สิตางค์มองมือสากของอภิวิชญ์ที่กอบกุมมือเธอเดินไปที่โต๊ะอาหารของบ้านด้วยความรู้สึกที่หลากหลายอย่างบอกไม่ถูกมันบอกกับหัวใจตัวเองไม่ถูกจริง ๆ เป็ยังไงเพราะมันช่างอบอุ่น ปลอดภัย จนเธอแทบไม่อยากจะให้เขาปล่อยมือจากเธอไปไหนเลย
“คิดอะไรอยู่เนี่ย”หญิงสาวได้แต่ก่นด่าตัวเองในใจพร้อมกับเอามืออีกข้างขึ้นมาจับตรงตำแหน่งหัวใจที่มันยังคงเต้นแรงแทบจะผิดจังหวะ
“เห็นไหมครับผมบอกแล้วว่าอิฐเอาอยู่”ธนวรรธน์บอกผู้เป็มารดาเมื่อเห็นน้องสาวของตนถูกอภิวิชญ์จับจูงลงมาที่ชั้นล่างของตัวบ้าน
“หนูตางค์มานั่งข้างป้ามาลูก”คุณอรฤดีบอกกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
“ตางค์ขอโทษนะคะที่ทำให้รอนาน....แล้วนี่ยัยดาละคะ”เอ่ยถามเมื่อไม่เห็นผู้เป็เพื่อนรัก ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเธอนัดกับอีกฝ่ายเอาไว้ว่าจะทานมื้อเที่ยงด้วยกัน
“ก็คุณตางค์มัวแต่งอนไม่ลงมาซะทีหนูดาก็เลยกลับไปแล้วค่ะไม่เกี่ยวกับคุณเต้ยเลยสักนิด” ป้าเพ็ญว่าออกไปด้วยความหมั่นไส้ในตัวเ้านายหนุ่ม
“ไปทำอะไรน้องตาเต้ย”คุณนฤมลถามบุตรชายอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ หลังจากได้ยินคำพูดของป้าเพ็ญ
“เปล๊า....ผมไม่ได้ทำอะไรยัยหนูดาของแม่เลยครับ”ตอบปฏิเสธออกไปเสียงสูง
“จริงเหรอคะพี่เพ็ญ”หันมาถามป้าเพ็ญเมื่อเห็นบุตรชายตอบปฏิเสธ
“จริงค่ะคุณนิ่มคุณเต้ยไม่ได้ทำอะไรหนูดาเลยค่ะ นอกจากปล้นจูบ”
ธนวรรธน์สำลักน้ำแกงที่เพิ่งซดเข้าไปหน้าดำหน้าแดงหลังจากได้ยินคำตอบของป้าเพ็ญที่มีต่อผู้เป็มารดาของตนเพราะตอนที่เขาฉุดเ้าหล่อนไปคุยกันที่หลังบ้านเขานึกว่าจะไม่มีใครเห็นเสียอีก
“แล้วจะเอายังไงให้แม่ไปสู่ขอพรุ่งนี้เลยไหมจะได้เตรียมจัดหาสินสอด”
“แม่ครับกินข้าวเถอะครับ” บอกผู้เป็มารดาก่อนจะยกน้ำขึ้นมาดื่มแก้เก้อ
“อ๋ออิฐพักหลังมานี่ไม่เห็นเ้าสัวอาทิตย์มาวุ่นวายกับเราแล้วใช่ไหม ทำไมเงียบหายไปเลยนะมีแผนร้ายอะไรหรือเปล่าส่วนคนของตาเต้ยที่แฝงตัวไปอยู่กับพวกมันก็บอกไม่มีอะไรเคลื่อนไหวหรือผิดปกติ” คุณจาตุรงค์ถามอภิวิชญ์ด้วยความเป้นห่วงเพราะท่านรู้จักนิสัยเ้าสัวอาทิตย์ดีว่าหากอยากได้อะไรก็ต้องได้ไม่ว่าจะได้มันมาด้วยวิธีไหนก็ช่าง
“นั่นสิครับอาตุ๊ผมก็ว่ามันแปลก ๆแต่ก็ไม่ต้องห่วงนะครับผมก็ไม่ได้นิ่งนอนใจยังคอยระวังตัวเองตลอดครับ”
“ไม่ต้องห่วงนะ หากมันคิดจะทำอะไรเดี๋ยวคนของพี่ก็รายงานมา”
“ครับพี่เต้ย”ตอบรับคำอีกฝ่าย
“หรือว่ามันจะยอมรามือแล้วคะเพราะยังไงอิฐก็ไม่มีวันขายที่ให้มันอยู่แล้ว” สตางค์ว่าออกไปอย่างที่เธอคิก
“คนอย่างเ้าสัวอาทิตย์ไม่ยอมรามือจากอะไรง่ายๆ หรอก แม่ว่าคงเปลี่ยนแผนมากกว่า ไม่เห็นเหรอลูกสาวเขาเช้าถึงเย็นถึงเราขนาดนั้น”คุณอรฤดียกเื่ของสริษาขึ้นมาอ้างเพราะไม่อยากให้อภิวิชญ์รู้ว่านางไปขอความช่วยเหลือจากเ้าสัวสมบัติผู้เป็บิดาของเขา
“แต่เอ...หรือเ้าสัวอาทิตย์จะรู้ว่าอิฐเป็ลูกใครเลยไม่กล้ามาก่อกวนอีก”คุณจาตุรงค์พูดขึ้นพร้อมกับคิดตาม
“ไม่น่าจะเกี่ยวหรอกครับเพราะใคร ๆ ก็รู้ว่าผมกับผู้ชายคนนั้นไม่เกี่ยวข้องกันเขามีบุญคุณแค่ทำให้ผมเกิดมาเท่านั้น” บอกออกไปอย่างเจ็บใจเพราะอดีตที่ผ่านมาถึงเขาจะเป็เด็กแต่เขาก็รับรู้ได้ว่าผู้เป็พ่อทำให้แม่เสียใจมากแค่ไหน และวันที่ท่านเดินจากไปแม่เขาเสียใจอย่างหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาลเขายังจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดี
“ตางค์ว่าทานข้าวกันเถอะค่ะอย่าซีเรียสกันเลยเนอะ” บอกกับทุกคนก่อนจะตักกับข้าวไปใส่จานให้อภิวิชญ์อย่างเอาใจเพราะเธอไม่อยากให้เขาคิดมากเื่ของผู้เป็บิดา
ภาพความเสียใจของผู้เป็มารดาเมื่อครั้งในอดีตซึ่งเกิดจากการกระทำของผู้เป็บิดายังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของอภิวิชญ์ไม่จางหายไปไหนและเขาก็ไม่อยากเห็นเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นกับกับสิตางค์หญิงที่ตนรัก
แต่ทว่าเขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากภาวนาช่วยเธอขอให้ปกเกล้าจริงจังกับเธอแค่คนเดียวและปล่อยนลินีไปหลังจากที่เธอและเขาได้แต่งงานกันแล้ว
“คิดอะไรอยู่เหรอคะอิฐ”สริษาเอ่ยถามชายหนุ่มก่อนจะหย่อนกายนั่งลงเคียงข้างเขา และขยับเข้าไปเบียด
“คุณษามีธุระอะไรเหรอครับ”ถามเ้าหล่อนพร้อมขยับออกห่าง
“แหมถามห่างเหินจังเลยนะคะษาก็คิดถึงคุณไงคะ ษาเลยมาหา” ตอบเขาพร้อมกับจะซบหน้าลงบ่าแกร่งของเขาอย่างออดอ้อนแต่ทว่าก็ไม่เป็ผลสำเร็จเมื่อปาลิดาพาตัวเองมานั่งแทรกกลางได้ทันเวลาพอดี
“นี่ทำอะไรของเธอ”ถามอีกฝ่ายออกไปอย่างไม่สบอารมณ์
“ฉันต่างหากที่ควรถามเธอมายุ่งกับอิฐทำไม ไม่รู้เหรอว่าเขากับฉันกำลังคบหาดูใจกันอยู่”
“เธอกับเพื่อนเธอไม่ต้องมาแอบอ้างเลยนะฉันไม่เชื่อหรอก”ว่าออกไปอย่างไม่ยอมแพ้
“อิฐขาบอกเขาไปสิคะว่าสิ่งที่ดาพูดมันคือความจริง”ว่าออกไปด้วยน้ำเสียงออดอ้อนพร้อมกับซบเครื่องหน้าเล็กเข้าหาอกแกร่งของผู้เป็เพื่อนรัก
“ขอโทษนะครับคุณษาผมกับดาคงต้องขอตัวก่อน”
สริษาแทบอยากจะกรี๊ดให้ไร่แตกหลังจากได้ยินคำพูดของอภิวิชญ์ เพราะการที่เขาพูดแบบนี้มันก็เท่ากับเป็การไล่เธอทางอ้อมก่อนที่เธอจะเดินกระแทกกระทั้นไปขึ้นรถและขับออกจากไร่ด้วยความรวดเร็ว แต่ก็ใช่ว่าเธอจะยอมแพ้วันนี้เธอแค่จะยอมถอยทัพกลับไปก่อน แล้ววันหน้าเธอค่อยมาสู้ใหม่
“ทำแบบนี้ไม่กลัวพี่เต้ยมาเห็นหรือไง”ถามผู้เป็เพื่อนรักเมื่อเห็นว่าสริษาขับรถออกไปแล้ว
“เห็นแล้วจะทำไมเขาไม่ได้สนใจฉันซะหน่อย”
“ไม่ได้สนแต่แอบฉุดไปปล้นจูบอยู่หลังบ้านเนี่ยนะ”
ปาลิดาหันมามองอภิวิชญ์หน้าตาตื่นหลังจากได้ยินคำพูดของเขาก่อนที่ใบหน้าหวานจะแดงก่ำลามเลียมาจนถึงใบหูเมื่อนึกถึงสิ่งที่ตนเองถูกกระทำจากธนวรรธน์
“ใครบอก...มะไม่จริงซะหน่อย” ตอบเขาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“ไม่จริงแล้วทำไมหน้าแดงดูสิเนี่ยเป็ลูกตำลึงเชียว” ว่าออกไปด้วยน้ำเสียงที่หยอกล้อ
“ก็...มันร้อน”
“อากาศหนาวนะแม่คุณหนาวจนสั่นเลยเนี่ย”
“เลิกแซวฉันแล้วก็ลุกได้ล่ะไปกินข้าวที่บ้านตางค์กัน” บอกออกไปเพื่อเปลี่ยนประเด็นเพราะไม่อยากถูกซักไซ้เื่ที่เขาพูดมาเมื่อครู่
ภาพที่ปาลิดาก้าวลงจากรถของอภิวิชญ์สร้างความรู้สึกไม่พอใจให้กับธนวรรธน์เป็อย่างมากเพราะสิ่งที่เห็นในวันนี้มันยิ่งเหมือนเป็การตอกย้ำว่าสิ่งที่เขาได้ยินมาจากอารดามันคือความจริงว่าเ้าหล่อนคิดจะจับปลาหลายมือ “บ้านเธออยู่ท้ายไร่ไม่ใช่เหรอแล้วทำไมมาพร้อมกับอิฐได้ ทำแบบนี้ไม่กลัวไอ้เสือมันเสียใจหรือไง ร่าน”กระซิบที่ข้างใบหูเล็กให้ได้ยินกันสองคน หลังจากเดินไปยืนเคียงข้างเธอ
“....” ปาลิดาได้แต่นิ่งเงียบหลังจากได้ยินคำพูดของเขาเธอไม่แม้แต่จะตอบโต้อะไร ถึงแม้ว่าสิ่งที่เขาพูดมามันจะไม่ใช่ความจริงเลยสักนิด
“ดานึกว่าจะไม่มาซะอีก” สิตางค์เอ่ยทักทายเพื่อนรักเมื่อเห็นเ้าหล่อนเดินเข้ามาข้างในบ้านพร้อมกับพี่ชายของตน
“มีปัญหาอะไรกับยัยดาเหรอพี่เต้ยหรือว่าอยากจะฉุดไปปล้นจูบอีกรอบ” ถามพี่ชายออกไปอย่างเอาเื่
“แม่นี่นะพี่จูบไม่ลงหรอก”
“โอ้โหขนาดจูบไม่ลงยังแอบฉุดเขาไปจูบที่หลังบ้าน นี่ถ้าจูบลงจะไม่อุ้มยัยดาไปปล้ำบนห้องแล้วเหรอ”
“ตางค์”ปาลิดาอุทานเรียกผู้รักด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ หลังจากได้ยินคำพูดของเ้าหล่อน
“สองคนนี้เถียงกันเป็เด็กๆ ไปได้ ไป ไปกินข้าวได้แล้วกินข้าวอิ่มแล้วอยากจะฉุดใครไปจูบไปปล้ำค่อยว่ากันอีกที”
“แม่ครับเป็ไปกับยัยตางค์ด้วยเหรอเนี่ย”
“หรือไม่จริง”ถามผู้เป็บุตรชายด้วยน้ำเสียงที่หยอกล้อ ก่อนจะเดินนำทุกคนไปที่โต๊ะอาหาร
“อืมมะรืนนี้วันเกิดเกล้านิเห็นเกล้าโทรมาบอกว่าจะพาพวกเราไปเลี้ยงมื้อเที่ยงที่บ้าน”ปาลิดาเอ่ยบอกสิตางค์กับอภิวิชญ์ บอกว่าจะชวนทุกคนไปทานมื้อเที่ยงที่บ้านนะ” สิตางค์บอกกับเพื่อนรักทั้งสองหลังจากทานข้าวกันอิ่มแล้วและพากันออกมานั่งเล่นที่สนามหญ้าหน้าบ้าน
“อืมไอ้เกล้าก็โทรมาบอกอิฐเหมือนกัน แล้วตางค์กับดาจะให้อิฐมารับไปด้วยกันหรือเปล่าหรือตางค์จะขับรถไปเอง”
“อิฐมารับดาคนเดียวดีกว่าตางค์กะว่าจะไปเซอร์ไพรสเกล้าตอนเย็นที่คอนโด”บอกเขาด้วยใบหน้าที่อมยิ้มอย่างมีความสุข เมื่อนึกถึงสิ่งที่เธอจะเซอร์ไพรสต์เขาเพราะตอนที่ปกเกล้าโทรมาบอกเธอตอบเขาไปว่าเธอไม่ว่างไปร่วมฉลองวันคล้ายวันเกิดกับเขาได้ใน่เที่ยงเพราะ้าที่จะไปเซอร์ไพรส์ให้เขาตื่นเต้นในตอนเย็น และวันนั้นเธอก็พร้อมที่จะเป็ของเขาทั้งตัวและหัวใจ
“อืมงั้นอิฐจะมารับดานะ”อภิวิชญ์บอกปาลิดาเสียงเบาเพราะตอนนี้หัวใจแกร่งถูกความเ็ปเข้าเล่นงาน เมื่อรู้ว่าเธอจะไปเซอร์ไพรสต์ปกเกล้าและคงข้างที่นั่นกับเขา
“ตางค์มั่นใจแล้วใช่ไหมที่จะไปเซอร์ไพสต์เกล้าตอนเย็นและจะค้างที่นั่น” ปาลิดาถามออกไปด้วยความเป็ห่วง
“อืมเกล้าเขาก็รอตางค์มานานแล้ว และอีกอย่างเราสองคนก็หมั้นกันแล้วมันคงไม่ผิดใช่ไหมหากตางค์จะยอมให้เกล้า” ว่าออกไปพร้อมกับมองหน้าเพื่อนรักทั้งสองสลับกันไปมา
“มันไม่ผิดหรอกตางค์หากตางค์คิดและตัดสินใจดีแล้ว แต่มีสิ่งหนึ่งที่ดาอยากจะถามหากวันหนึ่งทุกอย่างมันไม่ได้เป็ไปอย่างที่ตางค์ฝันตางค์จะไม่เสียใจใช่ไหมที่ตัดสินใจแบบนี้”
“ตางค์ตัดสินใจดีแล้วล่ะดาเพราะตางค์กับเกล้าคุยกันแล้ว ถ้าหากตางค์มีหลานบางทีพ่อกับแม่อาจจะใจอ่อนให้เกล้าเร็วๆ และรีบจัดงานแต่งให้เราก็ได้”
อภิวิชญ์ได้แต่นั่งนิ่งฟังการสนทนาของสองสาวและไม่สามารถออกความคิดเห็นสำหรับเื่นี้ได้เพราะตอนนี้หัวใจแกร่งมันเ็ปอย่างแสนสาหัส
“แล้วถ้าวันหนึ่งมันไม่ได้เป็ไปอย่างที่ตางค์หวังล่ะถ้าวันหนึ่งเกล้าเขาทำให้ผิดหวัง ตางค์จะไม่เสียใจใช่ไหมที่ตัดสินในแบบนี้เพราะบางทีตางค์อาจจะมีโอกาสได้เจอคนที่เขาโอเค และรักตางค์มากตางค์จะไม่เสียใจใช่ไหมที่ไม่เหลือความบริสุทธิ์ไว้ให้เขา”
“ทำไมดาถึงพูดแบบนี้ล่ะเกล้าทำอะไรอย่างนั้นเหรอ”
“เปล่าดาก็แค่อยากให้ตางค์คิดดูให้ดี ๆ ดาเป็ห่วงตางค์นะ”
“ขอบใจนะดาแต่ไม่ต้องห่วงหรอก ไม่ว่าอนาคตข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นตางค์ก็จะเปิดใจและยอมรับมันให้ได้ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างตางค์เป็คนเลือกเอง”