หลินเสี่ยวเหยายกกับข้าวมาให้หยางเฟิงที่เตียง ชายหนุ่มมองอาหารตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าอาหารธรรมดา ๆ จะดูน่ารับประทานได้ขนาดนี้
เขาตักข้าวต้มเข้าปากคำแรก รสชาติกลมกล่อมของข้าวต้มทำให้เขาแทบหยุดไม่ได้ เขาตักข้าวต้มเข้าปากคำแล้วคำเล่า จนข้าวต้มหมดถ้วย
"อร่อยมากเลยครับ" ชายหนุ่มกล่าวชมด้วยรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจ
หลินเสี่ยวเหยายิ้มรับคำชม คนในยุคนี้ชาวบ้านทั่วไปชอบทำกับข้าวจืดๆ ไม่ได้เน้นเครื่องปรุงรสอะไร กับข้าวที่เธอใส่ผงปรุงรสไปก็เลยดูอร่อยเป็พิเศษเธอสามารถทำกับข้าวขายได้เลย ถ้ามีผงปรุงรสอยู่ในมือ รับรองกับข้าวอร่อยทุกอย่าง
"ฉันดีใจที่คุณชอบค่ะ"เธอกล่าวกับชายหนุ่ม
หลังจากหยางเฟิงทานข้าวเช้าเสร็จ หลินเสี่ยวเหยาก็หยิบยาแก้ปวด และยาลดไข้ ออกมา 2 เม็ด
"สหายหยางเฟิงทานยาแก้ปวดและยาลดไข้หน่อยนะคะ อาการของคุณจะได้ดีขึ้น"
หยางเฟิงรับยามาดู พบว่าเป็ยาฝรั่งราคาแพง เม็ดสีขาวกลม ๆ
"คุณ... เอาเงินมาจากไหนมาซื้อยาพวกนี้?" ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสงสัย
หลินเสี่ยวเหยาอึกอักไปชั่วครู่ แต่สีหน้าของเธอไม่ได้เปลี่ยนไป หญิงสาวรู้สึกเขินอายเล็กน้อยที่ถูกจับได้
"ถ้าฉันบอกคุณไปคุณห้ามไปเล่าที่ไหนนะคะ…พอดีฉันไปขายของที่ตลาดมืดมาค่ะ ได้เงินมาเยอะพอสมควร เลยซื้อยาฝรั่งมาเก็บไว้ที่บ้านเวลาไม่สบาย" หญิงสาวโกหกหน้าตาใส ก่อนจะตัดบทคุยกับคุณตัวร้าย
"เดี่ยวคุณพักผ่อนเถอะค่ะ ฉันจะไปเก็บถ้วยชาม เดี่ยวฉันมีธุระที่ต้องออกไปข้างนอก" หลินเสี่ยวเหยาพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืน
หยางเฟิงพยักหน้ารับ เธอเดินออกจากห้องไปทันที ปล่อยให้ชายหนุ่มได้พักผ่อน
หลินเสี่ยวเหยารู้สึกกังวลเื่ข้าวของที่อยู่ในมิติของเธอ หญิงสาวครุ่นคิดถึงวิธีการเอาตัวรอดในยุค 70 โดยไม่ให้ใครจับได้ ครั้งนี้เธอเผลอแสดงพิรุธจนถูกคุณตัวร้ายจับผิด เมื่อก่อนเธออาศัยอยู่กับน้องชายเพียงสองคน เด็กๆ ไม่ได้คิดมากเื่สิ่งของที่เธอนำออกมา แต่ตอนนี้มีคุณตัวร้ายเพิ่มเข้ามา เขาเป็คนฉลาดและเธอไม่สามารถหาข้อแก้ตัวแบบนี้ได้บ่อยๆ
ด้วยเหตุนี้ หลินเสี่ยวเหยาจึงตัดสินใจไปหาลุงเหวิน เพื่อหวังหางานเก็บแต้มที่ไม่เหนื่อยมากนัก ลุงเหวินเป็เพื่อนสนิทของพ่อเธอ เขาเป็คนใจดี และที่สำคัญ เขาเป็ผู้มีอำนาจในหมู่บ้านแห่งนี้
หลินเสี่ยวเหยาเดินไปหาเสี่ยวิที่กำลังตัดหญ้าที่รกร้างที่สวนหลังบ้าน เสียงเคียวกระทบกับพื้นหญ้าดังเป็ระยะ บ่งบอกถึงการทำงานหนักของเด็กน้อย
"เสี่ยวิ พี่ไปบ้านลุงเหวินก่อนนะ เดี่ยวน้องอยู่ดูแลบ้านด้วย" หลินเสี่ยวเหยาเอ่ยขึ้น
หลินเสี่ยวิเงยหน้าขึ้นจากการตัดหญ้า เหงื่อไหลอาบใบหน้า "พี่สาวไปเถอะครับ เดี่ยวผมจะดูแลบ้านเอง"
"น้องเล็ก...ถ้าเหนื่อยก็พักก่อนนะ น้องอย่าหักโหมทำงานหนักล่ะ เดี่ยวพี่ทำธุรกิจเสร็จแล้วพี่สาวจะมาช่วยไถหญ้า" หลินเสี่ยวเหยาเอ่ยด้วยความห่วงใย
"ได้ครับ" หลินเสี่ยวิตอบรับ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
หญิงสาวจึงเดินออกจากบ้านมุ่งหน้าไปบ้านลุงเหวิน เธอเดินผ่าทุ่งนาตอนนี้ยังเช้าอยู่ ยังไม่มีใครมาทำงานในท้องทุ่ง
ในที่สุด เธอก็มาถึงหน้าบ้านของลุงเหวิน บ้านไม้หลังคามุงจากดูเรียบง่าย แต่ภายในอบอุ่น สะอาดสะอ้าน
หลินเสี่ยวเหยารู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง เธอหวังว่าลุงเหวินจะช่วยเธอได้
เธอเคาะประตูเบาๆ แล้วรอสักครู่ ประตูก็เปิดออก เผยให้เห็นรอยยิ้มใจดีของลุงเหวิน
"เหยาเหยา มาหาลุงเหรอ?" ลุงเหวินเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
"ค่ะ..คุณลุง" หลินเสี่ยวเหยารีบก้มหัวคำนับ "หนูมีเื่อยากขอความช่วยเหลือจากคุณลุงค่ะ"
"หลานจะให้ลุงช่วยอะไร"ลุงเหวินพูดอย่างมีเมตตา
"ลุงเหวินค่ะ หนูอยากมาสมัครทำงานเก็บแต้มค่ะ" หลินเสี่ยวเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ
"หลานอยากจะทำงานอะไรก็บอกลุงมาได้?" ลุงเหวินเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"หนูอยากทำงานเก็บหญ้าแห้วหมูค่ะ พอดีหนูอยากไปหาของป่าด้วยจะได้เก็บมาพร้อมกันทีเดียวค่ะ" หลินเสี่ยวเหยาตอบพลางยิ้มหวาน
ลุงเหวินพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบว่า "ได้สิหลานสาว พรุ่งนี้มาเริ่มงานได้เลย หนูเก็บหญ้าแห้วหมูมาแล้วก็ไปมาหาลุงหวังที่เป็คนจดแต้มการทำงาน งานหาหญ้าแห้วหมูจะได้รับแต้ม 3 แต้ม "
"ขอบคุณมากค่ะลุงเหวิน" หลินเสี่ยวเหยาตอบด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม เธอก้มลงขอบคุณลุงเหวินด้วยความรู้สึกขอบคุณซาบซึ้ง
เมื่อออกจากบ้านลุงเหวินมา หลินเสี่ยวเหยาก็รีบเดินกลับบ้าน ทันใดนั้น เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นมา หลินเสี่ยวเหยาหันขวับไปมอง พบกับกลุ่มหญิงสาววัยรุ่นสี่คน ยืนอยู่หน้ารั้วบ้านเดิมของเธอ บุคคลที่คุ้นเคยที่สุดคือ หลินฮวาที่ลูกสาวของลุงใหญ่และป้าสะใภ้ใหญ่ กำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยาม
"ว๊ายตายแล้วนึกว่าใครที่ไหนที่แท้ก็แม่จอมี้เีนี้เอง สงสัยตอนนี้เงินจะหมดแล้วสิท่า ถึงได้มาขอลุงเหวินทำงาน" เสียงแหลมสูงของเฉียวเย่ เพื่อนสาวคนสนิทของหลินฮวา ดังออกมา หลินเสี่ยวเหยารู้สึกโกรธขึ้นมาในทันที แต่พยายามกลั้นความโมโหไว้ เธอไม่อยากให้คนพวกนั้นได้สมหวัง
"ฉันไม่ได้มาขอเงินใครกินสักหน่อย ฉันมาหาทำงานเพื่อเลื้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเองแล้วมันหนักหัวพวกเธอหรือไง" หลินเสี่ยวเหยาตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย พยายามไม่แสดงท่าทีอ่อนแอให้ใครเห็น
"ทำงานเหรอ? หล่อนทำงานอะไรได้บ้างล่ะ? คงจะเก็บหญ้าแห้วหมูมาแลกแต้มน่ะสิ จะได้สักกี่แต้มเชียว" รั่วฉี เพื่อนอีกคนของหลินฮวา พูดด้วยรอยยิ้มเยาะ พร้อมกับจ้องมองหลินเสี่ยวเหยาด้วยแววดูถูก
“งานอะไรก็ตามที่สุจริต ฉันก็ยินดีทำทั้งนั้น” หลินเสี่ยวเหยาตอบกลับไป แม้จะรู้ดีว่าเพื่อนแม่นางเอกกำลังพยายามหาเื่กลั่นแกล้งเธอ ‘หึ..คนพวกนี้มันไม่ใช่พวกเพื่อนนางเอกแล้ว นี้มันเป็พวกนางร้ายเกรดต่ำชัดๆ นักเขียนเื่นี้เขียนนิยายไม่ตรงปกอย่างแรง’
"โอ้โห เดี่ยวนี้หล่อนเก่งมากนะ ทีเมื่อก่อนเอาแต่นั่งกินนอนกินไม่เคยทำอะไรเป็ชิ้นเป็อัน ตอนนี้เงินหมดแล้วเลยมาทำงานหาเงินเหรอ? น่าสงสารจริง ๆ " เจียหยิง เพื่อนสาวอีกคนพูดเสริมขึ้นมาพร้อมกับหัวเราะเยาะอย่างมีความสุข
"ฉันจะทำอะไรมันก็เื่ของฉัน ฉันจะมีเงินหรือไม่มีเงิน มันไปหนักหัวพวกเธอหรือไง" หลินเสี่ยวเหยาตอบก่อนที่จะสะบัดหน้าเดินหนีคนพวกนี้ไป อยู่กับคนพวกนี้มีแต่ทำให้ประสาทแดก
เธออยากประท้วงคุณนักเขียนซะจริงๆ หลินฮวาไม่ได้ใสซื่อเหมือนอย่างที่นักเขียนบรรยายไว้ ในนิยายหลินฮวาถูกบรรยายว่าเป็หญิงสาวที่อ่อนหวาน ใจดี มักถูกกลั่นแกล้งจากคนรอบข้างเป็ประจำ โดยเฉพาะจากพี่สาวที่เป็นางร้ายอย่างหลินเสี่ยวเหยา แต่ทว่า...ความเป็จริงกลับตรงกันข้าม กลายเป็คุณนางร้ายโดนกลั่นแกล้งซะเอง
หึ…ยายนางเอกที่ชอบเสแสร้งทำเป็แม่ดอกบัวขาวที่คอยยุยงให้เพื่อนๆ รังแกหลินเสี่ยวเหยา หลอกลวงผู้คนด้วยภาพลักษณ์ที่บอบบาง น่าสงสาร หลินเสี่ยวเหยาเ้าของร่างเดิม ไม่รู้ทันกลอุบายของหลินฮวา จึงมักเดินตามเกมของแม่นางเอก ทำให้มีเื่ทะเลาะวิวาทกับหลินฮวาอยู่เป็ประจำ
ผลลัพธ์คือ หลินเสี่ยวเหยาถูกตราหน้าว่าเป็คนเกเร ไร้เหตุผล และถูกชาวบ้านรังเกียจ
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เช่นนั้นอีกต่อไป..หลินเสี่ยวเหยาที่อยู่ในร่างนี้ ไม่ได้โง่เหมือนเ้าของร่างเดิม
"หยุด! เดี่ยวนี้นะหลินเสี่ยวเหยา!" เสียงะโดังมาจากด้านหลัง หลินเสี่ยวเหยาหันขวับกลับไปเห็นเจียหยิงวิ่งไล่ตามมา
"นี่พวกเธอ้าอะไรอีก?" หลินเสี่ยวเหยาถามด้วยความเ็า
"พวกเรายังพูดไม่จบแล้วแกจะหนีไปไหน!" เจียหยิงะโหน้าเธอ
รั่วฉีเดินมาจับมือหลินเสี่ยวเหยาไว้แน่น ดวงตาของเธอฉายแววไม่พอใจ "เธอจะเดินไปไหน? คิดจะไปอ่อยสหายเหว่ยเฉียงที่แปลงนาหรือไง? ฉันขอบอกไว้ก่อนนะ ว่าตอนนี้สหายเหว่ยเฉียงคบหากับสหายหลินฮวาแล้ว อีกไม่นานพวกเขาก็จะหมั้นหมายกัน!"
หลินฮวาแทรกตัวเข้ามาระหว่างพวกเธอ "ทุกคนใจเย็นๆ อย่าสร้างความลำบากให้พี่สาวฉันเลย" น้ำเสียงของเธอดูอ่อนโยน เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ แต่หากสังเกตดีๆ จะเห็นแววสะใจที่ซ่อนอยู่ใต้ดวงตาสีดำขลับของหญิงสาว
หลินเสี่ยวเหยาเมื่อได้ยินแม่นางเอกพูดถึงกับปวดตับนึกว่าหล่อนแสดงละครเป็อยู่คนเดียวเหรอไง เมื่อเธอเห็นชาวบ้านเริ่มมามุงดูการทะเลาะวิวาทของพวกเธอ หญิงสาวจึงรีบเปลี่ยนบทบาทเป็เหยื่อผู้ถูกกลั่นแกล้งทันที
หลินเสี่ยวเหยาเริ่มสะอื้นไห้ ร้องไห้โฮ ราวกับถูกทำร้ายจิตใจ "พวกเธอทำอะไรกัน! ทำไมต้องมารังแกฉันด้วย! ฉันทำอะไรผิด! แค่จะกลับไปบ้านเท่านั้น!"
เสียงร้องไห้ของหลินเสี่ยวเหยา ดึงดูดความสนใจจากผู้คนที่ผ่านไปมา บนถนนสายหลักของหมู่บ้านที่ตอนนี้เริ่มมีผู้คนเดินไปทำงานที่แปลงนากันเยอะ ผู้คนต่างหยุดยืน มุงดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความสงสัย บางคนซุบซิบกระซาบ บางคนก็มองด้วยความสงสาร
หลินเสี่ยวเหยาใช้โอกาสนี้ ชี้นิ้วไปที่พวกแก๊งค์นางเอก " พวกเธอจะกลั่นแกล้งฉันไปถึงไหน! ฉันแค่ผู้หญิงคนเดียว ที่ไม่มีใครปกป้อง พ่อแม่ฉันก็ตายจากไป แถมบ้านของตัวเองก็ยังจะโดนพ่อของหลินฮวายึดไป แล้วพวกเธอยังจะมาคิดทำร้ายฉันอีก ถ้าฉันตายไปอีกคน น้องชายของฉันยังเด็กอยู่แล้วเขาจะอยู่ยังไงถ้าฉันตายไป"
หลินฮวาหน้าซีดเผือด เธอไม่คาดคิดว่าหลินเสี่ยวเหยาจะพลิกเกมได้อย่างรวดเร็ว กลายเป็ฝ่ายพวกเธอเองที่เป็ฝ่ายเสียเปรียบแทน
"พี่สาวใจเย็นๆ นะค่ะ พวกเพื่อนๆ ฉันไม่ได้คิดจะรังแกพี่สาวหรอกค่ะ ฉันต้องขอโทษพี่สาวแทนพวกเธอด้วย" หลินฮวาพยายามแก้เกมคืน
"พวกเธอสามคนนี้น่ารังเกียจ! ชอบทำร้ายคนไม่มีทางสู้" ชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
"ไม่จริงนะ! พวกเราแค่..." เจียหยิงพยายามอธิบาย แต่ไม่มีใครฟังเธอ เสียงโห่ร้องประนามดังขึ้นจากฝูงชน
"เห็นแก่ตัว! เอาเปรียบคนอ่อนแอ!"
"อย่ามาทำเป็ตีหน้าตาย! ความจริงพวกเธอเป็คนเลว!"
หลินเสี่ยวเหยาอาศัยจังหวะนั้น วิ่งหนีออกจากฝูงชน ทิ้งให้พวกเธอ ยืนงุนงง กลายเป็เป้าสายตาของชาวบ้านที่จ้องมองด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ถึงแม้ว่าตอนนี้เธอจะกระชากหน้ากากแม่นางเอกไม่ได้ แต่เพื่อนของเธอก็โดนคนในหมู่บ้านมองเป็คนไม่ดี แค่นี้เธอก็พอใจแล้ว ยังมีเวลาอีกมากที่จะเอาคืนแม่นางเอก รอดูไว้เลย…