงรู้อย่างเด็ดขาด”
ลู่ฮูหยินยิ้มน้อยๆ “เดิมป้าก็คิดอยากจะปิดบังเ้าไปตลอด เพราะไม่อยากลากเ้าลงมาเดินในน้ำสกปรกไปด้วยแต่ไม่คิดเลยว่าเ้าจะฉลาดหลักแหลมจนสามารถหาคำตอบออกมาได้ด้วยตนเองก็ดีต่อไปป้าจะได้ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยปิดบังอีกแต่การทำงานของท่านลุงเ้าเกี่ยวพันกับความเป็ความตาย และอำนาจของขุนนางท้องถิ่น ฝ่าาเองก็อยู่ไกลถึงเมืองหลวงเื่สำคัญบางเื่จึงต้องมอบหมายให้กับคนที่วางใจได้ ให้ช่วยเป็หูเป็ตาแทน เพราะไม่อย่างนั้นปัญหาบางอย่างที่เน่าเฟะก็อาจจะถูกกลบฝังจนทำให้เกิดภัยแฝงในภายหลังได้ท่านลุงเ้าเองก็ได้รับพระบรมราชโองการให้คอยรายงานสถานการณ์ และเก็บรวบรวมหลักฐานของผู้กระทำผิดพร้อมทั้งนำความขึ้นกราบทูลให้ทรงพิจารณาต่อไปนั่นเอง”
หลี่จิ้งถิงตั้งใจฟังอย่างกระตือรือร้นทั้งยังอาศัยช่องว่างสืบถามเื่ที่อยากรู้อย่างละเอียดยิบ นางรู้ดีว่าในทุกคำพูดของลู่ฮูหยินแฝงไปด้วยความเกี่ยวโยงกับราชสำนัก
หลายปีมานี้หลี่จิ้งถิงไม่เคยรับรู้ถึงเื่ราวเกี่ยวกับเมืองหลวงดังนั้นจึงจำเป็ต้องใช้ประโยชน์จากคำบอกเล่าในครั้งนี้เพื่อเรียนรู้ถึงสถานการณ์ในเมืองหลวงให้รอบด้าน จะได้ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับบุคคลหรือเื่ราวที่อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อตนเองและจวนหยวนจิ้งโหวในวันหน้า
ลู่ฮูหยินเองก็คิดเช่นเดียวกันการกลับไปยังจวนหยวนจิ้งโหวของหลี่จิ้งถิงในครั้งนี้ เด็กหญิงจะต้องไม่ตกเป็หมากให้ผู้ใดกลั่นแกล้งเล่นงานได้อีกอย่างเด็ดขาด
วันคืนผ่านพ้นไปอย่างไม่เร็วไม่ช้าหลังจากนั่งรถม้าโคลงเคลงมาตลอดเส้นทาง ยามนี้เหลือเวลาอีกไม่น่าจะเกินสิบห้าวันคณะของคนสกุลลู่กับหลี่จิ้งถิงก็จะเดินทางถึงเมืองหลวงที่คึกคัก และเต็มไปด้วยความเจริญรุ่งเรืองแล้ว
แต่เดิมคนสกุลลู่ก็ไม่คิดจะเร่งรีบเดินทางอยู่แล้วเมื่อเห็นว่าตลอดทั้งวันอากาศแจ่มใส พวกเขาก็ตัดสินใจออกนอกเส้นทางขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์บนเขาที่ขึ้นชื่อว่ามีทัศนียภาพและบรรยากาศร่มรื่น
เมื่อได้ขึ้นมาอยู่บนูเาแห่งนี้พวกเขาก็ได้พบกับความสงบเรียบง่ายที่ธรรมชาติได้แต่งแต้มรังสรรค์ขึ้นมาอย่างงดงามและบริสุทธิ์ จนทำให้ทุกคนที่ยังเหน็ดเหนื่อยจากการเดินขึ้นเขารู้สึกผ่อนคลายจนััได้ถึงสายลมของฤดูใบไม้ผลิ ที่พัดผ่านมาอย่างแ่เบา
ลู่สิงเทียนเงยหน้าขึ้นมองสำรวจทัศนียภาพไปทั่วสองสามีสกุลลู่ที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก็กำลังพูดคุยกันอย่างสุขสงบและสบายใจยิ่ง พวกเขาชอบ่เวลาที่ได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระเช่นนี้มากกว่า่เวลาที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวง ที่มีแต่คนคอยเสนอหน้ามาประจบสอพลอถึงแม้ว่าที่เมืองหลวงจะครึกครื้นและเจริญรุ่งเรืองทว่าไม่มีทางที่จะรู้สึกผ่อนคลายสบายใจได้ถึงเพียงนี้อย่างแน่นอน
หลี่จิ้งถิงเองก็เหม่อมองทิวทัศน์จนตะลึงงันไปชั่วขณะพอได้สติหันกลับมาก็พบว่า บรรดาผู้ติดตามได้นำผลไม้ขนมและน้ำชาที่ได้จัดเตรียมเอาไว้อย่างประณีตพิถีพิถันมาวางไว้บนโต๊ะในศาลาอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยแล้วเช่นกัน
“วันนี้ให้เสี่ยวถิงแสดงฝีมือชงชาให้พวกเราได้ดื่มดีหรือไม่”ลู่ฮูหยินแย้มยิ้มกว้าง
“ดีสิลุงจะคอยชมว่าฝีมือของเ้าพัฒนาไปถึงขั้นไหนแล้ว” ลู่จางหย่งเอ่ยคล้อยตามภรรยา
มีเพียงแต่ลู่สิงเทียนที่ยังคงนิ่งเงียบแต่สายตาที่มองไปยังหลี่จิ้งถิง มีแววอบอุ่นนุ่มนวลเพิ่มมากขึ้นหลายส่วน
หลี่จิ้งถิงเอ่ยอย่างถ่อมตัว“ขอทุกท่านช่วยชี้แนะด้วยนะเ้าคะ”
ความสามารถในการชงชาของนางถือได้ว่าอยู่ในระดับดีแม้จะไม่ได้เลิศล้ำแต่ก็นับได้ว่ามีความประณีตละเมียดละไม การเคลื่อนไหวระหว่างท่วงท่าการรินชาหมุนวนก็งดงามเทสูงรินต่ำได้อย่างเหมาะสม แม้จะมีขั้นตอนมากมายแต่หลี่จิ้งถิงก็สามารถทำให้ชาทุกถ้วยมีสี รสชาติและกลิ่นที่เสมอกันได้ในระยะเวลาเพียงสั้น ๆ
ลู่จางหย่งพยักหน้ามีรอยยิ้มเบิกบาน“ อืม ชาที่เสี่ยวถิงชงมีเอกลักษณ์แตกต่างจริง ๆ”
“นั่นสิชาถ้วยนี้ได้ดื่มแล้วก็เหมือนกับได้ัักับรสชาติเข้มข้นแต่กลับนุ่มละมุนและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว อีกทั้งความฝาดของน้ำชาก็เข้ากันกับขนมของว่างที่มีรสหวานได้ดีจริง ๆ”
หลี่จิ้งถิงพยักหน้ารับอย่างสำรวม
ลู่สิงเทียนยกถ้วยชาขึ้นดื่มภายใต้แสงอาทิตย์ที่ส่องสะท้อนปลายจมูกได้กลิ่นหอมจาง ๆ ของใบชา แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด ในห้วงความคิดถึงปรากฏภาพในอดีตของหลี่จิ้งถิงที่กำลังเอ่ยถามมารดาของเขาอย่างนึกสงสัย
“เหตุใดจึงต้องกินขนมของว่างในยามบ่ายด้วยหล่ะเ้าคะทำไมไม่กินอาหารในมื้อให้อิ่มไปเลยทีเดียว จะได้ไม่ต้องยุ่งยากเสียเวลาตระเตรียมเื่ไร้สาระพรรค์อย่างนี้”
ไม่นึกเลยว่า เด็กหญิงที่เคยประหลาดใจกับการดื่มชากินของว่างในยามบ่ายและเคยมองว่าเป็เื่ของการอวดบารมีอย่างไร้สาระของบรรดาเหล่าคุณหนูผู้มีเงินมีทองเท่านั้น
จะเปลี่ยนมาเป็เด็กหญิงที่เข้าใจวัฒนธรรมของการชงชาและมีฝีมือการชงชาที่ดีเยี่ยม จนทำให้บิดามารดาของเขาที่ไม่ค่อยจะเอ่ยชมผู้ใดถึงกับออกปากชื่นชมได้
ลู่ฮูหยินเองก็ยิ่งมองยิ่งพอใจสุดท้ายนางก็สามารถเปลี่ยนแปลงหลี่จิ้งถิงให้กลายเป็เด็กหญิงที่สง่างามได้แล้วแม้จะยังไม่อยู่ในขอบเขตของคำว่าดีพร้อม แต่ก็ดูพอเหมาะลงตัวพอดี
หลายปีที่ผ่านมานางเคยคิดอยากจะมีบุตรสาวสักคนแต่ก็มิอาจให้กำเนิดได้ จนกังวลว่าความรู้ความเชี่ยวชาญหลายแขนง ที่เคยสั่งสมเรียนรู้มาหลายปีจะสูญหายเพราะไม่มีโอกาสได้ถ่ายทอดให้กับผู้ใด
แต่พอได้มาพบเจอกับหลี่จิ้งถิงฉับพลันความรู้สึกของการอยากจะมีลูกสาวสักคนก็ถูกกระตุ้นจนอยากจะปั้นแต่งเด็กคนนี้ให้งดงามราวกับภาพวาดในจินตนาการ
และแม้จะไม่ได้รับการอบรมชั้นเลิศหรือสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์หรูหรามาั้แ่เด็ก แต่หลี่จิ้งถิงในวันนี้ ที่ถูกอดีตองค์หญิงใหญ่ฮุ่ยิ่อบรมดูแลอย่างใส่ใจพิถีพิถันยิ่งก็พร้อมแล้วที่จะเปล่งประกายความสง่างาม สามารถทำให้ผู้อื่นยอมรับ และปฏิบัติตัวได้เหมาะสมกับเป็หลานสาวของสกุลสูงศักดิ์ได้โดยไม่ถูกผู้อื่นครหาแล้ว
ส่วนเื่อนาคตในวันหน้าก็ได้แต่อาศัยชะตาวาสนาของตัวหลี่จิ้งถิงเองเท่านั้น
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เสี่ยวถิงของเราพัฒนาไปไกลขึ้นอีกแล้วนะคะ ช่วยส่งกำลังใจให้น้องด้วยการกดหัวใจ กดเพิ่มเข้าชั้น กดติดตามกันด้วยน้า
ขายของเก่งมั้ย 555
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์ทุกกำลังใจที่ส่งมานะคะ ได้รับแล้วใจฟูมาก