“งั้นรูปนี้พี่ขอเก็บไว้ละกันว่ะ ถือเป็ที่ระลึกจากแก” เคนร้องขอรูปที่เขาพึ่งถูกถ่ายจากชิน “แน่นอนครับ เอาไปได้เลยผมยกให้” เมื่อตกลงกันเสร็จสรรพทั้งคู่ก็ได้ดื่มกันต่อจนถึงราวๆ 5 ทุ่มเศษ
ชิน: ผมขอกลับก่อนล่ะครับ พรุ่งนี้ต้องไปทำงานแต่เช้า
เคน: โอเคๆ พี่ก็กำลังจะกลับเหมือนกัน แต่ว่า…
ชิน: ครับ?
เคน: พี่ไม่ได้เอากระเป๋าตังค์ติดตัวมาว่ะ ยังไงแกช่วย…
ชิน: …..
ชิน: ผมจ่ายไปแล้วล่ะครับ ถือว่าครั้งนี้เลี้ยงละกัน
เคน: ขอบใจมาก! เดี๋ยวเจอกันครั้งหน้าพี่เลี้ยงเองนะ งั้นแกก็รีบกลับไปเถอะเดี๋ยวตื่นสาย
ชิน: งั้นก่อนไปผมขอถ่ายรูปคู่กับพี่อีกรูปละกันครับ
เคน: ได้สิๆ มาๆ โอะ อ้าว…
เมื่อเคนลุกขึ้นเพื่อจะถ่ายรูปคู่ของชิน เขาก็พบว่าตนได้เหยียบรูปใบแรกที่ถ่ายไว้อยู่ และเมื่อยกรูปขึ้นมาก็ปรากฏว่ามันขาดไปเกือบหมดแล้ว “ซวยจริงแฮะ สงสัยต้องถ่ายใหม่แล้วล่ะชิน” แต่เมื่อชินเห็นดังนั้นเขาก็ได้ตอบกลับไป “สงสัยฟิล์มจะหมดพอน่ะครับ เดี๋ยวครั้งหน้าค่อยถ่ายละกัน ผมขอตัวกลับเลยดีกว่า”
เมื่อถึงบ้านชินจึงได้บ่นกับตัวเอง “ว่าแล้วเชียว สุดท้ายก็ต้องจ่ายให้มันจนได้ หวังว่าไอ้กล้องนี่จะใช้ได้จริงล่ะนะ ไม่งั้นวันนี้คงเสียเงินฟรีเลย แต่ถ้ามันใช้ฆ่าคนได้จริง พนักงานนั่นก็คงตายไปด้วย… ไม่หรอกน่าจะเป็ไปได้ไงกัน” ชินรีบไปอาบน้ำและทิ้งตัวลงบนเตียง ก่อนจะหลับไปด้วยความเพลีย
เช้าวันรุ่งขึ้น ชินตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียก่อนจะรู้ตัวว่าตนเองสายแล้วเพราะนาฬิกาปลุกถ่านหมดพอดี เขารีบไปอาบน้ำแต่งตัว ยังไม่ทันได้กินข้าวเช้าก็ต้องรีบไปที่ทำงานก่อน ซึ่งทางที่เขาใช้เดินทางไปที่ทำงานประจำก็ผ่านร้านที่เขามานั่งดื่มเมื่อคืนพอดี “เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ทำไมมีตำรวจเต็มร้านเลยล่ะ” เขาเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นตำรวจหลายนายในชุดเครื่องแบบเต็มร้านำไปหมด แต่นอกจากตำรวจแล้วก็ยังมีรถพยาบาลบางส่วนอยู่ด้วย เหมือนพวกเขาขนเตียงผู้ป่วยกันอยู่ “มีคนป่วยเหรอ แต่ทำไมมีตำรวจด้วยล่ะ ไม่สิ นั่นมัน หรือว่า!?” สิ่งที่ชินเห็นบนเตียงไม่ใช่ผู้ป่วยแต่เป็ศพ! เมื่อมองจากที่ไกลๆเขาเห็นเป็แค่เตียงสีขาวธรรมดาๆ แต่เมื่อรถของเขาขับใกล้เข้ามาจึงได้เห็นว่าแท้จริงแล้วมันคือผ้าสีขาวที่คลุมศพไว้ต่างหาก พอดีกับที่รถของชินกำลังจะเลยที่เกิดเหตุไป ก็ได้มีลมมาพัดผ้าขาวบางส่วนขึ้นพอดี “เหวออ ศพนั่นใส่เครื่องแบบพนักงานร้านที่ ถึงจะเห็นไม่ชัดเท่าไหร่ แต่ไม่ผิดแน่ กล้องนั่นเป็ของจริงเหรอเนี่ย ไม่สิ อาจจะเป็พนักงานคนอื่นก็ได้ หรืออาจจะแค่บังเอิญ แต่แบบนี้มันก็บังเอิญเกินไปแล้ว”
“วันนี้ก็เหม่ออีกแล้วนะชิน” วันนี้วีณาก็มาทักทายชินเช่นเคย เธอดูร่าเริงกว่าวันอื่นแตกต่างกับชินที่ดูหน้าตึงเครียดอยู่ตลอดทั้งเช้าจนถึงบ่าย เธอเดินมาเอาเอกสารที่ฝากไว้ให้ชินทำต่อ ก่อนจะชวนชินคุยด้วย “พอดีมีเื่หลายๆอย่างให้คิดน่ะ ไม่มีอะไรหรอก แยกย้ายกลับไปทำงานก่อนเถอะ เดี๋ยวหัวหน้าก็บ่นอีกหรอก ไว้เจอกันหลังเลิกงานนะ” วีณายอมฟังชินและเดินออกไป จากนั้นไม่นานชินจึงรู้ตัวว่าเอกสารที่วีณาถือไปเป็เอกสารต้นฉบับ ไม่ใช่อันที่แก้แล้ว จึงกะจะเอาเอกสารที่แก้แล้วไปให้วีณาที่โต๊ะทำงาน แต่ในตอนที่เขากำลังเดินไปจนเกือบจะถึงห้องทำงานวีณา เขาได้เห็นวีณาที่อยู่ในห้องทำงานเดินไปโอบกอดจอห์นที่อยู่ในห้องเดียวกัน เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง พยายามคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ วีณาไม่น่าเป็คนแบบนั้น เขาแทบจะเดินไปต่อยหน้าจอห์นตอนนั้นแล้ว แต่ยังคุมสติได้ระดับนึงอยู่จึงเดินกลับห้องไปแต่โดยดี “มันแปลกเกินไป ออฟฟิศเราก็มีพนักงานตั้งเยอะแยะ แต่ยังกล้าทำเื่แบบนี้เนี่ยนะ มันอาจจะเป็แค่เื่เข้าใจผิดก็ได้” ตรู๊ดดด ตรุ๊ดดด เสียงโทรศัพท์ของชินดังขึ้น ชื่อที่โทรมาคือเคนนั่นเอง “แx่ง อะไรนักหนาวะ จะชวนไปแxกอะไรอีกล่ะ” แล้วเขาก็ตัดสายทิ้งไป… ตรู๊ดด โทรศัพท์เบอร์เดิมโทรเข้ามาอีก ชินที่รู้สึกรำคาญที่ต้องคอยตัดสายทิ้งจึงต้องยอมกดรับสายไปในที่สุด “สวัสดีครับ” แต่เสียงที่ออกมาจากปลายสายไม่ใช่เสียงของเคน “คุณเป็ใครครับ? เก็บโทรศัพท์ได้เหรอ” ปลายสายจึงได้พูดต่อ “ผมเป็เ้าหน้าที่ตำรวจ ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ เ้าของโทรศัพท์เสียชีวิตแล้ว เราไม่รู้ว่าญาติเขาเป็ใครและเห็นว่าผู้ตายโทรหาคุณเป็คนสุดท้าย จึงอยากให้คุณมาให้การที่สถานีตำรวจครับ” เมื่อได้ฟังชินก็สั่นไปทั้งตัวด้วยความกลัวและความใ “ขะ…เข้าใจแล้วครับ เดี๋ยวผมจะรีบไป” เมื่อวางสายชินก็ได้รีบวิ่งไปที่ห้องน้ำโดยแทบจะกลั้นอ้วกไว้ไม่อยู่ “อุ…แหวะ นี่เรา… ฆ่าพวกเขาเหรอเนี่ย ทั้งพนักงาน ทั้งไอ้เคน ทั้งคู่ตายเพราะเราเหรอ… ไม่สิไม่ใช่ เป็เพราะไอ้เคนมันเหยียบรูปจนขาดต่างหาก เราไม่ผิดซะหน่อย… ใช่แล้ว คนที่ขอถ่ายแล้วก็ขอเอารูปไปก็คือมันนั่นแหละ มันทำตัวเองตายเองต่างหาก!”
To be continued…