เกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นผู้ดูแลฟาร์มผู้มั่งคั่งบ้างได้ไหมคะ?[แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 บทที่ 123 กระโดดทะเลสาบ [Re-write]

            

            ราวกับเบื้องหน้ามีภาพอันน่าเย้ายวนของหลิงมู่เอ๋อร์ที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าคอยปรนนิบัติคนทั้งหลายอยู่ในห้องโถง คนทั้งหลายพากันหัวเราะเสียงดัง

            สิ่งที่หลิงมู่เอ๋อร์ไม่ชอบที่สุดในชีวิต ก็คือการหยอกล้อเช่นนี้ของพวกคุณชายเสเพล ทว่า ไม่รอให้นางแสดงความโมโห สายตาแหลมคมสายหนึ่งก็ทิ่มแทงไป “ได้ยินว่า ตำหนักฝูโซ่ว[1] ที่กรมพิธีการสร้างให้ฝ่าบาทในช่วงนี้เกิดความผิดพลาดบางส่วน ฝ่าบาททรงพิโรธนัก มีรับสั่งให้เปิ่นหวาง[2] ช่วยฝ่ายตุลาการทั้งสามตรวจสอบเรื่องนี้ ไม่ทราบว่าคุณชายรองตระกูลเซียวมีความคิดเช่นใดเกี่ยวกับเรื่องนี้?”

            เซียวอันสะดุ้งทีหนึ่ง ใบหน้าที่เมื่อหัวเราะขบขันเปลี่ยนเป็นประหม่าเพราะความผิด สายตาขอความช่วยเหลือถูกส่งไปยังองค์ชายหกทันที เห็นฝ่ายหลังไม่แม้จะเหลือบมองตน ก็รีบงัดนิสัยประจบประแจงออกมามองไปยังซูเช่อ “จวิ้นอ๋องน้อยได้รับความไว้วางพระทัยจากฝ่าบาท ช่างเป็นวาสนาของพวกเราจริงๆ กรมพิธีการของพวกเราจะต้องให้ความร่วมมือกับจวิ้นอ๋องน้อยอย่างเต็มที่ รีบถวายงานให้ฝ่าบาทโดยเร็ว”

            ซูเช่อเลิกคิ้ว ดูคล้ายไม่ใส่ใจ  แต่คำพูดที่เผยออกมากลับแฝงไว้ด้วยความไม่พอใจ “เหอะ เช่นนั้นช่วงนี้เจ้าก็ต้องยุ่งสักหน่อยแล้ว” ช้อนตามองหลิงมู่เอ๋อร์ ซูเช่อกะพริบตาให้นาง น้ำเสียงไม่จริงจัง “แม่นางหลิง เหตุใดยังเหม่อลอยอยู่อีก คุณชายรองเซียวมีธุระมากถึงเพียงนี้ ยังให้เกียรติมาร่วมงานเลี้ยงที่ร้านอาหาร เขาชื่นชมเหล้าองุ่นของเจ้าถึงเพียงนี้ เจ้ายังไม่มารินเหล้าแสดงขอบคุณอีก?”

            เซียวอันมองซูเช่อ จากนั้นมองหลิงมู่เอ๋อร์ที่ไม่อาจอดกลั้นการหัวเราะไว้ได้ คนโง่ก็ยังรู้ถึงความสัมพันธ์ของพวกเขา จึงได้รู้สึกตัวว่า เมื่อครู่เขาเพิ่งกล่าววาจาลวนลามสตรีที่จวิ้นอ๋องน้อยให้ความสำคัญ

            ท่านพ่อให้เขามาร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ ก็เพราะรู้มาว่าจวิ้นอ๋องน้อยก็อยู่ที่นี่ด้วย เขายังวางแผนว่ารองานเลี้ยงจบจะไปประจบเอาใจจวิ้นอ๋องน้อยให้ดี ให้เขาลืมตาข้างหลับตาข้างในเรื่องของตำหนักฝูโซ่ว เขาไม่อาจทำเสียเรื่องในยามนี้เด็ดขาด

            “มิกล้ามิกล้า แม่นางหลิงเป็นแม่นางเซียนแพทย์ที่ได้รับความรักจากเหล่าราษฎร ทั้งยังเป็นสหายที่ดีของจวิ้นอ๋องน้อย ข้าจะกล้าใช้งานได้อย่างไร” รู้ว่าทำให้ซูเช่อไม่พอใจแล้ว เซียวอันยกจอกสุราขึ้นมาลงโทษตนเองสามแก้ว ภายใต้สายตากระดากของผู้อื่น เรื่องนี้ก็ถือว่าผ่านไปแล้ว

            วันนี้องค์ชายเจ็ดจัดงานเลี้ยงต้อนรับองค์ชายหก กล่าวว่าเป็นงานเลี้ยงต้อนรับ ที่จริงก็เป็นเพียงแค่การพบปะของขุมพลังสองฝ่าย มาเปรียบเทียบพละกำลังของอีกฝ่ายเท่านั้น ทุกคนต่างรู้ว่า รัชทายาทองค์ปัจจุบัน เป็นเพียงตำแหน่งที่ว่างเปล่าเท่านั้น ในอนาคต ผู้ที่จะได้รับการสืบทอดบัลลังก์ที่แท้จริง ย่อมถูกเลือกระหว่างพวกเขาสองคน บัดนี้ หากเลือกข้างผิด ในอนาคต จะนำมาซึ่งเภทภัยที่ถึงแก่ชีวิต

            หลิงมู่เอ๋อร์ไม่มีความสนใจที่จะมีส่วนร่วมในการแย่งชิงอำนาจนี้ ภายใต้การประจบสอพลอของทุกคน ก็ถอยออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ ขอเพียงพวกเขาไม่ต่อยตีกันขึ้นมา จนนำความยุ่งยากมาสู่เหลาอาหารสกุลหลิงก็พอแล้ว ยังคงเป็นโรงหมอของนางที่เรื่องน้อยกว่าจริงๆ

            เหล้าองุ่นหนึ่งไหครึ่งสุดท้ายถูกเหล่าองค์ชายกวาดแบ่งกันไปหมดแล้ว แขกที่อยู่ชั้นล่างพากันส่งเสียงว่ายังดื่มไม่พอ หลิงมู่เอ๋อร์รีบเขียนวิธีการหมักออกมา คิดว่าอีกครู่ก็มอบให้ท่านพ่อ ในเมื่อได้รับความนิยมเช่นนี้ ในช่วงท้ายปีรับรายได้สักรอบหนึ่ง เพิ่มผลประโยชน์สักเล็กน้อยก็เป็นเรื่องที่ดี

            บนกระหม่อม เสียงใสกระจ่างเสียงหนึ่งดังมา ใกล้จนราวกับจะสามารถได้ยินเสียงลมหายใจของอีกฝ่าย

            “ลายอักษรอ่อนช้อยงดงามแต่แข็งแกร่งทรงพลัง ผู้รู้อักษรมากเท่าใดก็ไม่มีความสามารถระดับเจ้า แม่นางหลิงยังมีความประหลาดใจอีกมากเท่าใดที่รอข้าอยู่”

            ในยามที่หลิงมู่เอ๋อร์หมุนกาย ซูเช่อก็อ้อมจากอีกด้านไปยังเบื้องหน้าของนาง มือข้างหนึ่งเท้าอยู่บนโต๊ะ พัดคลี่ออกพัดโบกเบาๆ ใบหน้าดุจดอกท้อแย้มยิ้มมองมาที่นาง

            ชุดขาวตลอดร่างบุคลิกงามสง่า ในยามที่ยิ้มบางอย่างจนใจ ยังส่งสายตาโปรยเสน่ห์ออกมาอีก พลันเป็นเหตุให้เหล่าแขกสตรีที่อยู่ด้านหลังกรีดร้องออกมา

            “จวิ้นอ๋องน้อยชมชอบการโปรยเสน่ห์ของตนถึงเพียงนี้ ไม่สู้ออกประตูเลี้ยวซ้ายไปอีกสักสามสิบลี้ ได้ยินว่ามีเรือนหอมสุคนธ์เปิดใหม่อยู่แห่งหนึ่ง ที่นั่นยิ่งเหมาะกับท่าน” หลิงมู่เอ๋อร์ค้อนเขาทีหนึ่ง ก้มหน้าลงทำรายการสูตรของนางต่อให้เสร็จ เหล้าองุ่นนี้ไม่เหมือนนารีแดงทั่วไป เกินไปส่วนหนึ่ง น้อยไปส่วนหนึ่ง ล้วนทำให้รสชาติไม่ได้ที่ แต่ไรมา นางก็ไม่เคยทำเรื่องที่ทำลายชื่อเสียงของตนมาก่อน

            หัวคิ้วของซูเช่อกระตุก ราวกับไม่สนใจการเยาะหยันของหลิงมู่เอ๋อร์แม้แต่น้อย ทั่วทั้งร่างยิ่งเข้าใกล้ขึ้นอีกสามส่วน ก้มหน้าลงก็สามารถเห็นขนตาที่งอนงามของนาง และริมฝีปากแดงชาด “ดูท่า แม่นางหลิงยังไม่ค่อยเข้าใจว่าเปิ่นหวางรักนวลสงวนตัวมากเพียงใด มิสู้หาเวลา ข้าให้เจ้าทำลองดู?”

            “เพ้ย!”

            หากมิใช่กลัวว่าเหล่าสตรีที่อยู่เบื้องหลังพวกนั้นจะลุกฮือมาโจมตี นางแทบอยากจะถุยน้ำลายใส่หน้าเขาแล้ว

            “งานเลี้ยงเช่นนี้ ที่จริงท่านไม่ควรมาร่วมจึงจะถูก หรือว่า ท่านได้ทำการเลือกแล้ว?” สายตาของหลิงมู่เอ๋อร์ชี้ไปที่ชั้นบน

            ซูเช่อย่อมรู้ว่าที่นางถามคืออะไร พับเก็บพัด แขนทั้งสองของเขาเท้าอยู่ข้างกายของนาง เอี้ยวใบหน้าหล่อเหลา เป่าลมร้อนลงบนใบหน้าที่บอบบางงดงามของนาง สายตาหรี่ลงครึ่งหนึ่ง “เพราะว่ามาที่นี่สามารถเห็นเจ้าได้”

            มุมปากของหลิงมู่เอ๋อร์กระตุกอย่างรุนแรง วางพู่กันในมือลงจนเกิดเสียงดังเพี๊ยะอย่างแรง มองซูเช่ออีกครั้ง นางกัดฟัน ความไวเปลี่ยนจากเร็วเป็นช้ากล่าวว่า “ท่านเชื่อหรือไม่ หากท่านพูดมากกว่านี้อีกเพียงครึ่งคำ ข้าจะให้ท่านได้เป็นผู้แรกที่ลิ้มลองยาพิษที่ข้าคิดค้นขึ้นมาใหม่ รับรองว่าท่านมิอาจลงจากเตียงได้สามวันสามคืน”

            รู้ว่าหากยังเหลวไหลต่อไป จะต้องทำให้หลิงมู่เอ๋อร์โมโหแน่ ซูเช่อยักไหล่กลับไปพูดเรื่องเป็นงานเป็นการ “คำพูดเมื่อครู่ข้าพูดจากใจ เจ้าไม่เชื่อข้าก็ไม่มีหนทาง แต่ว่า ที่ข้ามาหาเจ้ามีธุระจริง”

            หลิงมู่เอ๋อร์มิได้กล่าววาจา ใช้สายตาส่งสัญญาณให้เขาพูดต่อ

            “เรื่องหลันเชี่ยนหยิ่งข้าได้จัดการเรียบร้อยแล้ว เหตุใดเจ้าจึงไม่ชมข้าหน่อยเล่า?”

            รู้สึกเหมือนว่า จวิ้นอ๋องน้อยผู้มีความคิดหลากหลายผู้นี้มาขอคำชื่นชมน่ะ

            หลิงมู่เอ๋อร์ยกมือขึ้นมานวดหว่างคิ้ว ท้ายที่สุดก็ถอนใจออกมา “ท่านไม่พูดถึงเรื่องนี้ก็ช่างแล้ว ท่านพูดถึงขึ้นมา ข้าแทบอยากจะฆ่าท่านให้ตาย ท่านรู้หรือไม่ การกระทำของท่านนำความยุ่งยากมาสู่ข้ามากเพียงใด บัดนี้ ข้ากลายเป็นศัตรูอันดับหนึ่งของจวนอัครมหาเสนาบดี ท่านพอใจแล้วหรือไม่?”

            ซูเช่อราวกับเดาออกได้ตั้งแต่แรกแล้วว่านางจะมีการแสดงออกเช่นนี้ พลันจับมือทั้งคู่ของนางไว้ กล่าวด้วยความรักลึกซึ้งว่า “เจ้าจงวางใจ ทุกเรื่องล้วนมีข้าอยู่”

            ข้าเชื่อเจ้ากับผีนะสิ

            “จวิ้นอ๋องน้อยอยากแสดงความรักถึงเพียงนี้ ด้านหลังมีคนรออยู่เป็นกลุ่มน่ะ อย่าได้มาเพิ่มความวุ่นวายให้ข้าที่นี่” หลิงมู่เอ๋อร์เต็มไปด้วยความรังเกียจ ดึงมือทั้งคู่ของตนออกมา แล้วมองผู้หญิงทั้งกลุ่มที่จ้องมาอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ นางก็ตัวสั่นขึ้นมา “มีจวนอัครเสนาบดีจวนเดียวก็พอแล้ว ข้าไม่อยากกลายเป็นศัตรูร่วมของหญิงสาวทั้งแผ่นดิน ถึงเวลานั้นข้าตายอย่างไรก็ยังไม่รู้”

            ซูเช่อคร้านจะสนใจว่าพวกเครื่องประทินโฉมดาษดื่นที่เบื้องหลังนั้นมีสายตาอย่างไร เขามองหลิงมู่เอ๋อร์ยังมองไม่พอเลย

            สตรีนางนี้หลังจากมาที่เมืองหลวงแล้ว ก็ราวกับจะวิจิตรงดงามขึ้นอีก แม้การที่จวิ้นอ๋องแต่งกับสาวชาวนาจะไม่เคยมีตัวอย่างมาก่อน เช่นนั้นก็ให้เขาเป็นผู้บุกเบิกขึ้นมา

            “เสน่ห์ของเปิ่นหวาง มีสตรีมากมายร้องขอแต่ไม่อาจได้ไป มีเพียงเจ้าที่ไม่เห็นค่า” หมุนกายเตรียมจากไป สายตากลับเหลือบไปเห็นไหเหล้าไหหนึ่งที่ด้านหลังของนางอย่างมิตั้งใจ ซูเช่อยกคางขึ้นมา “นั่นคือสิ่งใด ดมแล้วกลิ่นไม่เลว ไม่สู้มอบให้เปิ่นหวาง”

            “เจ้าฝันหวานไปแล้ว นี่เหลือไว้ให้ผู้ที่กล่าวไปแล้ว มีความสำคัญต่อข้านัก” อีกความหมายหนึ่ง เจ้าหลบไปด้านข้างซะ

               
    สายตาที่เดิมสว่างไสวของซูเช่อเมื่อได้ฟังดังนั้นก็หม่นหมองลง

            ผู้ที่สำคัญที่สุดของหลิงมู่เอ๋อร์ นอกจากบิดามารดากับพี่น้องชายทั้งสองแล้ว ยังจะเป็นผู้ใดได้อีก?

            “ใบหน้าหล่อเหลางดงามที่ไร้ผู้ใดเทียมในดินแดนนี้ สำหรับเจ้าแล้วไม่มีผลเลยใช่หรือไม่?” ซูเช่อไม่เคยรู้สึกเสียใจถึงเพียงนี้มาก่อน ดุนลิ้นไปที่แก้มขวา ถอนใจออกมาทีหนึ่ง “เอาเถอะ เจ้าไม่ต้อนรับ ข้าไปก็ได้ เจ้าจำไว้ ความอ่อนโยนของข้าเคยมอบให้เพียงเจ้าเท่านั้น”

            ไม่รอให้หลิงมู่เอ๋อร์ตอบ ซูเช่อก็หมุนกายขึ้นชั้นบนไปแล้ว ก่อนจากไปเขาก็เสริมขึ้นมาอีกคำหนึ่ง “ทางด้านจวนอัครเสนาบดีข้าจะจัดการเอง เจ้าไม่ต้องกังวล เป็นเซียนแพทย์ของเจ้าให้ดีก็พอ ทุกเรื่องมีข้าอยู่ ไม่จำเป็นต้องกังวล”

            มองดูเงาหลังของเขาค่อยๆ ไกลออกไป หลิงมู่เอ๋อร์หรี่ตา เฮ้อ คิดถึงซั่งกวนเซ่าเฉินขึ้นมาบ้างแล้ว

            ก็ไม่รู้ว่าพี่ใหญ่อยู่ทางนั้นปลอดภัยหรือไม่  นับไปแล้ว เหมือนว่าจะเป็นซูเช่อเจ้าคนนี้ออกความเห็นกับฝ่าบาท ทำให้พี่ใหญ่ต้องออกจากเมืองหลวงไป

            เมื่อคิดถึงจุดนี้ แววตาของหลิงมู่เอ๋อร์ยิ่งลึกลงแล้ว นางพลันเกินความหุนหันที่จะขึ้นชั้นบนไปวางยาในจอกเหล้าของซูเช่อขึ้นมา

            “แม่นางมู่เอ๋อร์ ท่านรีบไปดูที่ข้างทะเลสาบเถิด เจาหยางจวิ้นจู่น้อยลากพี่หลิงจะกระโดดทะเลสาบ” จูชีวิ่งเข้ามาอย่างร้อนรน พูดจาไม่ปะติดปะต่อ ในดวงตาเต็มไปด้วยความเป็นกังวล

            นี่เป็นครั้งแรกที่หลิงมู่เอ๋อร์เห็นจูชีที่ลนลานถึงเพียงนี้ ภาพลักษณ์ของเขาควรบุรุษผู้อ่อนโยนสง่างาม บุคลิกอิสระเรียบง่าย รักการศึกษาเล่าเรียนประเภทนั้น ความเร่งร้อนเช่นนี้ไม่เหมาะกับเขาเลยจริงๆ

            “เจาหยางจวิ้นจู่น้อยมิใช่เปลี่ยนแปลงนิสัยแล้วหรือ รอบนี้กำลังเล่นลูกไม้อะไรอีกเล่า? ไม่มีเวลาไปเรียกซูเช่อที่ด้านบน เพราะอย่างไร ด้านบนก็ยังมีเหล่าองค์ชายกับเหล่าทายาทของท่านโหวและสกุลใหญ่อยู่อีกเป็นกลุ่ม ครั้งนี้เกี่ยวพันไปถึงหลิงจือเซวียน หากถูกจับข้อผิดพลาดใดขึ้นมา สำหรับการสอบเคอจวี่หลังปีใหม่ของเขาแล้วก็ไม่เป็นผลดีนัก”

            ตามจูชีขึ้นรถม้าสกุลหลิงไป ตลอดทางราบรื่นไม่ติดขัด ใช้เวลาที่สั้นที่สุดมาถึงข้างทะเลสาบ อย่างที่คิด จากที่ไกลก็มองเห็นคนสองคนกำลังดึงๆ ลากๆ ส่วนหลิงจือเซวียนและเจาหยางจวิ้นจู่น้อยนั้น คนทั้งสองกำลังยืนอยู่ข้างทะเลสาบ บริเวณใต้เข่าลงไปได้เปียกปอนไปหมดแล้ว

            “เพราะเหตุใดจึงไม่อาจยอมรับข้าเล่า ทั้งที่เห็นได้ชัดว่าในใจเจ้ามีข้า เหตุใดจึงไม่ยอมรับ?” เจาหยางร้อนใจจนจะร้องไห้แล้ว มองชายเบื้องหน้าที่มีใบหน้าประดุจหยก มือของนางจับมือทั้งคู่ของเขาไว้แน่น เห็นเขาไม่ยอมสบตานาง นางเอียงหัวหมุนไปตามเขา สรุปก็คือ นางไม่ยอมให้ในดวงตาของเขาไม่มีนาง

            “จวิ้นจู่น้อย ฐานะของท่านกับข้ามีความแตกต่าง ไม่เหมาะสม” น้ำเสียงของหลิงจือเซวียนเย็นชา แต่หากตั้งใจฟังแล้วละก็ ด้านในนั้นเผยความจนใจและพยายามอดกลั้นอยู่

            “ข้าไม่สน ตั้งแต่เล็กจนโต ขอเพียงเป็นสิ่งที่ข้าเจาหยางต้องการ ก็ไม่มีสิ่งใดที่ไม่ได้มา อีกอย่าง เห็นชัดๆ ว่าในใจของเจ้ามีข้า เหตุใดจึงไม่อาจใจกล้าเสียหน่อย เจ้ากำลังกลัวสิ่งใดกัน?” เจาหยางไม่ยอมรับ “ข้ารับปากเจ้าว่า วันหลังจะไม่เกเรเอาแต่ใจ ข้าเปลี่ยนเป็นแบบที่เจ้าชอบยังไม่ได้อีกหรือ?” นี่น่ากลัวว่าจะเป็นครั้งแรกในชีวิตของนางที่ก้มหัวให้กับผู้อื่น

            แม้ยามที่พี่ชายสั่งสอนนาง นางก็มิได้โอนอ่อนเช่นนี้มาก่อน

            นางชมชอบบุรุษที่ราวกับสายลมในฤดูใบไม้ผลิที่ลูบไล้ผ่านใบหน้าผู้นี้ นับจากแวบแรกที่มองเห็น ก็ชอบเข้าแล้ว การปฏิเสธของเขายิ่งทำให้นางเกิดความปรารถนาในการเอาชนะ นางพบว่า หลิงจือเซวียนมักจะมองนางอย่างตั้งใจและมิได้ตั้งใจ แม้ทุกครั้งในยามที่นางค้นหาสายตานั้น เขามักจะหลบไปอย่างรวดเร็ว

            “จวิ้นจู่น้อยจะสละตนเช่นนี้ไปเพื่อสิ่งใด? ท่านเป็นเจาหยางจวิ้นจู่น้อย ฐานะเกริกไกร ข้าเป็นเพียงชาวนาคนหนึ่ง อาศัยวาสนาของน้องสาว อย่างมากก็เป็นเพียงเถ้าแก่ของเหลาอาหารแห่งหนึ่งเท่านั้น แม้จะเป็นการสอบเคอจวี่ในฤดูร้อนปีหน้าก็มิแน่ว่าจะสอบติด ท่านกับข้าถูกกำหนดมาให้ไร้วาสนา”

            วางมือของนางที่จับมือไว้ลงเบาๆ หลิงจือเซวียนหันหลังกลับอย่างเด็ดขาด ก้นบึ้งของดวงตาฉายประกายความผิดหวังวาบผ่านไป

            น้ำเสียงของเขายังคนน่าฟังถึงเพียงนั้น แต่แผยการปฏิเสธออกมา  ทำให้คนรู้สึกหนาวขึ้นมาจากก้นบึ้งของจิตใจ

            “เจ้าหยุดอยู่ตรงนั้นเดี๋ยวนี้!” เจาหยางตะโกนใส่เงาหลังของเขาเสียงดัง

            เห็นเขาไม่มีท่าทีจะหยุดลง นางดึงแส้ยาวที่ข้างเอวขึ้นมา เสียงเพี๊ยะดังขึ้นครั้งหนึ่ง ฟาดลงบนผิวน้ำในทะเลสาบข้างกายของหลิงจือเซวียน ก่อให้เกิดประกายคลื่นขึ้นมา “หากเจ้าก้าวออกไปอีกก้าว ข้าจะกระโดดทะเลสาบฆ่าตัวตาย ถึงเวลานั้น เจ้ากับน้องสาวที่เจ้าต้องการปกป้องอยู่ตลอด ล้วนไม่อาจลบล้างความสงสัยไปได้ หากไม่เชื่อ เจ้าสามารถทดลองดูได้”

             

             

            เชิงอรรถ

            [1]  ตำหนักฝูโซ่ว มีความหมายว่า ตำหนักวาสนาอายุวัฒนะ

            [2] เปิ่นหวาง เป็นสรรพนามที่ผู้เป็นอ๋องใช้เรียกตัวเอง มีความหมายว่า ตัวข้าผู้เป็นอ๋องนี้

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นผู้ดูแลฟาร์มผู้มั่งคั่งบ้างได้ไหมคะ?[แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405