บทที่ 2 - 3 /5
ตอนที่ 8 ตามหาเพื่อนสนิทที่หายไป..
.
.
.
ขนลุกซู่เลย ! บรื๋ออ
"อยู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนโดนจ้อง แต่ก็ไม่เห็นมีใคร เดินตามมาแฮะ !" ่นี้เราคงคิดมากไปเอง รีบเข้าออฟฟิตดีกว่า ซอลมีรีบเดินเข้าออฟฟิตเพราะรู้สึกไม่สบายใจ
.
"โครงการสร้างบ้านพัก ให้สอดคล้องกับธรรมชาติ ที่เธอดูแลอยู่เป็ยังไงบ้าง?" มินอาเอ่ยถามงานซอลมี
.
"กำลังไปได้ดีนะ แต่ต้องไปคุยเื่ออกแบบภายในให้ตรงกับความ้าของผู้อยู่ก่อน เทรนตอนนี้เป็บ้านสำหรับบำบัดจิตใจ ไม่ใช่ที่พักอาศัยอย่างเดียว อาจจะต้องเพิ่มโซนนั่งสมาธิให้สมาชิกในบ้าน สามารถเข้าไปใช้ได้ง่าย โดยไม่ต้องเดินผ่านห้องใคร จะได้ไม่เป็การรบกวน"
.
"มินอา เดี๋ยวเราไปคุยงานกับฝ่ายออกแบบก่อนนะ"
.
"จ้า เดี๋ยวชั้นจะเคลียเอกสารเตรียมไว้ให้ แล้วเย็นนี้จะมากินข้าวด้วยกันไหมเธอ?" มินอามองมายังซอลมี
.
"ยังไม่แน่ใจเลยนะ ไม่รู้จะคุยงานนานแค่ไหน เธอเลิกงานก็ไปกินก่อนได้เลย"
ซอลมีพูดพร้อมลุกเดินออกไปตามนัด
.
"โอเคจ้า" มินอาก็รีบเคลียงานเช่นกัน
.
.
"ไง เป็ยังไงบ้าง?" พี่ซองฮุนทัก และเดินยิ้มมาแต่ไกล
.
"่นี้ดีค่ะ งานกำลังไปดีเลย"
เราตอบอย่างอารมณ์ดี
.
"จำพี่ได้แล้วสินะ"
"ฮ่าๆๆ ต้องทำงานร่วมกันก็ต้องจำได้สิคะ"
ดีนะที่เราแอบไปถามชื่อมาก่อน เกือบดูแย่แล้วเราเอ้ยยย ลืมพี่ที่ทำงานร่วมโปรเจคไปได้ไง
.
"งั้นก็ดีแล้ว แต่ทำไมหน้าดูซีดๆ ล่ะ"
พี่ซองฮุนถามน้ำเสียงเป็ห่วง
.
"อ่อ อาจจะเพราะ่นี้เหมือนนอนไม่ค่อยอิ่มน่ะค่ะ ฝันเยอะแยะไปหมดเลย แต่ก็เป็ฝันที่สนุกนะคะ"
.
"ดีจังไม่ได้ฝันสนุกนานละ อยากฝันบ้างจัง"
พี่ซองฮุนยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
.
ทำไมเราอยู่กับพี่คนนี้แล้วรู้สึกสบายใจจังแฮะ หยังกับสนิทกันมาแสนนาน ทั้งๆ ที่อยู่ที่ทำงานคนละแผนก ถึงจะเจอกันบ่อย แต่ก็แทบจะไม่ได้คุยกันเลย แปลกจริง !
.
.
หลังจากคุยงานเสร็จ ซอลมีลองไปหาหนังสือออกแบบสวน และเดินไปดูหนังสืออื่นไปเรื่อยๆ จนเดินมาเจอหนังสือเล่มนึงหน้าปกเขียนว่า ความฝันที่หายไป เป็หนังสือแนวจิตวิทยา
.
"่นี้สนใจเกี่ยวกับความฝัน งี้ต้องซื้อมาอ่านซักหน่อยละ"
.
ความฝันแบ่งแยกได้เป็หลายระดับ
ขึ้นอยู่กับเวลาหลับ และการหลับลึก
.
คนเราทุกคนต่างก็นอนหลับฝันกันทั้งนั้น แต่มีเพียงบางคนเท่านั้นที่จำความฝันของตัวเองได้ หลายๆ คนต่างพยายามทำความเข้าใจกับความฝัน และบรรดานักวิจัยก็กำลังพยายามอย่างหนัก เพื่อที่จะเข้าใจความหมายของความฝันเ่าั้
.
.
ยูจองร้องไห้ทำไม เกิดอะไรขึ้นหรือ?
.
ยูจองไม่ตอบ แต่ร้องไห้หนักกว่าเดิม
.
เสียงออดของโรงเรียนดังขึ้น !
.
ยูจองลุกขึ้นแล้ววิ่งพรวดออกจากห้องไป
จนไปชนเพื่อนที่กำลังเดินสวนเข้ามา เพื่อนก็ได้แต่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น?
.
ยูจองเป็อะไรเหรอซอลมี !"
มิเรเดินเข้ามาถามอย่างเป็ห่วง
.
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เดี๋ยวเราวิ่งไปหายูจองก่อนนะ"
.
"เดี๋ยวๆ จะไปไหน นี่จะเข้าเรียนแล้วนะ"
.
"งั้นพวกเราจะบอกครูว่าเธอพายูจองไปห้องพยาบาลละกัน" ฮองมินช่วยตอบแก้ปัญหาให้
.
"เยี่ยมเลย แล้วเดี๋ยวเจอกันตอนเลิกเรียนนะ"
พอพูดจบซอลมีรีบวิ่งออกจากห้องไปก่อนที่ครูจะมาเห็น
.
ซอลมีวิ่งตามหายูจองไปทั่วโรงเรียน แต่ก็ไม่พบ ตามหาในทุกที่ๆ คิดว่าจะหาเจอ ไม่แน่ใจเลยว่าเธอจะไปอยู่ที่ไหน ที่สวนด้านหลังที่พวกเราไปเล่นกันบ่อยๆ ก็ไม่อยู่ รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลยให้ตายสิ...
.
ในระหว่างที่มองหายูจองไปมา ก็เห็นเหมือนมีผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ที่ชั้นบนดาดฟ้าตึก กำลังยืนมองลงมา ระยะห่างค่อนข้างไกลทำให้มองไม่ชัด
.
แต่ !
.
เห็นแค่ไกลๆ ก็รู้ทันทีว่าคนที่ยืนอยู่คือยูจอง !
.
เฮ้ย ! ไม่นะหรือสิ่งที่คิด มันจะเป็ ! ! !
.
.
โปรดติดตามตอนต่อไป >>
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
☆ จากใจผู้เขียน ☆
ยูจองเป็เด็กเนิ๊ตที่พ่อแม่กดดันเื่เรียน ตอนเขียนไปก็ทำให้ย้อนนึกไปถึงตัวเอง แต่พ่อแม่พี่มิกกี้ไม่บังคับให้เรียน แต่ไม่อยากให้เรียนเลย แม่อยากให้รีบออกมาช่วยขายของ แง๊ แล้วผู้อ่านที่น่ารักล่ะคะ เคยโดนกดดันแบบไหนบ้าง เล่ามาน้า ♡