ตอน นาฬิกาปลุก
ผมเริ่มรู้สึกตัวเมื่อเตียงที่นอนอยู่ไหวยวบมาจากทางด้านหลังแต่ด้วยความงัวเงียง่วงงุ่นทำให้ผมยังคงหลับตานอนตะแคงอยู่บนเตียงอากาศสดชื่นในยามเช้าราวกับแม่เหล็กขนาดใหญ่ที่ดึงดูดร่างกายของผมให้จมอยู่กับเตียงนอนนุ่มๆแทบไม่อยากกระดิกตัวไปไหน กระทั่งแผ่นหลังของผมััได้ถึงความอุ่นซ่านของแผงหน้าอกกว้างที่เข้ามาแนบชิดตามมาด้วยมือใหญ่ที่วาดมาโอบกอดผมเอาไว้พร้อมด้วยเสียงกระซิบอันคุ้นชิน
“ตื่นได้แล้วลูกชาย”
ผมแน่ใจว่าหลังใบหูของผมรู้สึกถึงริมฝีปากที่ล้อมไปด้วยไรหนวดนาบลงมาและมันทำให้ผมขนลูกซู่ไปทั้งตัว
“ผมขอนอนต่ออีกหน่อยนะแด๊ด”
ผมต่อรองทั้งที่รู้ดีว่ามันไม่เคยสำเร็จเลยแม้นแต่หนเดียวเขาไม่เคยประนีประนอมและมักทำตัวเป็นาฬิกาปลุกที่เที่ยงตรงเสมอตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผมได้รู้จักกับผู้ชายคนนี้ ผู้ชายที่ก้าวเข้ามาในชีวิตของผมยามที่ผมไม่เหลือใครในโลกใบนี้
“ลูกก็รู้คำตอบดีอยู่แล้วมาวิน”
นั่นแหละ… แม็กนัส
“โถ่แด๊ด ผมโตแล้วนะ”
“ฉันรู้เพราะร่างกายของเธอมันฟ้องให้เห็นอยู่…เต็มตา”
หมับ!!!
“ดะ… แด๊ด”
จู่ๆเขาก็คว้าหมับไปที่เ้าหนูของผมที่มันมักจะตื่นขึ้นมาตั้งเด่ในตอนเช้า
“เห็นไหมว่าฉันมีตัวประกันอยู่ในมือ และถ้าเธอไม่รีบลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวละก็…” เขากระซิบข้างหูผมด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้วชวนจินตนาการไปไกลลิบ
“แด๊ด ไม่เล่นแบบนี้ โอเค ผมจะลุกแล้ว”
อันที่จริงมันก็ไม่ใช่เื่ปรกติทั่วไปที่ผู้ชายควรจะมาเล่นอะไรกันแบบนี้แต่ผมมักจะถูกเขาลวนลามอยู่เสมอจนมันเริ่มจะกลายเป็ความเคยชิน
“โอเค ค่ำนี้ไม่ต้องรอทานข้าวนะฉันมีประชุมอาจจะค้างที่โรงแรมเลย”
เขาดีดตัวลงไปยืนอยู่ปลายเตียง ท่อนบนเปลือยเปล่าหน้าท้องสวยงามเป็ลอนท่อนล่างมีเพียงกางเกงบ็อกเซอร์ที่เป้าของมันตุงออกมาดูน่าเกลียดและทำให้หัวใจของผมเต้นแรง
“ครับ ดูแลสุขภาพด้วยนะแด๊ด”
ผมลุกขึ้นนั่งพิงกับพนักหัวเตียงโดยไม่ลืมคว้าผ้าห่มมาคลุมเ้าน้องชายตัวดีเอาไว้
“ลูกก็เหมือนกัน และขอให้แฮปปี้กับการไปมหาลัยฯวันแรก”