ยามวิกาลเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรเจียงลี่หยูจัดการห่มผ้าให้ลูกศิษย์ตัวน้อยที่นอนหลับอุตุอยู่บนเตียงไม้ก่อนจะปลีกตัวออกมายืนอยู่กลางห้องโถง
หญิงสาวจัดการลอกคราบชุดเทพธิดาแสนสวยออกแล้วสวมทับด้วยชุดพรางตัวสีดำสนิทที่รัดกุมตั้งแต่คอจรดปลายเท้าซ้ำยังดึงเศษผ้าขึ้นมาโพกปิดบังใบหน้ามิดชิด เหลือทิ้งไว้เพียงดวงตากลมโตคู่สวยสภาพในตอนนี้ดูไม่ต่างอะไรกับนินจานักย่องเบาที่เตรียมไปปล้นบ้านเศรษฐีมาดนางสวรรค์ผู้สูงศักดิ์ถูกโยนทิ้งลงตะกร้าไปอย่างไม่ไยดี
ทันทีที่ปลายเท้าก้าวพ้นธรณีประตูวิมานทองคำอีกาสอดแนมที่เกาะรออยู่บนกิ่งไม้ก็สยายปีกโผบินขึ้นสู่ท้องฟ้านำทางไปอย่างรู้หน้าที่
คืนนี้เป็นคืนจันทร์เพ็ญทว่าสิ่งที่ทำให้เจียงลี่หยูต้องเลิกคิ้วคือท้องฟ้าของโลกใบนี้ดันมีดวงจันทร์กลมโตลอยเด่นอยู่ถึงสองดวง! ซึ่งแม้จะเคยเห็นภาพนี้มากี่ครั้งหญิงสาวก็ไม่คุ้นชินเสียที
แสงสีเงินยวงที่สาดส่องลงมานั้นสว่างโร่ประหนึ่งมีคนมาเปิดไฟถนนทิ้งไว้กลางป่าทำเอาชุดนินจาพรางตัวสีดำกลายเป็นเรื่องตลกไปโดยปริยาย
หญิงสาวกึ่งเดินกึ่งวิ่ง อยู่นานพอดู...ซึ่งตลอดเส้นทางที่มุ่งหน้าไปนั้น ก็เป็นถนนดินสายเปลี่ยวที่ไม่มีผู้คนเลยสักคนซึ่งก็ไม่รู้ว่าหญิงสาวจะลงทุนปลอมตัวไปทำหอกอะไร
ไม่ช้าไม่นานร่างอรชรก็ฝ่าดงไม้มาหยุดยืนอยู่หน้าสุสานริมทะเลสาบ
สายลมเย็นเยียบพัดวูบมากระทบผิวจนขนอ่อนลุกซู่บรรยากาศอึมครึมและป้ายหินวิญญาณที่เรียงรายทำเอาอดีตพนักงานออฟฟิศแอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออึกใหญ่
สัญชาตญาณความกลัวผียังคงฝังรากลึกในกมลสันดานของหญิงสาวในชุดดำ
ทว่า...เมื่อนึกถึงภาพตัวเองต้องมานั่งคุกเข่าถูพื้นวิมานทองคำหลังโตเพียงลำพังความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะได้ขี้ข้าฟรีก็พุ่งทะยานขึ้นมาเตะก้านคอ จนความกลัวกระเด็นตกทะเลสาบไป
'ผีก็ผีเถอะเจอระบบนายทุนหน้าเลือดของฉันเข้าไป ผีก็ต้องมาจับไม้กวาด!'
เจียงลี่หยูล้วงมือเข้าไปในความว่างเปล่าดึงเอาจอบไม้โง่ๆที่ผ่านการกดคำสั่งแก้ไขโครงสร้างวัสดุให้กลายเป็นเหล็กกล้าเนื้อดีออกมาถือไว้มั่น
จากนั้น มหกรรมการขุดสุสานก็เริ่มต้นขึ้น
จอบเหล็กกล้าในมือตวัดขูดตักหน้าดินกระจุยกระจายประหนึ่งรถแบ็กโฮในไซต์งานก่อสร้างการขุดหลุมศพที่ควรจะยากลำบาก กลายเป็นเรื่องง่ายดายราวกับใช้ช้อนตักเต้าฮวยเมื่อความอยากได้ขี้ข้าไว้คอยใช้งานบังตาจนลืมเหนื่อย
เวลาผ่านไปหลายชั่วยามจนเกือบถึงรุ่งสาง เนินดินหลายจุดก็ถูกเปิดออกโลงศพสภาพเก่าและใหม่จำนวนถึงสิบโลงถูกงัดขึ้นมาวางเรียงรายกันเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่บนผืนหญ้าซึ่งแน่นอนว่าสองในสิบโลงนั้น คือโลงศพไม้เนื้อหนาใหม่เอี่ยมอ่องที่เพิ่งถูกขบวนของผู้ตรวจการเมืองซานตงนำมาฝังไว้เมื่อตอนกลางวันนั่นเอง
แฮ่ก แฮ่ก...
แม้จะเหนื่อยจนลิ้นห้อยเหมือนหมาแต่ใบหน้าสวยงามปานเทพกลับทำให้ดูยิ่งน่ารัก
เจียงลี่หยูทิ้งจอบเหล็กกล้าลงปักกับพื้น ยืนเท้าสะเอวมองผลงานประติมากรรมการขุดสุสานของตนเองด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับ
‘เอาแค่สิบศพคงพอแล้วขืนขุดต่อไปมากกว่านี้ ร่างกายที่บรรจงแก้ไขมา คงพังไม่เป็นชิ้นดี’
นัยต์ตาคู่สวยไล่มองไปยังโลงศพทีละโลงหนึ่งมุมปากฉีกยิ้มราวกับคนบ้า
"หึหึหึ..."
เสียงหัวเราะเยือกเย็นและชั่วร้ายดังก้องกังวานหลุดออกจากปากภายใต้ผ้าปิดหน้าสีดำที่หลุดรุ่ยลงจนเห็นใบหน้าเกือบทั้งหมดแบบแจ่มแจ้งท่ามกลางบรรยากาศป่าช้าที่เงียบสงัดหญิงสาวในชุดนินจายืนยิ้มกริ่มให้กับโลงศพทั้งสิบอย่างเบิกบานใจประหนึ่งผู้จัดการฝ่ายบุคคลที่กำลังยืนมองดูเรซูเม่ของผู้สมัครงานบริษัทนรก!
มือเรียวขาวผ่องประหนึ่งหยกสลักยื่นออกไปแตะสัมผัสฝาโลงศพไม้เนื้อหนาทีละโลงอย่างไม่นึกรังเกียจ
'เก็บ!'
วาบ... วาบ... วาบ...
แสงสีฟ้าสว่างขึ้นเป็นจังหวะโลงศพทั้งสิบโลงถูกดูดกลืนอันตรธานหายวับเข้าไปดองอยู่ในสล็อตช่องเก็บของอย่างง่ายดาย
‘ยินดีต้อนรับเหล่าขี้ข้า วะฮ่า ฮ่า’
เมื่อเคลียร์พื้นที่สุสานจนเหี้ยนเตียนสตรีในชุดพรางตัวสีดำทะมึนก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งสับเท้าฝ่าความมืดของแนวป่ามุ่งหน้ากลับจวนทองคำอย่างทุลักทุเลโดยมีอีกาสอดแนมสยายปีกบินร่อนนำทางอยู่เบื้องบนประหนึ่งโดรนติดกล้องวงจรปิดที่คอยสอดส่องเส้นทาง
‘อ่า... เหนื่อยชิบหาย’ เสียงในใจดังขึ้นในห้วงสมองแต่แววตากลับเป็นประกายเมื่อจะได้แรงงานทาสมาใช้แบบฟรีๆ
ใช้เวลาอยู่พักใหญ่ ร่างอรชรก็กลับมาหยุดยืนหอบอยู่หน้าวิมานสีเหลืองอร่าม
ทันทีที่ก้าวผ่านพ้นธรณีประตู ตรงดิ่งไปยังห้องแต่งตัวที่ได้แก้ไขไว้เจียงลี่หยูก็จัดการลอกคราบชุดนินจาย่องเบาเปื้อนดินโคลนออกโยนทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย แล้วสวมทับด้วยอาภรณ์แพรพรรณชั้นเลิศกลับคืนสู่มาดเทพธิดาผู้สูงศักดิ์และงดงามหมดจดดังเดิม
หากแต่ว่าใบหน้าและตามสองแขนยังคงมีดินของสุสานเกาะเกรอะอยู่บ้างเล็กน้อย
นิ้วเรียวยาวดุจลำเทียนกดเปิดหน้าต่างโฮโลแกรมขึ้นมาก่อนจะเริ่มมหกรรมผลาญค่า SP อย่างเมามัน
‘เอาละนะ เหล่าขี้ข้าของข้า’
หญิงสาวกดใช้งานคำสั่งแก้ไขรัวๆ ภายในสกิลช่องเก็บของ เพื่อบูรณะสภาพศพที่เน่าเปื่อยและบวมอืดให้กลับมาดูเป็นผู้เป็นคนทีละร่างซากเนื้อเยื่อที่เคยเละเทะและส่งกลิ่นเหม็นประหนึ่งเนื้อหมูค้างคืนถูกระบบรื้อโครงสร้างใหม่จนกลายสภาพเป็นมนุษย์ที่มีอวัยวะครบถ้วนสมบูรณ์ผิวพรรณกลับมามีเลือดฝาดราวกับคนปกติที่เพียงแค่นอนหลับใหล