
┏━━━━━❂❂━━━━━┓
บทที่ ๔
┗━━━━━❂❂━━━━━┛
ปึก!
เทียนชุนพุ่งเข้าไปผลักหยวนเปากระเด็นไปอีกทางหลบเข็มพิษได้อย่างหวุดหวิด
ความเจ็บแล่นแปร๊ดเข้าที่หัวไหล่บริเวณกล้ามเนื้ออักเสบจากการขยับกะทันหัน รวดเร็วและรุนแรงตามสัญชาตญาณ
“ท่านแม่ทัพ!”
“หน็อย ตายๆไปสิวะ”
คนร้ายเตรียมจะยิ่งลูกดอกถัดไปซ้ำ แต่เทียนชุนไม่ยอมเป็เหยื่อ ทิ้งกระบี่ในมือลงพื้น ปราดเดียวก็เข้าไปขยับคออีกฝ่ายดังกร๊อบ
“อึก!”
“หนักแผ่นดิน”
เสียงทุ้มเย็นประกอบกับสายตาที่ใครเห็นก็พาใจเสีย มองไปยังร่างของผู้รอดชีวิตคนสุดท้ายที่ตายก่อนจะรู้ว่าตัวเองต้องตายด้วยซ้ำ
“นี่สิ ท่านแม่ทัพเทียน ท่านแม่ทัพเทียนสมบูรณ์แบบมากขอรับ”
“ข้าทำเพราะข้าต้องทำ”
≪•◦ ❈ ◦•≫
เข้าใจว่าเวลาที่เทียนชุนมีเื่ไม่สบายใจก็มักจะนั่งคิ้วขมวดไม่ทำงานทำการ
ลืมไปแล้วด้วยซ้ำมั้งว่ามีหยวนเปายืนอารักขาอยู่ด้วย
“หน้านิ่วเช่นนี้ ท่านแม่ทัพเป็อะไรรึขอรับ”
เทียนชุนเป็คนพูดน้อยอยู่แล้ว พออีกฝ่ายเงียบเป็คำตอบ หยวนเปาจึงไม่อาจรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร
แต่ความสนิทสนมที่คอยตามรับใช้อีกฝ่ายมาเป็สิบปี เทียนชุนจึงมั่นใจได้ทันทีว่า สาเหตุมาจาก ‘เื่นั้น’ แน่ๆ
“ถึงท่านแม่ทัพจะไม่ใช้วิชากระบี่ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลไปขอรับ นี่มันก็นานแล้วั้แ่น้องสาวของท่านแม่ทัพสิ้น…!”
สายตาและน้ำเสียงไม่พอใจตวัดส่งมาหาเทียนชุนที่ยืนเยื้องไปด้านหลังทันที
“พูดเื่นี้ขึ้นมาทำไม”
“การจากไปของคนผู้นั้น นาง…ได้จากไปอย่างสงบ ไม่ใช่ความผิดของ…” ลอบกลืนน้ำลายแล้วพูดต่อ “ข้าน้อยอยากให้ท่านแม่ทัพเทียนปลดปล่อยตัวเองจากอดีตขอรับ”
สายตาดุถูกส่งให้ตลอดการพูด แต่ดูเหมือนหยวนเปาจะเพิ่งรับรู้ จึงได้แต่ก้มหน้าเงียบปาก จนได้ยินอะไรบางอย่างถึงเงยหน้าด้วยความสงสัยอีกครั้ง
“เฮ้อ ไม่ใช่เื่นั้น”
ดูเหมือนไม่ใช่นายเหนือหัวเขาไม่อยากบอก สีหน้าแบบนั้นมันพูดไม่ออกมากกว่า
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป หยวนเปาที่ยืนนิ่งอยู่นานรอให้เวลาเยียวยาทุกสิ่ง ในที่สุดคนที่เอาแต่นั่งนิ่งก็กระดิกนิ้วมือที่ประสานกันใต้คาง
หยวนเปาเชื่อว่าอีกฝ่ายดีขึ้นแล้วแน่นอน แต่…ทำไมหน้าม่วง!
“สีหน้าท่านแม่ทัพมิสู้ดีเลย” เอ่ยเสียงเบาอย่างเกรงใจ “ไหวไหมขอรับ”
“...”
หยวนเปานึกไว้แล้วล่ะว่าอีกฝ่ายคงไม่ตอบ
ร่างชายชาตรีคุกเข่าลงไปไม่สนธรรมเนียมปฏิบัติ
“ความภักดีของข้าน้อย ไม่เพียงพอให้ท่านแม่ทัพเชื่อใจรึขอรับ ขอเพียงท่านสั่งมาต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟหรือแลกด้วยชีวิตก็มิหวั่น”
หยวนเปาตั้งใจจะไม่ลุกขึ้นเด็ดขาด เขาจะต้องคลายความเ็ปทรมานของคนตรงหน้าให้ได้
ปึก
เทียนชุนกลับมาหยิบตราประทับขึ้นมาปั๊มลงในเอกสารเริ่มทำงานแทนการบอกว่าไม่เป็ไร
ทว่า…
“ท่านแม่ทัพ นั่นมันกลางหน้ากระดาษนะขอรับ!”
คนไม่สบายใจอย่างมากเขกหัวตัวเองลงกับพื้นข้างๆเก้าอี้ร่างสูง
และก็ได้ผลเพราะอีกฝ่ายพูดอะไรบางอย่างออกมา
“เฟิงิ”
ถึงจะเบามากจนเหมือนหลุดปากมากกว่าตั้งใจ
“ข้าน้อยจะไปจับตัวมาให้เองขอรับ”
ต่อให้อีกฝ่ายจะติดปีกบิน หยวนเปาก็ไม่ยอมแพ้
คำพูดของแม่ทัพเทียนถือเป็ประกาศิต หากเขาไม่อาจสนอง นั่นก็ไม่ต่างจากการทิ้งความหมายในการมีชีวิตอยู่
“จับเป็เฟิงินะขอรับ หาก้าให้ตัดแขน ตัดนิ้ว”
“หยุดนะ ไม่ต้องไป”
สองขาที่เพิ่งลุกขึ้นก้าวจะออกไปเป็ต้องชะงักงัน มองอย่างไม่แน่ใจ
“ที่จริงข้าแค่รู้สึกแปลกๆเมื่อตอนนั้น ไม่สิ เอาเป็ว่า…สลัดหน้าเ้านั่นออกไปไม่ได้”
หยวนเปาไม่รู้จะตอบรับหรือมีปฏิกิริยาอย่างไรกับท่าทางที่ดูเขินอาย ผิดกับออร่าน่ากลัวทมึนที่โอบรอบกายของคนตรงหน้า รู้สึกเหมือนโดนผีเข้าสิงชั่วขณะจนขยับไม่ได้
“ให้เฟิงิย้ายไปฝ่ายเสบียงซะ อย่าให้แบกถังน้ำเดินไกลๆแบบนั้นอีก”
“หยวนเปา”
พอเทียนชุนหันไปมองคนที่ปกติตอบรับคำสั่งเสียงแน่นอย่างแข็งขันก็ต้องผงะ
หยวนเปาช็อกจนิญญาออกจากร่างไปแล้ว!
≪•◦ ❈ ◦•≫
หัวใจจะวาย!
ย้ายไปไหนไม่ย้าย ทำไมต้องมาทำงานที่นี่ด้วย
สถานที่อันเต็มไปด้วยรูป รส กลิ่น เสียง ครบ แถมของมีคมที่ผมหวาดกลัวก็เยอะเช่นกัน
เข้าใจว่าเพิ่งถูกย้ายมา
เข้าใจว่าผมทำอาหารไม่ได้เื่
แต่คุณพ่อครัวใหญ่ ให้ผมมาทำหน้าที่หั่นผักแบบนี้
ครัวมันจะบรรลัยเอานะ
“เกิดใหม่ทั้งที เวลาในการเรียกตัวเองว่าคนปกติลดลงไปอีกครึ่งหลอดแล้ว อยากมุดดินหนี”
ผมจับแครอทแข็งๆไว้ในมือ บรรจงกดแผ่นมีดลงไปช้าๆ เหงื่อผุดเต็มกรอบหน้า ภาวนาบริกรรมคาถาในใจให้มันแข็งแค่ผัก ท่อนล่างอย่าได้ร่วมวงด้วยเลย
ฉีก ฉึก ฉึก
“ใจเย็นอะไรขนาดนั้น หั่นไวๆ ไม่ทันใช้แล้วเนี่ย”
พ่อครัวใหญ่ตวาดลั่น แต่ถึงมันจะพุ่งตรงมาที่ผม ผมก็ไม่มีสมาธิสนใจฟังหรอก
เหมือนพ่อครัวใหญ่จะไม่พอใจปฏิกิริยาตอบกลับ เลยหันไปวีนคนอื่นแทน
“นั่นๆ จับให้มันดีๆสิ จับแบบนั้น มันจะเอาเข้าปากได้ไหมล่ะ”
“ขอรับ ให้ฉีดน้ำเข้าไปเลยนะขอรับ”
“อื้ม เอาเลย เติมให้เต็มเลยนะ”
ทำไมประโยคมันแปลกๆ
ต้องหันไปมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น ไอ้ที่เสียงสั่นๆน่าจะมาจากคนหน้าเสียที่กำลังทำเสี่ยวโหลงเปาอย่างกล้าๆกลัวๆ
ผมไม่สนใจแล้วว่าใครกลัวใคร ตอนนี้ในหัวมันกำลังบรรเจิดด้วยภาพคุณหมอกับคนไข้ในห้องตรวจที่กำลังฉีด…ยากันที่เคยอ่านแบบชัดระดับเอชดี
อูว ฉีดยาก็มีหลายเื่ซะด้วย ความจำดีเหลือเกินกู
หมับ!
“ว้าก คุณหมอ ฉีดๆ คุณหมอ” จู่ๆก็มีมือปริศนามาแตะไหล่
ผมก็ใสะดุ้งสิ
ใแค่ไหนน่ะเหรอ
ก็ขนาดปัดชิ้นแครอทเม็ดเป้งทิ่มตาเ้าตัวเลยทีเดียว ผมรีบวางมีดลงเขียงมองคนที่ปัดเอาผักสีส้มออกจากตา
ดูจากที่มองมาตาเขียวปั๊ด
โกรธแน่ๆ โกรธชัวร์ๆ
“พ-พ่อครัวใหญ่!”
“เ้า! เ้าไม่น่ามาทำงานที่นี่เลย ข้าจะฆ่าเ้า”
“อย่าขอรับ/ อย่าขอรับ”
“พวกเ้าปล่อยข้า ข้าจะจับไอ้เด็กนี่ลงหม้อ”
“ข-ข้าไม่ได้ตั้งใจ”
ลูกมือคนอื่นๆในครัวต้องรีบปรี่มาล็อกแขนร่างใหญ่เอาไว้ ทว่าคนสี่คนก็ดูจะสู้แรงไว้ไม่ได้ กระทั่งมีคนคนหนึ่งพูดออกมาตามหน้าที่
“พ่อครัวใหญ่ขอรับ ตอนนี้ต้องรีบไปส่งอาหารให้ท่านแม่ทัพแล้วนะขอรับ ใครจะไปขอรับ ข้าไม่ไปแน่ๆ”
กึก!
พ่อครัวใหญ่ชะงักทันที
“ฮู่ ขอบคุณที่ช่วยนะขอรับพี่ชาย” แอบหันไปขอบคุณเบาๆ
“อย่ามามองข้าข้าไม่ไป / ข้าก็ไม่ไป ข้ากลัว /ข้าไม่ว่าง /ข้าตัวเปื้อนแป้งเช่นนี้ไปไม่ได้หรอก ไม่ก็หัวหน้าใหญ่ เ้าไป”
สะบัดคนที่ยังเกาะแขนอยู่ออกให้หมด ตอบหนักแน่น “ข้าก็ไม่ไป”
ไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมทุกคนถึงมีทีท่าแบบนี้กัน ถึงตานั่นจะทำตัวน่าหงุดหงิดไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้น่ากลัวเสียหน่อย
“เ้านั่นแหละไป”
พ่อครัวหันมาชี้นิ้วสั่งคนที่ยืนเหม่อลอยกำลังคิดอะไรอยู่เงียบๆ
“ข้าเหรอ! ข้าไม่…”
“เ้ากล้าขัดคำสั่งข้ารึ” ไม่ใช่แค่พ่อครัวใหญ่ที่กอดอกเบ่งกล้ามสั่งด้วยสายตาดุ แต่สายตาทุกคนที่มองมาเหมือนผมกำลังโดนพวกนักเลงล้อมอยู่เลย
ถ้าทุกคนทำแบบนี้ล่ะก็…
“ไปก็ได้ขอรับ”
พอผมรับปากทุกคนก็ถอนหายใจโล่งอกออกมาอย่างพร้อมเพรียง เหมือนรอดวิกฤติอะไรสักอย่าง
“แต่ขอไปกับใครอีกสักคนได้ไหมขอรับ”
ไปคนเดียวมีหวังอีกฝ่ายได้พูดเื่บัดสีที่ผมก่อทิ้งไว้ขึ้นมาแน่ๆ
ผมมั่นใจว่าขอแค่นี้ยังไงก็ต้องมีใครสักคนยอมลงอาสามากับผมแน่ๆ
ใครจะไม่อยากอู้งานล่ะ ถูกไหม
“ถ้าไปคนเดียวแล้วทำถาดอาหารหกล่ะก็...”
“เฮ้ย ไอ้หนู! ทำงานก็ไม่ได้เื่ ยังจะพูดมากอีก”
“แต่ว่าถ้าให้โอกาส…”
“อยากไปคุยกับรากมะม่วงสินะ รึอยากให้ข้าบอกท่านรองแม่ทัพหยวน”
“ข้าไม่” ตัวสั่นหงึกๆ “อย่านะขอรับ”
≪•◦ ❈ ◦•≫
กระโจมที่คุ้นเคยแต่ไม่อยากคุ้นเคยอยู่ตรงหน้า ผมยืนถือถาดอาหารมือสั่นไม่กล้าเข้าไป
“วางไว้ด้านหน้าก็ได้นี่น่า แค่วางไว้ก็จบ”
ฉลาดจริงๆ
“เข้ามา!”
ฮึ๋ย อุตส่าห์สบายใจ ย่อตัวลงยังไม่ทันวางถาด เสียงทุ้มเย็นก็เรียกเสียงดัง
เอาวะ ดินดำก็ดินดำ
ใบหน้าที่เคยขาวเนียน บัดนี้ถูไถไปกับดินสกปรกที่พื้นตามความตั้งใจของเ้าตัวคนที่นั่งย่องๆ
“โอ๊ย เจ็บๆๆ” พยายามกลั้นเสียงร้อง
มีแค่วิธีนี้ที่อีกฝ่ายจะจำผมไม่ได้
ฟึ่บ!
“ขออภัย ข้าน้อยเนื้อตัวมอมแมมจึงไม่กล้าเข้ามาขอ… อ้าก!”
หลังวางถาดอาหารเรียบร้อย รองแม่ทัพหยวนเปาผู้เห็นความผิดปกติมากกว่าใคร จับแขนผมไขว้หลังดันร่างกดลงกับโต๊ะไม้แข็งๆตามสัญชาตญาณ
“ปล่อยเขา เขาไม่ใช่มือสังหาร”
แม่ทัพเทียนเข้ามาช่วยพยุง
“โอ๊ย แขนแทบหัก”
สีหน้าดูอ่อนโยนมาก ส่วนน้ำเสียงก็ทำเอาคนฟังใจสั่น “เ้าเจ็บมากหรือไม่”
“ข้าไม่เป็ไร”
เจ็บแหละ เจ็บมาก แต่เก๊กอยู่
เพราะไอ้ที่เจ็บมากๆน่ะมันจุดสงวนนั่นยังไงล่ะ
ขอบโต๊ะเมื่อกี้มันทิ่มสีข้างจนอะไรต่อมิอะไรที่ผมกลัวผงาดขึ้นมาแล้ว!
“หันมานี่!”
อย่านะ อย่าจับ
พอถูกบังคับให้หันไปผมก็ทำได้แค่เอามือกุมเป้า ก้มหน้าก้มตาตัวเกร็ง
จะว่าผมแปลกก็ไม่เป็ไร แปลกๆน่ะไม่เท่าไหร่ ไม่ใช่โรคจิตก็พอ
นิ่งไปเลย เขาไม่มีปฏิกิริยาอะไรแบบนี้ คงไม่เป็อะไรหรอก
ใช่ๆ ไม่มีอะไร
ไม่มีอะไรก็บ้าแล้ว!
“จ-จะไปไหน” ใเสียงสั่นเมื่อคนตรงหน้าลากข้อมือออกไปด้านนอก