เสียงกระแทกกระทั้นที่ดังสนั่นหวั่นไหวนั้นไม่ได้เพียงแค่ดังอยู่ในโสตประสาทแต่มันยังส่งแรงสั่นะเืผ่านอุ้งเท้าเล็กๆ ของไอ้จ้อยขึ้นมาถึงทรวงอกทุกครั้งที่มีเสียง 'ตับ!' หรือ 'ปัง!' พื้นดินรอบข้างต้นกัลปพฤกษ์จะไหวสะท้านจนใบไม้ทิพย์ร่วงกราวราวกับสายฝนการันต์ในร่างกระรอกพึมพำในใจพลางใช้หางพวง ๆ ปัดเศษฝุ่นที่กระเด็นมาเกาะจมูก:
'จังหวะมันดูรีบเร่งและรุนแรงพิกลหรือว่าในวิมานจันทราที่ดูสงบสุขนี่จะมีใครมาแอบเปิดศึกนัดหยุดโลกกันกลางแจ้ง?แต่ดูจากพละกำลังที่ส่งผ่านมาถึงนี่...สงสัยจะเป็การดวลกันของั์ปักหลั่นสายโหดแน่ ๆ'
ไอ้จ้อยค่อย ๆ ย่องผ่านรากไม้ใหญ่ของต้นกัลปพฤกษ์ที่เลื้อยระกะไปตามพื้นดินอย่างระมัดระวังทุกก้าวย่างของเขานุ่มนวลและแ่เบาราวกับขนนกที่ร่วงหล่นเขาพยายามทำตัวให้ลีบแบนที่สุดเท่าที่จะทำได้จนกระทั่งอ้อมพ้นมุมต้นไม้ขนาดั์ต้นหนึ่งเขาก็ต้องตะลึงจนเกือบจะหลุดเสียงร้องออกมา!
เบื้องหน้าของเขาคือลานกว้างที่อาบไปด้วยแสงจันทร์นวลตาตรงกลางลานนั้นมีต้นไม้ขนาดมหึมาที่ใหญ่กว่าต้นกัลปพฤกษ์ทุกต้นที่เขาเคยเห็นมาตลอดทั้งคืนมันกว้างขนาดนับร้อยคนโอบและลำต้นของมันตั้งตระหง่านเสียดแทงทะลุหมู่เมฆขึ้นไปจนมองไม่เห็นยอดและที่โคนต้นนั้นเอง... มีร่างร่างหนึ่งกำลังแสดงอิทธิฤทธิ์จนการันต์ต้องตาค้าง!
ร่างนั้นไม่ใช่มนุษย์และไม่ใช่เทวดาในอุดมคติที่เคยเห็นในภาพจิตรกรรมฝาผนัง แต่มันคือ"กระต่ายั์" ที่ยืนสองขาประหนึ่งยอดนักรบร่างกายของมันอุดมไปด้วยมัดกล้ามกำยำที่เรียงตัวเป็ลอนสวยงามปานภาพสลักจากหินอ่อนิัดูแกร่งกร้าวเหมือนผ่านศึกมานับร้อยปี หูยาวๆของมันพับลู่ลงด้านหลังเผยให้เห็นใบหน้าที่ดุดันอำมหิต แววตาของมันคมกริบดุจตาเสือ
ในมือหนาของเ้าั์นั่นกุมด้ามขวานเล่มมหึมาที่มีขนาดพอๆกับบานประตูโบสถ์ มันเงื้อขวานขึ้นสุดแขนก่อนจะจามเข้าใส่ลำต้นไม้อย่างบ้าคลั่ง!
ฉ่าดดด! ปัง!
เสียงคมขวานตัดผ่านอากาศดังหวีดหวิวก่อนจะกระแทกเข้ากับเนื้อไม้ทิพย์จนเศษไม้กระเด็นว่อนทว่าสิ่งที่น่าสยองขวัญและชวนให้ขนหัวลุกยิ่งกว่าพละกำลังของมันคือทันทีที่ขวานจามเนื้อไม้จนหลุดออกไปรอยแผลลึกนั้นกลับสมานตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วแทบจะในเสี้ยววินาทีที่คมขวานถอนออก!มันเป็วัฏจักรแห่งการทำลายและฟื้นฟูที่ไม่จบสิ้น
เื้ัของเ้ากระต่ายั์มีกองไม้ที่ถูกสับออกมากองพะเนินเทินทึกเป็ูเาย่อมๆ แม้จะเป็เพียงเศษไม้ที่ถูกถากออกมาแต่มันกลับมีความใหญ่โตและแข็งแกร่งกว่าตัวกระรอกอย่างเขาหลายเท่าตัวนัก!
ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวการันต์คือความแค้นที่สุมทรวง: 'นั่นไง! ไอ้กระต่ายเถื่อนนี่เองที่จามขวานใส่จนผมต้องดับอนาถในชาติก่อนแล้วมาติดแหง็กอยู่ในร่างจ้อย ๆ นี่!'
ความคิดต่อมาคือการวิเคราะห์สถานการณ์ตามประสาคนชอบอ่านตำนาน: 'ต้นกัลปพฤกษ์ั์ คนฟันไม้ที่ไม่มีวันโค่นลง... นี่มันตำนาน"คนตัดไม้แห่งเอเชีย" เวอร์ชั่นกระต่ายั์นักบู๊ชัด ๆ!แต่ทำไมมันถึงมาติดแหง็กฟันไม้อยู่บนดวงจันทร์แบบนี้หรือว่านี่คือการลงทัณฑ์จาก์?'
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ข้อสรุปเ้ากระต่ายั์ที่ฟันไม้จนเหงื่อโซมกายก็วางขวานลง แต่มันกลับไม่ได้พักผ่อนมันขยับกายถอยออกมาเล็กน้อยย่างสามขุมเข้าหาต้นไม้ด้วยท่วงท่าที่มั่นคงประดุจขุนเขาสองหมัดที่พันด้วยผ้าดิบหนาเตอะถูกยกขึ้นตั้งการ์ดแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อบิดเร้าเตรียมะเิพลัง
"ตับ! ตับ! ปัง!"
มันเริ่มรัวหมัด สับศอก และส่งลูกเตะตัดล่างเข้าใส่ลำต้นไม้ดังกังวานไปทั่วบริเวณท่วงท่านั้นสง่างามและดุดันจนการันต์ที่แอบดูอยู่ถึงกับลืมหายใจนี่มันไม่ใช่แค่การต่อสู้ธรรมดา แต่มันคือ "มวยไทยคาดเชือก" ชั้นครู!ทุกจังหวะที่หน้าแข้งของมันปะทะไม้ทิพย์ แรงอัดอากาศจะกระจายออกมาจนพุ่มไม้รอบข้างลู่ราบ
การันต์ตัดสินใจแล้ว... ไอ้หมอนี่มันอันตรายเกินไปอารมณ์คงจะแปรปรวนปานพายุพัดถ้ามันเกิดเปลี่ยนเป้าหมายจากต้นไม้มาเป็กระรอกอย่างเขาการันต์คงได้ไปทัวร์นรกอีกรอบแน่ ๆ เขาตัดสินใจค่อย ๆ ถอยหลังเตรียมโกยแน่บ...
แต่พอวิ่งไปได้ร้อยกว่าก้าว จิติญญานักสู้และการเป็คนช่างสังเกตของการันต์ก็ทำให้เขาหยุดกะทันหันเขามองกลับไปที่เ้ากระต่ายั์ที่ยังก้มหน้าก้มตาฝึกมวยสลับกับการฟันไม้แล้วยักคิ้วให้ตัวเองในใจ:
'เดี๋ยวสิ...ไอ้หมอนี่มันเป็พวกผู้มีฤทธิ์ระดับที่พระอินทร์ต้องลงโทษเชียวนะเทพเทวาบ้าอะไรจะประสาทััทึ่มทึกจนไม่รู้ว่ามีกระรอกตัวเบ้อเริ่มมายืนจ้องอยู่ตั้งนาน?
เขาสังเกตเห็นหูยาว ๆ ของมันกระดิกยิก ๆ เป็จังหวะ หัวเอียงน้อย ๆเหมือนคอยเงี่ยหูฟังทิศทางที่เขาอยู่ตลอดเวลา พอเขาทำท่าจะเดินหนีความเร็วในการฟันไม้ของมันกลับลดลง และเห็นได้ชัดว่ามันแอบถอนหายใจยาวเหยียดเหมือนโล่งอกที่"แขกไม่ได้รับเชิญ" กำลังจะไป
ไอ้จ้อยแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างเ้าเล่ห์ เขารู้แล้ว...ไอ้กระต่ายั์ล่ำบึ้กนี่มันกำลัง 'เสียอาการ'! มันพยายามทำตัวข่มขวัญเพื่อให้เขาหนีไปเพราะมันมีจุดอ่อนบางอย่างที่ไม่อยากให้ใครเห็นแน่ๆ!
คิดได้ดังนั้น การันต์ก็เปลี่ยนแผนจากการหนีเป็การพุ่งชน!เขาวิ่งะโโลดเต้นกลับไปหาลานกว้างนั้นทันทีพร้อมกับะโเรียกชื่อที่เขาตั้งขึ้นมาสด ๆ ร้อน ๆ ให้เข้ากับมาดคนตัดไม้ไทย ๆ :
"น้าขาม! น้าขามโว้ย!"
เคร้ง!
คมขวานั์ที่กำลังจะจามลงไม้ร่วงหลุดจากมือกระแทกพื้นดินจนเป็หลุมลึกเ้าั์กระต่ายสะดุ้งสุดตัวหันขวับมามองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและคาดไม่ถึงแววตาที่เคยดุดันสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด "เ้า... เ้ารู้ชื่อข้าได้อย่างไร? แล้วนี่เ้าพูดได้ด้วยรึ? ไอ้กระรอกผี!"
"แหมน้า... ภาษาใจมันสื่อสารกันไม่ยากหรอก อีกอย่างชื่อ 'น้าขาม' เนี่ยเขาก็ลือกันไปทั่วว่ามีคนตัดไม้มาดดุอยู่แถวนี้ไม่ใช่ความลับระดับ์ชั้นดาวดึงส์เสียหน่อย"การันต์ในร่างกระรอกตอบด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาทแบบสุด ๆ
"เหอะ! ไอ้หนูขนฟู เ้าช่างใจกล้าบ้าบิ่นนักไม่กลัวข้าจะบันดาลโทสะจับเ้าฟาดกับโขดหินให้ไส้ทะลักหรือไง?" น้าขามพยายามข่มขวัญ หูยาว ๆของมันตั้งชันและแยกเขี้ยวเผยให้เห็นฟันกระต่ายที่แหลมคมปานใบมีด
แต่การันต์กลับไม่ได้สะทกสะท้าน เขาเดินอาด ๆเข้าไปนั่งแปะอยู่บนกองไม้อย่างถือวิสาสะ ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะออกมา"โถ่น้า... น้าก็ไม่ได้ทำแบบนั้นเป็ครั้งแรกเสียหน่อยตอนที่จามขวานใส่ผมรอบที่แล้วน้ายังไม่สะใจอีกเหรอ? หรือจะลองฟื้นคืนชีพผมขึ้นมาให้ผมฟ้องท่านปู่พระอินทร์ดูสักรอบไหมล่ะ?"
คำว่า 'ฟ้องพระอินทร์' ทำให้หน้าน้าขามเปลี่ยนสีทันทีมันจ้องมองไอ้จ้อยตาไม่กะพริบ เหมือนกำลังพยายามประมวลผลว่าเ้าสัตว์ตัวจ้อยนี่ไปเอาความกล้ามาจากไหน"เ้ารู้เื่นั้น... และจำเื่ก่อนตายได้ด้วยรึ?"
"จำได้แม่นยิ่งกว่าสูตรคูณอีกน้า!" การันต์ได้ทีขี่ม้าเลียบเมืองเขากระโจนลงจากกองไม้พุ่งไปงับเข้าที่หน้าแข้งหนาๆ ของน้าขาม(แม้จะงับเข้าแค่ผิวเผิน) แล้วร้องโวยวาย: "ปัดโถ่เอ๊ย! เป็น้าจริง ๆ ด้วย!นึกยังไงถึงมาจามขวานใส่กระรอกที่กำลังพักผ่อนอย่างสงบ? น้ารู้ไหมว่าในโลกของผมผมเป็ถึงระดับอาจารย์ใหญ่! พี่เบิร์ดน่ะลูกศิษย์ผม! บอดี้สแลมผมก็เทรนมากับมือ!แม้แต่าาเท้าไฟอย่างไมเคิล แจ็คสัน ยังต้องกราบขอวิชาจากผมเลยนะโว้ย!"
น้าขามยืนทึ่มทึกทำหน้างงเต๊กพลางพยายามจะสะบัดขาแต่ก็กลัวกระรอกจะกระเด็นไปตายอีกรอบ"เ้าพูดพล่ามอะไรของเ้า? ไอ้เบิร์ดไอ้แจ็คสันนี่มันเป็ชื่อเทพองค์ไหนบน์กัน? ข้าไม่เห็นเคยได้ยินชื่อในทำเนียบเทวดาเลย!"
การันต์เชิดหน้าขึ้นอย่างภูมิใจ "น้ามันตกยุค! ชื่อพวกนั้นน่ะคือผู้ทรงอิทธิพลที่คนกราบไหว้ทั่วทั้งโลกของผม!ทีนี้รู้หรือยังว่าน้าลากเอา 'คนสำคัญ' อย่างผมมาติดแหง็กในร่างจ้อยๆ นี่น่ะมันเื่ใหญ่ขนาดไหน! พูดมาเลยดีกว่า ว่าน้าจะชดใช้ความผิดนี้ยังไง?"
"ชดใช้รึ?" น้าขามหัวเราะในลำคอดังหึ ๆมันไม่ได้ดูเกรงใจการันต์อีกต่อไปแต่มันกลับหยิบขวานเล่มั์ขึ้นมาแล้วเริ่มขุดดินลึกครึ่งวาอยู่ข้าง ๆ ต้นไม้
ไอ้จ้อยชะโงกหน้าเข้าไปดูอย่างสงสัย "น้าขุดดินทำไม? จะฝังกลบความผิดตัวเองเหรอ?"
"ขุดหลุมทำเตา... กะว่าจะเอาไอ้กระรอกปากดีมาทำแกงอ่อมฉลองสักมื้อ"น้าขามตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความกวนโอ๊ยไม่แพ้กัน
การันต์หน้ามืดไปแวบหนึ่งในใจคิด: 'ไอ้กระต่ายล่ำนี่มันกวนประสาทระดับตัวพ่อเลยแฮะ!เอาดิ วัดกันดูว่าความกะล่อนของผมกับความหน้ามึนของน้า ใครจะแน่กว่ากัน!'
ไอ้จ้อยไม่ยอมวิ่งหนี แต่กลับนั่งไขว่ห้าง (เท่าที่ขากระรอกจะอำนวย)อยู่ข้างขอบหลุม ดูน้าขามขุดดินอย่างใจเย็นน้าขามขุดไปได้พักใหญ่พอเห็นว่าไอ้กระรอกนี่ไม่มีท่าทีหวาดกลัวแถมยังนั่งมองตาแป๋วแถมยังช่วยวิจารณ์หลุมว่าขุดเบี้ยวอีกต่างหากมันเลยถามอย่างสงสัย "นี่เ้าไม่กลัวตายจริง ๆ หรือว่าสมองกลับไปแล้วกันแน่?"
"มองดูว่าน้าจะแสดงงิ้วไปได้ถึงไหนน่ะสิ"กระรอกน้อยตอบด้วยเสียงหนักแน่น "โถ่น้า... อย่ามาหลอกกันเลยถ้าน้ากล้าฆ่าผมจริง ๆ น้าจะเสียพลังทิพย์ชุบชีวิตผมขึ้นมาทำไมั้แ่แรก? สู้จับแกงกินไปั้แ่วันนั้นไม่ดีกว่าเหรอ? ที่น้าชุบผมขึ้นมาเพราะน้ากลัวความผิดล่ะสิ!"
น้าขามถึงกับอึ้งจนขวานหยุดชะงักมันมองไอ้กระรอกตัวจิ๋วด้วยความรู้สึกใหม่...เ้าสัตว์ตัวนี้มันกะล่อนและอ่านเกมขาดเกินกว่าจะเป็แค่สัตว์ธรรมดา"เ้ากระรอกนี่มันปีศาจชัด ๆ ... ใช่ ข้าฆ่าเ้าครั้งหนึ่ง ชุบได้ครั้งหนึ่งแต่ข้าก็ฆ่าครั้งที่สองแล้วชุบครั้งที่สองเพื่อทรมานเ้าไปเรื่อย ๆ ได้เหมือนกันเ้าจะลองไหมล่ะ?"
การันต์ยักไหล่แบบไม่แคร์สื่อ "จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ช่างเถอะน้าแต่ผมบอกไว้ก่อนนะว่าผมมันพวกกัดไม่ปล่อย ในเมื่อผมต้องมาติดแหง็กอยู่ที่นี่...ผมขอพนันกับน้าเลยก็ได้ น้าจะฆ่าผมตอนนี้ให้จบ ๆ ไป หรือจะรอให้วันไหนท่านปู่พระอินทร์เสด็จลงมาตรวจตราวิมานจันทราแล้วผมจะวิ่งไปเกาะล้อรถม้าท่านเพื่อกราบทูลฟ้องร้องความผิดของน้าให้หมดเปลือก!เอาดิ! น้าอยากโดนย้ายไปอยู่ขุมนรกไหนก็เลือกเอา!"
ได้ยินคำขู่เื่ฟ้องพระอินทร์ซ้ำสอง น้าขามที่อดทนมานานก็ฟิวส์ขาดเส้นเืที่ขมับปูดโปน มันเงื้อขวานั์ขึ้นเหนือหัวจนสุดแขนร่างกายขยายใหญ่ขึ้นด้วยโทสะก่อนจะจามคมขวานลงมาที่กลางกระหม่อมของไอ้จ้อยด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเสียง!
ฟิ้วววววววว!
ทว่า... ไอ้จ้อยกลับไม่ได้หลับตาหนี เขาถ่างตาจ้องเขม็งยืดคอรับคมขวานด้วยท่าทางประดุจผู้กล้าที่พร้อมพลีชีพเพื่ออุดมการณ์ ในใจรำพึงว่า:"เอาดิ! ถ้าแน่จริงก็จามลงมาเลยน้าขาม! ถ้าผมตายรอบนี้น้าเตรียมตัวไปคุยกับพระอินทร์ในคุก์ได้เลย!"