ยอดสายลับโอเมก้า [จบแล้ว]

    ตอนที่ 101 พรุ่งนี้มาใหม่

    ซุปผักรวมกลายเป็นสิ่งที่เสียเปล่าไปเสียแล้ว เมื่อในเวลานี้เฉินอันหลาน

    นั่งอยู่ในห้องอาหารที่บนโต๊ะอาหารมีแฮมทอดหอม ๆ และโจ๊กเนื้อวัวร้อน ๆ ที่เพิ่งยกหม้อลงจากเตาเมื่อสักครู่ กลิ่นหอมโชยแตะจมูกชวนลิ้มลองมากทีเดียว


    ลานเซลอตถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วนั่งลงตรงข้ามเฉินอันหลาน จากนั้นก็หยิบช้อนขึ้นมาตักโจ๊กเข้าปาก


    เฉินอันหลานมองอีกฝ่ายกินไปโดยที่ตัวเองไม่ยอมขยับเขยื้อน


    “ไม่กินเหรอ?”


    “ไม่หิว”


    “งั้นรอฉันกินเสร็จก่อนแล้วนายค่อยกิน”


    เมื่อลานเซลอตพูดจบเขาก็ตักโจ๊กเข้าปากต่อ


    ในฐานะเจ้าของบ้าน เขาไม่ได้มีความกระตือรือร้นอย่างที่เจ้าของบ้านพึงมีต่อแขกสักเท่าไร แม้แต่ความเกรงใจก็ไม่มีให้เห็น ซึ่งทำให้เฉินอันหลานรู้สึกอึดอัดใจไม่น้อย หลังจากชำเลืองมองลานเซลอตแวบหนึ่งแล้วเขาก็หยิบตะเกียบขึ้นมา ยื่นออกไปคีบแฮมทอดเข้าปากแล้วเคี้ยวอย่างไม่ทันคิดอะไร ทันใดนั้นรสชาติอาหารในปากก็ทำให้เฉินอันหลานหยุดชะงักไปทันที หลังจากหยุดค้างไปหลายวินาที เขาก็ปรายตามองไปยังผู้ชายที่นั่งกินโจ๊กอยู่ฝั่งตรงข้าม ก่อนจะค่อย ๆ เคี้ยวแฮมที่อยู่ในปากอย่างเชื่องช้าต่อไป


    “นายเรียนมาเหรอ?” เฉินอันหลานกินแฮมไปแล้วสามสี่แผ่น เพราะรู้สึกว่ามันอร่อยมากจริง ๆ จึงถามอย่างอดไม่ได้


    “ไม่ได้เรียน” ลานเซลอตเอ่ยตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองคนถาม


    “มีพรสวรรค์ในการทำอาหารเหรอ?”


    “นายอยากรู้งั้นเหรอ?”


    “ไม่อยาก”


    “เคยทำตอนอยู่ค่ายทหาร”


    เฉินอันหลานที่ก้มหน้าลงเพื่อเตรียมจะกินโจ๊กต่อชะงักเพราะตกใจกับประโยคนั้น เขาเงยหน้ามองลานเซลอตอีกครั้งก่อนถามขึ้น


    “นายเคยอยู่ค่ายทหารเหรอ?”


    “ผู้ชายในตระกูลเอสเตจะต้องเข้ารับการฝึกฝนในค่ายทหาร” ลานเซลอตตอบ


    เฉินอันหลานเลิกคิ้วสูงเล็กน้อย


    “แล้วนายอยู่ในค่ายทหารกี่ปีล่ะ?”


    ดวงตาสีดำทมิฬฉายแววประหลาดใจ ลานเซลอตหยุดมือที่กำลังตักโจ๊กกิน ก่อนจะเงยหน้ามองคนที่ถามคำถามนี้


    “ห้าปี”


    “มีการดูแลแบบเป็นพิเศษ ใช่ไหม?”


    “นายสงสัยฉัน”


    “ฉันไม่ได้พูดแบบนั้นสักหน่อย”


    ลานเซลอตหรี่ตาลงเล็กน้อย “ถ้านายสนใจ ไว้วันหลังฉันจะส่งนายเข้าไปฝึกบ้าง”


    เฉินอันหลานแสยะยิ้ม แล้วก้มหน้ากินโจ๊กต่อ


    “ช่างเถอะ ฉันรับปากว่าจะทำอาหารให้นายแค่หนึ่งเดือน หลังจากนั้น

    เราสองคนก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก อย่าพูดว่าวันหลังเลย”


    “ฟังจากคำพูดของนายแล้วดูเหมือนว่านายจะอาลัยอาวรณ์ไม่อยากจากฉันยังไงอย่างนั้น”


    “นายก็หลงตัวเองเหมือนกันนะ แค่คิดว่าต้องเจอกันพรุ่งนี้ฉันก็อึดอัดจะแย่แล้ว ขอไม่เจอจะดีกว่า”


    “นายคงจะผิดหวังแล้วล่ะ”


    เฉินอันหลานแค่นหัวเราะเสียงเย็นชา จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตากินโจ๊กต่อโดยไม่พูดอะไร


    ไม่นานลานเซลอตก็กินโจ๊กที่อยู่ในถ้วยของตัวเองหมดเกลี้ยง เขาหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาใช้เช็ดปากเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นไปรินน้ำในครัว


    เมื่อเฉินอันหลานรู้สึกว่าเงาของเจ้าของบ้านหายไปจากตรงนี้แล้ว เขาก็

    เงยหน้าขึ้นมองฝั่งตรงข้าม โอเมก้าหนุ่มเห็นเพียงแค่ถ้วยโจ๊กที่ว่างเปล่า ส่วนตะเกียบที่อยู่ด้านข้างนั้นยังคงวางอย่างเป็นระเบียบข้างจานใส่แฮม โดยไม่ได้แตะต้องแฮมแต่อย่างใด ชิ้นแฮมที่หายไปก็ล้วนเป็นฝีมือของเฉินอันหลานทั้งสิ้น... เขาจ้องมองแฮมทอดที่ยังเหลือในจานอยู่หลายวินาทีด้วยความสงสัย จากนั้นก็ปรายตามองไปยังทิศทางของห้องครัว


    ลานเซลอตกำลังดื่มน้ำ


    เฉินอันหลานมองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกประหลาดใจผสมกับความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่สามารถอธิบายได้


    ‘ครืน ครืน——’


    ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้นกะทันหัน เฉินอันหลานวางตะเกียบลงแล้วล้วงไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของเจียงหยางจึงกดรับสาย ระหว่างนั้นเขาก็กินโจ๊กไปพลางคุยโทรศัพท์กับเจียงหยางไปพลาง


    (อันหลาน คำสั่งย้ายของนายมาถึงแล้ว หัวหน้าเว่ยยินยอมให้นายย้ายไปอยู่ในกลุ่มคดีอาชญากรรมแค่สองเดือน ทางฝั่งกลุ่มอาชญากรรมได้รับข้อมูลของนายแล้ว ถ้านายพักผ่อนเสร็จเมื่อไหร่ก็ไปรายงานตัวได้เลย)


    “รับทราบครับ”


    (ทำอะไรอยู่เหรอ?)


    “กินมื้อเย็น”


    (ฉันเองก็ยังไม่กินเลย งั้น…)


    ยังไม่ทันที่เจียงหยางจะมีโอกาสพูดจบเฉินอันหลานก็รีบตัดสายทันที เขาเตรียมจะตักโจ๊กกินต่อแต่ก็เห็นว่าในเวลานี้ลานเซลอตกลับมานั่งอยู่ตรงข้ามตัวเองแล้ว เฉินอันหลานหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะเก็บกลับเข้าไปในกระเป๋าตามเดิมด้วยความเคยชินในอาชีพที่ต้องอาศัยความระมัดระวังอยู่เสมอ


    ทุกการกระทำของเฉินอันหลานอยู่ในสายตาของลานเซลอตตลอด แต่เขากลับไม่พูดอะไรนอกจากวางแก้วน้ำลงตรงหน้าของเฉินอันหลาน


    เฉินอันหลานมองดูแก้วน้ำที่ลานเซลอตรินมาให้เขา หลังจากเงียบไปพักใหญ่ก็ตักโจ๊กเข้าปากต่อไปแล้วถามขึ้น


    “นายรู้จักหลินฉ่าวเจ๋อไหม?”


    “รู้จัก”


    “สนิทไหม?”


    “ก็พอได้”


    เฉินอันหลานลังเลเล็กน้อย จากนั้นก็ปรายตามองไปทางลานเซลอตวูบหนึ่ง


    “ฉันอยากเจอเขา นายพอจะช่วยฉันได้ไหม?”


    ลานเซลอตมองดูเฉินอันหลานด้วยใบหน้าคล้ายจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม


    “พอจะอะไรนะ?”


    เฉินอันหลานแปลกใจในคำถามนั้น แต่เพียงพริบตาเดียวก็เข้าใจความหมายของคนตรงหน้าทันที เขาค้นหาคนที่ขายยาระงับอยู่ในตลาดมืดมาหลายรอบแล้ว และก็ไม่รู้ว่าพวกเขาร่วมมือกันหรือเปล่า คนมากมายเหล่านั้นถึงได้พร้อมใจกันไม่มียาระงับขายให้กับเขาเลย บอกว่าไม่มีของอยู่ในมือบ้างล่ะ ไม่ก็อ้างว่าตำรวจลาดตระเวนอย่างหนักไม่กล้าทำธุรกิจนี้บ้าง ดังนั้นเฉินอันหลานจึงนึกถึงหลินฉ่าวเจ๋อขึ้นมาได้… ในเมื่อกำลังอยากพึ่งพาให้อีกฝ่ายช่วยเหลือเฉินอันหลานก็ไม่สมควรระเบิดอารมณ์ออกมา เขาต้องพยายามคุยกับคนคนนี้อย่างใจเย็น


    “ช่วย”


    “ไม่ได้ยิน”


    “ฉันอยากให้นายน้อยโอดินช่วย!”


    เฉินอันหลานขึ้นเสียงและพูดซ้ำอีกครั้ง


    ดวงตาสีดำทมิฬหรี่ลงเล็กน้อย ลานเซลอตยกมือขึ้นมาแล้วใช้ฝ่ามือเท้าแก้มข้างขวาเอาไว้ในขณะที่นิ้วชี้ก็เคาะบนขมับ เอียงคอมองดูเฉินอันหลานด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง


    “ช่วยอะไร?”


    เฉินอันหลานขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่พูดอะไรอีก


    ลานเซลอตยิ้มแล้วพูดขึ้น


    “นายไม่บอก แล้วฉันจะช่วยนายยังไง?”


    “ฉันอยากให้นายนัดเขาให้ฉันหน่อย”


    “ไม่ได้”


    “ฉันอยากซื้อของบางอย่างกับหลินฉ่าวเจ๋อ”


    “ของอะไร?”


    “ของที่นายไม่จำเป็นต้องใช้ไปตลอดชีวิต”


    ลานเซลอตยิ้ม พร้อมกับจ้องหน้าคู่สนทนาแล้วพูดขึ้นอย่างรู้ทัน


    “ยาระงับ?”


    สีหน้าของเฉินอันหลานเปลี่ยนไปชั่ววูบ เขาถลึงตามองไปทางลานเซลอตพร้อมตอบกลับไปด้วยความเงียบ


    “นายใช้ของนั่นมากี่ปีแล้ว?”


    “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย?”


    “ฉันเป็นคนเดียวที่สามารถหายามาให้นายได้นะ”


    ได้ยินดังนั้นเฉินอันหลานก็ขมวดคิ้ว


    “นายมี?”


    “มี” ลานเซลอตเอามือออก แล้วโน้มตัวเข้าไปใกล้เฉินอันหลาน “ฉันไม่ใช่แค่มีเท่านั้นนะ แต่ยังสามารถจัดหาให้นายได้เป็นกอบเป็นกำเลยล่ะ หรือพูดอีกอย่างก็คือ ภายในระยะเวลาสั้น ๆ นายไม่ต้องกังวลว่าจะถูกคนอื่นจับได้”


    “งั้น… นายต้องการเงินเท่าไหร่?”


    “ฉันเคยบอกนายไปแล้ว ฉันมีเงินเยอะแล้ว”


    “แล้วนายอยากได้อะไร?”


    “นาย”


    เฉินอันหลานหยุดพูดทันที


    ลานเซลอตยืนขึ้นแล้วก้าวเข้าไปข้างกายคนตัวเล็กกว่า จากนั้นก็หยิบตะเกียบขึ้นมาคีบแฮมสองสามชิ้นที่เหลือใส่ลงไปในถ้วยโจ๊กของอีกฝ่าย ก่อนจะลงข้างกายพลางโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ใบหูเล็ก


    “คิดดูก่อนได้นะ?”


    เฉินอันหลานนั่งนิ่งที่โต๊ะอาหารอยู่พักใหญ่ จากนั้นก็ปรายตามองดูคนตั้งเงื่อนไข


    “นอกจากเงินและเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ฉันก็ไม่มีอะไรที่สามารถให้นายได้อีก แต่ถ้านายต้องการ...”


    “ฉันไม่ต้องการ” ลานเซลอตปฏิเสธตัดบท


    หัวใจของเฉินอันหลานกระตุกวูบทันทีที่ได้รับคำตอบ โอเมก้าหนุ่มมองดูคนข้างกายโดยไม่พูดอะไรอีก


    ลานเซลอตโน้มตัวลงมาอีกครั้ง แล้วยื่นมือไปประคองใบหน้าเล็กก่อนใช้นิ้วชี้ลูบไล้ไปบนผิวบางเบา ๆ


    “ของที่นายบอกมา ฉันมีแล้วทุกอย่าง ฉันอยากได้อะไร นายรู้ดีแก่ใจ”


    เมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนอ่อน ๆ จากร่างกายของผู้ชายคนนี้ เฉินอันหลานก็เคร่งเครียดขึ้นทันใด


    “การแกล้งทำเป็นนึกไม่ออก ไม่ใช่ความคิดที่ฉลาดเลย”


    “ฉันยังยืนยันคำเดิม นอกจากเงินและเทคโนโลยีแล้ว ฉัน...”


    “นายยังมีร่างกาย”


    ในขณะที่ลานเซลอตพูด นิ้วมือของเขาก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อของอีกฝ่ายออก


    เฉินอันหลานนั่งนิ่งไม่ขยับ แต่ใบหน้ากลับซีดเผือดลง


    เมื่อปลดกระดุมมาถึงเม็ดที่สองมือของลานเซลอตก็หยุดชะงักไป ดวงตาสีดำทมิฬเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม ก่อนจะมองคนถูกแกล้งแล้วถาม


    “ทำไมไม่ขัดขืนล่ะ?”


    “ฉันต้องการยาระงับ”


    “การปลอมตัวเป็นอัลฟ่ามันสำคัญกับนายขนาดนั้นเลยเหรอ?”


    “สำคัญ” เฉินอันหลานสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วหันหน้ามองผู้นำตระกูลเอสเต “สำคัญกว่าชีวิตของฉัน”


    ลานเซลอตจ้องคนตรงหน้าเขม็ง ด้วยสายตาเครียดเคร่ง


    เฉินอันหลานจับมือใหญ่ที่วางอยู่บนหน้าอกของตัวเองก่อนออกแรงบีบหนักหน่วง


    “สำหรับคนที่เกิดมาเป็นอัลฟ่าตลอดชีวิตแบบพวกนาย เหตุผลที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ต่อมันน่าขบขันมาก โอเมก้าคนหนึ่งอยากเปลี่ยนตัวเองเป็นอัลฟ่า...หึ!...ไม่บ้าก็เพ้อเจ้อ ฉันเอาแต่ถามตัวเองอยู่หลายครั้งว่าที่จริงฉันบ้าหรือไม่บ้ากันแน่?”


    “นายเลือกได้”


    “แต่เลือกเกิดไม่ได้”


    ลานเซลอตขมวดคิ้วพลางจ้องมองคนข้างหน้าไม่พูดอะไร


    เฉินอันหลานแกะมือของลานเซลอตออก แล้วเลื่อนเก้าอี้เพื่อลุกขึ้น จากนั้นเขาก็ยืนปลดกระดุมเสื้อตัวเองออกทีละเม็ด ๆ ต่อหน้าอัลฟ่าที่เป็นอันตรายต่อตัวเขามากที่สุด


    “ฉันเองก็อยากเป็นคนธรรมดาเหมือนกัน แต่ค่าตอบแทนสำหรับการเป็น

    คนธรรมดาของฉันกลับกลายเป็นการมอบร่างกายให้กับคนแปลกหน้า และใช้ชีวิตกับเขา เพื่อสืบทอดวงศ์ตระกูลต่อไป… ฉันก็อยากจะเลือก แต่ฉันเลือกไม่ได้ นั่นไม่ใช่ชีวิตที่ฉันอยากได้”


    ในขณะที่เฉินอันหลานยังคงปลดกระดุมเสื้ออยู่ ลานเซลอตก็เอื้อมมือไปจับแขนเขาไว้เพื่อหยุดการกระทำนั้นลง


    “นายอยากได้ฉันไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงหยุดฉันล่ะ?”


    “ใส่เสื้อผ้าซะ”


    “หรือว่าตอนนี้ฉันไม่สามารถดึงดูดนายได้แล้ว?” เฉินอันหลานขยับเข้าใกล้อัลฟ่าผู้สูงส่ง ก่อนจะมองลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิท “เอาแบบนี้ ให้เวลาฉันสักสองสามวัน ฉันจะดูแลตัวเองอย่างดี ถ้าแผลที่อยู่บนตัวฉันหายเมื่อไหร่ ฉันจะมาแลกเปลี่ยนยากับนาย?”


    สีรัตติกาลในดวงตาคู่นั้นดูลึกล้ำขึ้นพร้อม ๆ กับมืดมนลง


    เมื่อเห็นว่าลานเซลอตไม่ตอบอะไร เฉินอันหลานก็ยิ้ม ก่อนจะเอื้อมมือไปโอบรอบลำคอแกร่ง แล้วประกบริมฝีปากบางเข้ากับปากได้รูปของอีกฝ่ายไม่พูดไม่จา 

    เฉินอันหลานทั้งขบกัดทั้งดูดดึงอย่างดุเดือด แต่ทุกกิริยากระตุ้นและเชื้อเชิญของ

    เฉินอันหลานกลับไม่สามารถทำให้ลานเซลอตมีปฏิกิริยาตอบสนองได้เลย ขนาดจูบตอบเล็กน้อยก็ยังไม่ทำ


    “ฉันเสนอตัวให้นายขนาดนี้ นายยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเลย”


    เฉินอันหลานพูดคล้ายตัดพ้อตัวเอง จากนั้นก็ปล่อยมือที่โอบรอบคอคนที่เขายั่วยวน ก่อนหมุนตัวเตรียมจะเดินจากไป


    ทว่าในทันทีที่หมุนตัว แขนเรียวก็ถูกอีกฝ่ายจับไว้


    วินาทีต่อจากนั้น เฉินอันหลานก็ถูกลานเซลอตกระชากเข้าไปในอ้อมกอด 

    ทั้งสองมองสบตา ก่อนปากของลานเซลอตจะประทับจูบลงบนริมฝีปากของเฉินอันหลาน จากแผ่วเบาเป็นรุนแรง ละเลียดชิมลิ้มรสหวานหอม ปลายลิ้นใหญ่สอดแทรกเข้าไปในช่องปากน้อยด้วยความต้องการครอบครองทั้งตัว


    เฉินอันหลานพลันตกใจขึ้นมาทันใด เขาชะงักไปชั่วขณะกับจุมพิตนั้น ในสมองว่างเปล่า ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อ


    คนที่เสนอตัวเองกลับกลายเป็นนิ่งเฉยแทน เขายังคงยืนนิ่งเหมือนรูปปั้น ไม่มีแม้แต่ปฏิกิริยาตอบสนองกลับ แววตาของเขาทั้งสับสนและมืดมนลง ปากของ

    ลานเซลอตประกบจูบอีกฝ่ายอย่างดูดดื่ม ส่วนมือที่โอบเอวเล็กไว้ก็ไม่ได้อยู่เฉยแต่อย่างใด มันได้ลูบไล้เข้าไปในเสื้อ รุกรานไปทั่วตัวอย่างรวดเร็ว ทว่าเมื่อนิ้วสัมผัสกับแผลฟกช้ำบนแผ่นหลังบาง มือใหญ่ก็หยุดชะงักลงทันที


    ในตอนนั้นเองที่เฉินอันหลานได้สติกลับมา เขาเอื้อมมือไปผลักลานเซลอต

    ออก


    บรรยากาศที่เคยเร่าร้อนในห้องอาหารเริ่มจางหาย อุณหภูมิระอุเย็นตัวลง


    “ฉัน ฉันจะกลับแล้ว”


    “คืนพรุ่งนี้นายค่อยมาเอายาระงับก็แล้วกัน


    และต้องทำอาหารด้วย” ลานเซลอตร้องบอกพร้อมกับเดินออกจากห้องอาหาร “ว่าง ๆ ก็หัดศึกษาวิธีการทำอาหารซะ แล้วทำให้มันดีด้วย”


    เฉินอันหลานไม่ได้ตอบ และยังคงยืนมองแผ่นหลังของผู้ชายที่เดินจากไป ยิ่งอยู่เขาก็ยิ่งไม่เข้าใจว่าคนคนนั้นคิดอะไรอยู่กันแน่ ทำไมก่อนหน้านั้นยังเสนอเงื่อนไขกับเขา แต่ตอนนี้กลับยอมเสียเอง?








    คล้ายกับเรื่องยอดสายลับโอเมก้า [จบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185