๒๐
เด็ก ๑๔ หนีเที่ยว
ข้าพเ้าฝันยามรัตติกาลวันที่๑๑ ก.ค. ๒๕๖๗ เป็การฝันถึงเด็กผู้ชายหล่อๆคนหนึ่ง
บุ๋นเป็เด็กชายวัย ๑๔ปี ร่างเล็กสูงราวๆ ๑๖๐ เิเ น้ำหนักประมาณ ๓๘ กิโลกรัม ผิวขาว ฟันเกตาชั้นเดียว หูไม่กาง หูยาวแต่ติ่งหูสั้น จมูกขนาดพอดี ดั้งจมูกไม่หักชอบเล่นกีฬาบาสเก็ตบอลเป็ชีวิตจิตใจ อย่างไรก็ตาม ในความฝันข้าพเ้ามีศักดิ์เป็น้าชายของบุ๋นมารดาของบุ๋นมีอายุมากกว่าข้าพเ้าเพียงไม่กี่ปีเท่านั้นแลคงเป็พี่สาวแท้ๆของข้าพเ้า ซึ่งในโลกแห่งความเป็จริงนั้นข้าพเ้าไม่มีพี่สาวมีเพียง "โกะ" ที่เป็ลูกของน้า แลเป็ลูกพี่ลูกน้องข้าพเ้าเท่านั้น
มีบ้านหลังหนึ่งปรากฏอยู่ในความฝันมันเป็บ้านไม้ใต้ถุนสูง ตั้งอยู่ ณ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา บ้านหลังนี้เดิมทีเป็บ้านของยายขิ้น พี่สาวของคุณยายข้าพเ้าแลท่านเป็ลูกแท้ๆของทวดวุ่น ในเื่ "ผียายทวด"เฉกเช่นเดียวกันกับคุณยายของข้าพเ้า หนำซ้ำท่านยังเป็พี่สาวของตาสงบ ในเื่"สามวิฬาร์สาบสูญ" อีกด้วย
เคหาสน์น้อยหลังนี้ในโลกแห่งความเป็จริงมันถูกรื้อถอน๒ ปีเห็นจักได้แล้ว ข้าพเ้าจำได้รางๆเมื่อก่อนตอนที่ยายขิ้นยังมีชีวิตอยู่นั้นพอถึง่สงกรานต์ คุณยายของข้าพเ้ามักจักเดินทางไปเยี่ยมพี่สาวของท่าน แลข้าพเ้าได้ติดสอยห้อยตามไปด้วยข้าพเ้าเคยวิ่งเล่น เคยปีนต้นมะม่วงเข้าบ้านแห่งนี้ทางหน้าต่างรู้สึกใจหายเหมือนกันที่ในโลกแห่งความเป็จริงไม่มีบ้านไม้เก่าหลังนี้แล้วเพราะมันได้ล้มหายตายจากตามยายขิ้นเ้าของบ้านไป ทว่าบ้านหลังนี้ยังไม่สูญสลายมันกลับมาปรากฏอีกครั้ง ณ ความฝันของข้าพเ้าในครั้งนี้
ยามรัชนีราตรีกาลมีเดือนเสี้ยวเกี่ยวกิ่งฟ้าแลดวงดารากะพริบแพรวพราวอันตัวข้าพเ้ากำลังนอนหลับเนื่องจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน
ไม่ช้าไม่นานแม่ของบุ๋นก็นอนหลับเฉกเช่นเดียวกันแต่หล่อนนอนคนละห้อง น่าเสียดายนักเทียวที่ฝันของข้าพเ้ามันเลือนรางจนข้าพเ้ามองเห็นลักษณะทางกายภาพของพี่สาวผู้เป็มารดาของบุ๋นไม่แจ่มชัดข้าพเ้ามองเห็นสตรีวัย๔๐ หุ่นค่อนข้างท้วม ผมดำหยิกสั้นลักษณะเป็แอฟโฟร่ สวมชุดกระโปรงยาวสีเหลือง ชุดเป็ชุดลายดอกไม้สีแดงที่คล้ายๆดอกชบา หล่อนมีผิวดำดูท่าทางเป็สตรีจู้จี้ขี้บ่นเท่านั้นแลที่ข้าพเ้าจักสามารถจาระไนคุณลักษณะของหล่อนได้
เมื่อมารดาของบุ๋นเข้านอนไปชั่วระยะหนึ่งข้าพเ้าซึ่งนอนอยู่ก่อนหน้าพลันสะดุ้งตื่นขึ้นมาเนื่องด้วยเสียงเอะอะโวยวายเนื่องจากมีอาคันตุกะไม่ได้รับเชิญเข้ามา ณ เคหสถานแห่งนี้
มีกลุ่มคนประมาณสิบคนลางคนก็อายุราว ๔๐ ลางคนก็ ๒๐ กว่า ลางคนก็รุ่นราวคราวเดียวกับบุ๋นได้เข้ามาที่บ้านยามวิกาล
พวกนี้คือ"แก๊งน้ำท่อม" นำโดยพี่แม็ก หัวโจกของแก๊ง ข้าพเ้าต้องเรียนให้ท่านทราบก่อนว่า "พี่แม็ก" นี้ เป็คนละคนกับ "แม็ก" รักษ์พงศ์ เพื่อนของข้าพเ้าในเื่ "บนซี้ซั้ว"
แลที่เรียกว่า "แก๊งน้ำท่อม"ก็เพราะอ้ายพี่แม็กคนนี้แล ชอบแดกน้ำกระท่อมเป็ชีวิตจิตใจแม้นในเวลาทำงานพี่แกยังอุตส่าห์สละเพลา สละหน้าที่การงานเพื่อควานหา"น้ำกระท่อม" โดยเฉพาะ ทั้งซื้อแบบสำเร็จรูปแลวิริยะอุตสาหะหาหม้อหาเตามาต้มเองณ สถานที่ทำงาน
แก๊งน้ำท่อมมาบ้านเพื่อชวนบุ๋นไปเที่ยวกลางคืนที่ชายหาดปากแตระซึ่งบริเวณนั้นมีร้านอาหารมากมาย แลมีแป้นบาสให้ชู้ตบาสเล่นอีกด้วยบุ๋นบัดนี้อยู่ในชุดนักกีฬาบาสเกตบอลก็เดินถือลูกบาสมาต้อนรับคนพวกนั้นแล้ว
เสียงเจี๊ยวจ๊าวทำให้ข้าพเ้าพลันตื่นขึ้นขึ้นมามันเป็เสียงการพูดคุยกันของเด็กวัยรุ่นที่ตามธรรมชาติแล้วจักมีคำผรุสวาทโผล่มาบ้างลางที
"แต่งตัวเสร็จแล้วเหรอวะไอ้สัตว์"เพื่อนของบุ๋นที่ชื่อโฟร์ท ปุฉฉา
"เออไอ้เหี้ย"บุ๋นวิสัชนา
"Jetโด้...แม่งถือลูกบาสพร้อมเลยนะมึง"เจมีไนน์ หนึ่งในสมาชิกแก๊งน้ำท่อมพูดขึ้นมา
"เออดิ"หลานชายข้าพเ้ากล่าวตอบ
"เอะอะโวยวายอะไรกัน"ข้าพเ้าผู้ตื่นขึ้นมาด้วยเสียงโวยวายขอพูดบ้าง
"อุ๊ย!!!"
ใครสักคนในแก๊งน้ำท่อมอุทานบางคนก็ทำหน้าซีดหน้าเสีย
"อุ๊ย!!!...น้าจ๊ะ!!!...ตื่นแล้วเหรอครับ?" บุ๋นอุทานขึ้นมา
"จะไปไหนล่ะบุ๋น"ข้าพเ้าถามเด็ก๑๔
"ไปเที่ยวกับเพื่อนครับน้าจ๊ะ"
"แล้วบอกแม่เขารึยังล่ะ?"
ขณะที่ข้าพเ้ากำลังพูดกับบุ๋นจู่ๆก็มีเสียงแทรกออกมาจากชายผู้หนึ่งซึ่งกำลังเข้าห้องน้ำปัสสาวะ
"โห...ดุซะด้วยจ๊ะ"
มันคือเสียงของพี่แม็ก หัวโจกแก๊งน้ำท่อมนั่นเอง
บุ๋นค้างเติ่งเมื่อข้าพเ้าถามคำถามนี้ขึ้นมาแต่หลานชายของข้าพเ้ายังมีความเป็เด็กดีอยู่บ้างนางจึงเปิดสองกรพนมมือไหว้ข้าพเ้าแล้วพูดว่า
"ถ้าบอกแม่แม่ก็ไม่ให้บุ๋นไปสิครับ...น้าจ๊ะอย่าบอกแม่นะ...บุ๋นขอร้อง"
ข้าพเ้าเงียบไปชั่วขณะแลนึกถึงแผนดีๆแผนหนึ่งออก แผนที่ข้าพเ้าจักสามารถวางใจได้ว่าหลานชายวัย ๑๔คนนี้จักไม่เถลไถลออกนอกลู่นอกทาง
"เออ...แต่บุ๋นอย่ากลับดึกนะ"
"กลับเที่ยงคืนนะน้าจ๊ะ"
"เฮ้ย!!!ไม่ได้!!!น้าให้ไม่เกินสี่ทุ่มครึ่ง!!!"
"ครับ ขอบคุณมากครับน้าจ๊ะ"
"เออ"
"งั้นบุ๋นไปก่อนนะ"
เด็กชายวัย๑๔พร้อมผองเพื่อนเดินออกจากบ้านไม้หลังน้อยนี้มุ่งหน้าไปยังชายหาดปากแตระโดยหารู้ไม่ว่า ข้าพเ้าได้แอบสะกดรอยตามมาติดๆ
ชายหาดปากแตระนี้ในโลกแห่งความจริงมันต้องเดินเท้าไปราว๒-๓ กิโลเมตรเห็นจักได้ แต่ในโลกแห่งความฝันเดินเพียง ๒๐๐-๓๐๐ เมตรก็ถึงแล้ว
ค่ำคืนนี้ท้องฟ้ามีเมฆมากจนบางทีก็บดบังดวงแขแลดวงดาวแต่ก็ถือว่าอากาศดีไม่มีฝนตก ลมทะเลพัดโบกทำให้ผิวกายเย็นสบายคลื่นสูงเพียงครึ่งเมตรเท่านั้น เด็กๆเดินเล่นริมชายหาดอย่างสนุกสนานพูดสารพัดเื่ที่เด็กวัยรุ่นพูดกัน ทั้งเื่เกมส์ต่างๆ
"ไอ้เหี้ยบุ๋นอาโอวีกับกูสักตาปะสัตว์"
โฟร์ทซึ่งเป็เพื่อนของบุ๋นคนหนึ่งที่วัยไล่เลี่ยกันเอ่ยปากชวน
"เอาดิไอ้โฟร์ท"หลานชายข้าพเ้าตอบ
ถัดจากเื่เกมส์ก็เป็เื่ผู้หญิง
"เฮ้ยไอ้กันมึงชอบอีไวตามิลค์ห้องสี่ปะวะ!"
เสียงสตางค์ เด็กในแก๊งน้ำท่อมคุยกับกันหนึ่งในแก๊ง
"ไม่ใช่"
กันตอบสตางค์ไปทั้งที่หน้าของตนแดงราวกับลูกตำลึงท่านผู้อ่านคิดว่ากันพูดความจริงหรือโกหก?
ถัดจากเื่ผู้หญิง ก็เป็เื่ฟุตบอล
"แมนยูกาก" อ้ายซีพูดขึ้นมา
"ลิเวอร์พูลมึงสิกาก ไอ้jetแม่" อ้ายเจมีไนน์พูดขึ้นมา
เสียงสมาชิกในแก๊งเถียงกันเื่ทีมฟุตบอลที่รักของตน
ถัดจากเื่ฟุตบอล ก็เื่...
"แม่งเมื่อวานกูดูคลิปน้องเดียร์ลองในonly fans ชักว่าวเพลินเลยjet แม่"พี่แม็ก หัวโจกพูดขึ้นมา
"โหพี่อายุขนาดนี้ยังชักว่าวอีกเหรอพี่"กัน
เอ่ยถาม
"Kuay ไรไอ้สัตว์เสือกนะมึงไอ้กัน"
นอกจากเื่ช่วยตัวเองก็เื่การบ้านที่ไม่ใช่เื่ผัวเมียทำการบ้านแต่อย่างใด
"เฮ้ยนุนิวการบ้านอาจารย์ทินกฤตมึงทำยังวะ" บุ๋นถามนุนิวเพื่อนร่วมชั้นในโรงเรียนเดียวกันกับบุ๋น ซึ่งมาเที่ยวกลางคืนด้วย
"ทำแล้ว"
"เฮ้ยกลับบ้านถ่ายมาให้กูดูด้วยนะ"
"เออๆ"
"ใจเว้ยนุนิว"
แล้วก็คุยเื่อื่นๆอีกข้าพเ้าผู้ตามมาห่างๆได้แต่แอบฟังอย่างปลงๆ
ในที่สุดแก๊งค์น้ำท่อมก็เดินทางมาถึงร้านอาหารร้านหนึ่งริมชายหาดปากแตระเป็ร้านซึ่งขายอาหารทะเลแลอาหารตามสั่ง มีที่นั่งริมชายหาดเป็ซุ้มเก้าอี้หลังคามุงจากเรียงรายนับสิบแห่ง มิหนำซ้ำที่นี่มีแป้นบาสให้ได้เล่นด้วย แลก็ถึงทีของบุ๋นหลานชายข้าพเ้าจักได้แสดงฝีมือในการชู้ตบาสให้ข้าพเ้าแลคนอื่นๆได้ประจักษ์เป็ขวัญตา
ฝีมือการชู้ตบาสของบุ๋นถือว่าเยี่ยมยอดสำหรับการเป็นักกีฬาโรงเรียน น่าเสียดายที่ข้าพเ้ามิมีโอกาสได้ล่วงรู้เลยว่าระหว่างกรลูกพี่ลูกน้องของข้าพเ้าในโลกแห่งความเป็จริงกับบุ๋นหลานชายของข้าพเ้าในโลกแห่งความฝันใครกันที่เล่นกีฬาบาสเกตบอลได้เก่งที่สุดเพราะไม่ว่าจักในโลกแห่งความฝันแลโลกแห่งความจริง ข้าพเ้าก็มิอาจล่วงรู้เลยว่าสองคนนี้มีฝีมือเก่งกล้าสามารถเพียงใดแลไม่เคยไปดูสองคนนี้แข่งบาสเกตบอลด้วยซ้ำไป
จากที่ข้าพเ้าสะกดรอยตามหลานชายมานั้นข้าพเ้ารู้สึกดีใจที่หลานชายของข้าพเ้าแม้นจักเกเรไปบ้างในเื่การเที่ยวกลางคืนหากแต่หลานชายของข้าพเ้าก็ไม่ริอ่านสูบบุหรี่มวน บุหรี่ไฟฟ้าฤาดื่มน้ำกระท่อมเหมือนคนอื่นๆข้าพเ้าไม่ได้หวังให้บุ๋นเป็เด็กเนิร์ดเด็กเรียนเหมือนพ่อแม่แลปวงญาติของเด็กบางคนที่กดดันเด็กจนเกินไปข้าพเ้าขอแค่บุ๋นเป็คนดี ข้าพเ้าก็พอใจแล้ว
เื่ราวของเด็ก๑๔หนีเที่ยวจักเป็อย่างไรต่อไปนั้น คงแล้วแต่จินตนาการของท่านผู้อ่านแล้วล่ะว่าจักปรารถนาให้เื่ดำเนินไปต่อแบบใดเอวังก็มีด้วยประการฉะนี้
จ๊ะ เสือไบ
๑๖ ก.ค. ๒๕๖๗