สองสามีภรรยากำลังนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ร่างสูงนั่งซ้อนหลังภรรยาในขณะที่กำลังชี้ไปยังน้ำตกเพื่อให้ร่างโปร่งได้ดูบางสิ่งที่กำลังแหวกว่ายอยู่ในนั้น
แต่บทสนทนากลับไม่ใช่สิ่งที่เข้ากับบรรยากาศในตอนนี้เลย
“ที่ต้องมีคนคุ้มกันเยอะขนาดนี้ไม่ใช่เพราะมาเพื่อคุ้มกันมิ่งคังแต่เป็มาเพื่อดูแลความปลอดภัยของเด็กคนนั้น” เยว่เฟยหลิงวิเคราะห์ถึงแม้ว่านายกองจะไม่ได้มีวรยุทธ์ที่เก่งกล้าอะไรแต่ไม่ถึงกับปกป้องตัวเองไม่ได้แล้วยังทหารที่มาคุ้มกันก็มากเกินความจำเป็และมากเกินกว่าจะเรียกได้ว่าเป็การเดินทางที่วางแผนไว้รัดกุมแล้ว
รถม้าเกือบสิบสองคันเดินทางไปยังเมืองหลวงเช่นนี้ไม่ว่าใครก็มองออกว่าคนที่กำลังเดินทางย่อมไม่ใช่แค่คนธรรมดาแล้วยังเสี่ยงต่อการถูกลอบโจมตีได้ง่าย
เป็ถึงนายกองของกองทหารไม่รู้เื่นี้ได้อย่างไร
“ถึงอย่างนั้นจำนวนก็มากเกินไปการเดินทางของนายกองคนสำคัญจะให้เอิกเกริกเช่นนี้ได้อย่างไร” เฟิงหลันเอ่ยสมทบระหว่างที่พูดกันอยู่พวกเขาก็พูดกันเบามากจนแทบจะไม่ได้ยินเพื่อไม่ให้คนที่ซุ่มตัวอยู่รู้ว่าพวกเขากำลังคุยเื่อะไร
เ้าพวกนี้ก็น่ารำคาญจริง
“เท่าที่ดูมิ่งคังคงจะมีเด็กคนนั้นเป็ลูกสาวคนเดียวถึงได้ประคบประหงมนางถึงขนาดนั้น”
“แต่เด็กคนนั้นอาจไม่มีโอกาสได้โต”คนพูดเอนตัวพิงคนที่อยู่ด้านหลังสายตามองไปยังน้ำตกที่กระทบกับแสงอาทิตย์ยามเย็น
จะว่าสวยก็สวยอยู่ แต่มือสังหารมีเวลาให้มานั่งชมวิวแบบนี้เสียที่ไหนหากเว้นว่างจากภารกิจสิ่งที่พวกเขาจะทำก็คือ นอนเท่านั้น
เวลานอนมันหายากจะตายไปโดยเฉพาะกับคนที่ทำหน้าที่อารักขาองค์จักรพรรดิ
“น่าเสียดายที่แคว้นจ้าวไม่ได้ติดต่อกับชิงหลงมิเช่นนั้นคงมีโอกาสให้ท่านหมอเทพได้รักษาเด็กคนนั้น” ท่านหมอเทพมีชื่อเสียงไม่น้อยแล้วยังเป็ที่รู้จักในต่างแคว้นด้วยคิดว่าที่แคว้นจ้าวเองก็น่าจะรู้จักชื่อซ่งฮวาไม่มากก็น้อย
“เ้ารู้สึกหรือเปล่า”เยว่เฟยหลิงหันมาถามเฟิงหลันเพื่อขอความเห็นซึ่งร่างสูงก็พยักหน้ารับ
“สังหรณ์ใจว่าวันนี้อาจจะเกิดเื่”
“น่าจะเป็เื่ที่ทำให้เรารำคาญใจ”
“แค่ที่อยู่รอบตัวเราตอนนี้ข้าก็รำคาญพอแล้ว”คนพูดซบหน้าอยู่กับไหล่เล็กไม่ใช่เฟิงหลันไม่รู้สึกรำคาญพวกที่ตามดูพวกเขาอยู่ แต่เพราะรำคาญไปก็ทำอะไรไม่ได้พรุ่งนี้ก็จะถึงเมืองหลวงแล้ว พวกเขาจะได้ไปจากคนพวกนี้สักที
“ทำไมคนที่ไม่เอาอ่าวแบบนั้นถึงได้เป็นายกองยศใหญ่แบบนั้นได้กันนะ”ร่างโปร่งพึมพำ วรยุทธ์ไม่เท่าไหร่ถึงจะฉลาดแต่แค่นั้นจะทำให้เป็นายกองได้หรือแล้วยังมีนิสัยที่ชอบเรียกชายหนุ่มมาปรนนิบัติพัดวีอีก
หรือนี่เป็แค่เบื้องหน้าเท่านั้น
“การที่จะเป็ขุนนางคนสำคัญได้คงไม่ได้ใช้แค่ความฉลาดอย่างเดียวกระมัง” เฟิงหลันสืบมาแล้วนายกองมิ่งคังผู้นี้ที่ดูไม่ค่อยได้เื่ได้ราวแต่เป็ถึงนายกองคนสำคัญของกองทัพแล้วยังได้รับอนุญาตให้สั่งการกองทัพในกรณีที่จำเป็ได้อีกด้วยแม้ว่าจะไม่ใช่แม่ทัพก็ตามเผลอๆมีอำนาจมากกว่าแม่ทัพเสียอีกแต่ในขณะเดียวกันเหมือนว่าฮ่องเต้ก็วางตัวเป็กลางกับเขา เท่าที่ได้ยินมาฮ่องเต้หรงอี้ไม่ได้ให้ความสนิทสนมกับเขา ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้มีท่าทีห่างเหินไม่ได้พยายามทำให้มิ่งคังอยู่ข้างตนอย่างที่ฮ่องเต้ผู้ให้ความสำคัญกับกองกำลังทางการทหารควรทำ
ไม่รู้ว่าฝ่ายไหนกันแน่ที่แปลกระหว่างฮ่องเต้หรงอี้กับนายกองมิ่งคัง
“ยังไงคงต้องระวังไว้ก่อนนายกองผู้นี้คงไม่ได้มีแค่ความฉลาดหรอก”
ทั้งคู่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้จนตะวันตกดินในตอนนี้พวกเขาไม่มีอะไรให้สืบมาก ต้องเก็บแรงไว้เพื่อไปสืบข่าวที่เมืองหลวง
“เ้าพวกนั้นคงเข้าใจว่าพวกเรามาพลอดรักกันแน่เลย”เฟิงหลันเอ่ยอันที่จริงสามีภรรยาทั่วไปย่อมทำเช่นนั้นหลังจากที่ไม่ได้อยู่ตามลำพังมาพักหนึ่ง
“จะจับตาดูขนาดนี้ไม่มานั่งข้างเราเสียเลยเล่า”เยว่เฟยหลิงออกอาการหัวเสียน้อยๆ เ้าคนที่ซุ่มอยู่ฝีมือแย่กว่าพวกที่จวนเสียอีก
“อาจเป็สัญญาณว่าพวกนั้นแค่มาคุ้มกันความปลอดภัยให้เรา”
“แต่มันน่ารำคาญ”ใครมันจะชอบให้คนอื่นมาจับตามองทั้งวันทั้งคืนกันไม่มีอะไรทำกันแล้วรึ
“ถ้าพวกนั้นคิดว่าเรามาพลอดรักกันไยไม่ทำให้เห็นบุญตาไปเสียเลยเล่า?”
“พี่เฟิง…..” เยว่เฟยหลิงเหนื่อยกับความตามน้ำของร่างสูงกับเื่นี้ปล่อยผ่านก็ได้กระมัง
“ขนาดมิ่งคังยังไม่กล้าให้ลูกสาวมากวนใจเราไม่มีหลักฐานกลับไปอวดเสียหน่อยจะถูกสงสัยได้นะ” ร่างสูงให้เหตุผลจริงอยู่ที่ว่าหากมีรอยเล็กๆน้อยๆให้เห็นนายกองผู้นั้นจะยิ่งห้ามปรามลูกสาวไม่ให้มายุ่งกับพวกเขาแล้วยังดีต่อพวกเขาที่ไม่ต้องเก็บไอสังหารจนลำบากตัวเองด้วยแต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าเขาไม่ได้อยากเปลืองตัวถึงขนาดนั้นนี่!
“เราไม่ทำก็ได้…..”คนที่กำลังเอ่ยเบาเสียงลงเมื่อหันมาสบกับดวงตาใสซื่อของคนด้านหลังก่อนจะได้รับรอยยิ้มหวาน
อันนี้คือกำลังอ้อนข้ารึ?
แล้วทำไมต้องอ้อนข้าด้วย
“เอ่อ….ต้องทำด้วย?”
“เพื่อความสมจริงอย่างน้อยพวกที่ซุ่มอยู่จะไม่ทำให้หลิงเอ๋อร์รำคาญใจไประยะหนึ่ง” หากคนพวกนั้นเห็นทั้งสองกำลังพลอดรักกัน ต่อให้ถูกสั่งให้มาจับตามองก็จะใจกล้ามองพวกเขาต่อได้หรือ
เยว่เฟยหลิงนิ่งไปพักหนึ่งจริงอยู่ที่เขารำคาญพวกที่ซุ่มอยู่ หากไม่มีใครมองก็คงสบายใจขึ้น แต่ว่า…..
“แล้ว...ต้องทำอะไร”
“ให้ข้าทำรอยไว้สักสองสามรอยก็พอ”คนที่ถูกถามก็ตอบกลับอย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าใสซื่อ
“แล้วทำไมเ้าถึงเป็คนทำ”
“เช่นนั้นประมุขน้อยจะทำ?”ร่างโปร่งนิ่งเงียบเยว่เฟยหลิงรู้ตัวมาตั้งนานแล้วว่าตัวเขาไม่เหมาะที่จะเป็ฝ่าย….เอ่อที่จะเป็สามี แต่ไม่ได้หมายความว่าเื่แบบนี้เขาจะทำไม่ได้เสียหน่อย
“ประมุขน้อยทำสองรอยข้าทำสามรอย?”เฟิงหลันเสนอทางเลือก ร่างโปร่งกระตุกคิ้วทำไมเขาถึงได้ทำรอยน้อยกว่าเล่า
“ทำไมข้าถึงได้แค่สองรอย”
“สามีมักจะเป็ฝ่ายที่ทนไม่ได้อยากซุกร่างภรรยามากกว่า”เยว่เฟยหลิงไม่คิดว่านั่นคือเหตุผลที่ฟังขึ้น
“ให้ข้าทำแค่สองรอย?”
“จะได้ไม่เหมือนจงใจทำมากเกินไป”มือสังหารของฝ่าาถอนหายใจั้แ่มาที่แคว้นจ้าวเขาเคยเถียงอีกฝ่ายชนะด้วยรึ
“เฮ้อ” สุดท้ายเยว่เฟยหลิงก็ยอมแพ้ร่างสูงหัวเราะเบาๆก่อนจะจับตัวคนที่เขานั่งซ้อนหลังอยู่ให้หันมานั่งคร่อมตักเขาแทนมือเรียววางค้างอยู่ที่ไหล่คนตัวสูงที่กำลังทำหน้าใสซื่อใส่เขา
ข้ารู้ว่าเ้ามันไม่ได้ใสซื่อจริงๆเฟิงหลัน ข้าเห็นมากับตา
เ้าคนเ้าเล่ห์
“ประมุขน้อยตัวเบาจริง”
“เพิ่งจะรู้รึ” ตอนที่ข้าหลับอยู่เ้าอุ้มข้าไปไหนบ้าง เพิ่งจะรู้เอาป่านนี้รึ
มือหนาข้างหนึ่งค้างอยู่ที่เอวบางส่วนอีกมือรั้งต้นคอคนที่คร่อมเขาอยู่ลงมาริมฝีปากหนากดจูบลงบนต้นคอขาวเนียนเบาๆก่อนจะเม้มกัดเพื่อสร้างรอยพวกที่ซุ่มอยู่พอเห็นว่าพวกเขากำลังเริ่มพลอดรักกันจริงๆจังๆก็แตกฮือกันทันทีริมฝีปากร้อนไล่ไปตามลำคอ ขบเบาๆที่หลังใบหูทำเอาเยว่เฟยหลิงสะดุ้งเพราะนั่นเป็จุดอ่อนของเขา
“รู้สึกไวจริง”
“เงียบน่า” มือเรียวตีไหล่หนาเบาๆก่อนจะโน้มตัวลงไปกัดซอกคอคนพูดเต็มแรงลิ้นเล็กเลียเืที่ซึมออกมาจางๆก่อนจะผละออกมามองหน้าร่างสูงซึ่งคนถูกมองก็หัวเราะ
“หลิงเอ๋อร์ชอบความรุนเรงรึ”
“เร้าอารมณ์ดีไม่ใช่รึ”เยว่เฟยหลิงไม่ได้มีรสนิยมรุนแรงแต่หมั่นไส้เ้าคนที่กำลังทำหน้าใสซื่อประหนึ่งตัวเองกำลังทำเื่ดีงามในยามกลางวันแสกๆ
กลับชิงหลงเมื่อไหร่ข้าจะกลับไปถล่มิเอี้ยวของเ้าเสีย!
“เหลืออีกรอยข้าจะทำตรงไหนดีนะ” ได้ที่คอแล้วหนึ่ง ที่หลังหูอีกหนึ่งมีตรงไหนที่เห็นได้ชัดๆบ้างนะ
“หาที่เห็นได้ชัดๆอยู่รึ”เยว่เฟยหลิงมองรอยที่ตัวเองทำเอาไว้ แทนที่จะเรียกว่าเป็รอยรักน่าจะเรียกว่าเป็รอยกัดแห่งความแค้นมากกว่า
เปิดปากเสนออะไรแต่ละทีมีแต่เขาที่เสียเปรียบ
มันน่านัก!
“ก็มีที่หนึ่งอยู่”ดวงตาคมจับจ้องมายังริมฝีปากบางที่เป็สีแดงระเรื่อถ้ากัดสักหน่อยคงพอทำให้ช้ำจนมองเห็นได้
“เห็นชัดไป”
“รอย?”
“ธาตุแท้เ้านั่นแหละ”เยว่เฟยหลิงกอดอก ข้ารู้ว่าเ้าคิดอะไรเ้าคนใสซื่อไม่จริง!
“ใจร้าย”
“เ้าคนเ้าเล่ห์”คิดจะหาเศษหาเลยกับข้ารึ ไม่มีทาง
“ก็ได้ๆข้าไม่แกล้งแล้ว” ร่างสูงยกมือยอมแพ้ เฟิงหลันแค่นึกครึมว่าถ้าหากเขาเสนอเื่นี้ขึ้นมาประมุขน้อยจะยอมทำกับเขาหรือเปล่าถึงจะมีลังเลอยู่บ้างแต่สุดท้ายก็ยอมทำเื่นี้กับเขา
แต่นั่นแสดงให้เห็นว่าประมุขน้อยยังไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของเขาเยว่เฟยหลิงอาจจะคิดว่าเขาไม่มีเบื้องลึกเื้ัอะไรแต่กระนั้นการที่ประมุขน้อยยอมใกล้ชิดกับเขาถึงขนาดนี้เพราะเห็นว่าเป็พวกเดียวกันอาจทำให้ประมุขน้อยมีภัยในภายหลัง
ข้าเองก็ไม่ควรแกล้งประมุขน้อยมากมิเช่นนั้นอาจจะเคยตัวจนกลายเป็ว่าเวลาที่อยู่กับข้าประมุขน้อยจะลดการระวังภัยของตัวเองลง
“พี่เฟิง”
“หืม?” ร่างสูงรับคำเมื่อถูกเรียกถึงจะแค่วันเดียวแต่ดูเหมือนเยว่เฟยหลิงจะติดวิธีเรียกร่างสูงแบบนี้ไปเสียแล้ว
“เมื่อคืนเ้าไม่ได้นอนนอนพักสักหน่อยแล้วค่อยกลับเถอะ” เพราะเมื่อคืนเฟิงหลันกล่อมเยว่เฟยหลิงนอนเพื่อความสบายใจของประมุขน้อยร่างสูงจึงตื่นอยู่ตลอดทั้งคืนเพื่อเฝ้าระวัง
“อืมได้นอนสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน” เฟิงหลันไม่ได้ปฏิเสธตอนนี้ร่างกายของเขาไม่ได้เกิดปัญหาอะไร แต่ไม่ปล่อยให้ตัวเองอดหลับอดนอนจะดีกว่า
ร่างสูงเอนตัวพิงต้นไม้พร้อมทั้งรั้งตัวคนที่นั่งอยู่บนตักให้ขยับมาด้วยเยว่เฟยหลิงนั่งอยู่นิ่งๆจนกระทั่งลมหายใจของเฟิงหลันคงที่เขาจึงย้ายตัวเองลงมานั่งข้างๆคนหลับดวงตาสีเทามองไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืน
วันนี้คงมีเื่ให้ต้องตื่นนอนกลางดึกแล้วกระมัง
ตกดึกเฟิงหลันอุ้มเยว่เฟยหลิงกลับมาที่ค่ายพักซึ่งประมุขน้อยก็แกล้งหลับให้เฟิงหลันอุ้มมานายกองเมื่อเห็นคนทั้งคู่กลับมาแล้วก็ยกยิ้มพร้อมทั้งเอ่ยถามคนทั้งคู่ว่าหิวหรือไม่เขาได้สั่งคนเตรียมสำรับเอาไว้แล้วซึ่งร่างสูงส่ายหน้าแล้วขอตัวไปพักผ่อนดีกว่าเพราะภรรยาของเขากำลังหลับนายกองจึงให้ทั้งคู่ได้พักผ่อนเพราะตอนนี้ก็นับว่าดึกมากแล้ว
ร่างโปร่งขยับตัวขยุกขยิกเมื่อเข้ามาในกระโจมแล้วก่อนจะลืมตาขึ้นมามองคนอุ้มที่กำลังวางเขาลงบนเตียง
“หลิงเอ๋อร์หิวหรือยัง?”
“ไม่หิว” วันนี้เจอของอร่อยที่ไหนมิ่งคังไม่แคล้วต้องซื้อมาให้พวกเขาลองตอนนี้กินไม่ไหวหรอก
“ข้าก็กินไม่ลงเหมือนกัน”เยว่เฟยหลิงขยับตัวไปอีกทางเพื่อเหลือพื้นที่ให้เฟิงหลันนอนร่างสูงส่ายหน้าก่อนจะมองออกไปข้างนอก
“วันนี้เราคงไม่ได้นอนกันหรอก”
“เริ่มแล้วรึ”
“คิดว่าคนของมิ่งคังจะรับมือได้หรือเปล่า”
“ฟังจากฝีเท้าแล้วคงจะรอดไม่เยอะ” นอกจากฝีเท้าของพวกทหารที่ติดตามมาด้วยแล้ว ยังมีฝีเท้าแปลกประหลาดที่ปะปนเข้ามาด้วย
วรยุทธ์ไม่ธรรมดา ฝีเท้าเบามาก
แล้วฝีเท้านี้เพิ่งจะเจอเมื่อไม่นานมานี้เสียด้วย
“อ้าก!!!” ทั้งคู่พุ่งออกจากกระโจมที่พักเมื่อได้ยินเสียงร้องโหยหวนดวงตาคมมองเห็นคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังเข้าจู่โจมพวกทหารและกำลังพุ่งตัวเข้ามาจู่โจมพวกเขาที่ยืนดูอยู่
ฉัวะ!
คนที่พุ่งเข้ามาถูกมีดสั้นในมือร่างสูงตวัดเข้าที่ลำคอฉับเดียวอีกฝ่ายก็แน่นิ่งร่างสูงคว้าตัวเยว่เฟยหลิงหลบคนที่พุ่งเข้ามาก่อนที่ตัวเองจะใช้มีดสั้นพุ่งสวนกลับไปจนทำให้อีกฝ่ายล้มลงคิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน
คนกลุ่มนี้น่าจะเป็พวกเดียวกันกับพวกที่พยายามลักพาตัวลูกสาวของนายกองเมื่อวานแต่เมื่อวานเป็แค่กลุ่มเล็กๆ หนนี้นอกจากจะพาพรรคพวกมาเพิ่มแล้วยังมาพร้อมอาวุธครบมือเสียด้วย
คนพวกนี้พยายามจะทำอะไรกันเป้าหมายคือมิ่งคังที่เป็นายกองของพวกทหาร หรือพวกเขาที่เป็คนนอกหากเป้าหมายคือมิ่งคังพวกเขาก็พอเข้าใจได้แต่หากเป้าหมายคือพวกเขาที่ไม่ได้เป็คนในแคว้นมันหมายความอย่างไรหรือว่ามีคนที่รู้ถึงตัวตนของพวกเขาแล้วพยายามขัดขวางไม่ให้พวกเขาสืบข่าวภายในแคว้นจ้าวได้อย่างนั้นรึ
“เหมือนจะไม่ได้มาเพื่อพูดคุย”
“ข้าก็ไม่อยากคุย”เฟิงหลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่รำคาญนิดๆเมื่อวานพวกนี้ก็โผล่มาแต่ทั้งๆที่วรยุทธ์ก็ไม่ได้ต่ำต้อยกลับทำเพียงแค่ลักพาตัวเด็กคนเดียวมาหนนี้ก็ไม่รู้ว่าคิดจะโจมตีใครกันแน่การกระทำแบบไม่มีแผนที่ชัดเจนของคนกลุ่มนี้ทำให้เฟิงหลันเริ่มรำคาญขึ้นมาตะหงิดๆ
“พี่เฟิง จะช่วยมิ่งคังหรือเปล่า”เยว่เฟยหลิงหันไปเห็นนายกองที่กำลังอุ้มลูกสาวเอาไว้พลางเดินถอยหลังและมีพวกทหารคุ้มกันทหารหลายนายพยายามเข้ามาช่วยพวกเขาแต่ไม่สำเร็จเยว่เฟยหลิงคิดว่าคนที่้าความช่วยเหลือคือนายกองของพวกเขามากกว่า
“ช่วยได้แค่ต้องลงแรงเยอะหน่อย”
“เอาให้พอดีก็พอแล้ว”ร่างสูงเก็บพวกที่พุ่งเข้ามาจนมั่นใจว่าจะไม่มีใครพุ่งเข้ามาอีกก่อนจะไหวตัวไปทางนายกองเพื่อช่วยเหลือแต่สิ่งที่เขาทำเขาไม่ได้แค่เก็บพวกคนชุดดำที่โผล่มาแต่ยังเก็บพวกทหารที่กำลังคุ้มกันมิ่งคังอยู่ไปด้วย
“ทะ ท่านอวี้เฟิง”
“หากนายกองอยากจะรอดหรืออยากให้เด็กนี้รอดก็ต้องเชื่อข้า”ร่างสูงคว้ากระบี่ของใครสักคนมาละเลงเืส่วนเยว่เฟยหลิงะโเตาะแตะข้ามร่างอาบเืมาทางนายกองก่อนจะเอ่ย
“พี่เฟิงเคยเป็ทหารอยู่ที่เมืองหลวงนายกองไม่ต้องแปลกใจหรอกว่าทำไมเขาถึงสู้เก่ง” ร่างโปร่งมองเด็กน้อยที่กำลังร้องไห้หลังจากที่ได้เห็นภาพน่ากลัวเฟิงหลันในตอนนี้น่ากลัวกว่าเยว่เฟยหลิงที่ยืนอยู่ข้างๆเสียอีก
“ตะ แต่ ทหารของข้า….”
“นายกองจากที่ท่านเล่าให้พวกข้าฟัง ท่านเป็นายกองของกองทหารชั้นผู้ใหญ่มิใช่หรือ”ร่างโปร่งมองหน้าคนที่กำลังกอดลูกสาวอยู่ร่างสูงเหวี่ยงกระบี่ในมือไปปักบนพื้นก่อนจะทำหน้านิ่งเดินเข้ามา
“ท่านไม่สงสัยบ้างหรือว่าทำไมคนพวกนี้ถึงจู่โจมท่าน”ไม่พูดพร่ำทำเพลงเฟิงหลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งๆคล้ายกับคนที่กำลังข่มอารมณ์โกรธ นายกองมองไปรอบๆมีทั้งร่างของผู้ที่มาจู่โจมเขาและทหารของเขานอนจมกองเือยู่ที่เหลืออยู่ก็มีไม่ถึงสิบคน ล้วนแล้วแต่เป็ฝีมือของเฟิงหลันที่เป็คนสังหาร
“เส้นทางกลับเมืองหลวงของข้า….ถูกเปิดเผย”
“ยังดีที่นายกองยังสังเกต”หากไม่ผิดไปตามที่เฟิงหลันคาดการณ์แผนการเดินทางของมิ่งคังคงถูกใครสักคนแพร่งพรายจนทำให้ศัตรูดักลอบโจมตีได้พวกเขารู้ตัวมาสักพักแล้วว่ามีคนแอบติดตามพวกเขามาั้แ่ออกจากจวนแต่ไม่คิดว่าพวกทหารของมิ่งคังจะไม่รู้สึกตัวถึงขนาดนี้
ที่พวกเขาช่วยก็แค่ไม่ให้เกิดเื่วุ่นวายกับพวกเขาในภายหลังเท่านั้นหากนายกองมาถูกฆ่าตายที่นี่แล้วเป็พวกเขาที่หนีรอดไปได้อย่างไรเสียแคว้นจ้าวก็ต้องตามหาตัวพวกเขาอย่างแน่นอนเมื่อเป็แบบนั้นภารกิจที่พวกเขาต้องทำในแคว้นจ้าวคงจะยากลำบากขึ้นมากเป็แน่
“ท่านจะบอกว่าเป็คนของข้าที่….”
“ใช่ข้าจะบอกท่านแบบนั้น”
“แต่เรายังไม่รู้เลยว่าใครทำท่านสังหารไปเกือบหมดแบบนี้….”
“หรือท่านจะรอถามทีละคนจะมีคนบอกท่านหรือว่าใครเป็คนที่แพร่งพรายแผนการเดินทางของท่านมิใช่ว่าการทำเช่นนั้นจะทำให้ท่านตายเร็วขึ้นหรอกรึ” ไม่ได้ตายแค่คนเดียวแต่ลูกสาวที่อยู่ในอ้อมกอดนั่นมิใช่ว่าจะต้องตายไปด้วยหรือ
“หากท่านอยากจะตายข้าก็ไม่ว่าแต่ชีวิตเด็กคนนั้นปกติก็อาจจะไม่รอดอยู่แล้วยังคิดจะทำให้นางต้องตายเร็วขึ้นด้วยรึ”
“พี่เฟิง….” เยว่เฟยหลิงแตะแขนร่างสูงเบาๆเพื่อบอกให้ใจเย็นๆ ที่เฟิงหลันโกรธคงจะเป็เพราะความไม่เอาไหนของมิ่งคังที่ไม่รู้อะไรเลยเสียมากกว่า
“สามีข้าเคยเป็ทหารองครักษ์มาก่อนแต่เพราะได้รับาเ็หนักจนไม่สามารถทำหน้าที่ได้จึงได้ถอนตัวออกมาแล้วมาแต่งงานกับข้า ท่านจะไม่เชื่อสิ่งที่เขาพูดก็ไม่เป็ไรแต่หลังจากนี้ท่านต้องวางแผนไปให้ถึงเมืองหลวงเองแล้ว” ร่างโปร่งเดินเข้าไปประคองสามีเพื่อบอกว่าเฟิงหลันมีปัญหาเื่ร่างกายจริงๆเขาต้องทำให้ตัวเองมีแผลบ้างเพื่อที่จะไม่ผิดสังเกตทำให้ที่แขนของเฟิงหลันมีแผลโดนกระบี่อยู่สองรอย
“เื่ที่ว่าลูกสาวข้าอาจจะอยู่ไม่รอด….”
“ไม่ใช่หรอกรึ?”เฟิงหลันเลิกคิ้วไม่เหลือเค้าชายผู้อ่อนโยนอีกหลังจากที่ภรรยาเกือบจะโดนทำร้ายซึ่งนายกองก็รับรู้ได้ถึงอารมณ์นั้นเป็อย่างดี
“ท่านพูดถูกลูกสาวข้ากำลังเผชิญโรคร้าย นางอาจจะไม่มีโอกาสได้เติบโต…”
“ทั้งๆที่นางร่างกายไม่ดีไยท่านพานางออกมาไกลถึงขนาดนี้”
“เพราะนางอาจไม่ได้โตข้าถึงพานางมาด้วยเพื่อให้นางได้เห็นโลกแต่ข้าก็ไม่ละทิ้งความหวังที่จะตามหาหมอมารักษานางคนที่รักษานางได้ต้องอยู่ที่ไหนสักแห่งแน่”
“สักแห่งที่ว่าคงไม่ได้อยู่ในแคว้นจ้าว”ร่างสูงเอ่ยระหว่างที่เยว่เฟยหลิงกำลังทำแผลให้เขาไม่ได้ทำให้ตัวเองาเ็มาก าแจึงเล็กน้อยจนไม่นับได้ว่าเป็าแ
“แคว้นจ้าวเล็กเกินไปหากจะหาผู้ที่เก่งกาจมารักษาลูกสาวท่าน”
“แต่แคว้นอื่นข้าก็ส่งคนไปค้นหาแล้วแต่ไม่มีผู้ใดสามารถรักษาได้”
“แล้วชิงหลงเล่า?”คนที่ถูกถามเงียบเป็สัญญาณว่ามิ่งคังไม่เคยส่งคนไปตามหาหมอที่ชิงหลงเลย
“แคว้นจ้าวกับแคว้นชิงหลงไม่ได้ติดต่อกันมานานเกรงว่า….”
“แล้วท่านไปเื่การทูตหรืออย่างไรท่านแค่พาลูกสาวไปหาหมอ มันจะแตกต่างจากพวกเราที่มาท่องเที่ยวแคว้นจ้าวตรงไหน”เยว่เฟยหลิงคิดว่าอีกไม่นานเฟิงหลันคงได้ลงไม้ลงมือกับนายกองเป็แน่เื่ที่ควรคิดให้ง่ายกลับคิดไม่เป็เสียอย่างนั้น ที่ชิงหลงไม่ใช่ว่าไม่ต้อนรับแคว้นเล็กแคว้นน้อยที่อยู่รอบๆเสียหน่อยแล้วแค่ไปหาหมอมันจะต้องมากพิธีตรงไหนกัน
“ช่างเถอะท่านจะไปหรือไม่ไปก็ไม่เกี่ยวข้องกับเรา ท่านหาทางกลับถึงเมืองหลวงให้ปลอดภัยเถอะ”เฟิงหลันไม่ได้กดดันมิ่งคังต่อ เขามองไปรอบๆเพื่อสำรวจความเสียหายจากนั้นก็เอ่ยบอก
“ยังมีทหารที่พอมีฝีมือไปกับท่านอีกสิบคนศัตรูเสียกำลังคนไปถึงขนาดนี้แล้ว คงไม่มาสร้างปัญหาอีกน่าจะกลับถึงเมืองหลวงได้ปลอดภัย” ที่เฟิงหลันสังหารไปไม่ใช่จำนวนน้อยๆและคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้เตรียมกำลังคนมาเสริมมากนักเพราะจะทำให้ผิดสังเกตยามที่เคลื่อนไหวมิ่งคังบอกเอาไว้ว่าหากเดินทางตอนเช้าจะถึงเมืองหลวงในเช้าอีกวันนั่นหมายถึงเมืองหลวงอยู่ไม่ห่างจากที่นี่มากนัก คงกลับกันเองได้ไม่มีปัญหา
ก็อยากจะคิดแบบนั้น
“ท่านอวี้เฟิงได้โปรดเถอะ อย่างไรพวกท่านก็จะไปเมืองหลวง โปรดร่วมทางกับข้าเถอะ” เยว่เฟยหลิงคิดเอาไว้อยู่แล้วว่านายกองผู้นี้จะต้องไม่กล้ากลับไปกับคนของตัวเองที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดซึ่งเฟิงหลันถอนหายใจ
“ท่านนายกองก่อนหน้านี้ท่านสัญญาจะรับรองความปลอดภัยให้ข้ากับภรรยาแต่สุดท้ายเื่กลับลงเอยเช่นนี้ แล้วยังจะให้ข้าพาภรรยาไปเสี่ยงกับท่านอีกรึ”คนฟังสะอึก เพราะเขาสัญญาเอาไว้แบบนั้นจริงๆ
“ลูกสาวข้าถึงจะอายุสั้นแต่ขอให้นางได้มีชีวิตอยู่ต่ออีกเถอะ เมื่อถึงเมืองหลวงข้าจะตอบแทนพวกท่านอย่างดี ได้โปรดเถอะ”นายกองแทบจะคุกเข่าอ้อนวอนเพราะรู้ตัวดีว่าหากเกิดเหตุการณ์เช่นเมื่อครู่ตนจะไม่สามารถปกป้องลูกสาวได้หากมีอวี้เฟิงพวกเขาต้องกลับถึงเมืองหลวงได้อย่างปลอดภัยแน่นอน
เฟิงหลันมองดูเด็กน้อยที่กำลังร้องไห้เพราะเสียขวัญมองหน้าภรรยาตัวน้อยที่ยืนอยู่ข้างๆหากเป็สามีภรรยากันจริงๆเฟิงหลันย่อมต้องปฏิเสธเพื่อความปลอดภัยของเยว่เฟยหลิงและเดิมทีเขาก็ควรแสดงออกเช่นนั้นด้วย
“พี่เฟิงเราร่วมทางไปด้วยกันต่อเถอะ” มือเรียวจับมือร่างสูงที่ยืนอยู่ดวงตาของนายกองแวววาวด้วยประกายความยินดี เขาพยักหน้ารัวๆอย่างขอบคุณหากท่านอวี้เยว่หลิงตัดสินใจจะช่วยท่านอวี้เฟิงต้องช่วยเขาแน่
“หากเราให้พวกเขากลับเองคนที่จะไปก่อนคงเป็ท่านนายกอง คุณหนูจะกำพร้าพ่อ” แม้ว่าคำพูดต่อมาจะทำให้นายกองคิ้วกระตุกอยู่นิดหน่อยแต่ไม่เป็ไรเขาจะยอมรับมัน
“หลิงเอ๋อร์ไม่กลัวรึ”
“ไม่เป็ไรพี่เฟิงก็อยู่นี่” ด้วยทักษะของเฟิงหลันเยว่เฟยหลิงปลอดภัยแน่นอน
“ปากหวานเสียจริง”คนพูดบีบจมูกภรรยาเบาๆ ทำไมถึงได้ทำตัวน่ารักเช่นนี้นะ
ทำให้นึกเสียดายขึ้นมานิดหน่อยที่ไม่ใช่สามีภรรยากันจริงๆ
“เช่นนั้น….” นายกองเอ่ยอย่างคาดหวัง ร่างสูงถอนหายใจก่อนจะพยักหน้า
“แต่หากถึงเมืองหลวงเมื่อไหร่ข้าจะพาภรรยาแยกตัวไปทันที หวังว่านายกองคงไม่คัดค้าน”
“ได้ๆ ข้าจะไม่คัดค้านใดๆทั้งสิ้น”ขอแค่เขากับลูกกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยจะเงื่อนไขอะไรเขารับได้ทั้งนั้น
“เตรียมออกเดินทางเราจะไปให้ถึงเมืองหลวงวันนี้!”