หยดน้ำจากปลายใบไม้ร่วงกระทบพื้นหินดังแ่เบา
หยาด... หยาด...
ท่ามกลางความเงียบงันของป่าต้องห้าม หมอกสีขาวหนาทึบปกคลุมผืนป่าเอาไว้ราวกับม่านที่ไม่มีวันเปิดออก กลิ่นดินชื้นลอยปะปนกับกลิ่นคาวเืจางๆ ในอากาศ
สวบ... สวบ...
เด็กชายในเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นก้าวฝ่าพุ่มไม้ออกมา มือขวายังคงกำด้ามดาบประจำตระกูลแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว
ตามแขนและใบหน้ามีทั้งรอยขีดข่วนและคราบเืที่แห้งกรังเกาะอยู่ทั่วร่าง
แต่สิ่งที่สะดุดตายิ่งกว่าาแเ่าั้...
คือดวงตาของเขา
แววตาที่ควรเป็ของเด็กวัยเพียงสิบขวบกลับเต็มไปด้วยความเ็ปและความเหนื่อยล้า ราวกับผ่านเื่ราวที่หนักหนาเกินกว่าจะให้เด็กคนหนึ่งแบกรับ
อีกด้านของม่านหมอก เด็กสาวในชุดขุนนางที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเขม่าควันเดินโซเซออกมา
เธอชะงักเมื่อเห็นเด็กชายตรงหน้า
ทั้งสองหยุดอยู่บนลานหินกว้างกลางป่า
ไม่มีใครเอ่ยคำใด
ต่างฝ่ายต่างจ้องมองกันอย่างระแวดระวัง แม้ในแววตาจะยังมีความหวาดกลัวซ่อนอยู่ แต่สิ่งที่เด่นชัดยิ่งกว่านั้นกลับเป็ความสิ้นหวัง
ทันใดนั้นเอง—
กรอบ...
เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นจากด้านหลัง
เด็กชายอีกคนค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงามืดใต้ต้นไม้ใหญ่
เด็กหนุ่มผู้มาใหม่มีใบหน้าซีดเซียว ดวงตาไร้ประกายราวกับคนที่สูญเสียทุกสิ่งไปแล้ว เขาเหลือบมองาแของทั้งสองคน ก่อนเดินเข้าไปหาโดยไม่พูดอะไร
เขายื่นมือที่สั่นเล็กน้อยไปแตะาแบนแขนของเด็กชายและเด็กสาว
วูบ...
แสงเวทมนตร์สีอบอุ่นพลันส่องออกจากฝ่ามือ
ความอบอุ่นค่อยๆ แผ่ไปตามาแ รอยฉีกขาดและรอยถลอกเริ่มสมานตัวต่อหน้าต่อตา จนแทบไม่เหลือร่องรอย
เด็กชายเบิกตากว้าง
"รอยแผล... หายไปหมดเลย?"
เขารีบก้มมองแขนตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มตรงหน้า
"นี่นาย..."
ยังไม่ทันได้ถามต่อ ร่างของเด็กหนุ่มก็โงนเงนไปด้านข้าง
ตุบ!
เขาทรุดลงกับพื้นทันที
"เฮ้! นาย!"
เด็กชายรีบเข้าไปรับร่างนั้นไว้ ส่วนเด็กสาวเองก็รีบเข้ามาช่วยอีกแรงด้วยความลนลาน
ฟึ่บ...
เด็กหนุ่มค่อยๆ ลืมตาขึ้น
สิ่งแรกที่เห็นคือแสงสีส้มสลัวจากกองไฟตรงหน้า ตามมาด้วยไออุ่นที่ช่วยขับไล่ความหนาวเย็นภายในถ้ำ
"อ้าว! ตื่นแล้วเหรอ!"
เสียงร่าเริงดังขึ้นทันที
เด็กชายเ้าของเสียงนั่งอยู่ข้างกองไฟพร้อมรอยยิ้มกว้าง
เด็กหนุ่มกะพริบตาสองสามครั้ง ก่อนยกมือขึ้นแตะศีรษะตัวเอง
"ฉัน... สลบไปเหรอ?"
"ใช่แล้วพวก!"
"จู่ๆ นายก็ร่วงลงไปกองกับพื้น ทำเอาพวกเราใหมด แต่ไม่ต้องห่วงนะ ฉันกับเธอช่วยกันแบกนายมาที่นี่เอง"
"นายคนเดียวต่างหากที่แบก"
เด็กสาวที่นั่งอยู่อีกมุมของถ้ำพูดแทรกขึ้น
"ฉันแค่ช่วยนายถือดาบ"
"เอาน่า อย่างน้อยเราก็ช่วยกันนี่!"
"อ้อ จริงสิ! ฉันชื่อลูเซียน ยินดีที่ได้รู้จักนะ!"
เด็กสาวถอนหายใจเบาๆ ก่อนหันมาสบตาเขา
"ส่วนฉัน ไอริส... ขอบใจเื่แผลเมื่อกี้ด้วยนะ"
เด็กหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง
"ฉัน... เซดริก"
"โอเค! เซดริก!"
ลูเซียนฉีกยิ้มกว้าง
"ยินดีที่ได้รู้จักนะ!"
เด็กหนุ่มทั้งสองจับมือทักทายกัน แล้วบรรยากาศก็เงียบไปครู่หนึ่ง
"ว่าแต่พวกนายมาจากไหนกันเหรอ?" ทำไมถึงมาอยู่ในป่าอันตรายแบบนี้ได้ล่ะ?
เปลวไฟตรงหน้าสั่นไหวเบาๆ
"...ฉันมาจากราเวนเดล"
เซดริกตอบเสียงแ่ พลางลดสายตาลง
ไอริสกอดเข่าตัวเองแน่นขึ้นเล็กน้อย
"ฉันมาจากเซเลสเทีย"
“ส่วนฉัน... มาจากวาลเคนการ์ด ไกลน่าดูเลยล่ะ!”
ลูเซียนขำแห้ง
ไม่มีใครถามอะไรต่อ
คำถามมากมายยังคงค้างคาอยู่ในใจ
เกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองของพวกเขา?
ทำไมเด็กอย่างพวกเขาถึงต้องหนีเอาชีวิตรอดมาอยู่ในป่าแห่งนี้?
แต่ทุกคนต่างรู้ดีว่า าแในใจของแต่ละคนยังสดเกินกว่าจะเปิดเผย
บางเื่...
คงต้องรอให้เวลาช่วยรักษามันเสียก่อน
จ๊อกกกก...
เสียงท้องร้องดังสนั่นไปทั่วถ้ำ
ไอริสหน้าแดงขึ้นมาถึงใบหู เธอรีบกุมท้องแล้วหันหน้าหนีราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เซดริกได้แต่มองเธอตาปริบๆ
ก่อนที่ลูเซียนจะหลุดหัวเราะออกมา
"ฮ่าๆๆ! ท้องร้องซะดังเชียวนะ!"
"หัวเราะอะไรของนาย!"
ไอริสหันขวับไปวีนใส่
"ก็เห็นไหมล่ะ!"
ลูเซียนหัวเราะพลางลุกขึ้นยืน
"เื่อดีตเอาไว้คิดทีหลัง ตอนนี้เื่ใหญ่ที่สุดคือเื่กินต่างหาก!"
เขาคว้าดาบขึ้นมาสะพายหลัง
"ใกล้ๆ นี้มีแม่น้ำอยู่ ไปจับปลากันเถอะ! นายไปด้วยไหม เซดริก?"
เซดริกนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า
"เอาสิ... ฉันพอรู้จักสมุนไพรแถวนี้อยู่บ้าง น่าจะหาอะไรมาใช้หมักปลาก่อนย่างได้"
"จริงเหรอ!"
ดวงตาของลูเซียนเป็ประกายขึ้นทันที
"สุดยอดไปเลย เซดริก!"
เขาหันไปหาไอริส
"แล้วเธอล่ะ?"
ไอริสทำหน้าฮึดฮัด ก่อนลุกขึ้นปัดฝุ่นออกจากกระโปรง
"ก็... ถ้าไม่ไป ฉันก็อดกินน่ะสิ"
เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
"อย่าคิดว่าฉันอยากไปเที่ยวเล่นกับพวกนายก็แล้วกัน!"
ลูเซียนหัวเราะ
"โอเคๆ เข้าใจแล้ว"
ไอริสแอบยิ้มออกมาเล็กน้อย โดยพยายามไม่ให้ใครสังเกตเห็น
และในวันนั้นเอง...
จุดเริ่มต้นของเด็กทั้งสามคนก็ได้ถือกำเนิดขึ้น
หนึ่งปีต่อมา—
ป่าต้องห้ามที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยความน่ากลัว กลับมีบ้านไม้สองชั้นหลังเล็กตั้งอยู่อย่างสงบ
รอบบ้านเต็มไปด้วยแปลงผักและสมุนไพรหลากหลายชนิด บางส่วนของผนังไม้ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์เวทมนตร์สีเขียวสด จนแทบกลมกลืนไปกับผืนป่า
เสียงนกร้องดังแว่วมาจากยอดไม้
สายลมพัดผ่านใบหญ้าเบาๆ
ทว่าความสงบเ่าั้กลับถูกทำลายลงในชั่วพริบตา
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
เสียงคมดาบแหวกอากาศดังต่อเนื่อง
ลูเซียในวัยสิบเอ็ดปียืนอยู่กลางลานกว้างหน้าบ้าน เขาสูดหายใจเข้าลึก หลับตาลง และรวบรวมสมาธิ
มือขวากระชับด้ามดาบแน่น
ฉับ!
ดาบถูกชักออกจากฝักในพริบตา
เปรี้ยง!
ท่อนไม้ขนาดใหญ่สามท่อนที่ตั้งเรียงกันอยู่ตรงหน้าถูกฟันขาดสะบั้นแทบพร้อมกัน
ลูเซียนยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะชูดาบขึ้นฟ้าด้วยความดีใจ
"ย๊ากก! วันนี้สมาธิโคตรดีเลย!"
"นี่!! ลูเซียน!"
เสียงะโดังมาจากระเบียงชั้นสอง
ไอริสยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมแก้วน้ำยาเวทมนตร์ในมือ ควันสีฟ้าลอยออกมาจากปากขวด
"เบาๆ หน่อยไม่ได้หรือไง! น้ำยาของฉันเกือบะเิเป็รอบที่สามของวันแล้วนะ!"
ลูเซียนรีบเก็บดาบเข้าฝัก
"โธ่! ฉันอุตส่าห์ฟันขาดสามท่อนในทีเดียวเลยนะ ชมกันหน่อยสิ!"
"จะให้ชมอะไร?"
ไอริสกอดอก
"ชมเื่ที่นายทำตัวเป็เด็กเห่อพลังน่ะเหรอ? ไปฝึกควบคุมแรงกระแทกนู่นเลยไป๊!"
"โห... ใจร้ายชะมัด"
เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นจากหน้าประตูบ้าน
เซดริกเดินออกมาพร้อมกระเป๋าหนังใบใหญ่พาดอยู่บนไหล่
"ใจเย็นๆ สิ ไอริส"
เขามองลูเซียนแล้วยิ้ม
"ดุลูเซียนมากๆ เดี๋ยวเขาก็ร้องไห้เอาหรอก"
"ใครร้องไห้กันเล่าาา!"
ลูเซียนรีบโวยวาย
ไอริสหันขวับไปหาเซดริกทันที
"แล้วนายก็เหมือนกัน! เมื่อเช้าฉันบอกให้จัดขวดสมุนไพรให้เรียบร้อย ทำไมยังเอามาวางเกะกะบนโต๊ะกินข้าวอีก!"
เซดริกยกมือขึ้นทั้งสองข้างขอยอมแพ้
"ขอโทษครับ คุณแม่"
"ใครเป็แม่ของนายกันยะ!"
"ก็เห็นดูแลพวกเราทุกเื่เลยนี่"
"ฉันไม่ได้ดูแลพวกนายนะ!"
ไอริสหน้าแดงขึ้นมาทันที
เซดริกยิ้มเ้าเล่ห์
"ครับๆ ไม่ได้ดูแล"
เขาขยับสายกระเป๋าขึ้นบนไหล่
"พอดีมัวแต่เตรียมยารักษาอยู่น่ะ รอบนี้ถ้าเอาไปขายที่เมืองท่าเรือ น่าจะได้เงินพอซื้อเสบียงได้อีกเยอะเลย"
"เมืองท่าเรือ?"
ลูเซียนตาโตขึ้นทันที
เขาวิ่งเข้ามาเกาะไหล่เซดริก
"งั้นวันนี้พวกเราได้ไปเมืองท่าเรือกันใช่ไหม!"
ลูเซียนยิ้มกว้าง
"ฉันอยากกินเนื้อย่างที่ร้านโปรดจะแย่อยู่แล้ว!"
"ได้สิ"
เซดริกหัวเราะ ก่อนเหลือบมองขึ้นไปยังระเบียงชั้นสอง
"แต่ก่อนอื่น... เราคงต้องรอคุณหนูไอริสแต่งตัวก่อนใช่ไหมล่ะ?"
ไอริสชะงัก
ใบหน้าของเธอแดงก่ำขึ้นทันที
"บะ... บ้าเหรอ! ใครอยากได้หนังสือเวทมนตร์เล่มใหม่กัน!"
"ฉันยังไม่ได้พูดถึงหนังสือสักคำเลยนะ"
เซดริกเลิกคิ้ว
"..."
ไอริสชะงักกึก
เธอรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง
ลูเซียนกับเซดริกหันมามองหน้ากัน
ก่อนจะหลุดหัวเราะพร้อมกัน
"รอห้านาที!"
ปัง!
ประตูห้องปิดดังสนั่น
"ถ้าใครกล้าลงไปก่อน ฉันจะเสกไฟเผากางเกงให้หมดเลย!"
ลูเซียนหัวเราะร่า
"รับมือยากจริงๆ เลยนะแม่คุณ"
เซดริกยิ้มบางๆ
"นั่นสิ... แต่เวลาคุณแม่โมโหก็น่ารักดีออก"
"ฮ่าๆ จริง! ยั่วโมโหไอริสนี่สนุกที่สุดแล้ว!"
ลูเซียนหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
จากนั้นเขาหันไปมองเส้นทางลงเขาที่ทอดยาวผ่านป่า มุ่งหน้าไปยังเมืองท่าเรือที่อยู่ไกลออกไป
อดีตอันขมขื่นของพวกเขาอาจยังไม่จางหาย แต่ในตอนนี้... พวกเขาไม่ต้องเดินเพียงลำพังอีกต่อไป