“จะว่าไปเป็เช่นนี้ก็ดีก็เ้าเด็กนั่นฝึกปราณพิสุทธิ์ไพรศาลมาหลายวันแล้ว พลังกายเนื้อก็ได้ไผ่์ขัดเกลาอยู่ตลอดข้าเองก็สงสัยนักว่าเขาจะเติบโตขึ้นแค่ไหน ตาเฒ่าอย่างข้าลงมือเองทั้งทีหากยังสู้ขั้นญาณทิพย์กลุ่มหนึ่งไม่ได้ก็ไร้ทางเยียวยาแล้ว!”
ในสายตาของฟู่หยงจิ้นไม่ว่าจะญาณทิพย์ขั้นไหนก็ล้วนไม่ต่างกันเสวียนเทียนชิงแม้จะเป็แค่เบิกิญญาแต่ด้วยพร์ของเขาย่อมสามารถสู้ข้ามระดับได้อีกอย่างต่อให้ไม่มีเย่ว์อิงไม่อยู่ที่นี่เขาก็ไม่มีทางปล่อยให้เสวียนเทียนชิงตายอยู่แล้วถึงอย่างไรตัวเขากับตระกูลเสวียนก็ถือเป็สหายกัน
กลับมาที่ยอดเขาจำลองตอนนี้การต่อสู้เริ่มขึ้นแล้วเสวียนเทียนชิงถือกระบี่ตั้งมั่นสายตากวาดไปมาเพ่งจิตรับรู้ถึงศัตรู อีกฝ่ายมีจำนวนมากกว่าทั้งระดับขั้นก็สูงกว่าเขารับมือกับคนพวกนี้ต้องระวังอย่างยิ่งไม่เปิดช่องโหว่ให้พวกเขาโจมตีเสียงกระบี่และคมดาบปะทะกันต่อเนื่องปรมาจารย์จากสำนักคุมกฏยังไม่ได้ลงแรงเต็มกำลังสังหารคนหนุ่มขั้นเบิกิญญาคนหนึ่งแม้จะเป็บุตรแห่ง์แต่พวกเขาก็ไม่คิดว่าต้องทุ่มสุดตัวให้เสียศักดิ์ศรี
อย่างไรก็ตามอู๋หลิวไม่ได้คิดเช่นนั้นเขาเป็บุคคลระดับสูงของแดนเบญจภพ เป็เ้าหออาญาของสำนักคุมกฎ! ความหวาดกลัวที่จิ้งจอกเฒ่าพันปีเ่าั้มีต่อเสวียนเทียนชิงไม่ใช่เื่ล้อเล่นหลายสิบปีก่อนเสวียนอู่หยางทิ้งรอยกระบี่ไว้บนกำแพงขาวตอนนั้นก็ไม่มีใครคิดว่าภายหลังเขาจะเหยียบย่ำทั่วแดนเบญจภด้วยฝ่าเท้าข้างเดียวได้
สิบกว่าปีมานี้ชื่อเสียงของเสวียนเทียนชิงโดดเด่นยิ่งกว่าบิดาเขาเสียอีกความกังวลใจราวกับเป็เข็มแหลมทิ่มแทงจนตาเฒ่าเ่าั้นั่งไม่ติดพื้นสาเหตุสำคัญก็เพราะความแตกต่างของบุตรและบิดาคู่นี้เสวียนเทียนชิงคือสุภาพบุรุษที่แม้จะเป้นที่ริษยาแต่ในขณะเดียวกันไม่ว่าจะเป็มิตรหรือศัตรูก็ยกยย่องและเคารพต่อบุรุษผู้นี้เฉกเช่นที่ฟู่หยงจิ้นเลื่อมใสต่อเสวียนอู่หยาง
อย่างไรก้ตามเสวียนเทียนชิงนั้นไม่เหมือนกันแม้จะเป็อัจฉริยะพร์เลิศล้ำเหมือนบิดาแต่นิสัยใจคอของเขานั้นข้ามกับคำว่าสุภาพบุรุษอย่างชิ้นเชิง! ทั้งสติปัญญาเฉียบแหลมและความเด็ดขาดของเขาที่แสดงออกมาั้แ่เยาว์วัยนิยามของคนในเมืองหลวงนภาครามที่มีต่อคุณชายจรัสฟ้าผู้นี้ก็คือเหี้ยมโหดเืเย็นไร้คุณธรรม!
เสวียนเทียนชิงไม่เคยสนใจวิธีการและไม่สนใจสิ่งที่เรียกว่าศักดิ์ศร๊ซึ่งเขาคิดว่ามันไร้สาระในชีวิตจริงศักดิ์ศรีช่วยให้เ้ารอดชีวิตได้หรือ? ขอเพียงสามารถทำตามเป้าหมายได้สำเร็จเสวียนเทียนชิงไม่เกี่ยงอุบายสามารถกระทำการต่ำช้าได้ทั้งสิ้นอีกอย่างแต่ไหนแต่ไรในเมื่อเขาไม่สนใจศักดิ์ฐานะของตัวเองแล้วเขาจะสนใจฐานะของคนอื่นหรือ?
ต่อให้เป็ลูกหลานตระกูลใหญ่หรือกระทั่งเชื้อพระวงศ์หากมาล่วงเกินเสวียนเทียนชิงเขาก็กล้าสังหารทั้งนั้น!
“เหล่าเหว่ย เลิกเล่นแล้วรีบจัดการเขาเสีย คนผู้นี้ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิดหากเขาเป้นแค่เบิกิญญาธรรมดาคงไม่รอดมาจนถึงมือพวกเ้าหรอก”
เสียงของอู๋หลิวดังขึ้นกระตุ้นให้เหล่าเหว่ยที่เป็หัวหน้าคุมกลุ่มสำนักคุมกฏปิดล้อมเสวียนเทียนชิงต้องลงมือเต็มกำลังแม้จะคิดว่าเป็การเปลืองแรงแต่เ้าหอสั่งการลงมาพวกเขาก็ไม่กล้าขัดขืน อีกอย่างพวกเขามีกันตั้งหลายคนแม้ไม่ได้ใช้วิชายุทธ์รุนแรงแต่มาถึงตอนนี้เสวียนเทียนชิงกลับอาศัยหนึ่งคนหนึ่งกระบี่ต้านรับพวกเขาเอาไว้ได้!
‘ดูเหมือนพวกนี้คงทนไม่ไหวแล้ว ลู่หยาเ้าเร่งมือหน่อยเถอะ!’
เสวียนเทียนชิงคิดอยู่ในใจเมื่อเห็นท่าร่างของสำนักคุมกฎเปลี่ยนไปสำหนักคุมกฏทำงานกันเป็กลุ่มและที่ขึ้นชื่อก็คือวิชาสามกระบี่ตัดขุนเขา สามกระบี่ตัดขุนเขาเป้นวิชาค่ายกลกระบี่ที่ใช้ล้อมสังหารศัตรูคนของสำนักคุมกฏทุกคนต้องฝึกฝนจนเชี่ยวชาญถึงจะสามารถมีตำแหน่งในสำนักคุมกฏได้ย้อนคิดถึงตำราที่เคยอ่านปีนั้นทำให้เสวียนเทียนชิงต้องระมัดระวังขึ้นอีกหลายส่วน นี่นับเป็ครั้งแรกที่เข้าถูกปรมาจารย์หลายคนปิดล้อมทั้งยังเป็คนของสำนักคุมกฎด้วย
“ตั้งค่ายกลปิดล้อม กระบี่ที่หนึ่งตั้งกระบวน!”
เหล่าเหว่ยแผดเสียงสั่งการออกมา ตอนนี้เองที่กำลังของสำนักคุมกฎเปิดเผยให้เสวียนเทียนชิงได้เห็นมีสิบสองคนถอยออกไปสิบก้าวตั้งกระบี่ถ่ายปราณแท้ออกมา สิบสองคนนี้ล้วนอยู่ในขั้นเบิกิญญาทั้งหมดดังนั้นสิบคนที่อยู่ในวงล้อมค่ายกลกระบี่นำโดยเหล่าเหว่ยก็คือจำนวนปรมาจารย์ที่มาล้อมสังหารเสวียนเทียนชิงในครั้งนี้!
ปราณแท้ไหลทะลักจิตกระบี่ตึงขึงยามปรากฏออกมาก็เผยให้เห็นว่ามีปรมาจารย์ขั้นญาณทิพย์่ตันหกคนช่วยกลางสามคน และช่วยท้ายหนึ่งคนซึ่งก็คือเหล่าเหว่ย รวมทั้งสิ้นแล้วคราวนี้ศัตรูที่เสวียนเทียนชิงต้องรับมือคือปรมาจารย์สิบคน!มาถึงตอนนี้พูดได้คำเดียวว่าอู๋หลิวเล่นใหญ่สมกับที่ถือกระบี่อาญาบุกศาลากล้วยไม้ราตรีจริงๆ
“ลงมือ!”
ปราณกระบี่ทั้งวงในวงนอกผสานกันยี่สิบกว่าสายโดยมีเหล่าเหว่ยคอยควบคุม-ภาพลวงตากระบี่แปดทิศชี้เข้าหาเสวียนเทียนชิงปรากฏขึ้นเลือนรางสร้างแรงกดดันอย่างมหาศาลไอกระบี่แหมคมแปลงผสานกระบี่ลวงตาทั้งแปดเล่มผ่านการชักนำของเหล่าเหว่ย
ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง
เสียงกระบี่เสียดอากาศปิดทางหนีล้อมสังหารตรงเข้ามาดุดันอย่างยิ่งเสวียนเทียนชิงหน้าไม่เปลี่ยนสีวาดกระบี่ชั้นฟ้าในมือะเิพลังปราณแท้ที่กดไว้ตลอดครึ่งเดือนออกมากระทั่งฟู่หยงจิ้นก็ยังไม่รู้ว่าเสวียนเทียนชิงฝึกปราณพิสุทธิ์ไพรศาลไปถึงขั้นไหนแล้วแรงกดดันจากปรมาจารย์สิบท่านมากเสียจนเสวียนเทียนชิงไม่กล้าออกมือจำต้องทุ่มพลังทั้งหมดในครั้งนี้
“สะท้อนจันทร์...เกือบจะเทียบเคียงเขาในตอนนั้นได้แล้ว”
กระบี่ฟ้าวาดวงจันทร์งดงามทอประกายเงากระบี่ทิ่มแทงตัดสะท้อนเป็ภาพเงาวงเดือนต้านแปดกระบี่ของสำนักคุมกฏเอาไว้ ก่อนหน้านี้จิตกระบี่ของเสวียนเทียนชิงเลิศล้ำสูงส่งเทียบได้กับปรมาจารย์นานแล้วที่ขาดไปก็คือปราณแท้และกายเนื้อของเขาไม่อาจแสดงพลังของเพลงกระบี่สะท้อนจันทร์ออกมาได้ตอนนี้ปราณแท้ยกระดับกายเนื้อแข็งแกร่งแม้ยังไม่มีเมล็ดิญญาของขั้นญาณทิพย์แต่พลังอำนาจของเพลงกระบี่ที่แสดงออกมาก็ถูกทดแทนด้วยความยิ่งใหญ่ของปราณพิสุทธิ์ไพรศาลจนเทียบได้กับระดับปรมาจารย์ฟันกระบี่สะท้อนจันทร์ออกมาด้วยตัวเอง1
“เ้าเด็กนี่มีพร์จริงๆ แค่ครึ่งเดือนก็เปลี่ยนปราณแท้ได้สำเร็จแล้วน่าสนใจนักว่าปราณแท้ของเขาเปลี่ยนไปแล้วกี่ส่วนและจะมีพอรับมือกับศตรูหรือไม่”
ที่ยอดเขาด้านข้างพอเห็นกระบี่ของเสวียนเทียนชิงก็ทำให้ฟู่หยงจิ้นพยักหน้าออกมาอย่างพอใจทั้งยังชื่นชมชายหนุ่มอยู่สองสามคำน่าเสียดายที่เขาไม่รู้ว่าเสวียนเทียนชิงฝึกปราณพิสุทธิ์ไพรศาลสำเร็จั้แ่วันแรกแล้วตอนนี้ปราณแท้ที่เขาแสดงออกมาเป็เพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้น สำหรับเสวียนเทียนชิงแล้วยังอยู่เล่นกับปรมาจารย์กลุ่มนี้ได้อีกนาน!
ต่อให้เขาเอาชนะไม่ได้อีกฝ่ายก็ไม่อาจล้อมสังหารเขาได้ง่ายๆเช่นกันเสวียนเทียนชิงไม่จำเป็ต้องสู้ตายแต่แค่รอลู่หยากลับมาเท่านั้น วิชาค่ายกลไม่ว่าจะเป็ประเภทใดล้วนมีจุดเด่นในการรวมพลังเป็หนึ่งและสำแดงพลังที่เหนือกว่าเดิมหลายเท่าออกมาอย่างไรก็ตามจุดตายร้ายแรงของวิชาค่ายก็คือความเปราะบาง หากสามารถทำลายหัวใจค่ายกลได้ไม่ว่าจะเป็ค่ายกลที่แข็งแกร่งขนาดไหนก็จะถูกทำลายได้อย่างง่ายดายทันที
ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง
กระบี่ตัดขุนเขาของสำนักคุมกฏปะทะกับกระบี่สะท้อนจันทร์กลางฟ้าไอกระบี่ปิดล้อมเสวียนเทียนชิงจนยากจะหลบหนีอย่างไรก็ตามสีหน้าของเสวียนเทียนชิงไม่เปลี่ยนแปลงยังคงสงบนิ่งมีเพียงแววตากระจ่างชัดมองเห็นเพียงกระบี่ของตนวิชากระบี่สะท้อนจันทร์ไม่เพียงเน้นการตั้งรับแต่การสวนกลับก็ยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง
ครึ้ม!
ยื้อแย่งกันไม่นานสุดท้ายปราณกระบี่สองสายะเิออกกลายเป้นภาพสะท้อนเงาจันทร์กระบี่ลวงตาแปดเล่มของสำนักคุมกฏพลันถูกกระแทกถอยกลับไปที่เดิมส่วนเงาจันทร์ของเสวียนเทียนชิงก็ค่อยๆเลือนหายไปเช่นกันประมือกันครั้งแลกภายใต้วงล้อมของกระบี่ตัดขุนเขาที่สำนักคุมกฏภาคภูมกลับถูกหนึ่งกระบี่ของเสวียนเทียนชิงต้านรับเอาไว้ได้!
‘ไม่เสียทีที่ผู้คนเรียกขานนามจรสฟ้า วิถีกระบี่ของเขาเกรงว่าจะก้าวล้ำบิดาในตอนที่อายุเท่ากันไปแล้ว’
อู๋หลิวยืนกอดกระบี่มองดูการต่อสู้บนยอดเขาด้วยสายตาชื่อชมพร์ของเสวียนเทียนชิงไม่เสียทีที่ตาเฒ่าเ่าั้ทุ่มเทมากมายเพื่อสังหารเขา
‘แต่ว่าสามกระบี่ตัดขุนเขาของสำนักคุมกฎหาได้ง่ายดายเช่นนั้นอาศัยพลังของขั้นเบิกิญญาเ้าจะทนได้นานสักแค่ไหนกัน’
ในสายตาของอู๋หลิวแม้ว่าเสวียนเทียนชิงจะแข็งแกร่งแต่ก็ไม่อาจต้านทานปรมาจารย์สิบสองคนของสำนักคุมกฏได้แน่นอนทางรอดเดียวของเสวียนเทียนชิงก็คือท่านหญิงลั่วมีแต่นางที่บุกจวนอ๋องเท่านั้นถึงจะคลายสถานการณ์นี้ได้ หออาญามีคนมากมายลำพังแค่ปรมาจารย์ก็มีหลายสิบท่านอู๋หลิวไม่ลงมือด้วยตัวเองไม่นำปรมาจารย์ขั้นรู้แจ้งมาด้วยก็คือว่าเขาไว้หน้าตระกูลเสวียนและวางตัวเป็กลางมากแล้ว
เสวียนเทียนชิงจะตายหรือไม่อู๋หลิวไม่สนใจเขาเพียงทำตามหน้าที่และชมดูการต่อสู้ของอัจฉริยะแห่งยุคอยู่เงียบๆก็พอแล้ว ความขัดแย้งระหว่างสามตระกูลใหญ่และราชวงศ์นั้นลึกล้ำเกินหยั่งคนอย่างที่เป็ถึงเ้าหออาญาก็เป็เพียงแค่หมากตัวหนึ่งในกระดานของจิ้งจอกเฒ่าเ่าั้!